การวิจัยและพัฒนา (ที่ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ จำนวน 41 โครงการ )

            ปีงบประมาณ 2546 วว. มีผลงานวิจัยและพัฒนาและโครงการบริการที่ปรึกษาที่ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์   จำนวน

41  โครงการ ดังนี้

 

1.  การพัฒนาต้นแบบเครื่องให้อาหารกุ้งอัตโนมัต                  

                วว. ได้ทำการพัฒนาระบบการให้อาหารกุ้งอัตโนมัติโดยออกแบบและสร้างเครื่องต้นแบบให้อาหารกุ้ง   ซึ่งประกอบด้วยส่วนสำคัญ

 4 ส่วน คือ ชุดกระจายอาหารกุ้ง ชุดป้อนอาหารกุ้ง การติดตั้งในบ่อเลี้ยงกุ้ง และระบบไฟฟ้าควบคุม จากการทดสอบการใช้งาน พบว่าสามารถกระจายอาหารได้อย่างสม่ำเสมอ ลดภาวะการเน่าเสียจากอาหารกุ้งตกค้างในบ่อ และสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตและการจ้างแรงงานของ     

ผู้ประกอบการ รวมทั้งการสูญเสียอาหารจากการให้อาหารมากเกินไป

   

2.  การเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมบริโภค      

                จากการศึกษาศักยภาพของอาหารพร้อมบริโภคของไทยในตลาดเป้าหมาย พบว่า อาหารว่างประเภททอด มีแนวโน้มการเติบโตขยายตัวของตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศสูงเป็นอันดับที่ 1 และ 2 ตามลำดับ วว. จึงได้เลือก “ทอดมันกุ้ง” เป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ซึ่งเมื่อทำการลดอุณหภูมิก่อนการแช่เยือกแข็ง พบว่าตัวอย่าง ทอดมันกุ้งที่ผ่านการลดอุณหภูมิให้เป็น 50. และ 00. และไม่ผ่านการลดอุณหภูมิก่อนการแช่เยือกแข็ง โดยเก็บ รักษาผลิตภัณฑ์ที่อุณหภูมิ – 200. พบว่าผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 สภาวะ ยังคงมีลักษณะใกล้เคียงกับตัวอย่างก่อนการแช่เยือกแข็ง ทั้งในคุณภาพทางกายภาพ ทางเคมีและจุลินทรีย์ และสามารถเก็บรักษาได้นานกว่า 9 เดือน ซึ่งได้รับการ ยอมรับจากผู้บริโภคไม่แตกต่างกับตัวอย่างก่อนการแช่เยือกแข็งอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และเมื่อพิจารณาผลของการลดอุณหภูมิต่อคุณภาพของตัวอย่างทอดมันกุ้ง เมื่อเก็บรักษาเป็นระยะเวลา 9 เดือน พบว่าระดับการลดอุณหภูมิก่อนการแช่เยือกแข็งไม่มีผลต่อคุณภาพของทอดมันกุ้ง เมื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างก่อนการแช่เยือกแข็ง

  

3. การรวบรวมสารพันธุกรรมจุลินทรีย์เพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม

                เป็นการรวบรวมข้อมูลสารพันธุกรรมของจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรม รวมทั้งหมด 106 สายพันธุ์ ประกอบด้วย ยีสต์ 30 สายพันธุ์ เชื้อรา 21 สายพันธุ์ และแบคทีเรีย 55 สายพันธุ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลที่จะควบคุมหลังตรวจความแน่นอนของสายพันธุ์จุลินทรีย์ และใช้ในการจัดจำแนกสายพันธุ์จุลินทรีย์ หาความสัมพันธ์กับสายพันธุ์จุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ ว่ามีความใกล้ชิดมากน้อยขนาดใด และจัดทำเป็นฐานข้อมูลพันธุกรรมเก็บรักษาไว้ที่ศูนย์จุลินทรีย์ของ วว. ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงสายพันธุ์จุลินทรีย์ให้มีคุณสมบัติที่ต้องการ รวมทั้งนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ในอนาคตได้

 

4. การใช้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์

                การผลิตแบคทีเรียที่มีประโยชน์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงปลา

                 วว. ได้ทำการคัดเลือกแบคทีเรียที่มีสมบัติเป็นไพรไบโอติกที่มีความทนทานต่อสภาพการเลี้ยงต่าง ๆ เช่น การทนต่อความเข้มข้นของโซเดียมคลอไรด์ การทนต่อเกลือน้ำดี อุณหภูมิและการเจริญในสภาพที่มีและไม่มีอากาศ รวมทั้งการต้านทานการเจริญในสภาพที่มีและไม่มีอากาศ  ต้านทานการเจริญของแบคทีเรียก่อโรคได้ 4 สายพันธุ์ คือ Lactobacillus fermentum, Pediococcus pentosaceus, Pediococcus acidilactici และ Bacillus licheniformis  การเพาะเลี้ยงด้วยสูตรอาหารของ วว. มาผสมในอาหารสำเร็จรูป (ไฮเกร็ด) ทดลองเลี้ยงปลาทับทิม (Tilapia sp.) เป็นเวลา 60 วัน พบว่าปลาที่เสริมด้วยจุลินทรีย์ดังกล่าว สามารถเพิ่มน้ำหนักตัวเฉลี่ยได้สูงกว่ากลุ่มปลาควบคุมที่ให้อาหารปลาปกติ เชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้ยังสามารถควบคุมปริมาณเชื้อจุลินทรีย์โคลิฟอร์มและ E.colli ในระบบทางเดินอาหารของปลา และเมื่อทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยหาสภาวะที่เหมาะสมในการเก็บจุลินทรีย์โพรไบโอติก พบว่าผลิตภัณฑ์รูปแบบน้ำที่ ประกอบด้วย Glyceral 1% สามารถเก็บรักษาเซลล์ Bacillus licheniformis ได้ดีที่สุดในระยะเวลา 5 เดือน  ส่วนรูปแบบผงที่ประกอบด้วยผงมันสำปะหลังสามารถเก็บรักษาเซลล์ Bacillus licheniformis ได้ดีที่สุดในระยะเวลา 6 เดือน

 

5. การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากของเหลือทิ้ง / เหลือใช้จากอุตสาหกรรมกุ้งแช่แข็ง

                -  การผลิตอนุพันธ์ไคโตซานเพื่อใช้ในการเกษตร

                   วว. ได้ทำการศึกษาวิธีการผลิตไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ ซึ่งเป็นอนุพันธ์ไคโตซานที่ได้จากการย่อยไคโตซาน พบว่ามีคุณภาพเทียบเท่ากับที่มีจำหน่ายในท้องตลาด จึงได้นำสารไคโตซานไปทดลองในภาคสนาม โดยทดสอบประสิทธิภาพของสารไคโตซานต่อการลดการละลายของปุ๋ยเคมีที่เคลือบด้วยสารไคโตซาน พบว่ามี การละลายของปุ๋ยใกล้เคียงกับที่ไม่ได้เคลือบด้วยสารไคโตซาน ทดสอบสารไคโตซานและอนุพันธ์ของไคโตซานมีผล ต่อการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อพืชน้อยมาก และได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของสารไคโตซานและอนุพันธ์ของสาร ต่อการป้องกันสารกำจัดหนอนกระทู้ ผลการทดลองพบว่าความเข้มข้นของสารไคโตซาน 20% DA 15 ppm มีผลทำให้หนอนตายถึง 26.67%

             -  การศึกษาประสิทธิภาพของไคโตซานและอนุพันธ์ เพื่อเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของพืช และการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช

                เปลือกกุ้งและหัวกุ้งประกอบด้วยสารพอลิแซ็กคาไรด์ ซึ่งเป็นไบโอพอลิเมอร์ที่เรียกว่า “ไคติน” เมื่อถูกย่อยสลายด้วยเอนไซม์เฮมิเซลลูเลส จะได้สารไคโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ และมีคุณภาพเทียบเท่ากับที่จำหน่ายในท้องตลาด วว.ได้นำผลิตภัณฑ์มาทำการทดลองประสิทธิภาพของสารไคโตซานและอนุพันธ์ต่อการใช้เป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของพืชและสารป้องกันกำจัดแมลง ผลการทดลองพบว่าสารโอลิโกแซ็กคาไรด์ สามารถนำมาใช้เป็นสารป้องกันกำจัดแมลงได้โดยสารโอลิโกแซ็กคาไรด์ 20% DA ที่ความเข้มข้น 200 ส่วนในล้านส่วน สามารถฆ่าหนอนกระทู้ตายมากถึง 80%

 

6. การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อรองรับอุตสาหกรรมการส่งออกพืชสวน

                เป็นการศึกษาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาลำไย ลิ้นจี่ และทุเรียน รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม สำหรับผลิตผลพืชสวนที่มีศักยภาพสูงในการส่งออก เช่น มังคุด เงาะ สับปะรด มะนาว ส้มโอ ฝรั่ง น้อยหน่า ผักใบเขียว กระเจี๊ยบเขียว พริก หอมหัวใหญ่ และกล้วยไม้ตัดดอก พบว่าการใช้สารเคมีที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งก๊าซเอทิลีนได้ผลดีกับ ทุเรียน มะม่วง น้อยหน่า และกล้วยไม้ตัดดอก และการใช้ไคโตซานในการเคลือบผิวได้ผลดีกับพืชตระกูลส้ม

 

7. การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและระบบประกันคุณภาพผลิตผลพืชสวน เพื่อการส่งออก

            - การยืดอายุการเก็บรักษาและการรักษาสีผิวลิ้นจี่

              การใช้วิธีขัดผิวเปลือกโดยใช้น้ำร้อนอุณหภูมิ 500. เป็นเวลา 1 นาที ร่วมกับการใช้สารละลายกรด ไฮโดรคลอริกความเข้มข้น 4% นาน 4 นาที สามารถยืดอายุการเก็บรักษาและรักษาสีผิวของลิ้นจี่พันธุ์ค่อมได้ เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ที่อุณหภูมิ 50. การจุ่มผลลิ้นจี่ลงในน้ำร้อน อุณหภูมิ 950. นาน 3 วินาที ร่วมกับการใช้สารละลายกรดไฮโดรคลอริกความเข้มข้น 4% นาน 4 นาที สามารถยืดอายุการเก็บรักษาและรักษาสีผิวของลิ้นจี่พันธุ์ค่อมได้ 3 สัปดาห์ การใช้วิธีการดังกล่าวกับลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย แต่เวลาที่ใช้ในการจุ่มน้ำร้อนเป็น 1 วินาที เก็บรักษาและรักษาสีผิวได้เพียง 1 สัปดาห์ การแช่ผลลิ้นจี่พันธุ์ค่อมและพันธุ์ฮงฮวยลงในน้ำที่ได้รับโอโซนความเข้มข้น 100 มิลลิกรัม / ชั่วโมง นาน 20 และ 15 นาที จะยืดอายุการเก็บรักษาได้ 4 สัปดาห์ โดยไม่พบเชื้อรา แต่ไม่ได้ช่วยรักษาสีผิวมากนัก

 

8. การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการผลิตมะนาวพร้อมปรุงและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง

            - การศึกษามะนาวเพื่อผลิตเป็นน้ำมะนาวพร้อมปรุงและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง                             

                  เป็นการศึกษาลักษณะประจำพันธุ์ของมะนาวที่มีแนวโน้มจะเป็นมะนาวเศรษฐกิจของประเทศไทย จำนวน 8 พันธุ์ คือ พันธุ์แป้นพวง แป้นรำไพ สีคิ้ว 1 ตาฮิติ (น้ำหอมทูลเกล้า) ตาฮิติ (เขาหินซ้อน) ด่านเกวียน เลม่อนเชียงใหม่ และมะนาวควาย จากการศึกษาเปอร์เซ็นต์น้ำมะนาวต่อผล  (w/w)  พบว่ามะนาวนี้ให้ปริมาณน้ำมะนาวสูง คือ มะนาวพันธุ์ตาฮิติ (เขาหินซ้อน) เลม่อนเชียงใหม่ สีคิ้ว 1 แป้นรำไพ ด่านเกวียน และแป้นพวง ผลจากการศึกษา ศักยภาพของมะนาวพันธุ์ต่าง ๆ พบว่า มะนาวพันธุ์ด่านเกวียนเหมาะสำหรับนำมาผลิตเป็นน้ำมะนาวพร้อมดื่ม เนื่องจากมีเปลือกบางคั้นน้ำได้ง่าย และน้ำมีสีเป็นสีส้มคล้ายส้มมะนาวพันธุ์สีคิ้ว 1 เหมาะสำหรับนำมาทำการผลิตน้ำมันหอมปรับอากาศ  และมะนาวพันธุ์ตาฮิติ (เขาหินซ้อน) เหมาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตยาสระผม น้ำยาล้างจานมะนาวดองและแปรรูปปะปนของขบเคี้ยว  เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่โตเร็ว

 

            - การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเครื่องจักรสายการผลิตน้ำมะนาวพร้อมปรุงและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องในระดับโรงงานนำทาง

              วว. ได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมะนาวพร้อมดื่มและน้ำมะนาวพร้อมปรุงโดยนำมะนาวพันธุ์แป้น มาทำการศึกษาปริมาณผลผลิตที่เหมาะสม ทำการคั้นและควบคุมคุณภาพของน้ำมะนาวพร้อมดื่ม ให้มีรสชาติมะนาวคงอยู่ คือ มีสี กลิ่น รส เป็นที่ยอมรับของตลาดและผู้บริโภค นำมาทำการพาสเจอร์ไรส์น้ำมะนาวพร้อมดื่มและน้ำมะนาวพร้อมปรุงที่อุณหภูมิที่เหมาะสม และฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิดังกล่าว 27 วินาที จะได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค สามารถเก็บรักษาได้นาน 6 เดือน นอกจากนี้ยังได้ทำการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ในระดับโรงงานนำทาง เช่น เครื่องคั้นน้ำมะนาว เครื่องล้างมะนาว เครื่องผลิตน้ำมะนาวเข้มข้นด้วยระบบแช่แข็ง เป็นต้น

 

            - การพัฒนาบรรจุภัณฑ์น้ำมะนาวพร้อมปรุงและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง

              วว. ได้ทำการพัฒนาบรรจุภัณฑ์น้ำมะนาวพร้อมปรุงสำหรับการขายปลีกและการขนส่ง เพื่อจำหน่าย ในประเทศ โดยพัฒนาบรรจุภัณฑ์เป็น 4 รูปแบบ คือ 1) บรรจุภัณฑ์ขวดแก้วมาตรฐาน ขนาดบรรจุ 200 มล. ปิดด้วยฝาพลาสติกเปิด-ปิด ได้   2) บรรจุภัณฑ์ถ้วยพลาสติก ขนาดบรรจุ 10 มล. ออกแบบใช้คู่กับกล่องกระดาษแข็งสำหรับรวมหน่วย บรรจุ 10 แพค  3) บรรจุภัณฑ์ซองพลาสติก ขนาดบรรจุ 10 มล. ออกแบบใช้คู่กับกล่องกระดาษแข็งสำหรับรวมหน่วย 24 ซอง    4)  บรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกรูปแบบใหม่  ขนาดบรรจุ 100  มล. ทั้งที่ สามารถเลือกนำไปผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ตามความต้องการของตลาด  ลักษณะการวางขาย ตลอดจนความสะดวกในการจัดหาบรรจุภัณฑ์ในแต่ละประเภท

 

             - การออกแบบและผลิตแม่พิมพ์พลาสติกบรรจุภัณฑ์น้ำมะนาว

              วว. ได้นำเทคโนโลยีการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์พลาสติกมาพัฒนาสร้างสายการผลิตเชิง อุตสาหกรรมเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์น้ำมะนาว สามารถขึ้นรูปถ้วยพลาสติก “เติมน้ำมะนาวและปิดผนึก” ด้วยระบบอัตโนมัติควบคุมด้วย PLC (Programmable Logic Control) โดยแบ่งทำการพัฒนาเป็นสองส่วนเพื่อความสะดวกต่อการพัฒนาปรับแต่ง เนื่องจากเป็นต้นแบบ คือ ส่วนที่หนึ่งเป็นการพัฒนาสร้างเครื่องขึ้นรูปถ้วยพลาสติก แท่นพิมพ์ที่สามารถผลิตถ้วยได้พร้อมกัน 60 ถ้วย แต่ละถ้วยสามารถจุน้ำมะนาวได้ 9 มิลลิลิตร และส่วนที่สองเป็นการพัฒนาสร้างเครื่องเติมน้ำมะนาวและปิดผนึกแบบอัตโนมัติ เมื่อนำเครื่องต้นแบบทั้งสองนี้มาใช้ร่วมกันแล้ว จะได้สายการผลิตต้นแบบบรรจุภัณฑ์น้ำมะนาวระบบอัตโนมัติที่สามารถขึ้นรูปถ้วยพลาสติก เติมน้ำมะนาวและปิดผนึก ซึ่งเหมาะกับผู้บริโภคที่ต้องการ ซึ่งมีต้นทุนในการสร้างที่ถูกกว่า

 

9.  การผลิตพลังงานทดแทนจากของเหลือทิ้งชีวมวล (การผลิตแก๊สชีวภาพจากขยะชุมชน)

               วว. ได้ทำการทดลองผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ (เศษผัก) แบบไร้อากาศในห้องปฏิบัติการ ซึ่งพบว่า มีศักยภาพที่จะนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับขับเคลื่อนเครื่องยนต์ได้ จึงได้ทำการสร้างระบบผลิตไฟฟ้าขนาดกำลังผลิต 10 กิโลวัตต์  จากก๊าซชีวภาพที่ผลิตจากขยะอินทรีย์

ดังกล่าว ในบริเวณพื้นที่กำจัดขยะของเทศบาลเมือง อ่างทอง เพื่อทำการทดลองในระดับโครงการนำร่องต่อไป

 

10. การจัดการขยะอินทรีย์แบบครบวงจร

                การพัฒนาเตาเผาขยะจากขยะเชื้อเพลิง

                  วว. ได้พัฒนาเตาเผาขยะเชื้อเพลิงเพื่อใช้เผาขยะจากชุมชนเป็นหลักโดยได้ทำการทดสอบนำไปเป็นเตาชนิด fixed grate ทรงกระบอกตั้ง มีห้องเผาไหม้ภายในหล่อด้วยซีเมนต์ทนไฟ Castable – 13 สามารถทนความร้อนได้ถึง 1,300o. แบ่งออกเป็น 2 ห้อง ห้องเผาไหม้ที่ 1 จะเผาขยะโดยตรงใช้ Burner น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพื่อช่วยการเผาไหม้เริ่มต้น ห้องเผาไหม้ที่ 2 จะเผาก๊าซเสียที่ออกจากห้องเผาไหม้แรก โดยใช้ Burner เป็นตัวเผาระบบอากาศช่วยสนับสนุนการเผาไหม้ใช้ลมที่มีแรงดันจาก Blower ผ่านด้านล่างของ Grate มายังห้องเผาไหม้ ระบบกำจัดก๊าซเสียและขี้เถ้าลอย หลังจากการเผาไหม้จะถูกกำจัดโดย Wet Serubber เป็นตัวจับอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะปล่อยทิ้งออกสู่อากาศภายนอก สามารถเผาขยะเปียกจากแหล่งชุมชนต่าง ๆ  ได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อม มีอัตราการเผาไหม้ประมาณ 1 – 3 ตัน/วัน ที่ความชื้นของขยะอยู่ระหว่าง 0 – 40 เปอร์เซ็นต์

 

11. การพัฒนาระบบการจัดการน้ำเสียอุตสาหกรรมที่มีโลหะหนักเพื่อการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่

                - การพัฒนาระบบการจัดการน้ำเสียจากกระบวนการชุบสี EDP เพื่อการนำน้ำและเม็ดสีกลับมาใช้ใหม่

                  วว. ได้พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียจากน้ำล้างชิ้นงานหลังผ่านการชุบสีด้วย ระบบไฟฟ้า EDP (Electro Deposition Paint) โดยใช้กระบวนการอัลตราฟิลเตรชั่น (Ultrafiltration) ร่วมกับกระบวนการนาโนฟิลเตรชั่น (Nanofiltration) ซึ่งกระบวนการทั้งสองนี้  นอกจากจะสามารถคัดกรองน้ำทิ้งจากการล้างชิ้นงานหลังผ่านการชุบสีด้วยกระแสไฟฟ้า EDP  แล้ว น้ำล้างจะมีสีที่ยังสามารถนำกลับไปใช้ในบ่อชุบสีด้วยไฟฟ้าได้อีก และยังสามารถได้น้ำสะอาดที่มีค่าการนำไฟฟ้าไม่เกิน 50 m3 ที่สามารถนำกลับไปใช้ล้างชิ้นงานซ้ำได้อีก ซึ่งสามารถประหยัดน้ำในส่วนนี้ได้ประมาณ 70 – 80% และยังช่วยลดปริมาณน้ำที่ต้องบำบัดในระบบบำบัดน้ำเสียรวมได้อีกด้วย

 

                - การพัฒนาระบบการจัดการน้ำเสียจากโรงงานแบตเตอรี่ และโรงงานหลอมตะกั่วจากซากแบตเตอรี่แบบไม่ระบายน้ำทิ้ง

                   เป็นพัฒนาการจัดการและระบบบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการหลอมซากแบตเตอรี่ โดยการลดปริมาณน้ำเสียของโรงงานด้วยการลดพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนฝุ่นตะกั่วในพื้นที่ที่รองรับน้ำฝน และดำเนินการแยกการบำบัดน้ำเสีย   ในแต่ละส่วนเพื่อการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ คือ ระบบบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการล้างเปลือกซากแบตเตอรี่ ระบบบำบัดน้ำเสียจากระบบกำจัดไอเสียจากกระบวนการหลอมซากแบตเตอรี่ ระบบการรวบรวมน้ำกรดในซากแบตเตอรี่ เพื่อนำไปปรับสภาพ และนำกลับมาใช้ใหม่ ระบบบำบัดน้ำเสียจากส่วนอื่น ได้แก่ น้ำล้างล้อรถยนต์ที่เข้าออกบริเวณโรงงาน และน้ำล้างพื้นโรงงาน  ซึ่งในแต่ละส่วนจะมีระบบแยกบำบัดโดยการตกตะกอนแบบต่อคู่ (Double Alkalide) น้ำเสียหลังผ่านการบำบัดสามารถนำกลับไปใช้ซ้ำได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องระบายน้ำทิ้ง

 

12.  พัฒนาการจัดการและระบบบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรมฟอกย้อมเพื่อการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่

                - ศึกษาการใช้เทคโนโลยีสะอาด เพื่อการพัฒนาระบบการจัดการน้ำเสียและการบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรมฟอกย้อม เพื่อการ

                  ลดปริมาณการใช้น้ำและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่

                  เป็นการศึกษาหาแนวทางการจัดการน้ำเสียจากอุตสาหกรรมฟอกย้อม มุ่งเน้นการใช้หลักการของ เทคโนโลยีสะอาดเพื่อลดปริมาณการใช้น้ำ และศึกษาแนวทางการบำบัดน้ำเสียของอุตสาหกรรมฟอกย้อม ซึ่งได้ แนวทางการบำบัดน้ำเสีย การแยกบำบัดน้ำเสียจากขั้นตอนการลอกแป้ง (desizing) โดยใช้อัลตราฟิลเตรชัน เมนเบรน (ultrafiltration membrane) เพื่อคัดกรองแยกแป้ง (sizing agent) กลับไปใช้เคลือบเส้นด้ายได้ใหม่ และได้น้ำกลับไปล้างในขั้นตอนการลอกแป้งได้ใหม่ด้วย  สำหรับน้ำเสียรวม ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่ใช้ระบบบำบัด แบบชีวมวล เช่น ระบบบำบัดแบบตะกอนเร่ง (activated sludge) น้ำที่ผ่านการบำบัดยังคงมีสีหลงเหลืออยู่ หากใช้นาโนฟิลเตรชันเมนเบรนในการคัดกรองสีจะได้น้ำสะอาดนำกลับมาใช้ใหม่ หรือระบบโอโซน (ozonation) ส่วนระบบบำบัดแบบตะกอนเร่ง อาจถูกทดแทนด้วยระบบเมนเบรนแบบจมตัว (immersed membrane) ซึ่งประหยัดพื้นที่และพลังงาน ทั้งนี้ ล้วนแล้วแต่จำเป็นต้องทำการศึกษาวิจัยและเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับโรงงานแต่ละประเภทในอุตสาหกรรมฟอกย้อมต่อไป

 

13.  ศึกษาการกัดกร่อนของโลหะที่ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในเขตร้อน

                วว. ได้ทำการศึกษาการกัดกร่อนของโลหะที่ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ ทองแดง, ทองเหลือง , สังกะสี, อะลูมิเนียม, เหล็กกล้าไร้สนิม เกรด 304 และ 316 ในบรรยากาศต่าง ๆ กัน 4 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี, สมุทรปราการ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่พื้นผิวโลหะในระดับจุลโครงสร้างอย่างชัดเจน มีการกัดกร่อนบนผิวของโลหะทองแดง, ทองเหลือง, สังกะสี และอะลูมิเนียม ส่วนเหล็กกล้าไร้สนิมเกรด 304 และ 316 ไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยบรรยากาศในกรุงเทพฯ มีการกัดกร่อนของโลหะทั้ง 4 ชนิด รุนแรงกว่าที่อื่น ๆ เนื่องจากอิทธิพลของสารเคมีที่มีต่อโลหะ ส่วนที่ระยองและสมุทรปราการมีการกัดกร่อนใกล้เคียงกัน และยังพบว่าในบรรยากาศมีคลอไรด์อิออนและซัลเฟอร์ไดออกไซด์  ซึ่งเป็นตัวช่วยเร่งให้เกิดการกัดกร่อนของโลหะ สำหรับที่ปทุมธานี มีการกัดกร่อนน้อยที่สุด เนื่องจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ยังไม่มีมลสารที่มีผลกระทบต่อโลหะมากนัก และเมื่อทำการทดสอบโดยการเร่งปฏิกิริยาด้วยละออง น้ำเกลือที่ 4 ชั่วโมง จะมีการเปลี่ยนแปลงของจุลโครงสร้างของทองแดง ทองเหลือง สังกะสี และอะลูมิเนียม มากกว่าการทดสอบในบรรยากาศชายทะเลที่ระยอง

 

14.  เอทานอล

                - ศึกษาผลของสายพันธุ์และอายุของมันสำปะหลังที่มีต่อการผลิตเอทานอลในระดับโรงงานต้นแบบ

                  วว. ได้ทำการศึกษามันสำปะหลัง 7 สายพันธุ์ อันได้แก่ พันธุ์ระยอง 5, ระยอง 72, ระยอง 90, เกษตรศาสตร์ 50, CMR 35 – 21 – 199, CMR 35 – 22 – 196 และ CMR 35 – 64 – 1 และพบว่ามันสำปะหลังสายพันธุ์ CMR 35 – 64 – 1 เมื่อนำมาผลิตเอทานอลไร้น้ำในโรงงานต้นแบบผลิตแอลกอฮอล์ของ วว. จะให้ผลผลิตเอทานอลไร้น้ำต่อไร่สูงที่สุด ที่อายุเก็บเกี่ยว 8,12 และ 18 เดือน เท่ากับ 0.69, 1.02 และ 1.50 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ รองลงมา คือ สายพันธุ์ระยอง 90 ให้ผลผลิตต่อไร่ที่อายุเก็บเกี่ยวเดียวกัน เท่ากับ 0.67, 0.86 และ 1.01 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ นอกจากนี้ยังพบว่าหากเกษตรกรปลูกมันสำปะหลัง 2 พันธุ์ดังกล่าว ขายให้กับโรงงานผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเอทานอล สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง จะให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงกว่าการปลูกพืชสายพันธุ์อื่น และยังช่วยให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนการผลิตเอทานอลต่ำลงด้วย

 

15. การพัฒนาสาร Porous Silicon Carbide                                                                                             

                เป็นการพัฒนาซิลิกอนคาร์ไบด์ที่มีรูพรุนสำหรับการกรองโลหะหลอมเหลวและตัวกรองแก๊สหรือฝุ่น ซึ่งชิ้นงานที่เตรียมได้โดยวิธี polymeric sponge จะใช้อะลูมิเนียมฟอสเฟต ดิน และทัลดัมเป็นตัวประสานและเป็นตัวเพิ่มความแข็งแรงของชิ้นงาน สามารถใช้ในการกรองโลหะหลอมเหลวที่อุณหภูมิสูงถึง 1,400o. โดยที่ชิ้นงาน ไม่เกิดการแตกหักหรือยุบตัวหลังจากใช้งาน สำหรับชิ้นงานที่เตรียมได้จากการอัดขึ้นรูปผงซิลิกอนคาร์ไบด์ผสม กับพอลิไวนิลแอลกอฮอล์และพอลิเอทิลีนไกลคอลและกรดสเตรียริก จะช่วยให้การยึดเกาะเพิ่มความแข็งแรงของชิ้นงานก่อนถูกนำไปเผา จะมีความแข็งแรงของชิ้นงานใกล้เคียงกับคุณสมบัติของการใช้งานเป็นตัวกรองแก๊สหรือฝุ่นร้อนซึ่งมีอนุภาคขนาดเล็ก

 

16. การวิจัยและพัฒนามะเขือเทศรับประทานผลโต

                - การคัดต้นตอต้านทานโรคเหี่ยวจากแบคทีเรียในการผลิตมะเขือเทศรับประทานสดสายพันธุ์ใหม่

                   วว. ได้ดำเนินการวิจัยและทำการปลูกทดสอบมะเขือเทศรับประทานสดสายพันธุ์ใหม่ก่อนการนำออก

ส่งเสริมในพื้นที่โครงการหลวง โดยคัดเลือกมะเขือเทศพันธุ์ดีปานกลางได้ 13 สายพันธุ์ และพันธุ์ดี 3 สายพันธุ์ คือ 25244, 23052, 25166 นำมาทำการทดลองหาพันธุ์ต้นตอที่มีลักษณะต้านทานต่อโรคเหี่ยวที่ให้คุณภาพและผลผลิตสูง ซึ่งผลจากการทดลองที่ได้สามารถใช้เป็นแนวทางที่จะส่งเสริมทำการผลิตเมล็ดพันธุ์เชิงการค้า นอกจากนี้ วว. ยังมีแผนงานปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศที่มีลักษณะตามความต้องการของตลาด เพื่อลดการนำเข้าเมล็ดพันธุ์

 

17. สมรรถนะการรองรับมลพิษทางน้ำของลุ่มน้ำปิง วัง ยม และน่าน

                เป็นการศึกษาชนิดและปริมาณการแพร่กระจายของน้ำเสียที่เกิดจากกิจกรรมของชุมชนอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม ศึกษาและประยุกต์ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อประเมินปริมาณมลสารและคุณภาพน้ำ จัดทำแผนการจัดการควบคุมมลพิษทางน้ำ รวมทั้งกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำให้สอดคล้องกับสมรรถนะการรองรับมลพิษและเผยแพร่ความรู้สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรท้องถิ่น

 

18. การวิจัยและพัฒนาการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืช เพื่อใช้ทดแทนสารเติมแต่งที่เพิ่มคุณสมบัติในการหล่อลื่น

      (Lubricity Additive)  ในน้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำ

                เป็นการศึกษาทางเทคนิคในการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มเสตียรีน น้ำมันเมล็ดในปาล์ม และน้ำมันมะพร้าวและศึกษาคุณสมบัติการหล่อลื่นในน้ำมันดีเซลต่ำ พบว่าผ่านเกณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ และควรจะผสมที่ความเข้มข้นมากกว่าร้อยละ 1 เพื่อใช้ทดแทนสารเติมแต่งที่นำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งศึกษาผลกระทบเบื้องต้นทางเศรษฐศาสตร์โดยการใช้ไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชทั้ง 3 ชนิด เพื่อทดแทนสารเติมแต่งที่เพิ่มคุณสมบัติในการหล่อลื่น

 

19.  การบริการวิจัยเทคโนโลยีการอบเกลือและข้อกำหนดของระบบอบแห้งเกลือบริสุทธิ์

                วว. ให้บริการวิจัยแก่ บริษัทสยามทรัพย์มณี จำกัด ในการพัฒนาเทคโนโลยีการอบแห้งเกลือบริสุทธิ์ ร้อยละ 97.5 ให้มีความบริสุทธิ์ร้อยละ 99.9 โดยใช้เครื่องอบแห้งต้นแบบของ วว. ขนาด 4 ตันต่อชั่วโมง รวมทั้งทำการฝึกอบรมการอบแห้งเกลือให้พนักงานของบริษัทฯ เพื่อนำไปใช้ในการผลิตให้ได้เกลือบริสุทธิ์ที่มีคุณภาพสูงขึ้น

 

20. การจัดการขยะมูลฝอยชุมชนและอุตสาหกรรมบริเวณสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ฯ ศรีราชา

                วว. ให้บริการวิจัยบริษัทพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในการจัดทำรายงานการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนและอุตสาหกรรม บริเวณสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒนฯ ศรีราชา ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นไปตามเกณฑ์และมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ และมาตรฐาน ISO 14000 รวมทั้งศึกษาความเหมาะสมในการจัดสร้างเตาเผาขยะ บ่อฝังกลบขยะ ไซโลย่อยสลายขยะอินทรีย์ ศูนย์กำจัดสารพิษ จากโรงงานอุตสาหกรรม ศูนย์รวบรวมขยะรีไซเคิล ตลอดจนประเมินผลกระทบในด้านการจัดการขยะชุมชนและ

ขยะอุตสาหกรรมในพื้นที่ดังกล่าว

 

21. การผลิตและทดลองตลาดเชื้อเพลิงเอทานอลไร้น้ำ (99.5% v/v) จากวัสดุการเกษตร เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน

                เป็นการทดลองผลิตเชื้อเพลิงเอทานอลไร้น้ำ (99.5% v/v) ในระดับโรงงานต้นแบบจากวัสดุการเกษตร เช่น มันสำปะหลังสดให้กับบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ในกำลังการผลิตจำนวน 1,000 ลิตร เพื่อทดลองตลาดและศึกษาเชื้อเพลิงผสมเอทานอลไร้น้ำ รวมทั้งศึกษาผลของการใช้เอทานอลเป็นพลังงานทดแทน ทั้งนี้เพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนผลิตเอทานอลเชิงพาณิชย์ขึ้นในประเทศ

 

22. การพัฒนาหม้อน้ำรถยนต์สำหรับอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

                วว. ได้ทำการพัฒนาหม้อน้ำรถยนต์สำหรับอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ร่วมกับบริษัท ซีเอชวัฒนายนต์ จำกัด โดยทำการทดสอบหม้อน้ำรถยนต์และ Oil Cooler รถยนต์ เพื่อเปรียบเทียบกับ Concept Performance หม้อน้ำรถยนต์ที่กำหนดโดยผู้ผลิตรถยนต์ รวมทั้งความแข็งแรงทนทาน และสร้างต้นแบบ พร้อมทำการทดสอบคุณสมบัติให้เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า พบว่าหม้อน้ำที่ออกแบบอยู่ในเกณฑ์ยอมรับของผู้ประกอบการรถยนต์ นอกจากนี้ยังถ่ายทอดความรู้ให้กับบริษัท ซีเอชวัฒนายนต์ จำกัด สามารถนำไปพัฒนาและทดสอบหม้อน้ำรถยนต์ต่อได้

 

23.  การพัฒนาเครื่องแยกกากสำหรับผลิตน้ำมะขาม

                เครื่องแยกกากสำหรับผลิตน้ำมะขาม วว. ได้พัฒนาให้กับบริษัท เจ เอ็ม อุตสาหกรรมอาหาร จำกัด ซึ่งมี กำลังผลิตขนาด 500 ลิตรต่อชั่วโมง ตัวเครื่องประกอบจากวัสดุที่หาได้ภายในประเทศทั้งหมด ใช้มอเตอร์ขนาด 3 แรงม้า กำลังไฟฟ้า 380 โวลต์ สามารถแยกน้ำมะขามจำนวน 100 ลิตร ด้วยเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น ช่วยเพิ่มกำลังการผลิต ผลิตภัณฑ์ ลดการใช้แรงงานคนและได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยให้เกิดการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า นับว่าเป็นเทคโนโลยีจากฝีมือของนักวิจัยไทยทีมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับต่างประเทศ  และสนองความต้องการของอุตสาหกรรมส่งออกอาหารของไทย

 

24. การพัฒนากระบวนการผลิตทองม้วนเพื่อการส่งออก

                วว. ได้ออกแบบสร้างเครื่องม้วนทองม้วนให้กับบริษัท วันวิไล ซินดิเดท จำกัด โดยใช้วัสดุที่หาได้ในประเทศ สามารถผลิตทองม้วนที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์ตามมาตรฐานที่กำหนดทุกชิ้น มีกำลังการผลิตประมาณ 200,000 ชิ้นต่อเดือน โดยจะเริ่มจากการนำแป้งทองม้วนที่ผ่านการปิ้งสุกจนได้ที่แล้วส่งเข้าเครื่องม้วน เครื่องจะป้อนแผ่นแป้งผ่านลูกกลิ้งไปยังชุดม้วนขึ้นรูป เพื่อขึ้นรูปทองม้วนตามขนาดที่ต้องการ ในเวลาเพียง

10 – 15 วินาที จะได้ทองม้วนคงรูปส่งออกมายังถาดรับที่มีขนาดมาตรฐานที่กำหนดทุกแท่ง ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มกำลังการผลิต ลดการใช้แรงงานได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี และนับเป็นเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมส่งออกขนมไทยด้วย

 

25. การพัฒนาเครื่องล้างผักอเนกประสงค์ (1)

                วว. ได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องล้างผักอเนกประสงค์ให้กับบริษัท นิตยาไทยเคอรี่โปรดักส์ จำกัด สำหรับผลิตน้ำพริกแกงสำเร็จรูป ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้กับวัตถุดิบหลากหลาย ทั้งวัตถุดิบที่ในการผลิตเครื่องแกง เช่น ข่า ขิง หอม กระเทียม มะกรูด รวมทั้งพืชที่มีลักษณะเป็นหัว เช่น มันสำปะหลัง ตัวเครื่องทำด้วยสเตนเลส ใช้ระบบน้ำอัดพ่นด้วยหัวสเปรย์แบบถอดล้างทำความสะอาดง่าย มีระบบล้างต่อเนื่องแบบ

โรตารี ใช้มอเตอร์ขนาด 2 แรงม้าขับเคลื่อนให้ท่อหมุน ภายในท่อล้างจะมีขนแปรงไนลอนสำหรับทำความสะอาดสิ่งสกปรก ขนาดกำลังการผลิต 300 กิโลกรัมต่อชั่วโมง จะใช้เวลาในการล้างวัตถุดิบเพียง 2 – 3 นาที ก็จะได้วัตถุดิบที่สะอาดได้มาตรฐาน เครื่องดังกล่าว  นอกจากจะมีราคาถูกกว่าเครื่องที่นำเข้าจากต่างประเทศ 3 – 5 เท่าแล้ว ยังออกแบบให้สามารถนำน้ำที่ใช้ล้างหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ นับเป็นการประหยัดน้ำได้อีกทางหนึ่งด้วย

 

26. การพัฒนาเครื่องล้างผักอเนกประสงค์ (2)

                วว. ได้ทำการออกแบบและพัฒนาเครื่องล้างผักอเนกประสงค์ให้กับบริษัท NR Instant Product จำกัด ซึ่งผลิตน้ำจิ้มสำเร็จรูป จำหน่ายตลาดต่างประเทศ โดยใช้เครื่องล้างวัตถุดิบประเภทหอมแดง กระเทียม วว. จึงได้ทำการออกแบบขนาดของตระแกรงของท่อล้างให้เหมาะสมกับวัตถุดิบที่ขนาด 6 มม. เล็กลงแต่มีระบบการทำงานเช่นเดียวกับต้นแบบเดิม และมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 500 กิโลกรัมต่อชั่วโมง เพื่อให้สามารถเพิ่ม กำลังการผลิตได้สูงขึ้น

 

27. ดำเนินการวิจัยและพัฒนาชีวภัณฑ์

                เป็นการศึกษาความเหมาะสมและจัดทำข้อมูลรายละเอียด แผนผังกระบวนการที่ถูกต้องสมบูรณ์ ในการ ดำเนินการวิจัยและพัฒนาชีวภัณฑ์สัตว์ ทั้งในด้านตัวอาคาร สิ่งก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ครุภัณฑ์พื้นฐาน การบริหาร จัดการโครงการ ระบบการจัดเก็บเชื้อเริ่มต้นสำหรับผลิตชีวภัณฑ์ การฝึกอบรม เผยแพร่ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และการจัดทำนิทรรศการขบวนการผลิตและทดสอบคุณภาพชีวภัณฑ์ให้เป็นแหล่งสร้างบทเรียนและต้นแบบการ ผลิตชีวภัณฑ์ ทั้งในด้านปศุสัตว์และสาธารณสุข  รวมทั้งข้อเสนอแนะและแผนการดำเนินงานให้กรมปศุสัตว์นำไปดำเนินการที่เป็นรูปธรรมต่อไป

 

28. การพัฒนาการอบชุบ Pellet Die หรือ Finished Dies สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องอัดอาหารสัตว์

                วว. ร่วมกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรกลผลิตอาหารสัตว์และอุปกรณ์ในการปรับปรุงประสิทธิภาพและพัฒนาการอบชุบ Pellet Die หรือ Finished Dies สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องอัดอาหารสัตว์ รวมถึงการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ Pellet Die ให้มีคุณภาพสม่ำเสมอ มีอายุการใช้งานนานขึ้น สามารถลดต้นทุนการผลิตเครื่องผลิตอาหารสัตว์ รวมถึงการฝึกอบรมความรู้ด้านการอบชุบและเทคนิคการตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์แก่พนักงานของบริษัท นับเป็นการเพิ่มระดับความสามารถในการพึ่งพาเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองในประเทศ

 

29. การศึกษาวิจัยร่วมเพื่อพัฒนากล้องจุลทรรศน์สำหรับการศึกษา

                วว. ได้พัฒนากล้องจุลทรรศน์แบบตาเดียว คุณภาพดี ราคาถูก สำหรับใช้ในการศึกษาเพื่อให้สะดวกและเหมาะสมในการปรับใช้สำหรับการศึกษาสิ่งต่าง ๆ ขึ้น กล้องนี้มีชุดเลนส์ใกล้ตาสามารถหมุน (ในแนวราบ) ได้รอบตัว มีกำลังขยายสามขนาดด้วยกัน คือ ขนาดขยาย 40 เท่า ขนาดขยาย 100 เท่า และขนาดขยาย 400 เท่า โดยมีเลนส์วัตถุ 3 อัน ติดตั้งอยู่บนแท่นหมุนที่สามารถหมุนมาอยู่ในแนวโฟกัสที่ใช้งานของกล้องได้ทุกอัน ทำให้สามารถเปลี่ยนขนาดกำลังขยายตามต้องการได้โดยง่ายและสะดวก

 

30. ผลิตภัณฑ์เพื่อการทดลองตลาดเจลล้างมือ 70 % เอทิลแอลกอฮอล์

                เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลล้างมือ 70% เอทิลแอลกอฮอล์ ให้แก่บริษัทเอกชน จำนวน 10,000 หลอด โดย วว. ยินยอมให้บริษัทใช้เครื่องหมายของ วว. แสดงบนผลิตภัณฑ์ว่า Formular Developed by TISTR เพื่อนำไปใช้ในการทดลองตลาดก่อนนำไปผลิตในเชิงพาณิชย์ต่อไป

 

31. การศึกษาและพัฒนาแนวทางการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาเหตุรำคาญและอุบัติภัยจาก

      มลพิษ ในนิคมอุตสาหกรรม 4 จังหวัด                                            

                เป็นการศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาเหตุรำคาญและอุบัติภัยจากสารพิษและมลพิษจากนิคมอุตสาหกรรม ในเขตกรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร  สระบุรี  และ พระนครศรีอยุธยา จัดทำฐานข้อมูลเพื่อประเมินความรุนแรงของมลพิษและสารพิษ เสนอแนะหลักเกณฑ์ มาตรฐาน มาตรการควบคุมการตรวจวัด เฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหา จัดทำและทดสอบรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่อยู่ใกล้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อกรมอนามัยนำไปใช้ดำเนินการต่อไป

 

32. การศึกษาและจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ตรัง สตูล และพัทลุง 

                เป็นการศึกษาสถานการณ์การท่องเที่ยว แผนงานโครงการตลาดการท่องเที่ยว ทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทต่าง ๆ ตลอดจนความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการต่าง ๆ ปัญหาและข้อจำกัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ คือ กระบี่ ตรัง สตูล และพัทลุง เพื่อนำมากำหนดแนวทางมาตรการการจัดการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว และจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม และไม่ขัดแย้งหรือทำลายสภาพแวดล้อมของพื้นที่ สำหรับให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไป ดำเนินการทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลางและระยะยาว ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

33. การติดตามสภาพเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดล้อม และจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับราษฎร  และชุมชนในเขต

      ลุ่มแม่น้ำมูลตอนล่าง

                วว. ได้รับมอบหมายจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ทำการศึกษาวิจัยเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและประเมินศักยภาพของทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชน ก่อนและหลังการสร้างเขื่อนปากมูล การจัดทำฐานข้อมูลด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมของครัวเรือน และชุมชนในเขตลุ่มแม่น้ำมูลตอนล่าง รัศมี 5 กิโลเมตร ทำสำมะโนครัวเรือนที่ได้รับเงินค่าชดเชยอาชีพประมงไปแล้ว และทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบโดยใช้ข้อมูลหลายหน่วยเวลา บันทึก และแสดงผลด้วยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ เพื่อนำไปจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ราษฎรและชุมชน ในเขตลุ่มแม่น้ำมูลตอนล่างอย่างมีส่วนร่วมต่อไป

 

34. ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการปรับปรุงเส้นทางเพื่อความมั่นคงในเขตกองทัพที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

                วว. ได้รับมอบหมายจากกรมเร่งรัดพัฒนาชนบทให้ทำการศึกษา และประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น เนื่องมาจากโครงการปรับปรุงเส้นทางเพื่อความมั่นคงในเขตกองทัพภาคที่ 3 .นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน และบริเวณใกล้เคียงที่อาจได้รับผลกระทบ รวมทั้งเสนอแนะมาตรการป้องกัน แก้ไข ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยจัดทำใบรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  เพื่อเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมพิจารณาต่อไป

 

35. การติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม โครงการสะพานข้ามแม่น้ำตะโก จังหวัดชุมพร

                วว. ได้รับมอบหมายจากกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท ให้ติดตามการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระยะก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตะโก จ.ชุมพร และติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมตาม พ... ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.. 2535 และเสนอแนะแนวทางแก้ไข ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดระหว่างการก่อสร้างโครงการ เปรียบเทียบคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบจริงใน ระหว่างก่อสร้างกับคุณภาพสิ่งแวดล้อม ก่อนมีโครงการ ซึ่งพบว่าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตะโกมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมในระดับต่ำถึงไม่มีผลกระทบ

 

36. การศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิค ผลกระทบต่อเครื่องจักร สิ่งแวดล้อม ตลอดจนความคุ้มทุน  ในการเปลี่ยนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงานกระดาษ

                เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิคที่จะใช้ถ่านหินแอนทราไซท์ เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม แทนไม้ฟืน ถ่าน น้ำมันเตา และถ่านลิกไนต์ รวมทั้งศึกษาผลกระทบต่อระบบเผาไหม้ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การประเมินความคุ้มทุนที่จะเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากถ่านลิกไนต์ / บิทูมินัส มาเป็นถ่านหินแอนทราไซท์ ในกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมกระดาษ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านอนุรักษ์พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการเพิ่มมูลค่าให้กับถ่านหินแอนทราไซต์ต่อไป

 

37.  การจัดทำระบบทดสอบประสิทธิภาพการกรองของไส้กรองน้ำดื่ม

                เป็นการศึกษาวิธีและขั้นตอนการทดสอบประสิทธิภาพการกรองของไส้กรองน้ำดื่มที่เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับได้ของผู้บริโภค โดยวัดความสามารถในการกรองสารแขวนลอยในน้ำและการวัดปริมาณจุลินทรีย์ที่ สามารถกรองได้ โดย วว. ร่วมกับบริษัท ธรรมมาดี จำกัด ออกแบบระบบทดสอบประสิทธิภาพการกรองและระบบการเก็บตัวอย่างน้ำก่อนและหลังการกรอง ทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของไส้กรอง ประสิทธิภาพการกรองในสภาวะต่าง ๆ เช่น ปริมาณจุลินทรีย์ สารแขวนลอย วิเคราะห์ประสิทธิภาพการกรอง และจัดทำคู่มือประกอบการใช้ระบบทดสอบประสิทธิภาพการกรองและสมรรถนะของไส้กรองน้ำดื่ม

 

38. การศึกษาแนวทางในการบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตเม็ดสีย้อมที่มีความเข้มข้นของเกลือสูง

            เป็นการศึกษาแนวทางและวิธีการที่เหมาะสมในการบำบัดน้ำเสียความเข้มข้นสูงที่ได้จากการอัดกรองเม็ดสีให้กับโรงงานอุตสาหกรรมผลิตสีย้อมที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมฟอกย้อม อุตสาหกรรมเครื่องหนัง และอุตสาหกรรมกระดาษ รวมทั้งการประเมินค่าใช้จ่ายในการบำบัดเบื้องต้น เพื่อการตัดสินใจศึกษาทดลองในระดับ Pilot scale และนำไปใช้ในทางปฏิบัติของโรงงานต่อไป ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมโดยรวมด้วย

 

39.  การทดสอบประสิทธิภาพการทำลายเชื้อจุลินทรีย์ของด้ายแอนแบคท์ ผ้าแอนแบคท์ และ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากด้ายหรือ

       ผ้าแอนแบคท์

                เป็นการทดสอบประสิทธิภาพการทำลายเชื้อจุลินทรีย์ด้วยตัวอย่างด้ายแอนแบคท์, ผ้าแอนแบคท์ และผลิตภัณฑ์จากด้ายหรือผ้า

แอนแบคท์ ที่บริษัท ภัทรเกียรติโพรดักส์ จำกัด ผลิตในแต่ละครั้งในประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและยีสต์ได้โดยมีตัวอย่างสินค้าที่ทำการทดสอบปีละ 2 – 5 ครั้ง หรือมากกว่า และในแต่ละครั้งของการทดสอบใช้เวลาไม่น้อยกว่า 21 วัน จนกระทั่งออกเป็นรายงาน ผลจากการทดสอบพบว่า ตัวอย่างด้ายและผ้าแอนแบคท์สามารถทำลายเชื้อจุลินทรีย์ทดสอบได้ถึง 99% ที่ระยะเวลาสัมผัส 30 นาที

 

40. การจัดทำข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (4 สาขาอุตสาหกรรม)

                วว. ให้บริการที่ปรึกษาแก่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ในการจัดทำข้อมูลอุตสาหกรรมเชิงเปรียบเทียบในด้านต่าง ๆ ของไทยกับต่างประเทศ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันใน 4 สาขาอุตสาหกรรม ได้แก่ รองเท้าและเครื่องหนัง ไม้และเครื่องเขียน อัญมณีและเครื่องประดับ เซรามิกและแก้ว  รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการวางกลยุทธ์และยุทธศาสตร์ของcompetitive benchmarking ให้ชัดเจน ตลอดจนตัวชี้วัด วิธีการวิเคราะห์ การตรวจสอบความถูกต้องและทันสมัยของข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

41. การจัดทำข้อมูลเชิงเปรียบเทียบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (5 สาขาอุตสาหกรรม)

                วว. ให้บริการที่ปรึกษาแก่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ในการจัดทำข้อมูลอุตสาหกรรมเชิงเปรียบเทียบในด้านต่าง ๆ ของไทยกับต่างประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันใน 5 สาขาอุตสาหกรรม ได้แก่ อาหาร สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์ยาง ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการวางกลยุทธ์และยุทธศาสตร์ของ competitive benchmarking ให้ชัดเจน ตลอดจนตัวชี้วัด วิธีการวิเคราะห์ การตรวจสอบความถูกต้อง และทันสมัยของข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ