บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ (ปีงบประมาณ 62) ปรับปรุงล่าสุด มี.ค. 62

สำหรับหน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ ที่ต้องมีการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ เพื่อใช้ในการสนับสนุนให้การดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนงบประมาณประจำปี และจำเป็นต้องรับทราบถึงเกณฑ์ราคามาตรฐานครุภัณฑ์ เพื่อช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ มีกรอบในการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ อันนำมาซึ่งความคุ้มค่าในการลงทุน และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทางราคา จึงมีการกำหนดเกณฑ์ราคามาตรฐานของครุภัณฑ์ขึ้น ซึ่งเกณฑ์ราคามาตรฐานล่าสุดต่าง ๆ มีดังนี้

บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ (ปีงบประมาณ 61) ปรับปรุงล่าสุด พ.ค. 61

สำหรับหน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ ที่ต้องมีการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ เพื่อใช้ในการสนับสนุนให้การดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนงบประมาณประจำปี และจำเป็นต้องรับทราบถึงเกณฑ์ราคามาตรฐานครุภัณฑ์ เพื่อช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ มีกรอบในการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ อันนำมาซึ่งความคุ้มค่าในการลงทุน และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทางราคา จึงมีการกำหนดเกณฑ์ราคามาตรฐานของครุภัณฑ์ขึ้น ซึ่งเกณฑ์ราคามาตรฐานล่าสุดต่าง ๆ มีดังนี้ (สำหรับฉบับปีงบประมาณล่าสุดไปที่ บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ ปีงบประมาณ 62 ปรับปรุงล่าสุด ธ.ค. 61)

ประชาสัมพันธ์ : The 3rd National Conference on Information Technology: NCIT2010

การประชุมวิชาการระดับประเทศด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ National Conference on Information Technology : NCIT มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี โดยความร่วมมือของสถาบันการศึกษาที่มีการเปิดสอนหลักสูตรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 9 สถาบัน ซึ่งในครั้งนี้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับเป็นเจ้าภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการวิจัยตลอดจนความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กว้างขวางแพร่หลายยิ่งขึ้น

โดยในปีนี้ การประชุมวิชาการระดับประเทศด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 3 (The 3rd National Conference on Information Technology: NCIT2010) จะจัดขึ้นในวันที่ 28-29 ตุลาคม 2553 ที่โรงแรม เดอะแกรนด์ อยุธยา บางกอก กรุงเทพมหานคร

ผู้ที่สนใจส่งบทความวิจัย ซึ่งบทความที่คัดเลือกส่วนหนึ่ง จะได้รับการเสนอให้ปรับปรุงเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาการสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Science and Information Technology Journal) หรือสนใจในรายละเอียดของการประชุมเพิ่มเติม สามารถไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ncit.in.th/

Thailand ICT Managment Forum

ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน Thailand ICT Excellence Awards 2008 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2552 โดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ร่วมมือกับ SIPA, NECTEC, Software Park Thailand และ CITU ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสรรหาองค์กรและผู้บริหารที่สามารถนำระบบไอทีไปใช้พัฒนาองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งไฮไลต์ของงานนอกจากเป็นการประกาศผลและมอบรางวัลแล้ว ยังมีการเสวนาและอภิปรายที่น่าสนใจดังพอสรุปเป็นประเด็นได้ดังนี้

การบริหารจัดการในภาวะวิกฤตในปัจจุบัน

  • วิกฤต มีทั้ง อันตราย และ โอกาส
  • ดังนั้นในภาวะวิกฤตจึงควรคิดนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ
  • ควรหานวัตกรรมที่ไม่ใช้เงิน
  • ในโลกปัจจุบัน นวัตกรรมด้านสินค้าและการบริการที่ตอบสนองความต้องการตลาดที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เป็นสิ่งจำเป็น
  • บุคลากร ถือเป็น โอกาส ที่สำคัญขององค์กร
  • เราต้องกล้าที่จะเปลี่ยน โดยเฉพาะการเปลี่ยนตัวเอง
  • ทัศนคติ หรือ Mindset ของคนในองค์กรต้องเปลี่ยนไปสู่ทิศทางเดียวกัน
  • การสื่อสารต้องมีประสิทธิภาพ
  • การทำงานที่มีความตึงเครียดจะทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ

ไอทีกับวิกฤต

  • ไอทีเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการ
  • ไอทีเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการรวบรวมข้อมูลไปสู่ผู้ที่ต้องใช้
  • ในภาวะวิกฤตควรนำเครื่องมือที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การบริหารจัดการด้านไอที

  • จำเป็นต้องสำรวจความต้องการของผู้ใช้ ว่างานที่ทำอยู่มีความยากง่ายแค่ไหน มีการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนหรือไม่ ที่นำมาสนับสนุนมีการใช้เต็มประสิทธิภาพหรือยัง สามารถนำเทคโนโลยีอื่น ๆ มาสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนได้อีกหรือไม่ อย่างไร

บทบาทซีอีโอ

  • เป็นผู้ผลักดัน กระตุ้น จุดประเด็น นวัตกรรมในองค์กร
  • เป็นผู้เชี่ยวชาญของการบริหารจัดการความเสี่ยง
  • เป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้
  • เป็นผู้ที่เห็นและเข้าใจเทคโนโลยีชัดเจน
  • เป็นผู้ที่คิดใหม่ และกล้าที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนการ หรือ Business Process
  • เป็นผู้ที่เห็นโอกาสในการเปลี่ยนสารสนเทศเป็นนวัตกรรม
  • เป็นผู้ที่เข้าใจในประเด็นธุรกิจขององค์กร รู้ว่าองค์กรจะอยู่รอดด้วยอะไร เชื่อมโยงสิ่งที่ทำให้องค์กรอยู่รอดกับเครื่องมือที่เหมาะสม
  • เป็นผู้มีความสามารถในการบริหาร Multisourcing
  • เป็นผู้ที่ต้องรักษา บุคลากรที่เชี่ยวชาญ กับ องค์ความรู้ ขององค์กร
  • เป็นผู้ที่ต้องกระตุ้นให้บุคลากรมีใจที่จะทำตาม Vision ขององค์กร

ไอทีกับการเพิ่มความเร็ว

  • ไอทีเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้กับกระบวนการและการปฏิบัติงาน
  • ไอทีเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว
  • แต่ความสำเร็จอยู่ที่ผู้ใช้เครื่องมือ
  • คนไอทีต้องมีความสามารถในการรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม เช่น ภายในองค์กร ภายนอกองค์กร และเทคโนโลยี เป็นต้น และสามารถนำเทคโนโลยีมาตอบสนองอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
  • คนไอทีต้องรู้ Business Process ขององค์กร เพื่อสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ไอทีกับงานด้านการตลาด

  • การตลาดจะสำเร็จได้ต้องมีกลยุทธ์ มี Brand และมีบริการ
  • ไอทีเป็นเครื่องมือที่มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรม และสังคม
  • ดังนั้นไอทีเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการสื่อสารถึง Branding และ Brand Value
  • ไอทีเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการสื่อสารและเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า
  • การสร้างเว็บไซต์จึงควรใช้ Template ที่สื่อถึง Brand ขององค์กร
  • ไอทีนำมาใช้ในการสนับสนุนงานด้านการตลาด ในส่วนของ CRM

CRM (Customer Reationship Management) หรือ การบริหารลูกค้าสัมพันธ์

  • ไอทีเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า จัดลำดับความสำคัญ แยกว่าใครเป็นลูกค้าที่มี ROI (Return of Investment) ที่สำคัญ เพื่อใช้ตัดสินว่าจะทำ CRM หรือ การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ อะไร แบบไหน และอย่างไร
  • แต่ CRM จะสำเร็จได้ ไม่ใช่เพราะไอที
  • การจะทำให้ CRM สำเร็จได้ขึ้นกับ 3 P คือ People, Process, Product
  • ปัจจัยที่ทำให้ CRM สำเร็จ คือ คน นั่นคือต้องมีบุคลากรที่มีจิตใจในการให้บริการที่ดี มีความหลงใหล ทุ่มเท และให้ใจกับองค์กร

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถึงแม้ว่า ณ ตอนนี้เป็นยุคของโลกข้อมูลข่าวสาร ยุคของเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ท้ายที่สุดแล้วความสำเร็จในการบริหารจัดการองค์กรนั้น ยังคงอยู่ที่คนขององค์กร หากคนในองค์กรมีใจ มีความทุ่มเท มีความเสียสละ พร้อมที่จะเปลี่ยน พร้อมที่จะพัฒนา พร้อมที่จะเรียนรู้ เพื่อไปสู่เป้าหมายขององค์กร องค์กรนั้นก็จะสามารถอยู่รอดได้แม้ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ และในทางกลับกัน องค์กร และผู้บริหารขององค์กร ก็ต้องตระหนักถึงสินทรัพย์ที่มีค่าขององค์กร นั่นคือ คน ต้องรู้วิธีที่จะรักษาสินทรัพย์นี้ โดยเฉพาะที่มีคุณภาพให้คงอยู่กับองค์กร

ยูบิควิตัส – IT จะอยู่ทุกที่กับคุณ

ubiquitous(ยู-บิก-ควิ-ทัส) คลื่น IT ลูกที่3

เป็นภาษาลาติน มีความหมายว่า อยู่ในทุกแห่ง หรือ มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง  Mark Weiser (มาร์ค ไวเซอร์) แห่งศูนย์วิจัย Palo Alto ของบริษัท Xerox ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้คำนิยาม Ubiquitous Computing (ยูบิควิตัสคอมพิวติง) ไว้ว่า  กระบวนการบูรณาการ (integrating) คอมพิวเตอร์เข้ากับ Physical World อย่างไร้ของเขต (seamlessly) ซึ่งการพัฒนาสิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้เทคโนโลยีต่างๆ นั้นเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน
                  
Ubiquitous Computing จะรวมถึงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ประเภท microprocessors โทรศัพท์เคลื่อนที่ (mobile phones) กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์อื่นๆ  โดยเราสามารถเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศได้ทุกหนทุกแห่ง ที่สามารถใช้คอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับเครือข่ายได้

 

Gartner’s Top 10 Strategic Technologies for 2008

 

  • Green IT หรือ การนำ IT มาแก้ไขปัญหาโลกร้อย โดยช่วยประหยัดพลังงาน ลดมลภาวะที่เป็นพิษ สร้างสภาวะแวดล้อมโลกให้ดีขึ้น
  • Unified Communication (UC) หรือ การรวมทุกระบบของการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นสื่อ อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ทุกประเภทเข้าไว้ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสาร
  • Business Process Modeling หรือ รูปแบบการบริหารจัดการกระบวนการธุรกิจ ซึ่งมุ่งเน้นในเรื่องการนำสถาปัตยกรรมการบริการ (SOA) มาใช้
  • MetaData Management หรือ การบริหารจัดการคำอธิบายข้อมูล โดยมุ่งเน้นเรื่องการกำหนดคำนิยามและนโยบายในการจัดการ
  • Virtualization 2.0 หรือ โลกเสมือนซึ่งนำเอาจุดเด่นของ Web 2.0 และ Blade System มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการทรัพยากร (HW และ SW) และการบริการ
  • Mashups & composite apps หรือ การดึงและการประกอบจากหลาย ๆ ส่วนของโปรแกรมประยุกต์มารวมไว้ที่เดียว
  • Web Services & WOA (Web Oriented Architecture) – SaaS (Software as a Service) หรือ การนำเทคโนโลยี Web Services หรือ การสร้างการบริการที่สามารถเข้าถึงได้โดยผ่านทางเว็บไซต์ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานการบริการต่าง ๆ
  • Computing Fabric หรือ การมองภาพการประมวลผลในลักษณะของระบบเสมือนขนาดใหญ่ เป็นวิวัฒนาการของการออกแบบอุปกรณ์เครื่องแม่ข่ายให้สามารถบริหารจัดการและแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันได้ เช่น สามารถมีระบบปฏิบัติการ หรือ OS (Operating System) หลายตัววิ่งอยู่บนอุปกรณ์เดียวกัน เป็นต้น
  • Real World Web หรือ ที่ซึ่งมีการนำสารสนเทศจากเว็บไซต์ต่าง ๆ มากลั่นกรองและประมวลผลเพื่อให้สามารถตอบสนองได้ตรงกับความต้องการในการใช้งานตามความเป็นจริง ณ สถานที่ และเวลานั้น ๆ
  • Social Software หรือ ซอฟต์แวร์เพื่อสังคม คือการนำเทคโนโลยี Web 2.0 มาประยุกต์ใช้ในการติดต่อสื่อสาร บริหารจัดการ และแบ่งปันสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการขององค์กร
  •  

Gartner’s top 10 disruptive technologies 2008-2012:

  • Multicore and hybrid processors หรือ โปรเซสเซอร์ที่มีการประมวลผลแบบหลายแกน และมีการเชื่อมต่อแบบผสม
  • Virtualisation and fabric computing  หรือ ลักษณะการประมวลผลแบบระบบเสมือนที่ทำให้สามารถใช้ประสิทธิภาพในการคำนวณแบบไม่จำกัดอยู่แค่ขีดความสามารถของอุปกรณ์ เนื่องจากมีการแบ่งปันและบริหารจัดการทรัพยากรให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Social networks and social software หรือ เครือข่ายและซอฟต์แวร์ที่เปิดโอกาสให้สามารถพบปะ และแลกเปลี่ยนสารสนเทศระหว่างกัน
  • Cloud computing and cloud/Web platforms หรือ การประมวลผลสารสนเทศบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
  • Web mashups หรือ การดีงข้อมูลจาก Web หลาย ๆ ที่มาผสมผสานไว้ที่เรา
  • User Interface หรือ ส่วนติดต่อกับผู้ใช้แบบกราฟิก
  • Ubiquitous computing หรือ การประมวลผลแบบไร้ขอบเขต ไม่จำกัดชนิด รูปแบบ หรือประเภทอุปกรณ์ และไม่จำกัดตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์ และไม่จำกัดเวลา
  • Contextual computing หรือ การประมวลผลเพื่อให้เกิดความเข้าใจในความหมาย การสื่อความ และความต้องการของบริบทนั้น ๆ
  • Augmented reality หรือ เทคนิคการประมวลผลแบบเสมือนจริง
  • Semantics หรือ การสื่อความหมายของบริบทหรือคำหรือข้อความหรือภาษา