u-Leaning เพราะการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด

ยุคนี้ต้องมีตัวอักษรย่อนำหน้าคำต่างๆ ให้ได้ฉงนสงสัยกันเรื่อยมา ตั้งแต่ e- (electronic)  m- (mobile)  แล้วก็มาถึงยุคของ u- กันบ้าง

อันที่จริงอาจจะไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ซะทีเดียว แต่เหมือนการผสมระหว่าง e- และ m- เข้าด้วยกัน เอามาปั่นเทรวมในแก้ว แลัวตกแต่งเพิ่มเติมให้ดูดีทันสมัยเป็นที่นิยมในสังคมก็ว่าได้ ด้วยเทคโนโลยีที่วิ่งไวเหมือนติดจรวดเช่นทุกวันนี้ด้วยแล้ว ยิ่งเอื้ออำนวยให้ u-Learning ได้ออกมาแนะนำตัวแก่ผู้รักการเรียนรู้ให้ได้ทำความรู้จักกัน

หลายคนรู้จักและคุ้นเคยกับ e-Learning มาแล้วว่าเป็นการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ผ่านสื่ออิเล็กทรอกนิกส์ ซึ่งพัฒนารูปแบบต่อเนื่องมาจาก WBI (Web-based Instruction) โดยนำความสามารถของเทคโนโลยีด้านเครือข่ายมาใช้เพื่อการเรียนรู้ แต่ในช่วงแรกการเรียนแบบนี้จะเรียนกันในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่มีการเชื่อต่ออินเตอร์เน็ตภายในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย

ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาขึ้นอีกขั้น ก็ถึงยุคของ m- ได้ออกมาแนะนำตัวให้ใครต่อใครได้รู้จักกันในทางการศึกษาก็คือ m-Learning นั่นเอง เหตุที่คุณ m- ช่วยให้การเรียนรู้ของเรากว้างขึ้นได้นั้น ก็เพราะว่านอกจากการเรียนรู้ในห้องเรียนผ่านเครือข่ายแล้ว หากเพียงคุณสามารถนำอุปกรณ์เคลื่อนที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ติดตัวคุณไปเพื่อศึกษาและค้นคว้าให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ เราก็เรียกว่า m-Learning แล้ว โดยมากเรามักมองว่า m- น่าจะหมายถึงการเรียนผ่านมือถือ ซึ่งก็คือโทรศัพท์มือถือ แต่แท้จริงแล้วในยุคของ m- อาจจะหมายรวมถึง โทรศัพท์มือถือ PDA  LAPTOP ที่ทำงานผ่านเครือข่ายแบบไร้สาย รถสอนหนังสือที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ที่สามารถเคลื่อนที่ไปให้ความรู้ในที่ต่างๆ หรือแม้กระทั่งหนังสือที่เรานำติดตัวไปอ่านก็ยังถือว่าเป็น m-Learning ได้เช่นกัน เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต….แล้วทำไมต้อง u-Learning

u ตัวนี้ก็คือ Ubiquitous ที่เคยกล่าวมาในบทความก่อนหน้านี้ นั่นก็คือ การมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ดังนั้น u-Learning คือการที่เราสามารถที่จะเรียนรู้ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยใช้เทคโนโลยีเครือข่ายทั้งแบบไร้สายและใช้สายในการเชื่อมต่อเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้นั่นเอง

One Reply to “u-Leaning เพราะการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*