วว. กับงาน CSR

โดย วัชรีวรรณ ทรัพย์รุ่งเรือง

             CSR หรือ Corporate Social Responsibility หมายถึง ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การดำเนินกิจการภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดี โดยมีความรับผิดชอบสังคมและสิ่งเเวดล้อมทั้งภายในและภายนอกองค์กรอันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

CSR1             สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้มีการจัดกิจกรรม CSR ในลักษณะ After process หรือกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมโดยไม่เกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์กรโดยตรง เช่น การปลูกป่า, การบริจาคทุนการศึกษา, การรณรงค์สร้างจิตสำนึกในเรื่องต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด วว. ได้จัดโครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อปลูกจิตสำนึกในการรักษาสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสร้างความตระหนักในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดย วว. ได้เชิญโรงเรียนที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงอันได้แก่ โรงเรียนคลองห้า พฤกษชัฏราษฎร์บำรุง, โรงเรียนบึงเขาย้อน คงพันธุ์อุปถัมภ์ และโรงเรียนบางชวดอนุสรณ์ เข้าร่วมโครงการ ซึ่งโครงการค่ายนี้ ได้รับการตอบรับจากคณะครู อาจารย์เป็นอย่างดี โดยทั้ง 3 โรงเรียนได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นจำนวน 87 คน เพื่อเดินทางไปร่วมกิจกรรมค่ายเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยนักเรียนจะได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา อันเป็นสถานีวิจัยภายใต้การกำกับดูแลของ วว.  ตั้งอยู่บนผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ของอำเภอวังน้ำเขียว และยังเป็น 1 ใน 4 ของพื้นที่สงวนชีวมณฑลของประเทศที่ได้รับการประกาศจัดตั้งจากองค์กรยูเนสโกอีกด้วย

CSR3

 

       สำหรับกิจกรรมภายในค่ายนั้น ประกอบไปด้วย กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ดูนก ดูไก่ฟ้าพญาลอ นกประจำชาติของไทยที่หายาก การฝึกใช้กล้อง Binocular และ Telescope กิจกรรมดูดาว กิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ การฝึกคิดอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ (Think out of the box & Creative thinking) การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (E.Q.) การใช้ศิลปะ ประดิษฐ์งานศิลปะในเชิงวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมนันทนาการต่างๆ แต่กิจกรรมที่เป็นกุญแจสำคัญในการปลูกจิตสำนึกในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติให้แก่เยาวชน คือ “Conservative Role Play” เป็นการนำให้เยาวชนตระหนักถึงทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังจะหมดไปถ้ามนุษย์เราไม่ร่วมมือช่วยกันรักษา ซึ่งกิจกรรมนี้จะเริ่มต้นจากการใช้คลิปวีดีโอสั้นๆ ในการสร้างความตระหนัก จากนั้นจึงมีการพูดคุย อธิบาย ถามตอบ เพื่อประเมินความเข้าใจของเยาวชน และปิดท้ายด้วยการให้เยาวชนออกมาแสดงบทบาทสมมติ เรื่องความไม่สมดุลของห่วงโซ่อาหาร (food chain) ว่า หากความสัมพันธ์กันของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ขาดลง จะก่อให้เกิดผลเสียมหาศาลมากมายถึงประการใด ซึ่งเยาวชนมีความสนุกสนานอย่างมากในการร่วมกิจกรรมทุกๆ กิจกรรม เพราะได้ลงมือทำด้วยตัวเอง ได้รับความรู้ในรูปแบบ “Learning by Playing” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะให้เยาวชนได้เรียนรู้ในสิ่งที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ด้วยความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ซึมซับความรู้ที่แฝงอยู่กิจกรรมต่างๆ ระหว่างเข้าร่วมโครงการฯ อย่างไม่รู้ตัว อันเป็นผลดีต่อการสร้างทัศนคติและจิตสำนึกที่ดีต่อตนเองและสังคมต่อไป

CSR2

       โครงการค่ายครั้งนี้ นับว่าเป็นงาน CSR ที่ วว. ตั้งใจดำเนินการเพื่อเยาวชน  และได้รับการตอบรับที่ดีจากชุมชน โดยต่อจากนี้ วว. จะมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัย และการช่วยเหลือสังคมควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้ดีและน่าอยู่อย่างยั่งยืน

วว. กับงานค่ายธรรมชาติศึกษาและการอนุรักษ์ธรรมชาติสำหรับเยาวชน

โดย ปฐมสุดา อินทุประภาและวัชรีวรรณ ทรัพย์รุ่งเรือง

โลกในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาวะโลกร้อน การสูญพันธุ์ของพืชและสัตว์บางชนิด การเสียสมดุลของระบบนิเวศ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว  จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการค่ายวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนขึ้น เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล เรียนรู้การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด รวมถึงมีความรู้ความเข้าใจในระบบนิเวศวิทยา ซึ่งจะทำให้เยาวชนมีความรู้และทัศนคติเพื่อนำไปพัฒนาตนเองและสังคมได้ในอนาคต ซึ่งการถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวดำเนินการในรูปแบบของค่ายวิทยาศาสตร์โดยใช้ห้องเรียนธรรมชาติ  ซึ่งก็คือ  สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานีวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาของ วว. รวมทั้งยังเป็นแหล่งสงวนชีวมณฑลหรือพื้นที่สงวนชีวาลัย  (UNESCO Biosphere Reserves) แห่งหนึ่งของโลก ที่มีความอุดมสมบูรณ์และเหมาะสำหรับการศึกษาระบบนิเวศวิทยาป่าเขตร้อน (ป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง)

 

1

สำหรับกิจกรรมในค่ายนั้น ทาง วว. ด้านแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม  และด้านการอนุรักษ์ โดยกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมจะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพธรรมชาติของป่าสะแกราช  การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ   เปรียบเทียบลักษณะของป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง การศึกษาทรัพยากรป่าไม้ และปัจจัยแวดล้อม โดยการนำเยาวชนเดินป่าตามเส้นทางเดินป่าในสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช เพื่อให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ความสมบูรณ์ของป่า การอาศัยพึ่งพากันของป่า พืช สัตว์ สิ่งมีชีวิต คน  รวมไปถึงการศึกษาชีวิตสัตว์ ความสัมพันธ์ในระบบนิเวศวิทยา เช่น นก แมลง สัตว์ป่าต่าง ๆ  เป็นต้น โดยศึกษาการดูนกอย่างถูกวิธีกับนักดูนกมืออาชีพ ศึกษาเรียนรู้การใช้กล้อง Binoculars, Telescope ศึกษาการใช้คู่มือดูนกสากล เช่น หนังสือ A Guide To The Birds of Thailand  ของ Dr. Boonsong Lekagul  และ Philip D. Round และเรียนรู้มารยาทในการดูนก นอกจากนี้ยังมีเรียนรู้เรื่องดวงดาวบนท้องฟ้า เรียนรู้เรื่องการเขียนแผนที่ดูดาวอย่างง่ายด้วยตัวเอง ศึกษาการใช้กล้อง Telescope สำหรับดูดาว เรียนรู้ถึงประโยชน์ของดวงดาวบนท้องฟ้า การโคจรของดวงดาว ดวงดาวที่สำคัญ การบอกทิศจากการดูดาว ในส่วนของกิจกรรมทางด้านการอนุรักษ์จะเน้นไปที่กิจกรรมการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับเยาวชน โดยใช้วิธีการบรรยาย สาธิต และฝึกปฏิบัติ เรื่องวิธีการที่เยาวชนจะสามารถช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติใกล้ตัวได้ และจะนำกลับไปปฏิบัติต่อที่บ้าน สังคม โรงเรียน ชีวิตประจำวัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการจุดประกายการอนุรักษ์ให้เยาวชนเกิดความตระหนัก รัก และหวงแหนสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่จะส่งผลกระทบไปถึงสิ่งแวดล้อมรอบโลก

2

 

โครงการค่ายวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนนี้ ทาง วว. ได้มีดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 10 ปี โดยมีการคัดเลือกเยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 – 6  เข้าร่วมโครงการ ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่ง วว. เล็งเห็นว่าโครงการนี้สามารถพัฒนาเป็นต้นแบบของการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ (Environmental Education) ได้ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีการส่งเสริมการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์อย่างจริงจังเหมือนในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างใน อังกฤษ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา การสร้างต้นแบบโดยใช้ค่ายวิทยาศาสตร์ของโครงการนี้ จึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นและเหมาะสมอย่างยิ่งในประเทศไทย  และ วว. ก็มุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงการนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เยาวชนไทย