Invitation of International Workshop on Tea Cultivation and Processing Technology for South and Southeast Asian Counties

นายพงศกร นิตย์มี
นักทดลองวิทยาศาสตร์วิจัย
ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์

     วว. ได้มีความร่วมมือกับ Yunnan Academy of Science and Technology Development (YASTD) ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีกำหนดจะจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการนานาชาติ เรื่อง Invitation of International Workshop on Tea Cultivation and Processing Technology for South and Southeast Asian ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม – 10 พฤศจิกายน 2560 ณ เมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน

     ผู้เขียนในฐานะนักทดลองวิทยาศาสตร์วิจัย ประจำสถานีวิจัยลำตะคอง ซึ่งอยู่ภายใต้ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ได้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการนานาชาติ เรื่อง Invitation of International Workshop on Tea Cultivation and Processing Technology for South and Southeast

     ซึ่งเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่เดินทางไปต่างประเทศเพียงคนเดียว ต้องขอยอมรับเลยว่า ตอนแรกก็มีอาการกลัวมาก เกี่ยวกับการเดินทางและการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เพราะระยะเวลาในอบรมใช้เวลาถึง 20 วัน ในความรู้สึกที่ต้องไปเข้าอบรม นอกจากกลัวแล้วคือ ทำไมนานจังและประสบการณ์แบบนี้มีน้อยมาก แต่เนื่องจาก มีรุ่นพี่ที่ทำงานค่อยช่วยเหลือทางด้านการติดต่อสื่อสารกับทางสาธารณรัฐประชาชนจีน และคอยแนะแนวทางในการใช้ชีวิตระหว่างที่อยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้ผู้เขียนเกิดความมั่นใจในการที่จะออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ยังต่างประเทศ ต้องขอขอบพระคุณ ดร. ปราโมทย์ ไตรบุญ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ค่อยให้การช่วยเหลือกระผมตลอดมา

     จากรายชื่อผู้เข้าร่วมการฝึกอบรม พบว่า ประเทศไทยได้มีผู้เขียนเพียงคนเดียวที่มาอบรมในครั้งนี้ ทำให้รู้ว่าโดดเดียวมากครับ เพราะว่า ประเทศอื่น ๆ มากันเป็นทีม แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป เรามีการทำกิจกรรม มีการออกมาพูดตามหัวข้อที่ทางผู้จัดได้กำหนด และมีการรวมกลุ่ม ทำให้ทุกคนเริ่มสนิทกันมากขึ้น


กระผมได้บรรยายในหัวข้อ The research condition of tea industry and situation in Thailand. ซึ่งเป็นหัวข้อที่ทางสาธารณรัฐประชาชนจีนให้ความสนใจมาก เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพในการทำตลาดชามาก และประกอบกับธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่มีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องจากทางภาครัฐและเอกชน ทำให้อนาคตอาจมีความร่วมทางด้านการวิจัยและการพัฒนาทางด้านการผลิตชา

ภาพบรรยากาศ หลังจากการฝึกปฏิบัติการตรวจสอบคุณสมบัติของชาในแต่ละประเภท ซึ่งมีให้ตรวจสอบมากมาย

การทดสอบคุณสมบัติของชาแต่ละประเภท เช่น กลิ่น รสชาติ ลักษณะภายนอก เป็นต้น
ซึ่งได้แบ่งกลุ่มและร่วมกันตรวจสอบ

การฝึกทำชา แบบลักษณะก้อนเค้ก ซึ่งกระผมได้ทำเองกับมือทุกขั้นตอน และทางผู้จัดได้ให้กลับบ้านเป็นของที่ระลึก

การบรรยายในแต่ละหัวข้อในแต่ละวัน

เพื่อนใหม่ที่สนิทในกลุ่ม เช่น มาเลเซีย เนปาล เป็นต้น

การกล่าวความรู้สึกสำหรับการฝึกอบรมในครั้งนี้
สำหรับพิธีการ ปิดการฝึกอบรม ผมก็ได้รับโอกาสเช่นกัน

     ประสบการณ์ที่ได้ไปเข้าอบรมครั้งนี้ จากความกลัว ตื่นเต้น กังวล กลายเป็นความรู้สึกที่ดี ประทับใจ ขอบคุณ วว. พี่ๆ ผู้สนับสนุนทุกท่าน เพราะสิ่งที่ได้รับ… นอกจากความรู้เกี่ยวกับเรื่องการวิจัยและการพัฒนาของชาแล้ว ความร่วมมือในอนาคตระหว่างนักวิจัยและหน่วยงานต่างๆคงจะเกิดขึ้นในอนาคต

     โดยส่วนตัว ผู้เขียนยังได้มีการพัฒนาตนเองทั้งเรื่องภาษา การปรับตัว การนำเสนอผลงาน และที่สำคัญได้คำว่า “ มิตรภาพและความร่วมมือ” ตลอด 20 วัน มีการช่วยเหลือกันและกัน ความผูกพันค่อยๆสานต่อจนเรียกได้ว่ามีเพื่อนจากหลากหลายประเทศที่ต่างวัฒนธรรม เพื่อนแต่ละคนมีสัญญาใจกันว่า ถ้าเพื่อนคนไหนมาเยือนประเทศตัวเอง ต้องมีการดูแลกันอย่างดี การติดต่อสื่อสารในยุคนี้ ไม่ยากเลยที่จะทำให้ความสัมพันธ์ยืนนาน

ทั้งหมดนี้คือความประทับใจที่คนทำงานตัวเล็กๆ ได้ถ่ายทอดจากใจ

     ขอบคุณ วว. ที่ให้โอกาสเปิดหู เปิดตา และเปิดใจ

เก็บตกการสัมมนา SOE Digital Transformation for Thailand 4.0…มุมมองจากคนนอกวงการ IT

ดร. ปฐมสุดา อินทุประภา
กองพัฒนาและจัดการความรู้องค์กร

    เมื่อวันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนา SOE Digital Transformation for Thailand 4.0 ที่จัดขึ้นโดยชมรมเทคโนโลยีสารสนเทศรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในฐานะคนนอกวงการ IT เพราะส่วนใหญ่บุคลากรที่มีโอกาสได้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นคนในแวดวง IT ไม่ว่าจะเป็น Programmer, System analyst และ Network engineer ซึ่งแต่ละคนก็จะมีการใช้คำพูดด้วยคำศัพท์ที่เป็น Technical terms ที่ผู้เขียนไม่ค่อยคุ้นหู และไม่เข้าใจความหมายเท่าไรนัก เพราะผู้เขียนเป็นแค่ End user หรือผู้ใช้ระบบที่เขาเหล่านั้นได้พัฒนาขึ้นมาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะ End user ที่เข้าร่วมในการสัมมนาในครั้งนี้ ผู้เขียนรู้สึกว่านับเป็นความโชคดีอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้เขียนได้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มรัฐวิสาหกิจไทยที่มุ่งมั่นจะพัฒนาระบบ Infrastructures, program และบุคลากร เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ Thailand 4.0 ได้อย่างเต็มรูปแบบ

  ในงานสัมมนา ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดและได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง SOE Digital Transformation for Thailand 4.0 ซึ่งท่านได้กล่าวว่า ในปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวข้ามผ่านความล้าหลังแล้ว และกลุ่มรัฐวิสาหกิจของไทยก็มีศักยภาพทั้งในเรื่องเงินทุน กำลังคน และเทคโนโลยีที่จะผลักดันประเทศไทยไปสู่ 4.0 และหากกลุ่มรัฐวิสาหกิจไทยสามารถวางเป้าหมายร่วมกันได้ ท่านก็เชื่อว่ากลุ่มรัฐวิสาหกิจไทยจะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนประเทศไทยความเป็นสู่ 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ ท่านยังเน้นย้ำว่าทุกรัฐวิสาหกิจควรที่จะตั้งเป้าร่วมกันคือ การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยต้องไม่ลืมถึงความมั่นคงปลอดภัยต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการคมนาคม ระบบ logistic และการทำธุรกรรมการเงินผ่านทางอินเทอร์เน็ต ในส่วนของรัฐบาลเองก็กำลังดำเนินการอยู่ 5 เรื่องหลักๆ เพื่อการขับเคลื่อน Digital 4.0 ซึ่ง ก็คือ SIGMA แปลว่า S = Security (ความปลอดภัย), I = Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน), G = Government (รัฐบาล), M = Manpower (กำลังคน) และ A = Application (การประยุกต์ใช้) โดยทั้งหมดนี้ก็หมายความถึง การคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการในโลกออนไลน์และความมีเสถียรภาพของระบบต่างๆ การลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่ายให้ครอบคลุม การทำระบบ e-government เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ของรัฐบาลได้อย่างทั่วถึง การพัฒนากำลังคนหรือบุคลากรที่จำเป็นเพื่อใช้พัฒนา วิเคราะห์ และวางระบบต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และการนำเอาระบบต่างๆ ที่ได้รับการพัฒนามาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยในแต่ละภูมิภาค ซึ่งเหล่านี้ก็เชื่อมโยงกับการเสวนาของ คุณเทวินทร์ วงวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คุณชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง และคุณมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งทั้งสามท่านได้กล่าวถึง ความพร้อมในด้าน Manpower และ Infrastructure ของหน่วยงาน นอกจากนี้ท่านทั้งสามยังยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ รวมไปถึงการเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่างๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเตรียมพร้อมเกี่ยวกับใช้พลังงานไฟฟ้าในรถยนต์ การเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยบนระบบเครือข่ายความเร็วสูงที่ครอบคลุมไปทั่วประเทศ

 

 นอกจากนี้ในการเสวนาช่วงบ่ายของ ดร. ณัฐพล นิมมานพัชริทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัล และ นพ. ศุภชัย ปาจริยานนท์ ผู้ก่อตั้ง RISE และ CEO บริษัท MCFIVA ทั้งสองท่านยังได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมของบุคลากรของภาครัฐให้มีความเป็นนักนวัตกร (Innovator) คือ การที่บุคลากรภาครัฐสามารถนำเอาผลงานวิจัยมาต่อยอดหรือสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้นี้ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเปลี่ยนวิถีชิวิตของผู้บริโภคได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น สร้างความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา หรือประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นต้น นวัตกรจำเป็นต้องมีความเข้าใจถึงมุมมองของนักลงทุนและสามารถสื่อสารกับนักลงทุนให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานที่มีความแปลกใหม่และตอบสนองชีวิตในยุค digital 4.0 ได้ ซึ่งบุคลากรภาครัฐควรได้รับการฝึกฝนและพัฒนาทัศนคติ รวมถึงแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่ และหลุดออกจากกรอบความคิดเดิมๆ เพื่อสร้างสรรค์งานที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่สังคม

 สำหรับในเรื่องของ Security นั้น ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ก็ได้กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ Cyber Security for New Generation ซึ่งในการบรรยายท่านก็ได้เน้นย้ำถึง การโจมตีทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายของทั้งภาครัฐและเอกชนที่จำเป็นจะต้องมีการกำหนดกลยุทธ์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับเป้าหมายในการปฏิรูปธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานของระบบจำเป็นต้องเข้มแข็ง และสามารถตรวจจับเครือข่ายแปลกปลอมต่างๆ ที่แทรกซึมเข้ามาในระบบได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เรื่องนี้นับว่าเป็นความท้าทายที่สำคัญอย่างยิ่งของการพัฒนาสู่ Thailand 4.0 อย่างมีประสิทธิภาพ

  ในช่วงท้ายของงานซึ่งเป็นการบรรยายพิเศษเรื่อง Challenging to change in digital era โดย พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้กล่าวถึง การเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ทำให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง ดังนั้นในยุคที่ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในพริบตา บุคลากรภาครัฐจึงจำเป็นต้องพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแลงที่รวดเร็วเช่นนี้ เพราะคลื่นลูกใหม่แห่งความเปลี่ยนแปลงอาจจะถาโถมลงมาได้อีกในไม่กี่ปีข้างหน้า

 ท้ายสุดนี้ ข้อคิดที่ได้จากเข้าร่วมสัมมนาในฐานะ End user ผู้เขียนได้ตระหนักถึงสิ่งที่ End user ต้องเตรียมรับมือเพื่อก้าวเข้าสู่ Thailand 4.0 อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นก็คือ Digital literacy หรือความตระหนักรู้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อให้เราสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง

มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2560

ร่วมเรียนรู้ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 กับ วว.

พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับ 180 วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 โดยเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 23 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา เรามาเรียนรู้ร่วมกันเพื่อจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องจากการชมวีดีทัศน์การเสวนาให้ความรู้ได้ที่นี่ ทั้งนี้ มีทั้งหมด 17 ตอน

ท่านสามารถอ่านเอกสารเพิ่มเติมประกอบที่นี่ ประกอบด้วย

การยืดอายุการเก็บรักษาจุลินทรีย์โพรไบโอติกในน้ำผลไม้ด้วยการกดดันด้วยกรด

Russula เครื่องดื่มจากเห็ดน้ำแป้ง

        เห็ดน้ำแป้ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Russula  alborealata Hongo เป็นเห็ดพื้นเมืองในภาคอีสานของไทย ซึ่งจากผลการวิจัยของ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พบว่า เห็ดชนิดนี้ มีสารสำคัญ คือ 4,5-dicaffeoylquinic acid มีสรรพคุณทางเภสัชวิทยาที่สามารถช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และ ลดภาวะเสี่ยงโรคมะเร็ง ด้วยคุณสมบัติที่น่าสนใจดังกล่าว วว. จึงได้ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากเห็ดชนิดนี้ขึ้น เพื่อถ่ายทอดให้กับผู้ประกอบการได้นำไปผลิตและจัดจำหน่ายกันค่ะ

หากท่านใดสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38  หรือ
Call  center วว. โทร.0 2577 9300  ในวันและเวลาราชการ 
E-mail : marketing_tistr@tistr.or.th