ออฟฟิศซินโดรม โรคร้ายของคนทำงาน

แวะไปอ่านบทความน่าสนใจของ พ.ต.ท. สุรศักดิ์ จิระพรชัย นักกายภาพบำบัด จากเว็บไซต์นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เห็นว่ามีประโยชน์สำหรับคนวัยทำงานจึงขอนำมาฝากค่ะ “สาเหตุหลักๆ ก็เกิดจากทำงาน ทั้งทำงานหนัก ทำงานหักโหม ใช้ชีวิต มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมาะสม นั่งเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกายด้วยท่าทางอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง ที่เห็นชัด อย่างการนั่งหลังค่อมทำงานหน้าคอมพิวเตอร์” บ่อยครั้งเวลานั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ คุณคงเคยรู้สึกปวดเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อบ่าและหลัง จริงอยู่ การขยับเนื้อตัว ปรับเปลี่ยนท่านั่งอิริยาบถ หรือลุกเดิน อาจช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้ แต่รู้หรือไม่ นี่คือสัญญาณเตือนของภาวะที่เรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม ยิ่งคุณต้องทำงานเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์มากเท่าไหร่ ภาวะนี้ก็พร้อมที่จะโจมตีคุณทุกเมื่อ … Read More

นั่งอยู่หน้าจอคอมพ์ทั้งวัน กินอย่างไร? ให้พอดีกับความต้องการ

สมมุติชีวิตประจำวันของนายเป็ด (ชาย) อายุ 25 ปี น้ำหนัก 70 กิโลกรัม สูง 170 เซนติเมตร อาชีพพนักงานตอบเมลล์ลูกค้า ทำงานนั่งหน้าจอคอม เริ่มงาน 8 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น อาหารเช้าจานด่วนเพื่อเข้างานให้ทัน “ข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าบริษัท” “กาแฟ 1 แก้วสตาร์บักส์” อาหารกลางวันคู่ชีพพนักงานบริษัท “ข้าวกระเพราไก่ไข่ดาวซุ้มริมถนน” “ลูกชิ้นทอดรถเข็นเจ้าเก่า” อาหารเย็นจัดหนัก “ไก่ทอดผู้พัน” “น้ำอัดลมหมีโคอาล่า … Read More

ผลวิจัยชี้ “คีย์บอร์ด” “โทรศัพท์มือถือ” สกปรกกว่าห้องน้ำ!!!

” เอานิ้วจิ้มฝาชักโครกยังสะอาดกว่าจิ้มคีย์บอร์ด” ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยอริโซน่า ในสหรัฐฯ เผยผลวิจัย “10 สิ่งสกปรกอุดมเชื้อโรคที่ถูกใช้บ่อยที่สุด” แถม 2 อุปกรณ์ใกล้ตัวชาวไอทีอย่าง “คีย์บอร์ด” และ “โทรศัพท์มือถือ” ก็ติดอยู่ใน 5 อันดับแรกซะด้วย ใกล้ตัวชาว ARiP ขนาดนี้รู้ไว้ซะหน่อยกันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าต้องขึ้นโรงหมอเสียตังค์ เสียเวลาแถมเจ็บตัว ดูจะไม่ค้มกันนะ หากนึกถึงสิ่งสกปรกรอบๆตัว หลายคนคงชี้ไปยังห้องน้ำ หรือไม่ก็ลูกบิดที่แสนจะไกลตัวซะเหลือเกิน แต่ที่แท้จริงแล้วมันใกล้มากกว่านั้น หรืออาจเป็นเพราะมันแนบชิดสนิทติดตัวซะจนเรามองข้ามมันไป มาดูกันว่า”รายงาน 10 … Read More

เครื่องดื่มเสริมสุขภาพต้านอนุมูลอิสระ

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  โดยความร่วมมือในการวิจัยของฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร  (ฝทอ.)  และฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ  (ฝภผ.)  ได้ดำเนินโครงการวิจัยนี้,  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากวัตถุดิบผักพื้นบ้าน.  จากข้อมูลผลการทดสอบสมบัติการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธีการทดสอบต่างๆ ทางเภสัชวิทยาทั้งในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลอง  พบว่า  ผักหวานบ้านและผักเชียงดามีศักยภาพสูงในการต้านอนุมูลอิสระ,  นอกจากนี้  ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สัมพันธ์กับภาวการณ์เกิดโรคเบาหวานด้วย.  ดังนั้น  ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว.  จึงได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเสริมสุขภาพด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากผักหวานบ้านและผักเชียงดา  ทั้งหมดจำนวน 4 สูตรผลิตภัณฑ์  ได้แก่  เครื่องดื่มผักหวานบ้านพร้อมดื่ม 2 รสชาติ (รสธรรมชาติและรสน้ำผึ้งมะนาว),  เครื่องดื่มผักเชียงดาพร้อมดื่ม 2 รสชาติ (รสธรรมชาติและรสน้ำผั้งมะนาว),  … Read More

การวิจัยและศึกษาธัญพืชและสมุนไพรที่เหมาะสมต่อการผลิตสารให้ความหวานเพื่อสุขภาพ

การวิจัยและศึกษาธัญพืชและสมุนไพรที่เหมาะสมต่อการผลิตสารให้ความหวานเพื่อสุขภาพ (ชะเอมไทย, อ้อยสามสวน และหัสคุณใหญ่หรือชะเอมพื้นเมือง) ณ แปลงทดลอง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จากผลการศึกษาพบว่าสมุนไพรทั้งสามชนิดมีการตอบสนองต่อการเจริญเติบโตด้านความสูง, ความกว้างของทรงพุ่ม, จำนวนใบ, น้ำหนักแห้งและปริมาณสารหวานสามชนิด ได้แก่ แมนนิทอล, ซอร์บิทอล และไซลิทอล ที่เพิ่มขึ้นโดยพบว่าการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำจากปลาอัตรา 40 มิลลิลิตร/น้ำ 10 ลิตร พร้อมฉีดพ่นสาร Paclobutrazol 500 มิลลิลิตร/ลิตร ส่งผลทำให้สมุนไพรทั้งสามชนิดมีการตอบสนองต่อการเจริญเติบโตและส่งผลต่อปริมาณสารหวานที่เพิ่มขึ้นมากกว่าทุกๆ กรรมวิธีในการทดลอง.

การสัมผัสอุณหภูมิของร่างกาย

เรียบเรียงโดย ดร. ชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล ร่างกายของคนเรานั้น สามารถรับความรู้สึกเกี่ยวกับอุณหภูมิได้ตั้งแต่หนาว เย็น อุ่น ร้อน และกำลังสบาย ความสามารถรับความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นโดยภายในร่างกายจะมีตัวรับ (receptors) ซึ่งตัวรับที่พบมี 3 ชนิดคือ ตัวรับความเย็น (cold receptors) ตัวรับความร้อน (warm receptors) ตัวรับความรู้สึกเจ็บปวด (pain receptors) ตัวรับนี้จะทำงานได้ดีเมื่อร่างกายถูกกระตุ้นด้วยความเย็นจัดหรือร้อนจัดจนทำให้เกิดการทำลายของเนื้อเยื่อ ตัวรับทั้ง 3 ชนิดจะมีตำแหน่งเป็นจุดๆ กระจายอยู่ โดยทั่วไปตามร่างกาย … Read More

กรดไขมันจากสาหร่ายกับการป้องกันโรคหัวใจ

เรียบเรียงโดย สยามรัฐ ป้านภูมิ  ในบรรดาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่คร่าชีวิต ของมนุษย์ ในโลกยุคปัจจุบัน โรคหัวใจจัดได้ว่าเป็นโรคที่ร้ายแรงและน่ากลัวที่สุดโรคหนึ่งเพราะในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่อาศัยอยู่ในแถบประเทศตะวันตก� สาเหตุของโรคหัวใจเกิดจากการมีไขมันอุดตันในเส้นเลือด หรือมีปริมาณคอเลสเทอรอลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริโภคอาหารที่มีไขมันมาก โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ และอาหารจำพวกเนยต่างๆ ซึ่งทำให้หัวใจต้องบีบตัวแรงขึ้นในการสูบฉีดโลหิตไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ทำให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวาย และเสียชีวิตในที่สุด นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ศึกษาพบว่า มีกรดไขมันชนิดหนึ่ง ซึ่งพบในธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยป้องกันและรักษาโรคหัวใจได้อย่างมี ประสิทธิภาพ กรดไขมันชนิดนี้คือ กรดไอโคซาเพนเทโนอิก (eicosapentaenoic acid) หรือ อีพีเอ (EPA) ซึ่งมีผลไปช่วยลดปริมาณคอเลสเทอรอลในเส้นเลือด … Read More

การดูดซึมสารอาหาร

เรียบเรียงโดย ดร. ชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล เมื่ออาหารที่รับประทานเข้าไปในร่างกายได้ผ่านการย่อยจนเป็น สารอาหารที่ร่างกายพร้อมจะนำไปใช้ สารอาหารต่างๆ ก็จะถูกลำเลียงไปใช้โดยผ่านกระบวนการดังนี้ 1. กระบวนการดูดซึมสารอาหาร พบว่าสารอาหารชนิดต่างๆ ที่ได้จากกระบวนการย่อยจะถูกดูดซึมเข้าสู่เซลล์บุผิวทางเดินอาหารในส่วนของลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ เข้าสู่กระแสเลือดทางหลอดเลือดดำ พอร์ทัล (portal vein) ผ่านตับและผ่านทางท่อน้ำเหลืองโดยตรง กระบวนการดูดซึมสารอาหารนี้อาจจะแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบด้วยกันคือ การดูดซึมแบบธรรมดา (passive transport) จะเป็นการเคลื่อนที่ของสารจากที่ที่มีความเข้มข้นสูงไปยังที่ที่มีความเข้มข้นน้อยกว่าการ เคลื่อนที่ของน้ำในกระบวนการออสโมซิส และการเคลื่อนที่ของสารชนิดหนึ่งแลกเปลี่ยนกับสารอีกชนิดหนึ่งโดยที่ไม่มีการใช้พลังงาน การดูดซึมแบบใช้ตัวพา (facilitated transport) จะเป็นการเคลื่อนที่ของสารจากที่ที่มีความเข้มข้นสูงกว่าไปยังที่ที่มีความเข้มข้นน้อยกว่าโดยมีตัวพา … Read More

การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในทางเดินอาหาร

เรียบเรียงโดย ดร. ชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ อาจเกิดได้ทุกตำแหน่งในทางเดินอาหารตั้งแต่ ต้นทางจนถึงปลายทาง สำหรับสาเหตุพยาธิสภาพ และกลไกของการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติแต่ละแบบก็จะแตกต่างกันไป โดยมี ทั้งที่เกิดขึ้นเองภายในระบบทางเดินอาหารและสาเหตุที่เกี่ยวโยงจากความผิดปกติของ ส่วนอื่น เช่น อาการเมารถ (motion sickness) เป็นต้น ตัวอย่างของการผิดปกติที่พบได้บ่อยมีดังนี้ คือ   อาการกลืนลำบาก (dysphagia) เป็นอาการที่กลืนอาหารและน้ำไม่ค่อยลง ทำให้เกิดอาการสำลัก สาเหตุอาจเนื่องจากกล้ามเนื้อหลอดอาหารไม่บีบตัว หรือหลอดอาหารอักเสบ อาการท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย (dyspepsis) … Read More

อันตรายจากควัน ที่เกิดขึ้นจากการเผายางรถยนต์

นายฉาดเฉลียว บุนนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านดับเพลิงและผจญเพลิง ได้ให้ความรู้ว่า การเผายางรถยนต์ส่งผลกระทบในเรื่องสภาพอากาศอย่างเห็นได้ชัด เพราะการเผาไหม้ของยางรถยนต์จะใช้เวลาในการเผานานกว่าเชื้อเพลิงอย่างอื่นหลายเท่า อีกทั้งเขม่าควันจากยางรถยนต์จะเห็นได้ชัดว่าเป็นกลุ่มควันสีดำลอยไปตามอากาศ ซึ่งหากสูดดมเข้าไปย่อมทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากการเผา (Carbon monoxide : CO) เมื่อหายใจเอาก๊าซดังกล่าวเข้าไปแล้ว ก๊าซจะรวมตัวกับฮีโมโกลบิน (Haemoglobin) ในเม็ดเลือดแดงได้มากกว่าออกซิเจนถึง 200-250 เท่า เกิดเป็นคาร์บอกซีฮีโมโกลบิน (Carboxyhaemoglobin : CoHb) ซึ่งลดความสามารถของเลือดในการเป็นตัวนำออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย หรือทำให้ออกซิเจนในเลือดน้อยลง ส่งผลให้ผู้ที่หายใจเข้าไปมีอาการหายใจขัดและอึดอัดเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก ดังนั้น ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจึงควรหลีกเลี่ยงการสูดดมเขม่าควันดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย … Read More