ราวกันชนลูกกลิ้งยางพารา” นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

Featured

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนน ผ่านการพัฒนา “ราวกันชนชนิดลูกกลิ้งยางพารา (Rolling Guard Barrier)”จากยางพาราไทย เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและความรุนแรงจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

นวัตกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาระหว่างหน่วยงาน โดยใช้ยางพาราเป็นวัสดุหลัก และผ่านการทดสอบตามมาตรฐานระดับสากล รวมถึงการทดสอบ Vehicle Impact Test โดยมีจุดเด่นในการช่วยลดแรงกระแทกและลดความรุนแรงของการบาดเจ็บต่อผู้ใช้รถใช้ถนน อีกทั้งยังมีความทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากใช้วัสดุจากธรรมชาติ และช่วยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรยางพาราภายในประเทศ

นอกจากการเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนแล้ว ราวกันชนลูกกลิ้งยางพารายังเป็นนวัตกรรมที่ช่วยสร้าง คุณค่าทางเศรษฐกิจให้กับยางพาราไทย โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มการใช้ยางภายในประเทศ สนับสนุนรายได้ให้เกษตรกร และต่อยอดยางพาราจากวัตถุดิบทางการเกษตรไปสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง

นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการบูรณาการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านความร่วมมือด้านการวิจัยของ วว. และหน่วยงานพันธมิตร เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน และการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรของประเทศอย่างยั่งยืน

น้ำนมธัญพืชเสริมน้ำมะม่วงหิมพานต์ ทางเลือกของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากงานวิจัยของ วว.

Featured

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้วิจัยและพัฒนา น้ำนมธัญพืชเสริมน้ำมะม่วงหิมพานต์ โดยนำคุณค่าของเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งอุดมด้วยใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญ ได้แก่ วิตามินอี วิตามินเค วิตามินบี 6 รวมถึงทองแดง ฟอสฟอรัส สังกะสี แมกนีเซียม เหล็ก และซีลีเนียม มาใช้เป็นส่วนประกอบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเชิงหน้าที่ (Functional Food)

ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลจากการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาต่อยอดเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากมะม่วงหิมพานต์ เพื่อพัฒนาเป็นเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยังมีจุดเด่น ได้แก่ โปรตีน 3 กรัมต่อ 200 มิลลิลิตร ไม่มีน้ำตาลและคอเลสเตอรอล มีสารกลุ่มฟีนอลิก 5.49 มิลลิกรัมกรดแกลลิก/100 มิลลิลิตร และวิตามินซี 0.78 มิลลิกรัม/100 กรัม พร้อมสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 10 เดือนที่อุณหภูมิ 25°C ในรูปแบบบรรจุกล่อง UHT จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะดวกต่อการบริโภคและเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาเครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพ

คืนความสดชื่นด้วยศาสตร์แห่งกลิ่น: นวัตกรรมเจลน้ำมันหอมระเหยมะลิลา ผลงานวิจัยจาก วว.

Featured

ในยุคที่ความเร่งรีบทำให้เราเหนื่อยล้า การได้หยุดพักและสูดกลิ่นหอมจากธรรมชาติถือเป็นวิธีบำบัดจิตใจที่เรียบง่ายแต่ได้ผลที่สุด สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จึงได้นำความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของ “ดอกมะลิลา” (Jasminum sambac Ait.) มาพัฒนาต่อยอดเป็น “ผลิตภัณฑ์เจลน้ำมันหอมระเหย” นวัตกรรมสมุนไพรไทยเพื่ออารมณ์และจิตใจที่สงบอย่างเป็นธรรมชาติ

ทำไมต้องเป็นมะลิลา? ดอกมะลิลาไม่เพียงแต่มีกลิ่นหอมแรงและเย็นชื่นใจ แต่ยังมีคุณค่าทางเศรษฐกิจสูงเมื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย โดยกลไกการทำงานนั้น เมื่อเราสูดดมโมเลกุลความหอมจะเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางในสมอง เพื่อควบคุมความรู้สึกและอารมณ์ ช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดสะสม

ความโดดเด่นของนวัตกรรมเจลมะลิลาจาก วว. ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีดีแค่กลิ่นหอม แต่ผ่านการวิจัยและทดสอบด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยมาอย่างเข้มงวด โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือ:

  • บริสุทธิ์จากธรรมชาติ: ใช้น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ที่สกัดจากดอกมะลิลาแท้ ซึ่งมีผลต่อการบำบัดรักษาได้ดีกว่าน้ำมันหอมระเหยสังเคราะห์
  • รูปแบบเจล ใช้งานง่าย: พัฒนาให้อยู่ในรูปแบบเจลที่พกพาสะดวก ไม่หกเลอะเทอะ
  • ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะจุด: สามารถใช้แต้มหรือนวดวนเฉพาะบริเวณผิวหนังที่ต้องการ เพื่อให้กลิ่นหอมค่อยๆ ระเหยออกมาเฉพาะบุคคล เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบการใช้สเปรย์ที่ส่งกลิ่นกระจายในวงกว้าง

นวัตกรรมนี้พร้อมแล้วที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อยกระดับสมุนไพรไทยสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพระดับสากลสำหรับใครที่อยากรู้จัก “มะลิลา” และนวัตกรรมนี้ให้มากขึ้น สามารถติดตามรายละเอียดได้ใน Infographic ด้านล่างนี้เลย

วว. วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบเซรั่มสาหร่ายทะเลขนาดเล็ก Phyceae

Featured

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ต่อยอดองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ “Phyceae Facial Serum” เซรั่มบำรุงผิวที่ใช้สารสกัดแคโรทีนอยด์จากสาหร่ายทะเลขนาดเล็กเป็นส่วนผสมสำคัญ ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ฟื้นบำรุงผิวให้แข็งแรง พร้อมเติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

ผลิตภัณฑ์นี้เกิดจากผลงานวิจัยที่ได้รับการจดสิทธิบัตรด้านกระบวนการผลิตสารสกัดจากสาหร่ายทะเลขนาดเล็ก สะท้อนศักยภาพของนักวิจัยไทยในการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง โดยมีคุณสมบัติเด่น 4 ประการ ได้แก่ การช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ ช่วยให้ผิวดูกระชับและอ่อนเยาว์ เติมความชุ่มชื้นจากภายใน และมีเนื้อเซรั่มบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยังผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยและคุณภาพตามมาตรฐานสากล ทั้งการทดสอบการระคายเคือง การทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ และการผลิตภายใต้มาตรฐาน ISO เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

“Phyceae” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำผลงานวิจัยไทยมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่ม สนับสนุนอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรชีวภาพของประเทศ พร้อมเปิดโอกาสความร่วมมือกับภาคธุรกิจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ตลาดทั้งในประเทศและระดับสากล ภายใต้แนวคิด Green Beauty ที่ให้ความสำคัญกับความงามควบคู่กับความยั่งยืน

ข้อดีของปุ๋ยสั่งตัดของ วว.

Featured

ปุ๋ยสั่งตัดของ วว. เป็นนวัตกรรมการออกแบบปุ๋ยสูตรเฉพาะที่ “แม่นยำ ประหยัด ได้ผลผลิตดี และดินยั่งยืน” โดยเน้นการวิเคราะห์สภาพดินและพื้นที่จริงเพื่อให้ได้ธาตุอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการของพืชแต่ละชนิด

ภาพรวมของประโยชน์ที่ได้รับมีดังนี้:

  • ด้านเศรษฐกิจ: ช่วยลดต้นทุนจากการใส่ปุ๋ยเกินความจำเป็น และเพิ่มรายได้ด้วยผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณสูงขึ้น
  • ด้านทรัพยากรดิน: ช่วยรักษาความสมบูรณ์และโครงสร้างของดิน ลดปัญหาดินเสื่อมโทรมหรือดินเป็นกรดจากการใช้ปุ๋ยไม่ถูกวิธี
  • ด้านประสิทธิภาพและสิ่งแวดล้อม: พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้สูงสุด ลดการสูญเสียธาตุอาหารลงสู่ธรรมชาติและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

สรุปได้ว่าเป็นแนวทางที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งผืนดินและเศรษฐกิจชุมชน

ปุ๋ยสั่งตัดของ วว.

Featured

“ปุ๋ยสั่งตัด” เป็นนวัตกรรมการเกษตรจาก วว. ที่ออกแบบสูตรมาเพื่อ แก้ปัญหาดิน และตอบโจทย์ความต้องการของพืชในแต่ละพื้นที่อย่างแม่นยำ กระบวนการเริ่มต้นจากการ ตรวจวิเคราะห์สารอาหารในดิน เพื่อนำข้อมูลมาคำนวณและผลิตเป็นปุ๋ยสูตรเฉพาะตัวที่เหมาะสมกับแปลงปลูกนั้น ๆ วิธีการนี้ช่วยให้เกษตรกร ลดค่าใช้จ่าย จากการเลิกใช้ปุ๋ยเกินความจำเป็น พร้อมทั้งช่วย เพิ่มปริมาณผลผลิต และรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน การเปรียบเทียบปุ๋ยสั่งตัดกับการ ตัดชุดสูทให้พอดีตัว สื่อให้เห็นว่าการบำรุงพืชที่ตรงจุดจะช่วยให้การเพาะปลูกมีประสิทธิภาพสูงสุดและทำให้ดินมีความยั่งยืนในระยะยาว

จุลินทรีย์เชิงอุตสาหกรรม

Featured

งานวิจัยจุลินทรีย์เชิงอุตสาหกรรมของ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด เพราะจุลินทรีย์เล็ก ๆ เหล่านี้อยู่เบื้องหลังการผลิตสินค้าในชีวิตประจำวันหลายอย่าง ตั้งแต่อาหาร เครื่องดื่ม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม

วว. นำจุลินทรีย์มาศึกษาและพัฒนาให้เหมาะกับการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม เช่น การใช้จุลินทรีย์ช่วยในกระบวนการหมักเพื่อเพิ่มรสชาติและคุณภาพของอาหาร หรือการผลิตสารสำคัญอย่างเอนไซม์และสารชีวภาพที่ช่วยให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้นและประหยัดต้นทุน

นอกจากนี้ ยังมีการนำจุลินทรีย์ไปช่วยจัดการของเสีย เช่น การบำบัดน้ำเสียหรือย่อยสลายวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงาน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นพลังงานหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้อีกด้วย

สิ่งสำคัญคือ วว. ไม่ได้ทำแค่งานวิจัยในห้องแล็บ แต่ยังช่วยต่อยอดให้ภาคธุรกิจสามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งการให้คำปรึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ทำให้งานวิจัยจุลินทรีย์กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ : นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนและชุมชน

Featured

การทอริแฟกชั่น(Torrefaction) : เปลี่ยนชีวมวลให้เป็นเชื้อเพลิงคุณภาพสูง

Featured