วว. จับมือ CEA /พันธมิตรภาครัฐเอกชน บูรณาการเชิงรุก สร้างโอกาส เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย

ดร.อาภากร  สุปัญญา รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ “Creative Business Transformation” กับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และ 14 ภาคีเครือข่ายพันธมิตร เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มุ่งเน้นจุดยืนสร้างโอกาส พร้อมผลักดัน Soft Power ส่งเสริมสุดยอดการสร้างมูลค่าเพิ่มและปรับทิศทางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในอนาคต เมื่อวันที่  20 มิถุนายน 2566  ณ Gallery, Back Lobby TCDC อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้  ประกอบด้วยการผนึกกำลังจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ใน 4 มิติหลัก ได้แก่

1. ความร่วมมือด้านเครือข่ายธุรกิจชุมชน องค์ความรู้การจัดการธุรกิจ การขายและการตลาด ที่จะร่วมกันศึกษาและส่งเสริมความต้องการทางการตลาดในระดับประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจาก วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU)  กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย และบริษัท Shopee (ประเทศไทย) จำกัด

2. ความร่วมมือด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยี ที่จะนำการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์อนาคตธุรกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยได้รับความร่วมมือจาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน)

3. ความร่วมมือด้านการเข้าถึงแหล่งทุน เป็นการร่วมกันกำหนดแนวทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยได้รับความร่วมมือจาก ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) สินวัฒนา คราวด์ฟันดิ้ง  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)

4. ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมคอนเทนต์ เป็นการร่วมกันกำหนดแนวทางการสนับสนุนคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดสากล โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท เน็ตฟลิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทลิขสิทธิ์ดนตรี (ประเทศไทย) จำกัด สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย,สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย

ทั้งนี้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในการนำมาใช้เป็นกลไกผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจบนพื้นฐานของการสร้างและใช้องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญาที่เชื่อมโยงกับพื้นฐานทางวัฒนธรรม การสั่งสมความรู้ของสังคม เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการผลิตสินค้าและบริการใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยในช่วงปี 2563 – 2564 จากประมาณการขององค์การยูเนสโก ในปี 2563 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั่วโลกมีมูลค่าลดลงกว่า 24.8 ล้านล้านบาท ส่วนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย 15 สาขา มีมูลค่าลดลงร้อยละ 23 อยู่ที่ 1.19 ล้านล้านบาท

การบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนดังกล่าว นับเป็นก้าวสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับยุุทธศาสตร์ชาติ โดยใช้องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนศักยภาพและพัฒนาประเทศในทุุกมิติ อันจะส่งผลให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคตและให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก