วว. ผนึกกำลังบริษัทโฮปฟูล ต่อยอดงานวิจัย มุ่งพัฒนานวัตกรรมโภชนาการ 4 กลุ่มโรคเรื้อรัง

สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ – เพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย – สร้างความมั่นคงด้านสุขภาพยั่งยืน

กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ผนึกกำลัง บริษัท โฮปฟูล จำกัด (Hopeful Co., Ltd.) ผู้นำด้านนวัตกรรมเสริมอาหารเพื่อสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและบันทึกความเข้าใจด้านการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเสริมอาหารเพื่อสุขภาพเชิงป้องกัน 4 ฉบับ  มุ่งเน้นการแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยใน 4 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคสะเก็ดเงิน  โรคมะเร็ง  โรคไต และโรคสมองเสื่อม เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพเชิงลึก ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างเป็นรูปธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานวิจัยและทรัพยากรสมุนไพรของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ในการนี้ผู้บริหารและคณะนักวิจัยเข้าร่วมพิธีลงนามฯ  ได้แก่ ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  ผู้ว่าการ วว.  ดร.พงศธร ประภักรางกูล  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. นายอรรคพล  หยกยิ่งยง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮปฟูล จำกัด คุณรุจิรา  สาระวงษ์ กรรมการบริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด พร้อมด้วย ดร.กฤติยา ทิสยากร  ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ศนส.) วว. และทีมคณะนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นางสาวอุบล ฤกษ์อ่ำ  ผู้เชี่ยวชาญวิจัย  ดร.ศรัญญา  เหล่าวิทยางค์กูร นักวิจัยอาวุโส ศนส.และดร.ธนภักษ์ อินยอด นักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. ร่วมเป็นสักขีพยาน ในวันที่  31 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุม  กวท. ชั้น 8 อาคาร RD 1 วว. เทคโนธานี คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงทั้งด้านงานวิจัย สมุนไพร และทรัพยากรชีวภาพ โดยความท้าทายสำคัญคือการขับเคลื่อนงานวิจัยเหล่านั้นไปสู่การใช้งานจริงเพื่อประโยชน์ของประชาชนในวงกว้าง ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในครั้งนี้จึงเป็นต้นแบบสำคัญในการเชื่อมโยงภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพของประเทศ โดยมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการเพาะปลูก และกระบวนการสกัดขั้นสูง มาพัฒนาให้ได้สารสำคัญที่มีความเข้มข้น ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพของประชาชนแล้ว ยังช่วยยกระดับสมุนไพรไทยให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและมีผลงานวิจัยรองรับในระดับสากล เพื่อปลดล็อกคุณค่าของงานวิจัยไทยให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม และตอบโจทย์เป้าหมายสำคัญของประเทศในการลดการพึ่งพายาและสารสกัดจากต่างประเทศ โดย วว. พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมชีวภาพ มาผนึกกำลังเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมสุขภาพของไทย

“…ความร่วมมือครั้งนี้คือต้นแบบการเปลี่ยนงานวิจัยสมุนไพรไทยบนหิ้งสู่การใช้จริง วว. พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมชีวภาพมาผนึกกำลังกับภาคเอกชน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมสุขภาพไทย และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างยั่งยืน  ที่ผ่านมา บริษัท โฮปฟูล จำกัด ได้นำผลงานวิจัยของ วว. ในกลุ่มสารสกัดจากสมุนไพรไทย ไปต่อยอดเป็นสารออกฤทธิ์สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดแล้วหลายรายการ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับไปอีกขั้น จากการนำผลงานวิจัยไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ สู่การศึกษาวิจัยทางคลินิกอย่างเป็นระบบ เพื่อยืนยันทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบความร่วมมือที่สำคัญระหว่าง วว. กับภาคเอกชน…” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

นายอรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮปฟูล จำกัด กล่าวว่า  โฮปฟูลและ วว. มุ่งเน้นการนำสมุนไพรไทยที่มีข้อมูลการศึกษและหลักฐานทางวิชาการรองรับ นำมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพในผู้ป่วยแต่ละกลุ่มโรค โดยให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก การคัดเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการสกัด โดยเหตุผลที่เลือกมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมไปยัง 4 กลุ่มโรคเรื้อรังสำคัญนั้น สืบเนื่องจากกลุ่มโรคเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยอย่างรุนแรง ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ การใช้ชีวิตประจำวัน และด้านโภชนาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพ แต่ในท้องตลาดยังคงมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบไม่ได้มาตรฐาน หรือสูตรผสมที่ไม่เหมาะสมจนอาจเกิดโทษมากกว่าประโยชน์ โฮปฟลูจึงยึดถือความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยผนึกกำลังกับ วว. พัฒนานวัตกรรมที่ไม่ใช่แค่สารสกัดชนิดเดียว แต่เป็นการผสานสารสำคัญและงานวิจัยอันหลากหลาย เพื่อให้ดูแลสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ควบคู่ไปกับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยอย่างแท้จริงให้แก่คนไทย

“ความตั้งใจสูงสุดจากความร่วมมือในครั้งนี้ คือการมอบทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีหลักฐานทางวิชาการรองรับให้แก่ผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรคอย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกันจะเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะบุคคล ทั้งด้านโภชนาการ การฟื้นฟูร่างกาย และการบรรเทาอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยใช้ควบคู่ไปกับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ ขณะเดียวกันยังถือเป็นการยกระดับสมุนไพรไทยให้มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและทรัพยากรสมุนไพรพื้นถิ่นของไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ซึ่งโฮปฟูลพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับคนไทยทุกคนอย่างยั่งยืน” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮปฟูลฯ กล่าวปิดท้าย

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมรวม 4 ฉบับ  ได้แก่

ฉบับที่ 1  เรื่องการศึกษาทางคลินิกระยะหลังออกสู่ตลาด (Post-Market Clinical Study) ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชะลอวัยเสริมภูมิคุ้มกัน และบำรุงไตจากสารออกฤทธิ์จากเส้นใยเห็ดหลินจือ 

ฉบับที่ 2  เรื่องงานวิจัยเห็ดกระด้างของผลิตภัณฑ์ LAB BALANCE เป็นนวัตกรรมโภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การออกแบบสารอาหารที่ให้พลังงานและโปรตีนสูงเพื่อป้องกันภาวะผอมแห้ง (Cachexia) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การรักษาได้ผลลดลง โดยได้รับความร่วมมือจากทาง วว. ในการนำสารสกัดจาก “เห็ดกระด้าง” ซึ่งเป็นเห็ดพื้นถิ่นของไทยที่มีการศึกษาถึงศักยภาพยับยั้งการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งในระดับห้องปฏิบัติการ

ฉบับที่ 3  เรื่องสารอินูลิน (Inulin) จากแก่นตะวันของผลิตภัณฑ์ BETA CARE เป็นนวัตกรรมฟื้นฟูสมดุลผิวสำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรคสะเก็ดเงิน โดยมี “แก่นตะวัน” สารสกัดงานวิจัยจากทาง วว. ซึ่งเป็นแหล่งของอินูลินมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพในการเป็นพรีไบโอติก (Prebiotics) ช่วยส่งเสริมสมดุลกลไกความเชื่อมโยงระหว่างระบบทางเดินอาหารและผิวหนัง (Gut-Skin Axis) พร้อมทั้ง นวัตกรรม Phytosome Curcumin สารสกัดจาก “ขมิ้นชัน” ซึ่งมีส่วนช่วยให้ดูดซึมได้ดีกว่าสารสกัดขมิ้นชันทั่วไปถึง 29 เท่า

ฉบับที่ 4  เรื่องสารพรมมิของผลิตภัณฑ์ MEMORA เป็นนวัตกรรมบำรุงระบบประสาทสำหรับผู้ป่วยสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ การผสานนวัตกรรมจาก 3 ภาคส่วน โดยนำสารสำคัญบาโคไซด์ (Bacosides) สารสกัด “พรมมิ” ที่พบมากในส่วนยอดและใบของต้นพรมมิ จากงานวิจัยของ วว. ที่มีส่วนช่วยลดภาวะเครียดออกซิเดชันและลดการอักเสบในระบบประสาท มาทำงานร่วมกับสารสกัด “เห็ดหัวลิง’” จากโครงการหลวงที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งอุดมไปด้วยสารบำรุงสมองและระบบประสาท

ความร่วมมือครั้งนี้คือ “ต้นแบบระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ” ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชนเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยสมุนไพรไทยสู่ผลิตภัณฑ์โภชนบำบัดที่ใช้ได้จริง มีผลงานวิจัยรองรับในระดับสากล และใช้ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก วว. ติดต่อได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP” https://tistrservices.tistr.or.th/

#นวัตกรรม  #วทน #สมุนไพร  #สุขภาพ  #ผลิตภัณฑ์โภชนบำบัด #เศรษฐกิจ  

#สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

#อว #วว #TISTR #โฮปฟูล

……………………

📍นำเสนอโดย   กองประชาสัมพันธ์   สำนักสื่อสารองค์กร วว.

☎️ โทร. 0 2577 9048

📧 E-mail : pr@tistr.or.th

🟩 Line@tistr

🟧 IG : tistr_ig

🟥 YouTube : tistr2506

🟪 TIKTOK : @tistr2506

🟩 Facebook page : TISTR

Views: 12