ปั้นเชฟชุมชน 4 ภูมิภาค ยกระดับ “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย“ สร้างงาน สร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

ดร.อริยาพร อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิด “กิจกรรมปัจฉิมนิเทศและสานสัมพันธ์ชุมชนเชื่อมโยงเครือข่ายภาคกลางและตะวันออก” ภายใต้โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่ง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจาก ดีพร้อม ให้ดำเนินการจัดกิจกรรม โอกาสนี้ ดร.ปริยะดา วิสุทธิแพทย์ รองผู้ว่าการบริหาร วว. กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม นางรัตนาภรณ์ พ่อบุตรดี ผู้อำนวยการ กลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน ดีพร้อม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และความเป็นมาของการจัดกิจกรรม ในวันที่ 15 มกราคม 2569 ณ ห้องสำเภา โรงแรมเอเชียพัทยา จ.ชลบุรี



เป้าหมายการดำเนินโครงการฯ มุ่งพัฒนาเชฟอาหารไทยระดับชุมชนที่ผ่านการอบรมหลักสูตร “เชฟอาหารไทยมืออาชีพ” (Master Thai Chef Program) ให้สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายทั้ง 4 ภูมิภาค เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้านวัตถุดิบท้องถิ่น รวมถึงการเผยแพร่อัตลักษณ์และวัฒนธรรมอาหารไทยสู่มาตรฐานอาชีพ และการแข่งขันในตลาดที่กว้างขึ้น โดยดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ






“…กิจกรรมในวันนี้ ไม่เพียงเป็นการปัจฉิมนิเทศเพื่อสรุปผลการดำเนินงานเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการ สานสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างชุมชน ผู้ประกอบการ ภาครัฐและภาคเอกชน อันจะนำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจ การพัฒนาอาชีพและการสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทยอย่างยั่งยืนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับประโยชน์ ทั้งในด้านองค์ความรู้ แรงบันดาลใจ และโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือ เพื่อนำไปพัฒนาอาชีพ พัฒนาชุมชน และร่วมกันขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย ให้เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ และนานาชาติต่อไป…” ดร.อริยาพร อำนรรฆสรเดช กล่าว

ดร.ปริยะดา วิสุทธิแพทย์ รองผู้ว่าการบริหาร วว. กล่าวแสดงความยินดีกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านไม่เพียงผ่านกระบวนการพัฒนาตามวัตถุประสงค์ของโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารของไทย ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและในระดับสากล กิจกรรมในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงจุดสิ้นสุดของโครงการ แต่คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือ การต่อยอดเครือข่าย และการก้าวเดินไปข้างหน้าร่วมกัน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยให้มีคุณค่า มีมาตรฐาน และเติบโตอย่างยั่งยืน
“..ตามนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ โดยเฉพาะสาขาอาหาร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ได้ดำเนินการฝึกอบรมเชฟอาหารไทยมืออาชีพทั่วประเทศ จำนวน 17,000 คน กิจกรรมครั้งนี้เพื่อยกระดับองค์ความรู้และทักษะของผู้ประกอบการอาหารในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ ตลอดจนการต่อยอดภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่นให้สามารถพัฒนาเป็นอาชีพและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน กิจกรรมภายในงานล้วนมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเอง พัฒนาธุรกิจ รวมทั้งยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต …” นางรัตนาภรณ์ พ่อบุตรดี กล่าว
ทั้งนี้ ดีพร้อม มุ่งเดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจฐานรากผ่านพลัง Soft Power ด้านอาหาร เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านอาหารไทยและสร้างเครือข่ายเชฟชุมชนให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
โดยมุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนอาหารไทยให้เป็น Soft Power ที่แข็งแกร่ง พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบท้องถิ่นและสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอาหารไทยเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย

1) พิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ผ่านการอบรมหลักสูตร “เชฟอาหารไทยมืออาชีพ” จำนวน 360 ราย
2) กิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเข้ากับโอกาสในการทำงาน
3) เวิร์คช้อปหัวข้อ “การสร้างรายได้จากธุรกิจอาหารด้วยกลยุทธ์การตลาด” โดย อาจารย์ดิเรก ประทุมทอง ที่ปรึกษา ศูนย์วิจัยโลจิสติกส์และการจัดการ และกรรมการหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา











4) การเสวนาหัวข้อ “พลังเชฟ พลังไทย สร้างแรงบันดาลใจ” โดย เชฟชุมพล แจ้งไพร Thai Cuisine Academy สถาบันการอาหารไทย และผู้แทนภาคีเครือข่าย จังหวัดชลบุรี

ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมตามตัวชี้วัดการดำเนินงานสามารถบรรลุตัวชี้วัดตามที่กำหนดไว้ได้อย่างครบถ้วนในทุกมิติ ได้แก่ 1) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ทำให้เกิดการรวมกลุ่มเชฟชุมชนระดับประเทศที่สามารถต่อยอดการทำงานร่วมกันและขยายเครือข่ายทางธุรกิจในอนาคต 2) การรับรองมาตรฐาน โดยผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานจากดีพร้อม ที่สะท้อนถึงการพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ และ 3) การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับทักษะวิชาชีพเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำไปใช้ประกอบอาชีพจริง ก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำ























…………………………..
📍นำเสนอโดย กองประชาสัมพันธ์ สำนักสื่อสารองค์กร วว.
☎️ 0 2577 9048
📧 E-mail : pr@tistr.or.th
🟩 Line@tistr
🟧 IG : tistr_ig
🟥 YouTube : tistr2506
🟪 TIKTOK : @tistr2506Facebook page : TISTR
Views: 1
