โปรไบโอติก

การใช้โปรไบโอติกเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในแม่สุกรอุมทองและแมสุกรเลี้ยงลูก

UTILIZATION OF PROBIOTIC TO INCREASE PRODUCTIVITY

AND SUBSTITUTE THE USE OF ANTIBIOTIC IN SOWS AND

FARROWING PIGS

จํารูญ มณีวรรณ มงคล ถิรบุญยานนท์ กิตติพงษ์ ทิพยะ

บทคัดย่

การศึกษาการใช้โปรไบโอติกเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในแม่สุกรอุ้มท้องและแม่สุกรเลี้ยงลูก เป็นการศึกษาผลการป้อนบาซิลลัส ซับติลิส MP ต่อประสิทธิภาพการผลิต และจุลินทรีย์ในมูลของลูกสุกรดูดนม โดยทําการศึกษาในลูกสุกรพันธุ์ผสม 3 สายพันธุ์ (Large White x Landrace x Duroc ) ตั้งแต่อายุ 3 วัน จนถึงหย่านมที่อายุ 28 วัน จํานวน 80 ตัว แบ่งการทดลองออกเป็น 4 กลุ่ม ๆ ละ 20 ซ้ำ ใช้แผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์(Completely Randomized Design; CRD) โดยกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมได้รับการป้อน PBS(Phosphate Buffer Saline), กลุ่มที่ 2 ได้รับการป้อนบาซิลลัส ซับติลิส MP 9 จํานวน 10 มิลลิลิตร/ตัว โดยให้วันละ 1 ครั้งติดต่อกัน 7 วัน กลุ่มที่ 3 ได้รับการป้อนบาซิลลัส ซับติลิส MP 10 จํานวน 10 มิลลิลิตร/ตัว โดยให้วันละ 1 ครั้งติดต่อกัน 7 วัน และกลุ่มที่ 4 ได้รับการป้ายลิ้นด้วยยาปฏิชีวนะชนิด Chlortetracycline จํานวน 1 กรั ม/ตัว ติดต่อกัน 3 วัน ผลการวิจัยพบว่าน้ำหนักของลูกสุกรที่อายุ 14 และ 21 วันของกลุ่มที่ได้รับการเสริม MP 9 และMP 10 สูงกว่ากลุ่มควบคุม (P<0.05) แต่ไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ได้รับการเสริมยาปฏิชีวนะ ส่วนน้ำหนักของลูกสุกรที่อายุ 28 วัน ลูกสุกรกลุ่มที่ได้รับการเสริม MP 9 และMP 10 สูงกว่ากลุ่มควบคุม (P<0.01) แต่ไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ได้รับการเสริมยาปฏิชีวนะ สําหรับอัตราการเจริญเติบโตต่อวันของลูกสุกรกลุ่มที่ได้รับการเสริม MP 9 และ MP 10 สูงกว่ากลุ่มควบคุม(P<0.05) แต่ไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ได้รับการเสริมยาปฏิชีวนะทางด้านจํานวนวันที่ลูกสุกรแสดงอาการท้องเสียจนหายเป็นปกติของกลุ่มที่ได้รับการเสริม MP 9 , MP 10 และกลุ่มที่ได้รับการเสริมยาปฏิชีวนะมีค่าต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (P<0.05) สําหรับจํานวนเชื้อ อี. โค ไล และ ซัลโมเนลล่า ในมูลที่อายุ 7 และ 11 วัน มีค่าต่ํากว่ากลุ่มควบคุมในขณะที่จํานวนเชื้อแลคโตบาซิลลัส และบาซิลลัส ซับติลิสในมูลมีค่าสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01)

โปรไบโอติก

การประเมินประสิทธิภาพของโปรไบโอติก เอสเอฟโปร ในอาหารของแม่สุกร และแบคโตแซค-พี ในอาหารเลียรางของลูกสุกร

โดย  เยาวมาลย์ ค้าเจริญ, สาโรช ค้าเจริญ

ภาควิชาสัตวศาสตร์  คณะเกษตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น

บทคัดย่

ได้ทําการทดสอบการเสริมโปรไบโอติก เอสเอฟโปร (SFPro 0.05%) ในอาหารแม่สุกรที่ ตั้งท้องครั้งที่ 3 จํานวน 20 ตัว และ แบคโตแซค-พี (BACTOSAC-P 0.10%) ในอาหารเลียรางของลูกสุกรจากแม่เสริมเอสเอฟโปร การเสริมเอสเอฟโปร 0.05% ในอาหารแม่สุกรและแบคโตแซค-พี 0.10%ในอาหารเลียราง แสดงผลอย่างเด่นชัดในการเพิ่มประสิทธิภาพต่อสมรรถนะการผลิตและสุขภาพทั้งของแม่และลูกสุกรที่เลี้ยงภายใต้สภาวะปฏิบัติทางฟาร์ม โดยจะมีผลทําให้ น้ำหนักลูกสุกรทั้งหมดต่อครอก น้ำหนักลูกสุกรเมื่อหย่านมอัตราการเลี้ยงรอดของลูกสุกรหย่านม ความสม่ำเสมอของลูกสุกรเมื่อหย่านมดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้กินโปรไบโอติกนอกจากนี้การเสริมโปรไบโอติกยั งแสดงให้เห็นว่า สุกรกินอาหารได้มากขึ้น การกินได้มากของแม่สุกรทําให้สรางน้ำนมได้มากขึ้น ลดการสูญเสียน้ำหนักตัว และลดการสูญเสียไขมันสันหลังซึ่งทําให้การเป็นสัดของแม่สุกรหลังหย่านมดีขึ้น ผลการทดลองครั้งนี้สรุปได้ว่า เอสเอฟโปรและแบคโตแซค-พี นอกจากจะมีผลทําให้สมรรถนะการผลิตเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นสารเร่งโภชนะทางชีวภาพ และสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ลูกสุกรอีกด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการผลิตสัตว์

จาก www.kmpbiotech.com/ref_up/td_20070620005610.pdf

บทคัดย่องานวิจัย วว.

วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากสารต้านอนุมูลอิสระจากผักพื้นบ้าน ผลไม้และวัสดุเหลือจากอุตสาหกรรมแปรรูปผลไม้

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศ (วว.)  โดยความร่วมมือวิจัยของฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (ฝภผ.) และ ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร (ฝทอ.) ได้ดำเนินโครงการวิจัยนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากผักพื้นบ้านและผลไม้ไทยอย่างครบวงจร.  เริ่มตั้งแต่กระบวนการสกัดและตรวจควบคุมคุณภาพองค์ประกอบทางเคมี, โดยเน้นกลุ่มสารที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ.  ทำการตรวจพิสูจน์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธีการทดสอบต่าง ๆ ทางเภสัชวิทยาทั้งในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลอง เช่น DPPH assay (ปฏิกิริยาต้านออกซิเดชัน), photochemiluminescence assay (การกำจัดอนุมูลอิสระของออกซิเจนชนิดซูเปอร์ออกไซด์), anti-hemolytic assay (ปฏิกิริยาออกซิเดชันจากการแตกตัวของเซลล์เม็ดเลือดแง) และ comet assay (การต้านฤทธิ์ลาย DNA จากอนุมูลอิสระออกซิเจน).  ข้อมูลจากผลการทดสอบเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ผักเชียงดาและผักหวานบ้านมีศักยภาพสูงในการต้านอนุมูลอิสระ,  นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สัมพันธ์กับภาวะการณ์เกิดเบาหวานด้วย.  ดังนั้น วว. จึงได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพในรูปของเครื่องดื่มผักพื้นบ้านจากผักเชียงดาและผักหวาน ซึ่งมีทั้งหมด 5 ผลิตภัณฑ์,  โดยผ่านการทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์, การประเมินความปลอดภัยในระดับเซลล์และในสัตว์ทดลอง  และผ่านการทดสอบประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภคด้วย.  ผลิตภัณฑ์ยังได้รับการออกแบบ โดยศูนย์การบรรจุหีบห่อไทยให้มีลักษณะจำเพาะเพื่อรักษาความคงตัวของสารต้านอนุมูลอิสระในผลิตภัณฑ์.  กระบวนการวิจัยผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผักพื้นบ้านดำเนินการเสร็จสมบูรณ์อย่างครบวงจรและพร้อมสำหรับการผลิตจำหน่ายภายหลังการถ่ายทอดเทคโนโลยี.

เครื่องดื่มเสริมสุขภาพต้านอนุมูลอิสระ

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  โดยความร่วมมือในการวิจัยของฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร  (ฝทอ.)  และฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ  (ฝภผ.)  ได้ดำเนินโครงการวิจัยนี้,  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากวัตถุดิบผักพื้นบ้าน.  จากข้อมูลผลการทดสอบสมบัติการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธีการทดสอบต่างๆ ทางเภสัชวิทยาทั้งในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลอง  พบว่า  ผักหวานบ้านและผักเชียงดามีศักยภาพสูงในการต้านอนุมูลอิสระ,  นอกจากนี้  ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สัมพันธ์กับภาวการณ์เกิดโรคเบาหวานด้วย.  ดังนั้น  ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว.  จึงได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเสริมสุขภาพด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากผักหวานบ้านและผักเชียงดา  ทั้งหมดจำนวน 4 สูตรผลิตภัณฑ์  ได้แก่  เครื่องดื่มผักหวานบ้านพร้อมดื่ม 2 รสชาติ (รสธรรมชาติและรสน้ำผึ้งมะนาว),  เครื่องดื่มผักเชียงดาพร้อมดื่ม 2 รสชาติ (รสธรรมชาติและรสน้ำผั้งมะนาว),  ซึ่งผลิตภัณฑ์ในรูปแบบบรรจุขวดพาสเจอร์ไรส์มีอายุการเก็บประมาณ 6 สัปดาห์ที่อุณหภูมิแช่เย็น  (4 – 10 องศาเซลเซียส)  สำหรับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุกล่องปลอดเชื้อแบบ  UHT  มีอายุการเก็บมากกว่า 6 เดือน  ที่อุณหภูมิห้อง (25 – 30 องศาเซลเซียส).  ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูง  เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ลักษณะเดียวกันที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป.

การวิจัยและศึกษาธัญพืชและสมุนไพรที่เหมาะสมต่อการผลิตสารให้ความหวานเพื่อสุขภาพ

การวิจัยและศึกษาธัญพืชและสมุนไพรที่เหมาะสมต่อการผลิตสารให้ความหวานเพื่อสุขภาพ (ชะเอมไทย, อ้อยสามสวน และหัสคุณใหญ่หรือชะเอมพื้นเมือง) ณ แปลงทดลอง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จากผลการศึกษาพบว่าสมุนไพรทั้งสามชนิดมีการตอบสนองต่อการเจริญเติบโตด้านความสูง, ความกว้างของทรงพุ่ม, จำนวนใบ, น้ำหนักแห้งและปริมาณสารหวานสามชนิด ได้แก่ แมนนิทอล, ซอร์บิทอล และไซลิทอล ที่เพิ่มขึ้นโดยพบว่าการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำจากปลาอัตรา 40 มิลลิลิตร/น้ำ 10 ลิตร พร้อมฉีดพ่นสาร Paclobutrazol 500 มิลลิลิตร/ลิตร ส่งผลทำให้สมุนไพรทั้งสามชนิดมีการตอบสนองต่อการเจริญเติบโตและส่งผลต่อปริมาณสารหวานที่เพิ่มขึ้นมากกว่าทุกๆ กรรมวิธีในการทดลอง.

10 อันดับหนังสือวิทยาศาสตร์ที่อยากแนะนำให้อ่าน

มโนทัศน์แห่งอนาคต (VISIONS: HOW SCIENCE WILL image_visionREVOLUTIONIZE THE 21ST CENTURY)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : MICHIO KAKU / กุลพันธ์ พิมพ์สมาน
ปีที่พิมพ์ 2554

จะดีแค่ไหนถ้าคุณ…
–  มีหุ่นยนต์ไว้ทำงานแทน
–  มีปัญญาประดิษฐ์คอยอำนวยสะดวก ให้บ้านอัจฉริยะเป็นวิมานของคุณ
–  เดินทางระหว่างดวงดาวเพื่อหาบ้านใหม่ในอวกาศ
–  ย้อนเวลากลับไปยังอดีตได้
–  รักษาโรคมะเร็งได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
–  เป็นหนุ่มสาวตลอดกาล
ฯลฯ
ทั้งหมดนี้กำลังจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอีกเพียงร้อยปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝันที่มีอยู่แต่ในนวนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป โดยมีรากฐานมาจากการปฏิวัติควอนตัม การปฏิวัติเชิงชีวโมเลกุล และการปฏิวัติคอมพิวเตอร์ ร่วมเดินทางสู่อนาคตไปพร้อมเหล่านักวิทยาศาสตร์เปี่ยมวิสัยทัศน์ใน “มโนทัศน์แห่งอนาคต” โดยมิชิโอะ คากุ นักฟิสิกส์ชื่อดังเจ้าของผลงาน “จักรวาลคู่ขนาน” (Parallel Worlds) บอกเล่าผลการวิจัยล่าสุดจากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกถึงความก้าวหน้าในการค้นคว้า ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราและโฉมหน้าโลกในศตวรรษที่ 21 ไปอย่างสิ้นเชิง และบางสิ่งก็กำลังเกิดขึ้นแล้วตอนนี้!!!

ถอดรหัสลับปฏิบัติการพลิกโลกimage_whathappened

ผู้แต่ง :  ทัศนัย  ปัญญา
ปีที่พิมพ์ 2554

ในโลกใบนี้ยังคงมีสิ่งลี้ลับที่รอการพิสูจน์อยู่อีกมากมายนับไม่ถ้วน บ้างก็ได้ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์  บ้างก็ได้ข้อสรุปทางความเชื่อที่มีคนมากมายให้การสนับสนุน แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่ไม่มีกระทั่งข้อสรุป นี่จึงถือว่าเป็นเสน่ห์ของความลี้ลับที่ยังคงหลับใหลรอคอยให้มีการส่งต่อความพยายามในการไขข้อสงสัยจากรุ่นสู่รุ่น เชื่อแน่ว่าเรื่องบางเรื่องในหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณตกใจ และอุทานออกมาว่า “จริงหรือนี่” ได้อย่างแน่นอน

ซากุระ กรรมศาสตร์image_sagura

ผู้แต่ง/ผู้แปล : Morinosuke  Kawaguchi / ปฏิมา  สินธุภิญโญ
ปีที่พิมพ์ 2554

บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่น ตั้งแต่เครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ รอบตัวไปจนถึงนวัตกรรมไฮเทค ซึ่งล้วนแต่มีที่มาจากวัฒนธรรม ความรู้สึกนึกคิด และจิตวิญญาณแบบคนญี่ปุ่น ที่หล่อหลอมให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นที่มีความสร้างสรรค์

 

มายากลศาสตร์image_maya

ผู้แต่ง/ผู้แปล : MISTER TOMPKIN
ปีที่พิมพ์ 2554

“สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น” สายรุ้งสีสวย เครื่องบินเหาะข้ามทวีป เรือใบแล่นฉิวกลางมหาสมุทร สายฟ้าฟาดกลางทุ่งนา สายฝนโปรยปรายชุ่มฉ่ำ ฯลฯ สิ่งต่างๆ ที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน บ่อยครั้งที่ผ่านสายตาเราไปโดยไม่ได้รับความสนใจ แต่ก็มีบางทีที่เกิดคำถามว่า… เอ๊ะ! มันเกิดขึ้นได้ยังไงนะ? เอ…แล้วทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยล่ะ? หันซ้ายหันขวาถามคนนู้น สะกิดคนนี้อาจไม่ได้รับคำเฉลย แต่ทว่า…”ฟิสิกส์ (Physics)” มีคำตอบ! Mister Tompkin มิใช่ชาวต่างชาติ แต่คือนามปากกาของชายหนุ่มสัญชาติไทยผู้หลงใหลในวิทยาศาสตร์ มุ่งศึกษาค้นคว้าและถ่ายทอดวิชาฟิสิกส์สู่สายตาผู้อ่าน ซึ่งความโดดเด่นของงานเขียนแนว Popular Science สไตล์มิสเตอร์ทอมกิ้น ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ล้ำลึก คุณก็สามารถเข้าใจและเพลิดเพลินได้ ด้วยสำนวนภาษที่เป็นกันเอง อธิบายทฤษฎีให้เข้าใจได้ด้วยมุมมองที่เปิดกว้างต่อคำถามระดับมนุษยชาติ โดยแต่ละเรื่องที่นำเสนอให้สาระแง่คิดแก่คุณผู้อ่านนำไปต่อยอดในองค์ความรู้อื่นๆ ได้อีกหลากหลาย เพราะในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำทุกขณะ ส่งผลให้ความรู้และวิทยาการได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าทุกวินาที สิ่งที่เราไม่รู้ในวันวานกำลังถูกค้นคว้าหาคำตอบในวันนี้ ทำให้ความรู้ความเข้าใจที่เคยยึดถือตามหลักการเดิมนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นความรู้ใหม่ที่ผ่านการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆ

image_mahassajan

มหัศจรรย์ชั้นบรรยากาศ : ชุดมหัศจรรย์โลกธรรมชาติ (WONDER OF THE AIR)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : TAMRA ANDREWS / ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล
ปีที่พิมพ์ 2554

มหัศจรรย์ชั้นบรรยากาศ คือการศึกษาวิทยาศาสตร์ผ่านตำนานปรัมปรา เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจถึงความปรารถนาจะไขความลี้ลับในธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งเริ่มต้นจากการใช้สายตากับสติปัญญาเป็นองค์ประกอบสำคัญเพื่อแสวงหาความรู้ จนนำไปสู่การสร้างคำอธิบายโลกธรรมชาติรอบตัวเราในปัจจุบัน ตำนานหลายแห่งทั่วโลกสะท้อนถึงความกลัวของคนโบราณว่ารุ้งกินน้ำคืองูยักษ์ที่อาจกลืนกินน้ำจนหมดโลก และจะทำให้เกิดภัยแล้งได้ ตำนานจากแดนหนาวบอกว่าหิมะคือยักษ์อำมหิตที่ต้องการแช่แข็งทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก โดยแท้จริงแล้ว นิทานหรือตำนานปรัมปราก็คือความพยายามไขปริศนาลี้ลับในธรรมชาติของคนโบราณนั่นเอง

image_phiphopมหัศจรรย์พื้นพิภพ : ชุดมหัศจรรย์โลกธรรมชาติ (WONDER OF THE LAND)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : KENDALL HAVEN / ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล
ปีที่พิมพ์ 2554

มหัศจรรย์พื้นพิภพ เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างตำนานปรัมปราอันน่าสนุกตื่นเต้นจากทั่วทุกมุมโลก ไปสู่ดินแดนของเหตุผลและข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นการผสมผสานระหว่างพลังจินตนาการเข้ากับความรู้สมัยใหม่ จนสามารถสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อพร้อมเปิดประตูสู่การศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น เชื่อหรือไม่ว่า พื้นพิภพที่เราอาศัยอยู่มาตลอดชีวิตนี้ มีความมหัศจรรย์มากมายเหลือคณานับเพราะครั้งหนึ่งเคยมีไดโนเสาร์เยื้องย่างผ่านไปมา เคยถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งนับไม่ถ้วนครั้งและยังคงมีภูเขาไฟที่หลับใหลเฝ้ารอเวลาปะทุใหม่อีกมากมาย โดยเรื่องราวเหล่านี้ถูกอธิบายไว้อย่างแจ่มชัดละเอียดลอออยู่ภายในหนังสือเล่มนี้แล้ว

เหตุผลของธรimage_thamachatรมชาติ

ผู้แต่ง    : นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา
ปีที่พิมพ์ 2554

เป็นหนังสือภาคต่อของหนังสือ “เรื่องเล่าจากร่างกาย” ที่สร้างปรากฏการณ์ Pop Science ในวงการหนังสือไทย ซึ่งเนื้อหาในเล่มได้แบ่งออกเป็นสามตอนใหญ่ๆ ด้วยกัน โดยสองตอนแรกจะเป็นตัวอย่างของฟิสิกส์และเคมีที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต สำหรับตอนที่สามจะเป็นเรื่องของการวิวัฒนาการมาร่วมกันระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างๆ และผลบางอย่างที่เกิดขึ้นตามมา

เรื่องเล่าจากร่างกาย image_body

ผู้แต่ง: นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา
ปีที่พิมพ์ 2554

เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวของ ร่างกาย พฤติกรรมมนุษย์และธรรมชาติ ผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ ตอบโจทย์ปัญหาว่า “ทำไมร่างกายเขาเราจึงมีร่างกายและความคิดอย่างปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเรื่อง “การมีชู้” , เครียดเพราะอ้วน , ทำไมจึงหล่อ จึงสวย , สมองคุยกับร่างกายอย่างไร , ทำไมต้องเดินสองขา เป็นต้น และเมื่อเราเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ ดีแล้ว เราจะไปดูกันว่าเรื่องเล่าจากร่างกายเหล่านี้ จะช่วยนำทางเราเดินสู่ปัจจุบันและก้าวต่อไปในอนาคตได้อย่างไร

image_body2มหัศจรรย์แห่งร่างกาย เล่ม 2 (THE ODD BODY 2)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : STEPHEN JUAN / โรจนา นาเจริญ
ปีที่พิมพ์ 2554

หนังสือเล่มนี้แปลจากเรื่อง The Odd Body 2 ของ ด็อกเตอร์สตีเฟ่น ฮวน ผู้ซึ่งได้รวบรวมคำถามที่เขาเรียกว่า Odd Body Questions (OBQs) จากคนขี้สงสัยทั่วโลกในทุกประเด็นเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ แล้วหาคำตอบมาให้ความกระจ่างแก่ผู้ถามและผู้อ่านในรูปแบบที่ไม่เครียดเกินไป หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมสารพัดคำถามที่แปลกยิ่งกว่าเดิม จากคนช่างสงสัยทั่วโลกที่ส่งกันเข้ามาถาม อย่างเช่น ทำไมลูกตาถึงไม่เย็นจนแข็งตัวในอากาศหนาวจัด? หรือทำไมเราต้องมีรูจมูก 2 รู? นั่นคือตัวอย่างของคำถามในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเชื่อว่าท่านผู้อ่านจะได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินเกินราคา แค่ความจริงที่น่าทึ่งก็คุ้มแล้ว!!!

วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์แห่งการค้นพimage_discoveries

ผู้แต่ง/ผู้แปล : ALAN LIGHTMAN/บุญญานาถ นาถวงษ์ และคณะ
ปีที่พิมพ์ 2554

รวมบทความงานวิจัยวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในศตวรรษที่ 20 จำนวน 25 ชิ้น ผู้รวบรวมคืออลัน ไลท์แมน เจ้าของผลงาน ความฝันของไอน์สไตน์ (Einstein’s Dream) แบ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ออกเป็น 22 บท เรียงตามลำดับเวลาที่บทความเหล่านั้นตีพิมพ์ อลัน ไลท์แมนเริ่มต้นแต่ละบทด้วยส่วนแนะนำที่เล่าชีวประวัติของนักวิทยาศาสตร์แต่ละคนและเรื่องราวการค้นคว้าที่นำไปสู่บทสรุปซึ่งก็คือตัวบทความต้นฉบับในส่วนถัดไป นอกจากนี้ อลัน ไลท์แมนยังอธิบายเนื้อหาส่วนบทความและที่มาที่ไปให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น เพราะหนังสือเล่มนี้มีลักษณะค่อนไปทางงานวิชาการเนื้อหาเข้มข้น บทความต่างๆ ที่รวบรวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของวงการวิทยาศาสตร์ เป็นองค์ความรู้บริสุทธิ์ที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อๆ มานำไปศึกษาต่อยอดจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์แห่งการค้นพบนอกจากจะให้องค์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้แล้ว ยังให้ภาพรวมเกี่ยวกับวงการวิทยาศาสตร์ของยุโรปในศตวรรษที่ 20 และพัฒนาการในการศึกษาค้นคว้าด้านฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ซึ่งล้วนเอื้อให้เกิดความก้าวหน้าแก่กันและกัน