วว.ผลิตเตาชีวมวล ประหยัดพลังงานเพื่อชุมชน

วว.พัฒนาเตาชีวมวลประหยัดพลังงานเพื่อชุมชน
………………….

“ถ่าน” เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลที่เป็นแนวทางเลือกหนึ่งในการนำมาใช้ผลิตความร้อน เพื่อทดแทนการใช้แก๊สหุงต้ม และต้นทุนของเชื้อเพลิงชีวมวลมีราคาต่ำเมื่อเทียบกับแก๊สหุงต้ม อีกทั้งยังหาซื้อได้ง่ายและสามารถปลูกทดแทนได้ โดยเฉพาะไผ่และไม้ยูคาร์ลิปตัส เป็นพืชโตเร็วและปลูกได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ หากถ่านถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงที่ให้ความร้อนใกล้เคียงหรือเทียบเท่าได้กับการใช้แก๊งหุงต้ม

ด้วยตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว กอปรกับเพื่อการตอบโจทย์ให้แก่ผู้ประกอบการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม จึงมุ่งวิจัยและประสบผลสำเร็จในการพัฒนา “เตาชีวมวลประหยัดพลังงานสำหรับผลิตกล้วยทอดจำหน่ายเชิงพาณิชย์” สำหรับเป็นอุปกรณ์ทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงแก๊สหุงต้ม ลดการสูญเสียความร้อนโดยการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลทดแทน ให้แก่วิสาหกิจชุมชนอาชีพบ้านโนนใน จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งมีปริมาณการผลิตสินค้ากล้วยทอด 100 กิโลกรัมต่อวัน โดยใช้แก๊สหุงต้ม (lPG) เป็นเชื้อเพลิงให้ความร้อนแก่หม้อกวนและหม้อทอดกล้วย โดยมีปริมาณการใช้แก๊ส lPG 64 กิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นเงิน 1,600 บาทต่อวัน

ดังนั้นผู้ประกอบการจึงมองหาเชื้อเพลิงชนิดใหม่ที่สามารถลดหรือทดแทนการใช้แก๊สหุงต้มได้ เพื่อลดต้นทุนจากเชื้อเพลิง แต่ต้องสามารถใช้งานได้สะดวกและง่ายต่อการควบคุมดูแล

โดยเตาชีวมวลประหยัดพลังงาน ที่ วว. พัฒนาให้แก่วิสาหกิจชุมชนอาชีพบ้านโนนใน จังหวัดกำแพงเพชร สำเร็จนั้นสามารถตอบโจทย์ และแก้ปัญหาตรงกับความต้องการได้ โดยมีจุดเด่น คือ

1.มีประสิทธิภาพผลิตความร้อนด้วยเชื้อเพลิงถ่านที่มีราคาต่ำกว่าเชื้อเพลิงแก๊สหุงต้ม
2.ลดต้นทุนเชื้อเพลิงลงถึง 3 บาทต่อกิโลกรัมกล้วย
3.ลดเวลาในการผลิต (*จากเดิมการกวนกล้วย 30 กิโลกรัม จะใช้เวลา 3 ชั่วโมง 30 นาที แต่เมื่อใช้เตาชีวมวลที่พัฒนาโดย วว. จะใช้เวลา 2 ชั่วโมงเท่านั้น*)
4.มูลค่าการประหยัดค่าพลังงานในการผลิตกล้วยทอดเท่ากับ 88.33 บาท ต่อการผลิตกล้วยทอด 1 กิโลกรัม
5.มูลค่าการประหยัดเวลาในการผลิตกล้วยทอดเท่ากับ 1.875 บาท ต่อการผลิตกล้วยทอด 1 กิโลกรัม

“เตาชีวมวลประหยัดพลังงานสำหรับผลิตกล้วยทอดจำหน่ายเชิงพาณิชย์” นับเป็นอีกหนึ่งผลงานความสำเร็จของ วว. ในการนำองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

ผู้สนใจผลงานวิจัย วว. ติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0 2577-9436-38 หรือ Call center วว. โทร.0 2577 9300 ในวันและเวลาราชการ หรือที่ E-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ASEAN-ROX

วว./KIPA เกาหลี ผนึกกำลังพันธมิตรจัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ
“ASEAN-ROK BIOFUEL AND IP POLICY EVALUATION SEMINAR” ครั้งที่ 3 @ เชียงใหม่
……………………..………

ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวแสดงความยินดีเนื่องในงานสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ หัวข้อเรื่อง “ASEAN-ROK Biofuel and IP Policy Evaluation Seminar ครั้งที่ 3” ซึ่ง วว. และ หน่วยงาน Korea Invention Promotion Association (KIPA) ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้บันทึกความร่วมมือดำเนินงานกับพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทล.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 8-11 พฤษภาคม 2561 ณ โรงแรมคุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารจัดการนวัตกรรม ทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพยากรต่างๆ รวมถึงส่งเสริมการคุ้มครองและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพยากรชีวภาพ รวมทั้งทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีประเทศกลุ่มประเทศอาเซียนที่เข้าร่วม 8 ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนามและไทย และเจ้าภาพจัดงานคือ สาธารณรัฐเกาหลี
ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการสัมมนาฯ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีที่สำคัญของสภาพภูมิอากาศภายใต้กฎระเบียบใหม่ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายด้านพลังงานทดแทน การประเมินทรัพย์สินทางปัญญาและตัวอย่างที่น่าสนใจของสาธารณรัฐเกาหลีและประเทศไทย การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำ Business Model Canvas เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์/เทคโนโลยีการผลิตน้ำมันชีวภาพและที่เกี่ยวข้องเชิงพาณิชย์ รวมทั้งการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง..Technology Readiness Level (TRL) ตลอดจนการศึกษาดูงาน ณ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) โรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ โดยใช้หญ้าเนเปียร์และข้าวโพดเป็นวัตถุดิบซึ่งเป็นพืชพลังงาน ณ จังหวัดเชียงใหม่
อนึ่ง การจัดสัมมนาฯ ดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากความสำเร็จและความร่วมมือกันระหว่างประเทศของการประชุมระดับนานาชาติของกลุ่มประเทศอาเซียนและสาธารณัฐเกาหลี the ASEAN-ROK Cooperation Project ครั้งที่ 1 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 ตุลาคม 2560 ณ เกาะเจจู ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี หัวข้อ Seminar of the ROK-ASEAN Cooperation Project: Biofuel and IP Policy Sharing Seminar (Republic of Korea, ROK) มีเจ้าภาพหลัก คือ Korea Invention Promotion Association (KIPA) และเจ้าภาพร่วม ได้แก่ ASEAN-ROK Cooperation Fund, World Intellectual Property Organization (WIPO), Korean Intellectual Properties Office (KIPO), The Green Technology Center (GTC), Jeju Special Governing Provence, Jeju National University และ Jeju Chamber of Commerce and Industries จากการประชุมได้ให้ความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญากับการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 นโยบายทรัพย์สินทางปัญญาด้านพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การวิเคราะห์แนวโน้ม เทคโนโลยี การจดสิทธิบัตร และความร่วมมือเทคโนโลยีด้าน การผลิตพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน จากชีวมวลทางการเกษตร ป่าไม้ และสาหร่าย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดผลกระทบ การสร้างความมั่นคงทางการตลาดของพลังงานหมุนเวียน
และต่อเนื่องในการประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 256 ณ กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย ในหัวข้อ “Seminar of the ASEAN-ROK Cooperation Project: Biofuel and IP Policy Consultation Seminar” โดยมีเจ้าภาพหลัก คือ Korea Invention Promotion Association (KIPA) และ LIPI อินโดนีเซีย ที่ได้มุ่งเน้นการจัดการ/การแบ่งปันทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศเกาหลีและประเทศต่างๆ ทั้งในอาเซียนและภูมิภาคอื่น นโยบายทรัพย์สินทางปัญญาด้านพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การพัฒนา Business Model Canvas ของผลิตภัณฑ์/เทคโนโลยีการผลิตน้ำมันชีวภาพและที่เกี่ยวข้องเชิงพาณิชย์