ประชาสัมพันธ์: REACH: สัมมนาฝ่าด่านกฏหมายสารเคมีของยุโรป

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ได้จัดงาน REACH: สัมมนาฝ่าด่านกฏหมายสารเคมีของยุโรป ขึ้นในวันพุธที่ 12 พ.ค. 53 เวลา 9.00-16:00 น. ที่โรงแรมลีการ์เด้นส์พลาซ่า ถนนประชาธิปัตย์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้การดำเนินงานโครงการเพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทยในการแข่งขันภายใต้กฎระเบียบของประเทศคู้ค้าต่อสาธารณะ

สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ทางเว็บไซต์ www.REACHtalk.net หรือกรอกแบบลงทะเบียน ส่งโทรสารไปที่ 0-2617-1708 ภายใน 6 พฤษภาคม 2553 สอบถามที่คุณภีร์มะ, คุณพิชญาภา โทร: 0-2279-1720 อีเมล์: pichayapa.reachinfo@gmail.com

คู่มือการใช้ PDF Creator

โปรแกรม PDF Creator เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการสร้างไฟล์เอกสาร PDF (Portable Document Format) ซึ่งจัดเป็นพวกโอเพ่นซอร์สซอฟต์แวร์ (Open Source Software) นั่นคือไม่เสียค่าใช้จ่ายในการนำมาใช้ โดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ http://sourceforge.net/projects/pdfcreator/ จัดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างไฟล์ PDF

[คลิกที่นี่เพื่อเปิดดูวิธีการใช้งานคู่มือการใช้ PDF Creator]

ทำเว็บให้น่าสนใจด้วยกฏ 23 ข้อ

ในปัจจุบัน เว็บไซต์ (Website) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการประชาสัมพันธ์ และ การตลาด เนื่องจากระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ก่อให้เกิดสภาพของโลกไร้พรมแดน ซึ่งส่งผลให้เกิดช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งที่อยู่ใกล้ อยู่ต่างพื้นที่ จนถึง อยู่ห่างจากกันคนละซีกโลก แต่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จจากการใช้ เว็บไซต์ ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทุกราย ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และการออกแบบหน้าตาให้เว็บไซต์ดูดี น่าสนใจ และมีชีวิตอยู่เสมอ โดยผลจากการวิจัยภายใต้โครงการ “The Eyetrack III” ซึ่งศึกษากลยุทธ์ในการออกแบบเว็บไซต์ให้ดึงดูดความสนใจ ของหน่วยงาน 3 สถาบัน ซึ่งได้แก่ The Poynter Institute, The Estlow Center for Journalism & New Media และ Eyetools นั้น พบว่า การที่จะทำให้ เว็บไซต์ มีความเตะตาต้องใจแก่ผู้พบเห็นนั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงกฎ 23 ข้อต่อไปนี้

1. ตัวอักษร สามารถดึงดูดความสนใจได้เร็วกว่า รูปภาพ หรือ ภาพกราฟฟิค หรือ ภาพลายเส้น
2. จุดแรกที่สายตามอง คือ มุมซ้ายบนของหน้าเว็บไซต์
3. คนจะมองไปที่มุมซ้ายบนของเว็บไซต์ จากนั้นจึงจะเลื่อนสายตาลงมาด้านล่างขวาเรื่อยๆ
4. คนส่วนใหญ่ไม่สนใจมอง แบนเนอร์ (Banner) หรือ ป้ายโฆษณา ที่อยู่ในหน้าเว็บไซต์ (Webpage)
5. รูปแบบเว็บไซต์และตัวอักษรที่มีสีสันสะดุดตา มักไม่ได้รับความสนใจจากคนดู
6. การแสดงข้อมูลที่เป็นตัวเลข จะดึงดูดสายตาและความสนใจมากกว่าการเขียนเป็นตัวอักษร
7. ขนาดตัวอักษรมีผลต่อพฤติกรรมการใช้เว็บ โดยตัวอักษรขนาดเล็กจะทำให้คนสนใจอ่านอย่างละเอียด ขณะที่ตัวอักษรขนาดใหญ่ดึงดูดความสนใจจนทำให้คนมองและสังเกตเห็นเป็นอันดับแรก
8. คนส่วนใหญ่อ่านข้อความพาดหัวรอง ในกรณีที่พบว่าบทความหรือข้อมูลข่าวสารนั้น ๆ น่าสนใจจริง ๆ หลังจากได้อ่านข้อความพาดหัวหลัก ยกตัวอย่าง หน้าของหนังสือพิมพ์ ปกติเราจะมองพาดหัวข่าวที่อยู่ในหน้าแรก หากพบว่าข่าวไหนน่าสนใจ เราก็จะตามอ่านพาดหัวรอง และตามไปหน้าต่อไป
9. คนมักจะอ่านส่วนล่างของหน้าเว็บไซต์แบบผ่าน ๆ
10. ประโยค หรือ ย่อหน้าสั้น ๆ ดึงดูดความสนใจของคนอ่านมากกว่า
11. การออกแบบโครงหน้าการแสดงผลของเว็บไซต์ที่มีแถวแนวตั้งแถวเดียว ดึงดูดสายตามากกว่าหลายแถว
12. แบนเนอร์ หรือ ป้ายโฆษณา ที่อยู่บริเวณบนสุดและซ้ายสุด จะดึงดูดสายตามากที่สุด
13. การวางโฆษณาใกล้กับส่วนของเนื้อหาดีที่สุด เพราะจะได้รับความสนใจจากผู้อ่านค่อนข้างมาก
14. โฆษณาแบบตัวอักษรได้รับความสนใจมากกว่าโฆษณาแบบรูปภาพหรือภาพกราฟฟิค
15. ภาพยิ่งใหญ่ ยิ่งดึงดูดความสนใจได้มาก
16. ภาพที่ชัด ดูง่าย และถ่ายบุคคลจริง ๆ จะได้รับความสนใจจากคนดู มากกว่า ภาพประเภทดีไซน์จัด ๆ ภาพนามธรรม (abstract) หรือ ภาพนายแบบ-นางแบบ
17. หน้าเว็บไซต์ เปรียบได้กับหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้นการพาดหัวจะได้รับความสนใจมากที่สุด
18. คนส่วนใหญ่มักจะสนใจหัวข้อและเมนูต่าง ๆ ในเว็บไซต์
19. ถ้ามีบทความยาว ๆ ในเว็บไซต์ หรือ บล็อก (Blog) การแยกเนื้อหาออกเป็นข้อๆ จะได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากขึ้น
20. คนอ่านมักจะไม่อ่านบทความที่มีเนื้อหาติดกันยาว ๆ หลายบรรทัด ดังนั้น ถ้าบทความยาวมาก ควรแตกเป็นย่อหน้าย่อย ๆ
21. การดึงความสนใจของคนให้อ่านบทความให้มากและนานที่สุด คือการใช้รูปแบบตัวอักษรที่แตกต่างกันไป เช่น ตัวหนา ตัวใหญ่ ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ หรือ ตัวอักษรสีต่าง ๆ แต่ ไม่ควรใช้มากเกินไป เพราะทำให้ผู้อ่านหมดความสนใจเช่นกัน
22. เว้นพื้นที่ว่างบนหน้าเว็บบ้างก็ดี ไม่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลหรือภาพบนทุกพื้นที่ของหน้าเว็บไซต์
23. ปุ่ม navigation ควรวางไว้บนสุดของหน้าเว็บไซต์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ง่ายสำหรับการใช้ที่สุดเมื่อผู้อ่านต้องการใช้ตัวช่วยเหลือ

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ และ http://www.mcot.net

โปรแกรม PDF-XChange Viewer

ปัจจุบัน ผู้คนนิยมจัดทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์ซึ่งมีนามสกุลเป็น PDF เนื่องจากเอกสารที่เก็บในรูปแบบดังกล่าวสามารถป้องกันการแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาได้ โดยไฟล์เอกสารชนิดนี้ปัจจุบันสามารถสร้างได้หลายวิธี เช่น จัดทำเอกสารโดยใช้โปรแกรม Office ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Office ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธ์ หรือ Open Office ซึ่งเป็น Open Source Software ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดหา จากนั้นก็ทำการบันทึกให้มีนามสกุลเป็น PDF เท่านี้คุณก็สามารถสร้างไฟล์ PDF ได้แล้ว

สำหรับการจัดทำ ปรับปรุงแก้ไข ไฟล์ซึ่งมีนามสกุลเป็น PDF นั้น จำเป็นต้องใช้โปรแกรม Adobe Acrobat Pro ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ และมีราคาค่อนข้างแพง

เมื่อคุณต้องการอ่านไฟล์ PDF คุณก็สามารถใช้โปรแกรม Adobe Acrobat Reader ซึ่งสามารถหามาติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดหา หรือ คุณสามารถใช้โปรแกรม PDF-XChang Viewer เป็นอีกทางเลือกหนึ่งก็ได้ ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน

โปรแกรม PDF-XChang Viewer มีวิธีการใช้งานไม่ยุ่งยาก คุณสามารถกรอกข้อมูลลงไปในไฟล์ PDF ที่เป็นแบบฟอร์ม ใส่ข้อความแสดงความเห็นหรือข้อความสรุปย่อ (note) หรือ แนบตราประทับ (stamp) หรือใช้แม่แบบ (template) ที่มีให้ลงในไฟล์ PDF ได้เลย สามารถนำข้อความออกจากไฟล์ PDF รวมทั้งสามารถนำภาพในไฟล์ PDF ออกมาในรูปแบบของไฟล์รูปภาพที่มีนามสกุล เช่น jpg, bmp, tiff หรือ png เป็นต้น

[คลิกที่นี่เพื่อเปิดดูวิธีการใช้งานคู่มือการใช้ PDF-XChange Viewer]