จริยธรรม จรรยาบรรณสำหรับนักวิจัย

นพวรรณ หาแก้ว , สุรพล ตนานนท์ชัย เรียบเรียง*

jareya1

ไม่ว่าจะทำงานอาชีพใดๆ สิ่งสำคัญที่จะสร้างความภาคภูมิให้เกิดแก่ผู้นั้น คือ การยึดมั่นในหลักปฏิบัติของแต่ละอาชีพ นักวิจัยก็เช่นกัน
ดร. ชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ วว. ได้บรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับจริยธรรม และจรรยาบรรณสำหรับนักวิจัยในการอบรมหลักสูตร “ TISTR Capacity Building : Leading to Professional Researchers การพัฒนาสมรรถนะนักวิจัย วว. สู่นักวิจัยมืออาชีพ” รุ่นที่ 2 โดยกล่าวว่า จริยธรรม จรรยาบรรณ มีความหมายในลักษณะเดียวกัน วิทยากรได้นำเสนอให้เห็นว่า นักวิจัยเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการศึกษา ค้นคว้า ทดลองอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ และเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้การค้นคว้าวิจัยต่อยอด
ทำไมนักวิจัยจำเป็นต้องเรียนรู้ ศึกษา และประพฤติปฏิบัติตามหลักจริยธรรม
คำตอบนั้นได้มีการกำหนดอย่างชัดเจน โดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่าจรรยาบรรณสำหรับนักวิจัยเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติในการประกอบอาชีพ เนื่องจากกระบวนการวิจัยได้เข้าไปเกี่ยวข้อกับสิ่งที่ต้องศึกษาทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อสิ่งที่ศึกษาค้นคว้า ทดลองได้ หากนักวิจัยไม่ประพฤติปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการที่ถูกต้องหรือไม่ระมัดระวัง
วิทยากรนำเสนอจริยธรรมในการปฏิบัติงานในส่วนราชการว่า มีการกําหนดขอบังคับวาดวยจรรยาบรรณขาราชการเพื่อใหสอดคลองกับลักษณะของงานตามหลักวิชาและจรรยาวิชาชีพ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มีข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณข้าราชการเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของงานหมวด 5 การรักษาจรรยาบรรณข้าราชการ มาตรา78 ขาราชการพลเรือนสามัญตองรักษาจรรยาบรรณขาราชการตามที่สวนราชการกําหนดไวโดยมุ่งประสงคใหเปนขาราชการที่ดี มีเกียรติและศักดิ์ศรีความเปนขาราชการ โดยเฉพาะในเรื่องดังตอไปนี้

jareya2
1. การยึดมั่นและยืนหยัดทําในสิ่งที่ถูกตอง
2. ความซื่อสัตยสุจริตและความรับผิดชอบ
3. การปฏิบัติหนาที่ดวยความโปรงใสและสามารถตรวจสอบได
4. การปฏิบัติหนาที่โดยไมเลือกปฏิบัติอยางไมเปนธรรม
5. การมุงผลสัมฤทธิ์ของงาน
จรรยาบรรณสำหรับนักวิจัย เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้การดำเนินงานวิจัยอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมและหลักวิชาการที่เหมาะสม ตลอดจนประกันมาตรฐานการศึกษาค้นคว้าให้เป็นไปอย่างสมศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของนักวิจัยที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ มี 9 ประการโดยย่อ ดังนี้
1. นักวิจัยต้องมีซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการ
2. นักวิจัยต้องตระหนักถึงพันธกรณีในการทำงานวิจัย ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัยและหน่วยงานที่ตนสังกัด
3. นักวิจัยต้องมีความรู้พื้นฐานในสาขาวิชาการที่ทำการวิจัยอย่างเพียงพอ
4. นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ศึกษาวิจัย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
5. นักวิจัยต้องเคารพศักดิ์และสิทธิของมนุษย์ที่ใช้เป็นตัวอย่างในการวิจัย
6. นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิดโดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการทำวิจัย
7. นักวิจัยพึงนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบ
8. นักวิจัยพึงเคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น
9. นักวิจัยพึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ
วิทยากรได้นำเสนอตัวอย่างการทำงานวิจัยของฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ที่ใช้สัตว์ทดลองในการศึกษา ค้นคว้า โดยขั้นตอนการทำวิจัยจะต้องยึดหลักของจรรยาบรรณดังระบุข้างต้นทั้งสิ้น
ช่วงท้ายผู้เข้าอบรมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการปฏิบัติงานของแต่ละคน โดยคำนึงถึงหลักจริยธรรม จรรยาบรรณในการทำหน้าที่ ซึ่งถือว่าเป็นการเรียนรู้และสรุปปิดท้ายการอบรมหลักสูตรนี้ได้อย่างประทับใจและสร้างกำลังใจที่ดีในการทำงานจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง
………………………….
*เรียบเรียงจากการบรรยาย โดย ดร. ชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ วว. ได้บรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับจริยธรรม และจรรยาบรรณสำหรับนักวิจัยในการอบรมหลักสูตร “ TISTR Capacity Building : Leading to Professional Researchers การพัฒนาสมรรถนะนักวิจัย วว. สู่นักวิจัยมืออาชีพ” รุ่นที่ 2 ณ วว.เทคโนธานี คลองห้า

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *