วว. /วช. นำงานวิจัย นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ ส่งเสริมเกษตรกรผลิตดอกเบญจมาศบ้านตาติดอุ บลราชธานี ด้วยต้นพันธุ์ปลอดโรค/ปุ๋ยอินทรีย์เคมีคุณภาพสูง                                         

คณะผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ศ.ดร. พีระศักดิ์  ศรี นิเวศน์ และสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัย “การเพิ่มผลผลิตและคุณภาพดอกเบญจมาศบ้านตาติดด้วยปุ๋ยอินทรีย์เคมี” เพื่อติดตามผลสำเร็จของโครงการวิจัย ซึ่ง วช. สนับสนุนทุนวิจัย วว.ในการขยายผลองค์ความรู้จากงานวิจัยในการผลิตต้นพันธุ์เบญจมาศ โดยใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์แก้ไขปัญหาและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและชุมชน โดยมี ดร.รจนา  ตั้งกุลบริบูรณ์ ผอ. ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์  (ศนก.) ดร.กนกอร  อัมพรายน์ นักวิจัยอาวุโส  ศนก.  ดร.ณัฐพงค์  จันจุฬา  นักวิจัย  ศนก. และคณะร่วมให้การต้อนรับ พร้อมด้วย นายถิรพุทธิ์  คาน ทอง เกษตรจังหวัดอุบลราชธานี   กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตดอกเบญจมาศบ้านตาติด และเกษตรกรในพื้นที่ โดยผลดำเนินงาน วว. ได้สนับสนุนต้นพันธุ์และให้ความรู้ในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่เกษตรกรทำได้เอง ช่วยลดต้นทุนในการผลิต ทำให้เกษตรกรมีพันธุ์เบญจมาศสายพันธุ์ใหม่ และมีแนวทางป้องกันโรคจากศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี  เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2566 ณ บ้านตาติด ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ดร.กนกอร  อัมพรายน์  ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยฯ  วว. กล่าวว่า ได้ใช้พื้นที่บ้านตาติด จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ดำเนินการวิจัย เนื่องจากมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตดอกเบญจมาศบ้านตาติด” จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2559 เพื่อการต่อรองราคาในการขายผลผลิตและการซื้อปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย สารเคมีกำจัดศัตรูพืช กระดาษห่อดอก เป็นต้น มีสมาชิก 40 ราย และในปี 2560 กลุ่มฯ ได้รับคัดเลือกให้จัดตั้งกลุ่มแปลงใหญ่เพราะมีศักยภาพในการดำเนินงานจัดเตรียมและจัดตั้งกลุ่ม “แปลงใหญ่ไม้ดอกบ้านตาติด” สำเร็จในปี 2561 มีสมาชิก 41 ราย พื้นที่เข้าร่วมโครงการเมื่อแรกเริ่มจำนวน 104.75 ไร่  ปัจจุบันสมาชิกขยายพื้นที่การผลิตเบญจมาศได้ประมาณ 300 ไร่ นอกจากนี้ยังมีการขยายองค์ความรู้ในการผลิตต้นพันธุ์ไว้ใช้เองและจำหน่ายบางส่วน ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับสมาชิกและทำให้กลุ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ค้าและผู้ซื้อทั่วประเทศ พร้อมกับเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายดอกเบญจมาศในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างทั้งหมด

“… ที่ผ่านมาการผลิตเบญจมาศพบปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสายพันธุ์ที่ไม่แข็งแรง กระบวนการจัดการแปลงผลิตเบญจมาศ โรคและแมลงศัตรูพืช ทีมนักวิจัย วว. ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพงค์ จันจุฬา และทีมวิจัยจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญญบุรี มหาวิทยาลัยราชมงคล อิสาน มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ร่วมกันแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ โดยใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์จนเป็นผลสำเร็จทำให้เกษตรกรมีพันธุ์เบญจมาศสายพันธุ์ใหม่ และมีแนวทางป้องกันโรคจากศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี…” ดร.กนกอร  อัมพรายน์  กล่าว

ทั้งนี้ คณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. พร้อมด้วยสื่อมวลชนได้เยี่ยมชมผลการดำเนินงานของโครงการวิจัย ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตดอกเบญจมาศและแปลงใหญ่ไม้ดอกบ้านตาติด แปลง ปัญญา  แปลงแม่นิดแปลงบุญญาพร ทาลา ซึ่งผลสำเร็จของโครงการวิจัยจะนำไปสู่การยกระดับการท่องเที่ยวบนฐานเศรษฐกิจ BCG ด้วยความเป็นเลิศทางงานวิจัยในการพัฒนาพันธุ์ใหม่ที่ดีกว่าพันธุ์เดิม คือ รูปทรงดอก สีสัน และความคงทนของดอกที่มากขึ้น พร้อมก้าวสู่ตลาดสากล และเป็นจุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาในพื้นที่เพื่อชมความงามของสวนดอกเบญจมาศและสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน ตลอดจนจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

…………………………………………………………………………………………………….          

นำเสนอข่าวโดย กองประชาสัมพันธ์ สำนักสื่อสารองค์กร วว.

โทร. 0 2577 9360  

E-mail : pr@tistr.or.th 

Line@tistr 

IG : tistr_ig   

YouTube / TIKTOK : @tistr2506