เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับเทอร์โมมิเตอร์ชนิดของเหลวในหลอดแก้วหรือ Liquid – in – Thermometer  

Featured

วราสินี  สนิทมาก 
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
35 หมู่ที่ 3 เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120

เทอร์โมมิเตอร์ทั่วๆ ไปที่เราใช้กันเมื่อมองจากภายนอกจะเห็นเป็นสี เงินวาว  และสีแดง แต่ทั้งนี้ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ที่เป็นสีเงินมากกว่า เรามาดูกันว่าเทอร์โมมิเตอร์ที่เป็นสีเงินทำมาจากของเหลวประเภทใดเป็นหลักและทำไมจึงเป็นที่นิยมใช้กันมากกว่าเทอร์โมมิเตอร์ที่มีสีแดง เราพบว่าเทอร์โมมิเตอร์ที่เป็นสีเงินวาวของเหลวที่ใช้เป็นปรอท เนื่องจากปรอทเป็นของเหลว ที่นิยมใช้กันมากกว่าของเหลวชนิดอื่น เพราะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • เห็นได้ง่าย มีสัมประสิทธิ์ของการขยายตัวค่อนข้างคงที่ ไม่เกาะผิวแก้ว และสามารถบรรจุในรูขนาดเล็กมากๆ ได้ดี 
  • ปรอทมีจุดเยือกแข็งที่อุณหภูมิ – 38°ซ.  ดังนั้นอุณหภูมิที่ต่ำกว่านี้ต้องเปลี่ยนไปใช้ของเหลวที่เหมาะสมอื่นแทน เช่น ปรอท+ทอลเลียม ใช้ได้ถึงอุณหภูมิ -55°ซ. สำหรับอุณหภูมิที่ต่ำกว่า -55°ซ. จนถึง -80°ซ. ใช้แอลกอฮอล์ หรือโทลูอีน และต่อจากนี้จนถึงอุณหภูมิ -200°ซ. จะใช้เพนเทน  แต่อย่างไรก็ตามเทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้ของเหลวชนิดอื่นจะมีความถูกต้องน้อยกว่าใช้ปรอทหรือปรอท+
    ทอลเลียม

           เมื่อเราทราบแล้วว่าของเหลวมีผลต่อการใช้งานของเราก็ควรเลือกให้เหมาะสมตามประเภทการใช้งานและการใช้เทอร์โมมิเตอร์ที่ได้รับการสอบเทียบแล้วย่อมให้ความถูกต้องแตกต่างกันไปทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับความละเอียดของการแบ่งขีดแสดงอุณหภูมิ จำนวนขีดที่แสดงอุณหภูมิของจุดอุณหภูมิคงที่ 
(Fix point) และคุณสมบัติของแก้วที่ใช้ทำเทอร์โมมิเตอร์ก็มีผลต่อความร้อนด้วย เหตุที่ความร้อนมีอิทธิพลต่อแก้ว จึงมีความจำเป็นที่ผู้ใช้ จะต้องรู้ประวัติการใช้งานเทอร์โมมิเตอร์นั้นก่อนนำไปใช้งาน

     อย่างไรก็ตามเพื่อขจัดปัญหาที่อาจมีขึ้นในกรณีที่ไม่อาจทราบประวัติการใช้งานของเทอร์โมมิเตอร์ ผู้ใช้สามารถแก้ไขได้โดยการปรับสภาพ (Conditioning) เทอร์โมมิเตอร์ก่อนนำไปใช้งานด้วยวิธีการนำไปสอบเทียบก่อน

อีกประการหนึ่งคือการตรวจสอบเบื้องต้น ก่อนนำเทอร์โมมิเตอร์ไปใช้งานหรือสอบเทียบทุกครั้ง จะต้องตรวจสภาพของเทอร์โมมิเตอร์ก่อนเสมอ ดังนี้

     1. ฟองอากาศ   ต้องไม่มีฟองอากาศถ้ามีต้องทำการไล่ฟองอากาศออกก่อน

     2. ลำปรอท  ต้องไม่ขาด

     3. การแบ่งขีด  ต้องมีการแบ่งขีดที่สม่ำเสมอเท่านั้นถึงจะนำมาใช้งานได้

     4. การทำเครื่องหมาย  ต้องตรวจดูว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้อง ห้ามนำมาใช้งาน

     5. สีของ division  ต้องไม่ลบเลือนหรือลอก

     6. ภายในหลอดแก้วต้องไม่มีคราบสนิม

     7. ต้องไม่มีเม็ดปรอทเกาะที่ผิวของรูหลอดแก้ว

       เมื่อตรวจสภาพดังกล่าวแล้วก็สามารถที่จะนำเอาเทอร์โมมิเตอร์ไปใช้ได้อย่างมั่นใจ

บทสรุป เทอร์โมมิเตอร์แบบแท่งแก้วเป็นเครื่องมือวัดอุณภูมิที่หลายช่วงอุณหภูมิขึ้นอยู่กับประเภทของเหลวที่บรรจุและเพื่อความถูกต้องแม่นยำเทอร์โมมิเตอร์ต้องได้รับการสอบเทียบก่อนนำไปใช้งานในห้องปฏิบัติการ

เอกสารอ้างอิง 

ASTM. 2021. ASTM Standard E-77, Standard Test Method for Inspection and Verification of Thermometer, Volume 14.03, Temperature Measurement. Pennsylvania: American Society for Testing and Materials. 

WitChitchat Ep 33 เรื่องโปรดเล่มโปรด : เรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านชุมชนออนไลน์

Featured

WitChitchat Ep 32 เรื่องโปรดเล่มโปรด: ก้าวสู่เกษียณอย่างเกษม ด้วย AI

Featured

เทคนิคการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

Featured

มะขามป้อมเคล็ดลับความสวยของสาววัย 30+: ผิวใส อ่อนเยาว์ แบบยั่งยืน

Featured

เรียบเรียงโดย ดร.ปฐมสุดา อินทุประภา

พออายุแตะเลข 3 หลายคนอาจเริ่มสังเกตว่าผิวของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งความหมองคล้ำที่มาไว ริ้วรอยเล็ก ๆ ที่แอบโผล่มา หรือความแห้งกร้านที่ทำให้แต่งหน้าไม่ติดเหมือนก่อน แต่หากเราดูแลถูกวิธี ผิวก็ยังสวยและดูอ่อนกว่าวัยได้แน่นอน ซึ่งเคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอและเลือกสิ่งที่ปลอดภัยกับผิวจริง ๆ  โดยสาวๆ ควรทำตามขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้

  1. ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน เลี่ยงโฟมหรือสบู่ที่ทำให้ผิวตึง
  2. บำรุงด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะวิตามินซีและสารสกัดธรรมชาติ ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ
  3. ทากันแดดทุกวัน ต่อให้ไม่ออกกลางแจ้ง รังสียูวีก็ทำร้ายผิวได้
  4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวซ่อมแซมตัวเอง
  5. ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อเติมความชุ่มชื้นจากภายใน
  6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวเปล่งปลั่งและมีชีวิตชีวา

นอกจากทั้ง  6 ข้อกล่าวมานี้ การเลือกสารสกัดจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวก็จำเป็นเช่นกัน และในบรรดาสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยบำรุงผิว “มะขามป้อม” ถือว่าเป็นดาวเด่นที่น่าสนใจ เพราะมีวิตามินซีสูงมากและอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ ผิวดูสม่ำเสมอ ที่สำคัญยังอ่อนโยนต่อผิว เหมาะกับการใช้เป็นส่วนผสมในสกินแคร์สำหรับสาววัย 30+

และนี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมสมุนไพร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้ทำการวิจัยและพัฒนา ครีมบำรุงผิวจากสารสกัดมะขามป้อม จนได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ “ทิสทร้า เอ็มบลิก้า เรเดียนท์ ครีม” (TISTR Emblica Radiant Cream)

ครีมตัวนี้มีเนื้อบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ อ่อนโยนต่อผิว และที่พิเศษคือใช้วัตถุดิบมะขามป้อมคุณภาพจากในประเทศ 100% ทำให้ช่วยลดต้นทุนและไม่ต้องพึ่งวัตถุดิบนำเข้า แถมยังผ่านการทดสอบความปลอดภัยและความคงตัวของคุณภาพอย่างครบถ้วน

จุดเด่นของทิสทร้า เอ็มบลิก้า เรเดียนท์ ครีม

  • สารสกัดมะขามป้อมช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ปลอดภัย ผ่านการทดสอบการระคายเคืองในอาสาสมัคร
  • ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ลดต้นทุนและสนับสนุนเกษตรกรไทย
  • ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

สำหรับสาววัย 30+ การใช้ครีมที่ผสานพลังธรรมชาติเข้ากับงานวิจัยวิทยาศาสตร์ จะช่วยให้การดูแลผิวของคุณมั่นใจและเห็นผลยิ่งขึ้น และนี่คือเหตุผลที่มะขามป้อมไม่ใช่แค่สมุนไพรในครัว แต่เป็น “เพื่อนคู่ใจ” ของผิวสวยในทุกช่วงวัย

หากใครสนใจต่อยอดธุรกิจความงาม วว. ก็พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเชิงพาณิชย์และให้คำปรึกษา สนใจโทร. 0 2577 9000 หรือใช้บริการ “วว. JUMP” ได้เลย

สวยอย่างปลอดภัย สนับสนุนสมุนไพรไทย และมั่นใจได้ด้วยงานวิจัยจาก วว.

ไขความลับ Stem Cell #10: Stem Cell กับการรักษาโรคทางระบบประสาท

Featured

WitChitchat Ep 30 เรื่องโปรดเล่มโปรด : เรียนรู้ไม่พักกับคุณแม่สายไอที

Featured