หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียน ตำรับยาสมุนไพรแผนปัจจุบัน

7.1 หลักการทั่วไป

7.1.1 การกำหนดหลักเกณฑ์ ฯ อาศัยแนวทางจากระเบียบหลักเกณฑ์ข้อกำหนดในการขึ้นทะเบียนตำรับยาจำพวก herbal medicines ของประเทศสวีเดน อังกฤษ ฝรั่งเศส และแนวทางที่องค์การอนามัยโลกจัดทำขึ้น

7.1.2 ผลจากการศึกษาระเบียบ หลักเกณฑ์ ข้อกำหนดที่ใช้เป็นแนวทางดังกล่าวข้างต้นสรุปได้ ดังนี้

(1) ในการประเมินประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของยาจำพวก herbal medicines จะต้องให้ความสำคัญต่อประสบการณ์การใช้ที่มีมาเป็นเวลานาน และนำข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณาด้วย โดยที่ข้อมูลดังกล่าวต้องมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร (well – document) ระบุถึงระยะเวลาที่ใช้ยา ข้อบ่งใช้ และประเทศที่มีการนำยานั้นไปใช้

(2) ถึงแม้จะมีประสบการณ์การใช้ยามายาวนาน และไม่มีข้อบ่งชี้ให้เห็นว่าจะทำให้เกิดอันตราย ก็ไม่สามารถจะสรุปได้ว่ายานั้นจะมีความปลอดภัยเสมอไป เนื่องจากอันตราย หรือความเป็นพิษอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีผู้ใดทราบ หรือไม่มีการรายงานไว้

(3) ยาที่จะประเมินประสิทธิภาพ และความปลอดภัยจากข้อมูลประสบการณ์การใช้ยาจะต้องมีสูตรตำรับ (products formulation) วิธีใช้ (mode of administration) สรรพคุณ ขนาดยา และระยะเวลาการใช้ยา (short or long term) ฯลฯ ที่ไม่แตกต่างจากตำรับยาที่เคยใช้กันมาในอดีต หากยาที่ขอขึ้นทะเบียนตำรับยามีความแตกต่างในประเด็นเหล่านี้ ก็จะต้องมีข้อพิสูจน์ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยด้วยการศึกษาทางเภสัชวิทยา/พิษวิทยา และการศึกษาทางคลินิก

7.2 คำจำกัดความ

7.2.1 ยาจากสมุนไพรแผนปัจจุบัน หมายถึง ผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูปที่ประกอบด้วยตัวยาสำคัญที่ได้จากพืช (active plant materials) ซึ่งอาจมี หรือ ไม่มีตัวยาช่วย (pharmaceutical necessities) อยู่ในสูตรตำรับ

ทั้งนี้ไม่รวมถึง

(1) ผลิตภัณฑ์ยาที่มีข้อบ่งใช้/สรรพคุณ ขนาด และวิธีใช้ตามความรู้ ความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมา ซึ่งมีเอกสารอ้างอิงตามที่กำหนดไว้ ในหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ

(2) ผลิตภัณฑ์ยาที่ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ซึ่งอยู่ในรูปสารบริสุทธิ์ (purified substance)

7.2.2 ตัวยาสำคัญที่ได้จากพืช (active plant materials) หมายถึง ส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติของพืช หรือสารสกัดจากพืช ได้แก่

(1) ส่วนของพืช เช่นราก เปลือก ดอก ใบ ผล เมล็ด เป็นต้น หรือ

(2) exudates ตามธรรมชาติจากพืช เช่น oleoresins, gums, latex เป็นต้น หรือ

(3) สิ่งที่เตรียมได้จาก (1) หรือ (2) ด้วยกรรมวิธี การบด การคั้น การสกัด ฯลฯ เช่น extracts, fatty oils, pressed juice เป็นต้น

สารออกฤทธิ์ที่ผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีทางเทคโนโลยีชีวภาพ (biotechnology) ไม่ถือว่าเป็นตัวยาสำคัญ ตามคำจำกัดความนี้

7.2.3 สารเทียบ (markers) หมายถึง สารที่เป็นองค์ประกอบตามธรรมชาติอยู่ในตัวยาสำคัญ และทราบโครงสร้างทางเคมี หรือ chromatographic pattern ซึ่งสามารถนำมาตรวจเอกลักษณ์ และคำนวณหาปริมาณ เพื่อช่วยในการควบคุมคุณภาพของตัวยาสำคัญ และผลิตภัณฑ์ยาจากสมุนไพรแผนปัจจุบันที่ผลิตจากตัวยาสำคัญนั้น

7.3 การควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน

7.3.1 การแสดงสูตรตำรับยา

(1) แสดงชื่อและปริมาณของตัวยาสำคัญ และตัวยาช่วยทั้งหมดที่อยู่ในสูตรตำรับ

(2) การแสดงชื่อตัวยาสำคัญ

  • ให้ระบุชื่อวิทยาศาตร์ (scientific name) ของพืชพร้อมทั้ง family
  • ให้แสดงลักษณะส่วนของพืช รูปแบบของวัตถุดิบ
  • ในกรณีที่ใช้ตัวทำละลายในการเตรียมตัวยาสำคัญจากพืชแห้ง ให้แสดงชื่อตัวทำละลาย และอัตราส่วนระหว่างส่วนของพืชกับตัวยาสำคัญที่ใช้เป็นวัตถุดิบในตำรับ เช่น Sennae folium dry: 60% ethanolic extract (8:1) เป็นต้น

(หมายเหตุ: การแสดงสูตรในฉลากไม่จำเป็นต้องระบุตัวทำละลายที่ใช้ในการสกัดไว้)

(3) การแจ้งปริมาณตัวยาสำคัญ ให้แจ้งเป็นปริมาณต่อหน่วย (unit dose) ของผลิตภัณฑ์ตามความเหมาะสม โดยใช้มาตราเมตริกแสดงน้ำหนักหรือปริมาตร หรือแจ้งเป็นร้อยละในผลิตภัณฑ์ หรือแจ้งเป็นช่วง (range) เทียบเท่ากับปริมาณสารออกฤทธิ์ (constituent of known therapeutic activity) หรือ สารเทียบ (marker) เช่น Sennae folium dry 830 – 1,000 mg, corresponding to 25 mg of hydroxyanthracene glycosides, calculated as sennoside B. เป็นต้น

7.3.2 ข้อมูลเกี่ยวกับพืช และกระบวนการเตรียมตัวยาสำคัญ

ข้อมูลที่ต้องพิจารณามีดังนี้

(1) ชื่อวิทยาศาสตร์ (scientific name)

(2) ชื่อสามัญเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทย (ถ้ามี)

(3) ลักษณะและส่วนของพืชที่นำมาใช้

(4) สารที่เป็นองค์ประกอบหลัก (main constituents) หรือ สารที่มีลักษณะเฉพาะตัว (characterizing compounds) หรือสารที่มีฤทธิ์ทางชีววิทยา หรือออกฤทธิ์ในการรักษา (active constituents) ด้วย

(5) สภาพการเก็บรักษา และวิธีที่ใช้ป้องกันลดการปนเปื้อน หรือการถูกทำลายโดยจุลชีพ แมลง หรือศัตรูพืชอื่น ๆ

(6) รูปถ่าย หรือภาพวาดของพืชและส่วนของพืชที่นำมาใช้

(7) รายละเอียดวิธีการเตรียมตัวยาสำคัญจากพืช [กระบวนการเตรียมตัวยาสำคัญ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตยา (Good Manufacturing Practice – GMP)]

7.3.3 ข้อกำหนดมาตรฐานของวัตถุดิบ (specification of raw materials)

(1) ต้องมีข้อกำหนดมาตรฐานของวัตถุดิบทุกชนิดทั้งที่เป็นตัวยาสำคัญ และตัวยาช่วย ถ้าเป็นวัตถุดิบตาม monographs ของตำรายาที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศ หรือตำรายาอื่น ๆ ที่คณะอนุกรรมการเห็นชอบก็ให้อ้างอิง monographs นั้น

(2) ถ้าเป็นวัตถุดิบที่ไม่เป็นไปตาม monographs ของตำรายา ให้ใช้ข้อกำหนดมาตรฐานที่จัดทำโดยผู้ผลิต ข้อกำหนดมาตรฐานของวัตถุดิบที่เป็นตัวยาสำคัญ ต้องประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ลักษณะ (description) : macroscopic, microscopic และ sensory characteristics (organoleptic)
  • วิธีตรวจเอกลักษณ์ (identity test) : เคมี กายภาพ โครมาโทกราฟี
  • วิธีวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (main constituents) สารออกฤทธิ์ (constituents of known therapeutic activity) หรือ สารเทียบ (markers) พร้อม limits
  • limits ของ ash values, moisture content, microbial contamination และ สารปนเปื้อนอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการยากำหนด

7.3.4 วิธีการผลิตยาสำเร็จรูปโดยละเอียด (detail manufacturing procedure)

กระบวนการผลิตยาสำเร็จรูปต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตยา (Good Manufacturing Practice – GMP) ตามที่คณะกรรมการยากำหนด

7.3.5 ข้อกำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูป (specification of finished products)

(1) ลักษณะ (appearance) ของผลิตภัณฑ์ และ final product

(2) วิธีการตรวจเอกลักษณ์ (identity test) – ตัวยาสำคัญ, vehicle

(3) วิธีวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (main constituents) สารออกฤทธิ์ (constituents of known therapeutic activity) หรือ สารเทียบ (markers) พร้อม limits

(4) ข้อกำหนดมาตรฐานที่ขึ้นอยู่กับรูปแบบ (dosage form) ของผลิตภัณฑ์ : ให้ใช้ข้อกำหนดมาตรฐานตามที่กำหนดในตำรายาที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศ หรือตามที่คณะกรรมการยาที่กำหนด โดยระบุวิธีทดสอบพร้อมทั้ง limits

เช่น ยาผง : – Fineness
    – Weight/unit
    – Weight variation
  ยาเม็ด, แคปซูล – Weight/unit
    – Weight variation
    – Disintegration
  ครีม, ขี้ผึ้ง – Physical homogeneity
    – pH
    – Minimum fill เป็นต้น

(5) limit ของ microbial contamination

(6) รายละเอียดวิธีการศึกษาความคงสภาพทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ หรือวิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการยากำหนด และระบุวันหมดอายุของยาโดยผู้ผลิต

7.4 การประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัย

7.4.1 ในกรณีของยาที่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในประเทศไทยมาก่อน ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ยา จากสมุนไพรแผนปัจจุบันที่นำมาขอขึ้นทะเบียนตำรับยา จะประเมินจากผลการศึกษาด้านเภสัชวิทยา พิษวิทยา และการศึกษาทางคลินิก หรือ หลักฐานอื่น ๆ ที่แสดงว่ามีการใช้ได้ผลทางคลินิกตามที่คณะกรรมการยาเห็นชอบ

7.4.2 ผลิตภัณฑ์ยาจากสมุนไพรแผนปัจจุบันต่อไปนี้ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องส่งข้อมูลการศึกษาด้านพิษวิทยา

(1) ยาที่ประกอบด้วยตัวยาสำคัญที่มีหลักฐานแสดงว่าผลิต หรือเตรียมขึ้นด้วยกรรมวิธีที่ไม่แตกต่างจากกรรมวิธีที่เคยใช้กันมาแต่โบราณ

(2) ยาที่ประกอบด้วยตัวยาสำคัญที่มีหลักฐานแสดงว่ามีการนำมาใช้เป็นอาหาร และมีวิธีนำยาเข้าสู่ร่างกาย (mode of administration) โดยการรับประทาน

7.4.3 ในกรณีตำรับยาที่ใช้สารสกัดจากพืชชนิดเดียวกับ ตำรับยาต้นแบบที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว จะต้องมีหลักฐานแสดงว่าสารสกัดจากพืชนั้นมีคุณภาพมาตรฐานไม่ต่ำกว่ายาต้นแบบ

7.5 ข้อมูลอื่นๆ

เช่น

– ฉลาก/เอกสารกำกับยา
  – สถานะการขึ้นทะเบียนตำรับยาในประเทศอื่น- ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิบัตร

– ใบรับรอง (Certificate) ต่าง ๆ เช่น Certificate of GMP, Certificate of Pharmaceutical Product, Certificate of Free Sale ฯลฯ

7.6 ขอบเขตของการนำหลักเกณฑ์ไปปฏิบัติ

หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสมุนไพรแผนปัจจุบันนี้ ใช้กับตำรับยาที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยา ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประกาศใช้หลักเกณฑ์ตำรับยาที่มีตัวยาสำคัญและปริมาณในสูตรตำรับ เช่นเดียวกับที่เคยรับขึ้นทะเบียนไว้ก่อนแล้ว หากมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ ขนาด และวิธีใช้ไม่แตกต่างไปจากเดิม ให้ใช้หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยาสามัญในการพิจารณา

หมายเหตุ ตำรับยาที่ประกอบตัวยาสำคัญที่ได้จากสัตว์ หรือแร่ธาตุให้ประยุกต์ใช้หลักเกณฑ์ที่กล่าวข้างต้นตามความเหมาะสม

สมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานประกาศโดยกระทรวงสาธารณสุขมีประมาณ 60 ชนิด สมุนไพรที่นำเสนอในหนังสือเล่มนี้มี 20 ชนิด โดยคัดเลือกจากการที่ประชาชนนิยมใช้ มีศักยภาพในการผลิต มีสรรพคุณชัดเจน โดยนำเสนอชื่อที่ใช้เรียกขานกันในภาคต่างๆ ชื่ออังกฤษ ชื่อวิทยาศาสตร์ วงศ์ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ส่วนที่ใช้และสรรพคุณ สารสำคัญ และข้อควรระวังในการใช้พอสมควร เพราะยาจากสมุนไพรมีคุณอนันต์ก็มีโทษมหันต์ เช่นกัน

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *