การตรวจสอบมวลของสารเคลือบสำหรับผลิตภัณฑ์เหล็กชุบเคลือบสังกะสีโดยวิธีการจุ่มร้อน


รุจีภรณ์ นาคขุนทด
ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

          ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ได้มีการใช้เหล็กชุบเคลือบสังกะสีโดยวิธีการจุ่มร้อน (Hot Dip Galvanizing) มากขึ้น เนื่องจากมีความต้านทานต่อการกัดกร่อนในสภาพบรรยากาศได้ดี คุณสมบัติของสังกะสีที่เคลือบช่วยปกป้องไม่ให้เหล็กผุกร่อนเนื่องจากการที่ตัวสังกะสีถูกกัดกร่อนก่อน เป็นทางเลือกที่ดีกับงานโครงสร้างที่ต้องอยู่ในสภาพบรรยากาศภายนอก ได้แก่ หลังคา รั้วบ้าน ราวเหล็กขอบทาง สะพาน เสาไฟฟ้า สถานีส่งไฟฟ้า ลวดเหล็ก ลวดตาข่าย ตะปู นอตสกรู รางน้ำ ถังน้ำ งานท่อ เช่น ท่อระบายอากาศ ท่อน้ำ เป็นต้น บริษัทในประเทศไทยส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กชุบเคลือบสังกะสีจะขอการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่บางครั้งบริษัทได้นำผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศซึ่งมีราคาถูกกว่าในประเทศเข้ามาจำหน่าย ดังนั้น การตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งาน

Hot Dip Galvanizing_01

Hot Dip Galvanizing_02

          มาตรฐานการทดสอบผลิตภัณฑ์เหล็กชุบเคลือบสังกะสีโดยวิธีการจุ่มร้อน ได้มีการกำหนดคุณภาพและการตรวจคุณสมบัติต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งมีการระบุ รูปร่าง มิติ และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน องค์ประกอบทางเคมีของวัสดุ สมบัติทางกล ได้แก่ ความเค้นดึงสูงสุด, ความเค้นคราก และความยืด คุณสมบัติที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่กำหนดคือความหนาหรือมวลของสังกะสีที่เคลือบ มาตรฐานต่างประเทศที่ใช้ในทดสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เหล็กชุบเคลือบสังกะสี เช่น ISO 9364, ISO 1460 สำหรับประเทศไทย จะกำหนดมาตรฐานคุณภาพตามการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งานโดยมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เป็นมาตรฐานการรับรอง เช่น มอก. 50 เหล็กแผ่นรีดเย็นเคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อน แผ่นม้วน แผ่นตัด และแผ่นลูกฟูก, มอก. 71 ลวดเหล็กเคลือบสังกะสี,  มอก. 76 ลวดหนามเคลือบสังกะสี, มอก. 208 ลวดตาข่ายเคลือบสังกะสี, มอก. 238 ถังน้ำเหล็กอาบสังกะสี, มอก. 277 ท่อเหล็กกล้าอาบสังกะสี, มอก. 248 ราวเหล็กลูกฟูกกันรถสำหรับทางหลวง, มอก. 404 ลวดเหล็กกล้าเคลือบสังกะสีตีเกลียว, มอก. 449 เหล็กคร่าวเพดานแบบแขวน, มอก. 2131 แผ่นเหล็กเคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อนและเคลือบสี:แผ่นม้วนและแผ่นตัด, มอก. 2132 แผ่นเหล็กเคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อนและเคลือบสี:แผ่นลอน, มอก. 2228 เหล็กแผ่นเคลือบอะลูมิเนียม/สังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อน สำหรับงานทั่วไป งานขึ้นรูป และงานโครงสร้างทั่วไป เป็นต้น

          บทความนี้จะกล่าวถึงการตรวจสอบมวลของสารเคลือบทั้งเคลือบสังกะสีหรือเคลือบอะลูมิเนียม/สังกะสีเพื่อการยอมรับผลิตภัณฑ์ สำหรับเหล็กแผ่นรีดเย็นเคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อน แผ่นม้วน แผ่นตัด และแผ่นลูกฟูก ตาม มอก. 50 และ เหล็กแผ่นเคลือบอะลูมิเนียม/สังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อน สำหรับงานทั่วไป งานขึ้นรูป และงานโครงสร้างทั่วไป ตาม มอก. 2228 รวมถึง ราวเหล็กลูกฟูกกันรถสำหรับทางหลวง ตาม มอก. 248 ในแต่ละมาตรฐานได้กำหนดการสุ่มชิ้นงาน จำนวนชิ้นงาน  และขนาดของชิ้นงานเพื่อใช้ในการคำนวณพื้นที่ผิวที่เคลือบของชิ้นงาน การตรวจสอบเริ่มจากการทำความสะอาดชิ้นงาน ชั่งหาน้ำหนักก่อนล้างด้วยสารเคมี แล้วนำมาล้างด้วยสารเคมีเพื่อละลายเอาสารเคลือบออก ล้างด้วยน้ำ เช็ดให้แห้งแล้วนำมาชั่งน้ำหนักหลังล้างอีกครั้ง จากนั้นคำนวณหาน้ำหนักที่หายไปต่อพื้นที่เป็นค่ามวลของสังกะสีที่เคลือบกำหนดหน่วยเป็นกรัมต่อตารางเมตร ในกรณีผลิตภัณฑ์ตาม มอก. 50 ให้เทียบค่ามวลของสังกะสีที่เคลือบตามตารางที่ 1 เช่น ผลิตภัณฑ์ Z060 ต้องมีค่ามวลเฉลี่ยของสังกะสีที่เคลือบ 60-79 กรัมต่อตารางเมตร หรือ ผลิตภัณฑ์ Z450 จะต้องมีค่ามวลเฉลี่ยของสังกะสีที่เคลือบไม่น้อยกว่า 450 กรัมต่อตารางเมตร ในทำนองเดียวกันกับผลิตภัณฑ์ตาม มอก. 2228 เช่น ผลิตภัณฑ์ AZ090 ต้องมีค่ามวลของสารเคลือบสำหรับเหล็กแผ่นเคลือบอะลูมิเนียม/สังกะสีต่ำสุดรวมทั้ง 2 ด้าน 90-99 กรัมต่อตารางเมตรดังตารางที่ 2 หรือ การทดสอบราวเหล็กลูกฟูกกันรถสำหรับทางหลวง ตาม มอก. 248 กำหนดเกณฑ์การยอมรับของแผ่นเหล็กอาบสังกะสี ชนิดที่ 1 มีน้ำหนักของสังกะสีที่อาบไม่น้อยกว่า 550 กรัมต่อตารางเมตร, ชนิดที่ 2 มีน้ำหนักของสังกะสีที่อาบไม่น้อยกว่า 1100 กรัมต่อตารางเมตร และสลักเกลียวอาบสังกะสี, แป้นเกลียวอาบสังกะสี และแหวนรองอาบสังกะสี แต่ละชิ้นมีน้ำหนักของสังกะสีที่อาบไม่น้อยกว่า 305 กรัมต่อตารางเมตร และค่าเฉลี่ยจาก 3 ชิ้นต้องมีน้ำหนักของสังกะสีที่อาบไม่น้อยกว่า 381 กรัมต่อตารางเมตร เป็นต้น

ตารางที่ 1  มวลของสังกะสีที่เคลือบตาม มอก. 50

 Hot Dip Galvanizing_03

ตารางที่ 2  มวลของสารที่เคลือบตาม มอก. 2228

Hot Dip Galvanizing_04

          มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด มีการกำหนดเกณฑ์ยอมรับไว้เพื่อสร้างความมั่นใจต่อผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในแต่ละมาตรฐาน สำหรับมวลของสารเคลือบของผลิตภัณฑ์เหล็กชุบเคลือบสังกะสีก็เช่นกัน มาตรฐานมีการกำหนดเกณฑ์ยอมรับตามชนิดของผลิตภัณฑ์ ผลการตรวจสอบมวลของสารเคลือบจะช่วยชี้บ่งว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดและสามารถนำไปใช้ได้เหมาะสมกับสภาวะการใช้งานผลิตภัณฑ์นั้นๆ


เอกสารอ้างอิง

  1. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 50-2548 เหล็กแผ่นรีดเย็นเคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อน แผ่นม้วน แผ่นตัด และแผ่นลูกฟูก
  2. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 248-2531 ราวเหล็กลูกฟูกกันรถ สำหรับทางหลวง
  3. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 2228-2548 เหล็กแผ่นเคลือบอะลูมิเนียม/สังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อน สำหรับงานทั่วไป งานขึ้นรูป และงานโครงสร้าง

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย (ศบท.) มีภารกิจหลักในการยกระดับมาตรฐานการบรรจุภัณฑ์ของประเทศ เพื่อช่วยรักษาคุณภาพสินค้า ลดความสูญเสียและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ประกอบด้วย การวิเคราะห์และทดสอบวัสดุและบรรจุภัณฑ์ การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการส่งเสริมข้อมูลและความรู้ด้านบรรจุภัณฑ์ โดยให้บริการฝึกอบรม เพื่อให้ความรู้และแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการเฉพาะราย ตลอดจนรวบรวมและจัดทำเอกสารวิชาการ ข้อมูลข้อสนเทศเพื่อให้บริการแก่ผู้สนใจทั่วไป

g15

 

การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์

g16

 

 

ครอบคลุมงานวิจัยภายใต้นโยบายรัฐบาลและบริการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาให้กับภาคเอกชน โดยเฉพาะนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อยืดอายุและอำนวยความสะดวกในการใช้งานผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตผลเกษตร ได้แก่ บรรจุภัณฑ์แบบปรับบรรยากาศ บรรจุภัณฑ์แอคทีฟ บรรจุภัณฑ์ฉลาด ฟิล์มหรือบรรจุภัณฑ์บริโภคได้ และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น นอกจากนี้ยังให้บริการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทั้งด้านโครงสร้างและกราฟิก เพื่อช่วยลดความเสียหายและส่งเสริมการขายสินค้า

 

บริการวิเคราะห์และทดสอบบรรจุภัณฑ์

g17

 

ครอบคลุมการทดสอบวัสดุและบรรจุภัณฑ์ด้วยเครื่องมืออันทันสมัยและวิธีการที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะกระดาษและพลาสติก เช่น น้ำหนักมาตรฐาน ความต้านแรงดันทะลุ ความต้านแรงดึงขาดและการยืดตัว ความต้านแรงฉีกขาด การดูดซึมน้ำ อัตราการซึมผ่านไอน้ำ อัตราการซึมผ่านออกซิเจนของฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติก การวิเคราะห์ชนิดและความหนาฟิล์มพลาสติกหลายชั้น การทดสอบการใช้งานบรรจุภัณฑ์ขนส่ง ได้แก่ การทดสอบความต้านแรงกด ความต้านแรงตกกระแทก ความต้านแรงสั่นสะเทือน ความต้านแรงตกกระแทกด้วยความเร่ง (Shock test) และการทดสอบบรรจุภัณฑ์สินค้าอันตราย เป็นต้น นอกจากนี้ยังบริการให้คำแนะนำปรึกษาเพื่อแก้ปัญหาบรรจุภัณฑ์เฉพาะรายอีกด้วย

g18

 

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ (ศพว.) จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการและคำปรึกษาครบวงจรด้านการวิเคราะห์ ทดสอบและพัฒนาคุณสมบัติของวัสดุ รวมถึงการตรวจสอบสภาพการใช้งานวัสดุ ให้แก่บริษัทและองค์กรในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหาร และการขนส่ง เป็นต้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์ทดสอบสมบัติของวัสดุและชิ้นส่วนวิศวกรรม ให้มีคุณภาพได้มาตรฐานทัดเทียมต่างประเทศ สนับสนุนมาตรการส่งเสริมสินค้าส่งออกของประเทศให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากลที่ต่างประเทศยอมรับ และแก้ปัญหาทางด้านการเลือกใช้วัสดุให้แก่ภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ ซึ่งเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสากล นอกจากนั้น ศพว. ยังให้บริการนอกสถานที่ ณ สถานประกอบการของลูกค้า โดยห้องปฏิบัติการได้รับการรับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน มอก.17025 (ISO/IEC 17025) รวมทั้งการอบรม และสัมมนาถ่ายทอดความรู้แก่ผู้สนใจ เป็นต้น

 

การบริการสร้างและออกแบบอุปกรณ์สำหรับทดสอบ หรือวิธีทดสอบคุณสมบัติและการใช้งานสำหรับวัสดุและผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากลและตามความต้องการของลูกค้า

g7

การประยุกต์/ สร้าง/ ออกแบบอุปกรณ์ รวมถึงวิธีการทดสอบสำหรับการทดสอบวัสดุและผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล และการทดสอบที่ไม่มีมาตรฐานการทดสอบรองรับเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

 

การบริการตรวจประเมินหม้อน้ำ

g8

การตรวจสอบหม้อน้ำก่อนการใช้งานและระหว่างการใช้งานตามมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อใช้ในการรับรองและขออนุญาตใช้หม้อน้ำ

 

การบริการวิเคราะห์สาเหตุความเสียหาย

g9

การบูรณาการองค์ความรู้ของการทดสอบต่างๆ เพื่อให้เข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของความเสียหายที่เกิดกับวัสดุ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ ที่เสียหายก่อนอายุการใช้งานและใช้เป็นข้อมูลในการป้องกันความเสียหายลักษณะเดียวกันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงการให้คำแนะนำในการปรับปรุงและแนวทางในการพัฒนาวัสดุและชิ้นส่วนอุปกรณ์

 

การบริการทดสอบชิ้นส่วนระบบขนส่งทางราง

g10

การทดสอบความความล้า การสั่นสะเทือน และประเมินอายุการใช้งานของรางรถไฟ อุปกรณ์จับยึดรางรถไฟ (Fastening) และหมอนรถไฟคอนกรีต เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินความคงทนต่อการใช้งานให้เกิดความปลอดภัย

 

การตรวจสอบคุณภาพของงานเชื่อมและฝีมือช่างเชื่อม

g11

การตรวจสอบคุณภาพงานเชื่อมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งในกระบวนการผลิต และชิ้นงานตัวอย่างที่ผ่านกระบวนการเชื่อมตามที่ได้ออกแบบไว้ เพื่อสร้างความมั่นใจในความสมบูรณ์ของงานเชื่อมและมีความปลอดภัยในการใช้งาน รวมทั้งเป็นข้อมูลในการยืนยันความสามารถ ฝีมือ ทักษะของช่างเชื่อมอีกด้วย

 

การประเมินอายุการใช้งานของเครื่องจักร

g12

 

 

อุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรม การประเมินสภาพการใช้งานของเครื่องจักร อุปกรณ์ ด้วยเทคนิคการตรวจสอบชนิดต่างๆ ร่วมกับการคำนวณทางวิศวกรรม และนำไปใช้เป็นข้อมูลในการประเมินอายุการใช้งานของเครื่องจักร อุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานของโรงงาน

 

การวัดข้อมูลทางกลและการสั่นสะเทือน

g13

 

การวัดข้อมูลทางกล เช่น ความเครียด ความเค้น แรงบิด รวมถึงการสั่นสะเทือน ของโครงสร้างและเครื่องจักร เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบ การวิเคราะห์ความสามารถในการรับภาระ รวมถึงการป้องกันความเสียหายก่อนกำหนดอายุการใช้งาน นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบด้วย

 

การวิเคราะห์โครงสร้างจุลภาคแบบไม่ทำลาย (Replica technique)

g14

เพื่อประเมินหา Creep ภายในท่อหรืออุปกรณ์ที่ใช้งานภายใต้สภาวะความดันและอุณหภูมิสูง เช่น ท่อภายในหม้อความดันไอน้ำ (Boiler)

 

การวิเคราะห์ผิวแตกด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (Scanning Electron Microscope : SEM)

เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์หาสาเหตุความเสียหาย

 

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ห้องปฏิบัติการชีวเคมีและจุลชีววิทยา ทำหน้าที่ในการให้บริการทดสอบและวิเคราะห์ทางชีวเคมีและจุลชีววิทยา         การวิเคราะห์ส่วนประกอบและคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร นม และผลิตภัณฑ์ การทดสอบความทนทานต่อตะไคร่น้ำและสาหร่าย รวมทั้งการให้บริการที่ปรึกษาในการจัดทำระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ที่ปรึกษาด้านการทดสอบและวิเคราะห์ รวมทั้งการควบคุมคุณภาพของการทดสอบในห้องปฏิบัติการ และบริการจัดฝึกอบรมทางวิชาการด้านระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เทคนิคการทดสอบ/วิเคราะห์ การควบคุมคุณภาพ ฯลฯ ให้กับบุคลากรทั้งภายนอกและภายใน

g6

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ห้องปฏิบัติการเคมีวิเคราะห์เป็นห้องปฏิบัติการทดสอบและวิเคราะห์ ทำหน้าที่รับผิดชอบในการเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำการวัดแทนสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติด้านอาหารและเครื่องดื่ม ให้บริการทดสอบและวิเคราะห์ทางเคมี ตรวจสอบสารตกค้างหรือสารปนเปื้อน ตรวจสอบการย่อยสลายสู่ระบบนิเวศ การทดสอบสีอุตสาหกรรม ให้บริการสอบเทียบเครื่องมือวิเคราะห์ ตลอดจนให้บริการที่ปรึกษาเกี่ยวกับระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และวิธีการวิเคราะห์ทางเคมี บริการที่ปรึกษาด้านติดตั้งเครื่องมือ ตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องมือ การฝึกอบรมวิธีการวิเคราะห์ การตรวจสอบความใช้ได้หรือความสมเหตุสมผลของวิธี การควบคุมคุณภาพผลการทดสอบ การจัดการเอกสารทางคุณภาพและวิชาการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และสถิติที่ใช้ในงานทดสอบทางเคมี บริการที่ปรึกษาแนะนำในการจัดทำระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และบริการจัดฝึกอบรมทางวิชาการและระบบการจัดการคุณภาพห้องปฏิบัติการให้บุคคลภายนอกและภายใน

g5

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ห้องปฏิบัติการทดสอบทางฟิสิกส์ ทำหน้าที่ทดสอบวัสดุและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมต่างๆ ในด้านคุณสมบัติทางกล คุณสมบัติทางแสงและอุณหภูมิ และคุณสมบัติทางด้านไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยการทดสอบแบบทำลายและไม่ทำลาย การทดสอบทางกายภาพ  รวมทั้งให้บริการที่ปรึกษาเกี่ยวกับการปรับปรุงกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ในโรงงานอุตสาหกรรมและการตรวจสอบรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก บริการที่ปรึกษาด้านการจัดการระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน  ISO/IEC 17025 รวมทั้งบริการจัดฝึกอบรมทางด้านวิชาการให้กับบุคคลภายนอกและภายในและบริการตรวจสอบการทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อขอการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)

g4

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ห้องปฏิบัติการมาตรฐานวิศวกรรมทางกล  ทำหน้าที่ศึกษาค้นคว้าและพัฒนาเทคนิค กระบวนการวัด วิธีการวัด เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดและการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือวัด  เครื่องทดสอบและเครื่องมือมาตรฐานสำหรับปริมาณทางกล รวมถึงการให้บริการด้านมาตรวิทยาทางกล ด้านการตรวจวัดทางอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม  ด้านการสอบเทียบเครื่องวัดและเครื่องทดสอบ  บริการให้คำปรึกษาเพื่อรองรับข้อกำหนดความสามารถห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 และบริการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมาตรวิทยาทางกลให้แก่บุคคลภายนอกและภายใน รวมทั้งนิสิต นักศึกษา ตลอดจนเป็นวิทยากรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมาตรวิทยาทางกล

g3

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ห้องปฏิบัติการมาตรฐานทางแสงและอุณหภูมิ ทำหน้าที่รักษาและพัฒนาระบบมาตรวิทยาทางแสง อุณหภูมิและความชื้น และเทคนิควิธีการวัด ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงการให้บริการวัดและสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือวัดทางแสง อุณหภูมิ ความชื้น และสภาวะแวดล้อม ซึ่งสามารถสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปยังมาตรฐานสากลได้ บริการที่ปรึกษาด้านการสอบเทียบเครื่องวัดทางแสง อุณหภูมิ และความชื้น ด้านการจัดการระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการสอบเทียบตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ทั้งนี้ บริการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมาตรวิทยาทางแสงและอุณหภูมิ ให้แก่บุคคลภายนอกและภายใน ตลอดจนเป็นวิทยากรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมาตรวิทยาทางแสงและอุณหภูมิ

g2

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ห้องปฏิบัติการมาตรฐานทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์   ทำหน้าที่ศึกษาค้นคว้าและพัฒนาเทคนิควิธีการวัดสำหรับเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดและการสอบเทียบมาตรฐานของปริมาณทางไฟฟ้าและทางเสียง  รวมถึงการให้บริการด้านมาตรวิทยา การสอบเทียบเครื่องมือวัดและเครื่องทดสอบทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งเครื่องมือวัดทางเสียง การให้บริการที่ปรึกษาด้านการจัดการระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการสอบเทียบตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 และบริการจัดฝึกอบรมทางด้านวิชาการและเชิงปฏิบัติการด้านมาตรวิทยาทางไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และเสียงให้กับบุคคลภายนอกและภายใน

g1

 

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th