วว. โชว์ศักยภาพนวัตกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ขับเคลื่อนพืชอัตลักษณ์สู่เกษตรมูลค่าสูงจังหวัดหนองบัวลำภู

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมเกษตรมูลค่าสูงหนองบัวลำภู”  ประจำปี 2569  งานแสดงศักยภาพสินค้าเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น 

“…เรากำลังพลิกโฉมภาคเกษตรไทย สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเต็มรูปแบบ เรานำ “ทุนทางวัฒนธรรม” มาผสานเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด “12 ผลิตภัณฑ์ 12 เรื่องราว 12 อัตลักษณ์” หยิบของดีประจำถิ่นอย่าง ผ้าไหม ข้าว เห็ด และกาแฟภูซาง และอีกมายมาย มายกระดับสู่ระดับสากล  เป้าหมายของเรา คือการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เปลี่ยนเกษตรกรให้เป็น “ผู้ประกอบการนวัตกรรม” ภายในงานเราจึงได้เห็นการใช้นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง ทั้งหมู่บ้านนวัตกรรม (Innovation Village) ที่นำ AI, Drone, IoT และ Smart Farm มาช่วยทำเกษตรแม่นยำ ไปจนถึงการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านโซน Gastronomy Tourism และ Creative Economy ที่นำวัตถุดิบพื้นถิ่นมาต่อยอดเป็นเมนูอาหารและงานคราฟต์  ผมขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้พี่น้องเกษตรกร ตลอดจนผู้ประกอบการชาวหนองบัวลำภูที่กล้าก้าวออกจากกรอบเดิม ๆ ผลงานในวันนี้คือข้อพิสูจน์ที่ทรงพลังว่า เมื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นถูก ‘ติดปีกด้วยวิทยาศาสตร์’ ย่อมสร้างมูลค่าเพิ่มและแข่งขันได้จริง  มหกรรมฯนี้ จึงเปรียบเสมือน ‘แพลตฟอร์มแห่งการเปลี่ยนผ่าน’ ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เป็นพื้นที่ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อเราติดอาวุธทางเทคโนโลยีให้กับความรู้ดั้งเดิม พี่น้องเกษตรกรก็สามารถยกระดับตนเองสู่ ‘ผู้ประกอบการ’ ที่เข้มแข็งและกำหนดอนาคตของตัวเองได้…”  ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าว

โอกาสนี้ ผศ.ดร.วีระชัย อาจหาญ  ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มอบหมาย ผศ.ดร.ณัฐพงค์ จันจุฬา นักวิจัย  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. ในฐานะหัวหน้าศูนย์กลางองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านไม้ดอกไม้ประดับ วว. และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านไม้ดอกไม้ประดับภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ฯ ในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ณ สนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู

ในการนี้ วว. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกลุ่มผู้อนุรักษ์ว่านอุษาลำภู นำเสนอผลงานการพัฒนาพันธุ์ไม้ดอกด้วยการผสมข้ามชนิด ได้แก่ ลูกผสมระหว่าง “กระเจียวสุปราณี” กับ “ว่านอุษาลำภู” รวมถึงลูกผสมระหว่างกระเจียวสายพันธุ์ต่าง ๆ กับว่านอุษาลำภู ซึ่งให้ลักษณะใหม่ที่โดดเด่นและแตกต่างจากพันธุ์เดิม คือ ลูกผสมบางสายต้นมีก้านช่อดอกแข็งแรง ชูสูงเหนือทรงพุ่มมากกว่า 60 เซนติเมตร มีรูปทรงและสีสันสวยงาม เหมาะสำหรับพัฒนาเป็นไม้ตัดดอก ตลอดจนต่อยอดเป็นไม้ดอกไม้ประดับพันธุ์ใหม่ที่มีศักยภาพทางการค้า

ทั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายสุรศักดิ์ อักษรกุลผู้ ว่าราชการจังหวัด ได้ให้ความสนใจในผลงานดังกล่าว พร้อมสนับสนุนให้ วว. เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืช คัดเลือกสายต้นที่มีศักยภาพ และพัฒนาระบบการขยายพันธุ์ เพื่อถ่ายทอดสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการ นำไปผลิตและพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ อันจะช่วยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มายกระดับ “ว่านอุษาลำภู” และไม้ดอกท้องถิ่นให้เป็นพืชอัตลักษณ์มูลค่าสูงของจังหวัดหนองบัวลำภูและอุดรธานี พร้อมสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและชุมชนในอนาคต

#วว #TISTR #วช #ศูนย์กลางองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านไม้ดอกไม้ประดับ #InnoFloraHub #ว่านอุษาลำภู #กระเจียวสุปราณี #ไม้ดอกไม้ประดับ #พืชอัตลักษณ์ #เกษตรมูลค่าสูง #หนองบัวลำภู #อุดรธานี #วิทยาศาสตร์เพื่อชุมชน

……………….

📍นำเสนอโดย   กองประชาสัมพันธ์  สำนักสื่อสารองค์กร วว.

☎️  0 2577 9048

📧 E-mail : pr@tistr.or.th

🟩 Line@tistr

🟧 IG : tistr_ig

🟥 YouTube : tistr2506

🟪 TIKTOK : @tistr2506

🟩 Facebook page : TISTR

Views: 14