เทคโนโลยี วว. พร้อมใช้ แก้ปัญหา มังคุด  ลองกอง ลำไย ล้นตลาด

ปัญหาผลิตผลการเกษตรล้นตลาดในฤดูกาลที่มีผลผลิตออกมามากในระยะเวลาเดียวกัน  ส่งผลให้มีราคาตกต่ำ  รวมทั้งผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่ไม่สามารถส่งออกผลผลิตไปยังต่างประเทศได้ อันเป็นปัญหาที่ประเทศไทยประสบในปัจจุบัน

ผลไม้ไทย อันได้แก่  มังคุด  ลอง และลำไย   เป็นผลผลิตการเกษตรที่มีบทบาททางเศรษฐกิจในระดับแถวหน้าของประเทศ  ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว  วว. จึงนำเทคโนโลยีพร้อมใช้เข้ามาช่วยในการตอบสนองความต้องการ   ตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ผู้ประกอบการ OTOP   SMEs   Startup  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีความพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีในรูปแบบการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเชิงพาณิชย์  โดยเป็นเทคโนโลยีที่มีรูปแบบและเงื่อนไขการใช้งานที่สอดคล้องกับบริบทการใช้งานจริง ทั้งด้านต้นทุนและความซับซ้อนของเทคโนโลยี ตลอดจนความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

เทคโนโลยี วว. พร้อมใช้  สำหรับแก้ปัญหาเกี่ยวกับ  “มังคุด” ประกอบด้วย

เครื่องปอกเปลือกมังคุดพร้อมแยกเนื้อแบบกระทุ้งแกน   เพื่อช่วยลดขั้นตอนในกระบวนการปอกเปลือกมังคุด ช่วยเพิ่มอัตราการผลิต ได้เนื้อมังคุดที่สะอาด ไม่มีสิ่งปนเปื้อน  อัตราการทำงาน 50 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ระบบทำงานแบบหมุนวนอย่างต่อเนื่อง  ตัวเครื่องมี 3 ส่วนประกอบหลัก 1.จานลำเลียง   2.ใบมีดตัด  และ 3.แกนกระทุ้งแยกเนื้อและเปลือกมังคุด  หลักการทำงาน  เริ่มต้นด้วยการเปิดสวิทช์ควบคุม จากนั้นหยิบวางผลมังคุดบริเวณจานลำเลียงอย่างต่อเนื่อง โดยจานลำเลียงจะหมุนลำเลียงผลมังคุดผ่านชุดใบมีดตัด เพื่อตัดเปลือกบริเวณส่วนบนและส่วนล่างของผลมังคุด โดยเศษเปลือกจะไหลลงสู่ภาชนะรองรับ จากนั้นจานลำเลียงก็จะหมุนลำเลียงผลมังคุดผ่านแกนกระทุ้งเพื่อแยกเนื้อมังคุดออกจากเปลือก ส่วนของเนื้อก็จะไหลลงสู่ภาชนะรองรับ

เครื่องคั้นน้ำมังคุด ระดับ OTOP     เพื่อช่วยลดขั้นตอนในกระบวนการคั้นน้ำผลไม้ด้วยมือ ช่วยเพิ่มอัตราการผลิต และได้ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ที่ไม่มีรสขม ปลอดภัยไม่มีสิ่งปนเปื้อน อัตราการทำงานเฉลี่ย 50 กิโลกรัมต่อชั่วโมง   ตัวเครื่องมี 2 ส่วนหลัก  1.ถังบรรจุผลไม้ พร้อมฝาปิด สามารถบรรจุมังคุดได้ครั้งละ 10 กิโลกรัม ภายในมีตะแกรงสำหรับกรองแยกกากและเมล็ด โดยสามารถหมุนเอียงถังบรรจุผลไม้เพื่อทิ้งกากและเมล็ดได้   และ 2.ชุดใบตี ทำหน้าที่ตีปั่นผลไม้โดยไม่ทำให้เมล็ดแตกหรือช้ำ ไม่ทำให้เกิดรสขม  ทำด้วยวัสดุยางซิลิโคน มีความยืดหยุ่นสูงและทนต่อความร้อน สามารถใช้น้ำร้อนลวกฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อนใช้งานเครื่องจักรได้  หลักการทำงาน  เริ่มต้นด้วยการบรรจุผลไม้ลงในถังบรรจุ โดยสามารถบรรจุได้ครั้งละ 10 กิโลกรัม จากนั้นปิดฝาและเปิดสวิทช์ควบคุมไฟฟ้า ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ชุดใบตีจะทำหน้าที่ตีปั่นผลไม้เพื่อแยกกากและเมล็ด โดยน้ำผลไม้จะไหลลงสู่ภาชนะรองรับทางด้านล่างของตัวเครื่อง ส่วนของกากและเมล็ดจะอยู่ภายในถังบรรจุ สามารถหมุนเอียงถังบรรจุผลไม้เพื่อทิ้งกากและเมล็ดได้

 อุปกรณ์เก็บเกี่ยวมังคุด   ผลงาน ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อป้องกันความเสียหายของมังคุดคัดเกรด  ประกอบด้วย  ไม้โครงอุปกรณ์   ถุงรองรับมังคุด  ใช้งานโดยการให้ขั้วของลูกมังคุดเข้าร่องของอุปกรณ์ แล้วบิดด้ามถือเพื่อปลิดขั้ว จากนั้นลูกมังคุดจะตกลงถุงที่เชื่อมต่อ ซึ่งเป็นถุงยาวทำให้มังคุดไม่ตกถึงพื้นรุนแรง ทำให้ไม่ช้ำ เก็บได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องยกขึ้น-ลง  เหมือนอุปกรณ์เดิมที่มีตาข่าย ขนาดรองรับมังคุดได้สูงสุด 4-5 ลูก ต่อการเก็บเกี่ยว 1 ครั้ง

การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมังคุดสำหรับเป็นสินค้าจำหน่ายนอกฤดูกาล  ทั้ งนี้ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมังคุด เป็นที่นิยมของผู้บริโภคอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในต่างประเทศนั้นนิยมนำไปแปรรูปเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เนื่องจากเนื้อมังคุดมีรสชาติที่หอมหวานอมเปรี้ยวทำให้ผลิตภัณฑ์มีรสชาติดี  นอกจากนั้นเปลือกมังคุดยังมีสารแซนโทน (xanthone) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศกล่าวถึงคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants)  คุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ และต้านการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ

วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ  ดำเนินโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมังคุด และประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนา  “เครื่องดื่มเสริมสุขภาพมังคุด โดยใช้มังคุดตกเกรด  ที่ไม่สามารถส่งเป็นสินค้าออกยังต่างประเทศได้เป็นวัตถุดิบในการนำมาแปรรูป นับเป็นการเพิ่มมูลค่าผลิตผลเกษตรของเกษตรกรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ “เครื่องดื่มเสริมสุขภาพมังคุด”  ที่ วว. พัฒนามีรสชาติกลมกล่อม   ลักษณะน้ำของผลิตภัณฑ์เป็นสีม่วงใสชวนรับประทาน  โดยพัฒนารูปแบบของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จำนวน  3  ชนิด ฆ่าเชื้อด้วยระบบสเตอริไรซ์ อายุการเก็บ 1 ปี ที่อุณหภูมิห้อง  ดังนี้

เครื่องดื่มเสริมสุขภาพมังคุดพร้อมดื่ม    ในปริมาณ 100 กรัม จะให้พลังงาน  52.44 กิโลแคลอรี่  โปรตีน  0.31  กรัม   คาร์โบไฮเดรต  12.80  กรัม  โซเดียม  3.42  กรัม  และแคลเซี่ยม  1.43  กรัม

เครื่องดื่มเสริมสุขภาพมังคุดเข้มข้นชนิดหวานเพื่อนำไปผสมน้ำชงดื่ม  ในปริมาณ 100 กรัม จะให้พลังงาน 281.48 กิโลแคลอรี่  โปรตีน  0.25 กรัม   คาร์โบไฮเดรต  70.12  กรัม  โซเดียม  3.26   กรัม   และแคลเซี่ยม  6.10  กรัม

เครื่องดื่มเสริมสุขภาพมังคุดเข้มข้นชนิดเปรี้ยวสำหรับผสมน้ำชงดื่ม  ในปริมาณ 100 กรัม จะให้พลังงาน 64.72 กิโลแคลอรี่  โปรตีน  0.31 กรัม   คาร์โบไฮเดรต  15.87  กรัม  โซเดียม  2.19  กรัม  และแคลเซี่ยม  10.12  กรัม

                    แยมมังคุด  เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์แปรรูปซึ่ง วว. ได้วิจัยพัฒนา เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตมังคุดและเป็นการถนอมอาหารไว้รับประทาน  ผลิตภัณฑ์มีรสเปรี้ยวอมหวาน  มีคุณค่าทางโภชนาการ  เหมาะสำหรับใช้ทาขนมปัง ตกแต่งหน้าเค้ก หรือเป็นส่วนผสมในการทำเบเกอรี่ต่างๆ  เป็นต้น

 เทคโนโลยี วว. พร้อมใช้  สำหรับแก้ปัญหาเกี่ยวกับ  “ลองกอง” ประกอบด้วย

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลองกอง   เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาลองกองให้สามารถบริโภคนอกฤดูกาล ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการ อุดมด้วยวิตามินบี ซี ฟอสฟอรัส แคลเซี่ยม  และสารแทนนิน  มีจำนวน 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่  เครื่องดื่มน้ำลองกอง  มี 2 แบบ คือ  1.แบบพลาสเจอร์ไรซ์บรรจุขวด มีอายุการเก็บรักษาไม่น้อยกว่า 1 เดือนที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส และ 2. แบบสเตอริไรซ์บรรจุกล่อง มีอายุการเก็บรักษาไม่น้อยกว่า 1 ปี ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส   แยมและเยลลี่ลองกอง  พัฒนาจากเนื้อและน้ำลองกอง จากกระบวนการผลิตเครื่องดื่มน้ำลองกอง เหมาะกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบัน   ลองกองลอยแก้ว   มีอายุเก็บรักษาในอุณหภูมิห้อง 1-2 เดือน รสชาติกลมกล่อม  ลองกองแช่อิ่มอบแห้ง   เนื้อสัมผัสผลิตภัณฑ์นุ่ม รสชาติหวานน้อยและสะดวกต่อการบริโภค

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสารสกัดลองกอง  พัฒนาสูตรตำรับจากสารสกัดที่มีศักยภาพของเปลือกผลลองกอง ที่มีฤทธิ์ชีวภาพโดดเด่น คือ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะอนุมูลอิสระชนิดที่มีอันตรายสูงต่อเซลล์ร่างกาย  ฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ ฤทธิ์ลดการอักเสบ และฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อโรค มีจำนวน 3 ผลิตภัณฑ์  ซึ่งเหมาะสำหรับการบำรุงทุกสภาพผิว รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาผิวพรรณ เช่น สิว   ได้แก่  ผลิตภัณฑ์เจลล้างหน้า  มีลักษณะเป็นของเหลวใส ใช้สำหรับทำความสะอาดผิวหน้า ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย และบำรุงผิวหน้า ผลิตภัณฑ์โทนเนอร์สำหรับผิวหน้า   ปราศจากแอลกอฮอล์  ใช้สำหรับเช็ดหน้าหลังการทำความสะอาด เหมาะสำหรับผู้ที่มีสภาพผิวมันและเกิดสิวง่าย  ผลิตภัณฑ์มาสก์พอกหน้า  ใช้สำหรับพอกและนวดเพื่อทำความสะอาดผิวหน้าโดยปราศจากผงขัด ช่วยในการกำจัดสิ่งสกปรกและดูดซับความมันบนใบหน้า ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์เน้นสูตรตำรับที่ปราศจากสารซัลเฟตและพาราเบน (sulphate-free และ paraben–free) เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และไม่ใช้สัตว์ทดลองในการทดสอบเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดสากลโดยสหภาพยุโรป (European Union, EU) 

เครื่องล้างและปลิดขั้วลองกอง    มีประสิทธิภาพแยกก้านและผลลองกองออกจากกันได้อย่างสมบูรณ์มากกว่า  90  เปอร์เซนต์  โดยผลลองกองไม่แตกช้ำเสียหาย  กำลังการผลิต  300  กิโลกรัม/ชั่วโมง  เหมาะสำหรับเกษตรกรและกลุ่มแม่บ้านที่ต้องการแปรรูปลองกอง  กระบวนการปลิดขั้วจากช่อและล้างทำความสะอาดด้วยระบบน้ำหมุนเวียน 

เครื่องปอกเปลือกลองกอง    มีประสิทธิภาพปอกเปลือกและแยกเปลือกออกจากเนื้อลองกอง  65%    อัตราการผลิต  20 -30 กิโลกรัมต่อชั่วโมง  ผลลองกองที่ผ่านการปอกเปลือกเหมาะสำหรับนำไปคั้นน้ำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม  

 เครื่องสกัดน้ำลองกอง   สามารถแยกกากและน้ำออกจากกันได้สมบูรณ์  โดยไม่ทำให้เมล็ดแตก  กำลังการผลิต 300 ลิตร/ ชั่วโมง  

เครื่องคั้นน้ำลองกองระดับ OTOP     อัตราการทำงานเฉลี่ย 50 กิโลกรัมต่อชั่วโมง   ช่วยลดขั้นตอนในกระบวนการคั้นน้ำผลไม้ด้วยมือ ช่วยเพิ่มอัตราการผลิต และได้ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ที่ไม่มีรสขม ปลอดภัยไม่มีสิ่งปนเปื้อน 

เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว   โดยการฉีดพ่นช่อลองกองด้วยสารควบคุมการเจริญเติบโตชนิด 2,4-D สามารถชะลอการหลุดร่วงผลลองกองหลังการเก็บเกี่ยวได้ โดยไม่มีผลต่อขนาด  น้ำหนัก  สีผิว และความหวานของผลลองกอง  รวมทั้งศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและพิษวิทยาในส่วนเนื้อ-เปลือก-เมล็ด ของลองกองพบว่า สารสกัดจากเปลือกและเมล็ดลองกอง  มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ   ต้านการอักเสบ  ต้านแบคทีเรียก่อโรค ไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์   และไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ต่อ DNA

  เทคโนโลยี วว. พร้อมใช้  สำหรับแก้ปัญหาเกี่ยวกับ  “ลำไย” ประกอบด้วย

เครื่องมือช่วยเก็บลำไย     ทำงานโดยใช้แรงบีบ ไม่ใช้กำลังมอเตอร์  ประกอบด้วยแขนต่อช่วยเก็บลำไยและรถกระเช้าเก็บลำไย เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีความสะดวกและรวดเร็วในการเก็บผลผลิตลำไยในรัศมี  2 เมตร ลดความถี่ในการเก็บผลผลิตโดยไม่ต้องปีนขึ้นไปเก็บหลายๆ รอบ จากเดิมเกษตรกรจะใช้ไม้เก็บซึ่งจะเก็บได้ในรัศมี 1 เมตรเท่านั้น

เครื่องคัดขนาดลำไย   อัตราการคัดขนาดเท่ากับ  200 – 500 กิโลกรัมต่อชั่วโมง มีค่าความแม่นยำในการคัดขนาดมากกว่า 90 %  โดยไม่ทำให้ผลลำไยช้ำและเสียหาย  ใช้หลักการสายพานลำเลียงเจาะรูตามขนาดมาตรฐาน  คัดขนาดแบบรูปทรงและแบ่งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแตกต่างกัน โดยอาศัยความแตกต่างของผลลำไยที่ผ่านการตัดขั้วแล้ว

เครื่องคั้นน้ำลำไยพร้อมแยกเมล็ด    เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเพิ่มมูลค่าและแปรรูปลำไยเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพหรือเครื่องสำอาง    สามารถคั้นน้ำลำไยพร้อมแยกเนื้อและเมล็ดได้ในขั้นตอนเดียว โดยไม่ทำให้เมล็ดแตกซึ่งอาจส่งผลต่อรสชาติได้ มีอัตราการทำงาน  200  กิโลกรัมต่อชั่วโมง  ประยุกต์ใช้กับผลไม้ได้หลากหลายชนิด เช่น แบบกรองหยาบเหมาะสำหรับใช้คั้นน้ำลำไย มะม่วง  และแบบกรองละเอียดเหมาะสำหรับใช้คั้นน้ำลองกอง มังคุด กระท้อน เป็นต้น

เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว  ได้แก่  ระบบบาร์โคดตรวจสอบสินค้าย้อนกลับลำไยสด  เป็นระบบที่เพิ่มความสมบูรณ์ให้ระบบจัดการคุณภาพลำไยสดที่มีอยู่แล้วให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตรงตามระเบียบความต้องการของ EU  ระบบรองรับการพัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารและการจัดการไปได้ในเวลาเดียวกัน  โดยข้อมูลต่างๆ ที่ถูกบรรจุเข้าไปในระบบการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประกอบไปด้วย ฐานข้อมูล 3 ส่วน อันได้แก่  ส่วนที่ 1 ข้อมูลของผู้ผลิตลำไย ประกอบด้วย ชื่อและหมายเลขประจำตัวชาวสวน ข้อมูลการจัดการสวน หมายเลขทะเบียนการจัดการสวนที่ดี (GAP) ซึ่งชาวสวนได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมวิชาการเกษตร  ส่วนที่ 2  เป็นข้อมูลของผู้ประกอบการส่งออก ประกอบด้วย ชื่อบริษัทผู้ส่งออก หมายเลขทะเบียนโรงคัดบรรจุ เลขทะเบียนอนุญาตโรงอบซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ชื่อผู้นำเข้าและประเทศผู้นำเข้า รวมทั้งบรรจุข้อมูลต่างๆ ในระบบบัญชี  และ ส่วนที่ 3  เป็นข้อมูลของสินค้า ประกอบด้วย วันที่ทำการเก็บเกี่ยว วันที่ส่งขาย ปริมาณสินค้า เกรดและมาตรฐานของสินค้า กรรมวิธีการอบซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เช่น อัตราซัลเฟอร์ฯที่ใช้ หมายเลขห้องที่อบ  ปริมาณสินค้าที่อบในแต่ละครั้ง  ระยะเวลาในการอบ ชื่อผู้ควบคุมกระบวนการอบ ปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ตกค้างในผลลำไย หมายเลขห้องเย็นที่ใช้เก็บ วันที่บรรจุเข้าตู้เรือ หมายเลขตู้เรือ และข้อมูลบริษัทเรือ  เป็นต้น

โรงรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ยืดอายุลำไยเพื่อการส่งออก  เป็นโครงสร้างพื้นฐานตั้งอยู่ที่จังหวัดลำพูนและเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีของ วว. ในด้านการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์เพื่อยืดอายุและรักษาคุณภาพลำไยเพื่อการส่งออก มีประสิทธิภาพควบคุมปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในเนื้อลำไยได้ ช่วยลดการใช้กำมะถัน ลดปริมาณการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  มีกำลังการผลิต 72 ตันต่อวัน  ช่วยยืดอายุการเก็บผลลำไยหลังการเก็บเกี่ยวได้นานขึ้น 30-45 วัน  ให้บริการครบวงจรในการรมและการควบคุมปริมาณซัลเฟอร์ฯ มีระบบห้องเย็นเพื่อใช้ในการจัดเก็บลำไยในช่วงที่มีปริมาณผลผลิตออกมามาก และมีห้องปฏิบัติการในการวิจัยและวิเคราะห์ทดสอบด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานและขีดความสามารถในการส่งออกลำไย 

การแปรรูปผลผลิต  “ลำไยอบแห้งสอดไส้   เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยยืดอายุและเพิ่มมูลค่า  โดยการนำเนื้อลำไยแช่น้ำเชื่อม  จากนั้นนำมาสอดไส้และอบแห้ง  ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีลักษณะทรงกลม  เนื้อสัมผัสภายในนุ่ม  ชุ่มน้ำหวาน ไม่แข็งกระด้าง รสชาติอร่อย ในกระบวนการผลิตนอกจากจะได้ผลิตภัณฑ์ลำไยแห้งสอดไส้แล้ว ยังได้ผลิตภัณฑ์พลอยได้จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ คือ น้ำลำไยเข้มข้นหรือวุ้นลำไยอบแห้ง ที่สามารถผลิตจำหน่ายในเชิงการค้าหรือรับประทานในครัวเรือน โดยเฉพาะในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19  จะเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ที่มั่นคง

วว. พร้อมเป็น  Total  Solution  ให้แก่ผู้ประกอบการทุกระดับ   เพื่อตอบโจทย์ทุกภาคส่วนในยุคดิจิทัล  พร้อมทั้งให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ปัจจุบัน วว. มีทิศทางการวิจัยด้านเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น  มีความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมในหลากหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ส่งเสริมสนับสนุนและเพิ่มความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ เทคโนโลยีพร้อมใช้เกี่ยวกับมังคุด ลองกอง  และลำไย  เป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญที่วว. พร้อมให้บริการ  เพื่อแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ประเทศให้เป็นรูปธรรม

วว. พร้อมเป็นหุ้นส่วนความสำเร็จของผู้ประกอบการ  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเทคโนโลยีพร้อมใช้และขอรับบริการจาก วว. ได้ที่   โทร. 0 2577  9000  โทรสาร  0 2577 9009   หรือที่  E- mail : tistr@tistr.or.th