แรงบันดาลใจจากหลักการทรงงาน และพระอัจฉริยภาพในหลวงรัชกาลที่ 9

แรงบันดาลใจจากหลักการทรงงาน และพระอัจฉริยภาพในหลวงรัชกาลที่ 9

ดุรงค์ฤทธิ์ สุดสงวน

กองจัดการความรู้ ศูนย์ความรู้

k0

     ในช่วงเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2559 สิ่งที่พสกนิกรชาวไทยรู้สึกเสียใจมากที่สุด คือ การที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต สิ่งที่สามารถทำได้ในตอนนี้ คือ ถวายความอาลัย และทำกิจกรรมตามพระราชปณิธานของพระองค์ ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้จัดงานเพื่อรำลึกถึงพระองค์ท่าน สิ่งที่ได้เห็นคือ ท่านทรงงานและมีพระอัจฉริยภาพหลายด้าน เช่น โครงการพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ฝนหลวง และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนมีประโยชน์แก่ปวงชนชาวไทย จนหาที่สุดมิได้ ยากที่จะอธิบายได้หมด ในส่วนของงานศิลปะก็เป็นส่วนหนึ่งที่พระองค์มีพระอัจฉริยภาพมาก เป็นแรงบันดาลใจให้รำลึกถึงท่านตลอดกาล

     วันที่ 9 ธันวาคม วิทยาลัยช่างศิลปะเปิดงานนิทรรศการศิลปกรรมในหัวข้อ แรงบันดาลใจจากหลักการทรงงาน และพระอัจฉริยภาพในหลวงรัชกาลที่ 9  จนถึงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ถือเป็นกรณีศึกษาที่มีมุมมองในส่วนของความร่วมมือ ร่วมใจกันในการถวายความอาลัย แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ทำแต่ก็สูงค่าทางจิตใจเพราะได้ลงมือทำภาพในหลวง กว่า 200 ภาพ     ปรากฏสู่สายตามประชาชน

     ผลงานที่ทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์ คือ “ใจ” แห่งความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

     การดำเนินงานผ่านการเตรียมงานอย่างละเอียดรอบคอบ ตั้งแต่การเขียนโครงการของงาน ผลที่ได้รับ และการนำไปต่อยอด

     ประธานในการจัดงาน คือ อาจารย์ศักดิ์ชาย บุญอินทร์ ซึ่งให้ข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

การเขียนโครงการ

     มีหลักการและเหตุผล กล่าวคือ 70 ปี ที่ในหลวงทรงงาน มีพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อประโยชน์สุขแก่พสกนิกร ปกครองแผ่นดิน โดยใช้ทศพิธราชธรรม ซึ่งประชาชนชาวไทยได้เห็นประจักษ์ พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา การถ่ายภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สามารถสร้างแรงบันดาลในในการดำเนินชิวิต เป็นแนวทางทั้งด้านหลักคิด
k1

     ตัวอย่างการเขียนหลักการและเหตุผล

     ความยากในการเขียนคือการใช้คำและการเรียบเรียงให้เหมาะสม เพราะมีความละเอียดในเรื่องของราชาศัพท์ต่างๆ

วัตถุประสงค์ของการจัดงาน มีประเด็นต่างๆดังนี้
k2

  1. เพื่อเทิดพระเกียรติ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช
  2. เพื่อน้อมนำแนวพระราชดำริ หลักการทรงงานและทรงประกอบพระราชกรณียกิจ พระราชอุตสาหะวิริยะ พระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงอาทรห่วงใยในอาณาประชาราษฏร์ และพระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ เป็นแบบอย่าง เป็นแนวทาง และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรม
  3. เพื่อสร้างสรรค์งานศิลปกรรมที่มีคุณค่าทางศิลปะ ทั้งเนื้อหา รูปแบบ วิธีการที่แสดงออก การเทิดพระเกียรติ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช
  4. เพื่อให้เกิดความสามัคคี ของบุคลากรในองค์กร ทั้งครู อาจารย์ บุคลากร และนักเรียน นักศึกษา เกิดความการร่วมมือ ร่วมใจในการทำงานร่วมกันในองค์กร
  5. เพื่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้ชมผลงาน ทั้งด้านศิลปกรรม และเนื้อหาเกี่ยวกับพระปรีชาสามารถ หลักการทำงาน พระอัจฉริยภาพ พระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตาทรงอาทรห่วงใยในอาณาประชาราษฏร์ และพระราชอุตสาหะวิริยะของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ที่ทรงสร้างคุณูปการแก่แผ่นดินไทยคนไทยอย่างอเนกอนันต์

ตัวอย่างการเขียน

ผลสำเร็จของงาน

     มีผู้เข้าร่วมโครงการ 250 คน (นักศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส. 219 คน คณาจารย์ 31 ท่าน) ภาพทั้งหมดในการจัดงาน ครั้งนี้ 202 ภาพ โดยใช้เวลา 2 เดือน ในการผลิตผลงาน ด้วยเทคนิคที่หลากหลาย ตามแขนงวิชาเรียน เช่น วาดเส้น, องค์ประกอบศิลป์, ศิลปะไทย, PAINTING, ประติมากรรม งบประมาณ 2 หมื่นบาท “เรามีงบประมาณจำกัด เพราะเมื่อผลิตผลงานออกมา ต้องใส่กรอบให้เหมาะสม มีวิธีแก้ปัญหาคือ ต้องหางบสนับสนุนจากชมรมศิษย์เก่า แต่ก็สำเร็จจนได้ เพราะพระบารมีของในหลวง ของเราครับ” อาจารย์ศักดิ์ชายกล่าว

     เมื่อได้ผลงานพร้อมใส่กรอบแล้ว การติดตั้งจัดวางเป็นเรื่องสำคัญ ทุกอย่างต้องเหมาะสม ผู้รับผิดชอบคือ วิทยาลัยช่างศิลปะ และบ้านสามครู ในชุมชนตลาดไม้หัวตะเข้ ใช้เวลาจัดสถานที่แสดงผลงาน 3 วัน สิ่งที่ได้เห็น คือ ความร่วมมือของบุคลากร และชาวชุมชน ช่วยกันคิด ช่วยกันติด ช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ไขปัญหา ยืดหยุ่นตามความเหมาะสม

ภาพการจัดแสดงงาน และพิธีเปิดในวิทยาลัยช่างศิลป

ภาพพิธีเปิดที่บ้านสามครู

วันเปิดงาน ชาวชุมชนร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ เด็กๆ ในชุมชน มาร่วมกันร้องเพลงต้นไม้ของพ่อ พระราชาในนิทาน และเพลงสรรเสริญพระบารมี

 

ผลที่ได้รับ

     ได้เห็นถึงความร่วมมือกันทุกฝ่าย ทั้งคณาจารย์ นักศึกษา ประชาชน ในทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้งบประมาณจะจำกัด แต่งานก็สำเร็จ สวยงาม เหมาะสม ควรค่าแก่ความทรงจำ ผู้คนมากมายได้ชื่นชมพระบารมี ได้เห็นผลงานนักศึกษา ซึ่งจัดพิมพ์เป็นโปสการ์ดไว้เป็นที่ระลึก โดยไม่ได้จำหน่าย ผู้ที่สนใจถ้าจะช่วยเหลือกิจกรรมก็บริจาคได้ตามกำลัง งานนี้ เปิดแสดงถึงวันที่ 29 ธันวาคมนี้

k5

 

การต่อยอด

     นิทรรศการมีผู้สนใจเป็นอย่างมาก ผู้มาชมงานชื่นชอบ และชื่นชม ประทับใจในความงดงามของการแสดงออกทางศิลปะของนักศึกษา มีการเผยแพร่ผลงานทางสื่อออนไลน์ ยิ่งทำให้มีคนให้ความสนใจมากขึ้น ผู้สร้างสรรค์ผลงานก็ยิ่งมีกำลังใจ และมีแรงบันดาลใจในการผลิตผลงานศิลปะมากขึ้น นับว่าเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อหลายๆ ส่วน และคงต่อเนื่องต่อไป เพื่อสืบสานการทำความดีตามพระราชปณิธานของพระองค์