ผลิตภัณฑ์ “แปรรูปเงาะครบวงจร”

“ผลิตภัณฑ์แปรรูปเงาะครบวงจร” เป็นผลงานวิจัยและพัฒนา ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร ฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และฝ่ายเทคโนโลยี การเกษตร เพื่อช่วยแก้ปัญหาราคาตกต่ำของเงาะ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบและก่อให้เกิดอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตเงาะเพื่อสุขภาพที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งยังเป็นการยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองต่อความต้องการทางการตลาดของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

“ผลิตภัณฑ์น้ำเงาะเข้มข้น” สามารถเก็บไว้ได้นานกว่า 1 ปี เพราะผ่านกระบวนการผลิตสะอาดถูกสุขอนามัย มีความหวาน 60 บริกซ์ จากการบริโภคเครื่องดื่มน้ำเงาะนี้จะทำให้รู้สึกถึงความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีสรรพคุณเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิด ลดการอักเสบและลดอาการท้องร่วง สามารถบริโภคโดยเจือจางกับน้ำเป็นน้ำเงาะพร้อมดื่ม หรือผสมโซดาหรือใช้เป็นสารให้ความหวานเพื่อการปรุงแต่งรสชาติอาหารและเครื่องดื่ม

a17

“ผลิตภัณฑ์เนื้อเงาะแผ่นกรอบ” มีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้ โปรตีน 36.15% ไขมัน 29.85% ใยอาหารชนิดละลายน้ำ 0.91% ใยอาหารชนิดไม่ละลายในน้ำ 2.81% นอกจากนี้ ใน 100 กรัม เงาะแผ่นกรอบจะให้พลังงาน 537.65 กิโลแคลอรี จึงเป็นผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวที่เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกวัย อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีรสชาติเทียบเคียงกับมันฝรั่งทอดกรอบ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำผลไม้ที่มีในประเทศมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสุขภาพ

a18

“ผลิตภัณฑ์เงาะแช่อิ่มอบแห้งในน้ำเสาวรส” เนื้อสัมผัสผิวนอกแห้ง เนื้อในนุ่ม ชุ่มด้วยน้ำหวาน สามารถเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นานโดยไม่เกิดการเน่าเสีย ด้วยเทคนิควิธีการแพร่กระจายภายใต้ระบบสุญญากาศ (Vacuum impregnation) เป็นวิธีที่สามารถช่วยเร่งให้สารละลาย เช่น น้ำตาลซึมผ่านเข้าไปในเนื้อเยื่อของผลไม้เร็วขึ้น

a19

“ผลิตภัณฑ์เมล็ดเงาะเคลือบปรุงรส” เมล็ดเงาะสดปริมาณ 100 กรัม มีทริฟโทแฟน (Tryptophan) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยให้นอนหลับ มีโปรตีน 1.0 ไขมัน 0.4 ไฟเบอร์ 2.8 และส่วนประกอบวิตามินและเกลือแร่ (มิลลิกรัม) คือ แคลเซียม 8 ธาตุเหล็ก 0.1 แมกเนเซียม 10 โพแทสเซียม 138 โซเดียม 2 สังกะสี 0.6 และวิตามินซี 70 เมล็ดเงาะเคลือบปรุงรสผ่านกระบวนการผลิตที่เหมาะสม ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ปราศจากสารพิษ มีความปลอดภัยในการบริโภค มีเนื้อสัมผัสและรสชาติแปลกใหม่ เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค

a20

“ผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายชูหมักและน้ำส้มสายชูพร้อมดื่มเพื่อสุขภาพจากน้ำเงาะ” ผลิตจากเนื้อเงาะที่ให้ผลผลิตไม่ได้ขนาดหรือผลผลิตเงาะที่ราคาตกต่ำ นำมาผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติโดยใช้จุลินทรีย์จากคลังจุลินทรีย์ของ วว. สู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าต่อการบริโภค นำมาใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหาร เช่น ปรุงรส น้ำสลัด หรือนำมาผสมกับน้ำผึ้งเจือด้วยน้ำสะอาด หรือผสมกับน้ำผลไม้ชนิดต่างๆ ที่คั้นแยกกากออก เมื่อดื่มจะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีผลดีต่อสุขภาพโดยตรงคือช่วยระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้น มีผลดีต่อระบบขับถ่ายและยังช่วยกำจัดเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหารเนื่องจากฤทธิ์ของความเป็นกรดจากน้ำส้มสายชูหมัก

a21

“ผลิตภัณฑ์ใยอาหารจากเปลือกเงาะ” มีปริมาณใยอาหารสูง (81%) ให้พลังงานน้อย ไขมันต่ำ (0.47%) มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี จึงช่วยเพิ่มปริมาณกากอาหารและช่วยกำจัดไขมันออกจากร่างกาย ผ่านการทดสอบความเป็นพิษเรียบร้อยแล้ว มีความปลอดภัยในการบริโภค วว. ประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ใยอาหารจากเปลือกเงาะในผลิตภัณฑ์หลายประเภท อาทิ ผลิตภัณฑ์ไอศกรีม ผลิตภัณฑ์เบเกอรี (ทดแทนแป้งสาลีได้สูงสุดถึง 30% ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ (ไส้กรอกและลูกชิ้น สามารถใช้ได้ในปริมาณ 3-7%) ทั้งนี้จากการตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีของเปลือกเงาะ พบว่า เปลือกเงาะเป็นแหล่งของใยอาหารที่ดี โดยมีปริมาณใยอาหารทั้งหมดร้อยละ 61.81 (น้ำหนักแห้ง) แบ่งเป็นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำร้อยละ 48.53 (น้ำหนักแห้ง) และละลายน้ำได้ร้อยละ 13.28 (น้ำหนักแห้ง) นอกจากนี้ยังมีพฤกษเคมี (phytochemicals) ในกลุ่มพอลิฟีนอล (polyphenols) ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ (free radical) และมีบทบาทในการป้องกันหรือลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ที่เกิดจากการทำลายด้วยอนุมูลอิสระ การนำเปลือกเงาะมาผลิตเป็นใยอาหาร นอกจากเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ของเหลือทิ้งและลดปัญหามลภาวะแล้ว ยังทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อสุขภาพ (food ingredients) ชนิดใหม่ ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่มีในประเทศ

a22

“ผลิตภัณฑ์แป้งจากเมล็ดเงาะ” มีองค์ประกอบและคุณสมบัติ พิเศษ คือ มีความชื้น 3-5% ปริมาณน้ำอิสระ 0.3-0.5 โปรตีน 10-12% เม็ดแป้งมีขนาดอนุภาคเฉลี่ย 9-12 ไมโครเมตร ร้อยละการละลาย 30-35% ค่ากำลังการพองตัว 10-15 ผ่านการทดสอบความเป็นพิษแบบเฉียบพลันทางปากพบว่า ผลิตภัณฑ์แป้งจากเนื้อในเมล็ดเงาะที่ผ่านขั้นตอนกระบวนการผลิตมีความปลอดภัยในการบริโภค สามารถประยุกต์ใช้แป้งจากเมล็ดเงาะสำหรับเป็นสารเพิ่มความข้นหนืดในผลิตภัณฑ์น้ำสลัดแป้งเงาะไขมันต่ำ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณลักษณะค่าความเป็นกรดด่าง (pH) 3.65, TSS ปริมาณ 270 บริกซ์ และค่าพลังงานของอาหารเท่ากับ 1.25 กิโลแคลอรีต่อกรัม ซึ่งน้อยกว่าน้ำสลัดสูตรไขมันปกติถึง 4 เท่า

a23

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกสำหรับสุกร

ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกสำหรับสุกร  เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของสุกรจากจุลินทรีย์  ที่มีประโยชน์และปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง โดยจุลินทรีย์เหล่านี้ได้มาจากการแยกจากแหล่งทางเดินอาหารของสุกร  มีคุณสมบัติในส่งเสริมสุขภาพของสุกร

c7

 

คุณสมบัติพิเศษ

 

มีประสิทธิภาพในการยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น E. coli, Salmonella Typhymurium, Salmonella enteritidis, Staphylococcus sp. เป็นต้น มีความสามารถที่จะอยู่รอดได้ในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ที่ค่าความเป็นกรด และน้ำย่อยในระบบทางเดินอาหาร ช่วยในระบบการย่อยอาหารและดูดซึมอาหาร และเพิ่มภูมิคุ้มกัน ทำให้สุกรมีสุขภาพดีเจริญเติบโตที่รวดเร็ว มีภูมิต้านทานต่อโรคระบบทางเดินอาหาร และสามารถที่จะมาทดแทนหรือการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือสารเคมีในการเลี้ยงสุกร จึงทำให้ได้ผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรที่ปราศจากสารเคมีและยาปฏิชีวนะ ทำให้ได้อาหารที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ผลิตภัณฑ์แปรรูปเงาะครบวงจร

ผลิตภัณฑ์แปรรูปเงาะครบวงจร  เป็นผลงานวิจัยและพัฒนา ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร ฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และฝ่ายเทคโนโลยี การเกษตร เพื่อช่วยแก้ปัญหาราคาตกต่ำของเงาะ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบและก่อให้เกิดอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตเงาะเพื่อสุขภาพที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งยังเป็นการยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองต่อความต้องการทางการตลาดของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

 

ผลิตภัณฑ์น้ำเงาะเข้มข้น

a17

สามารถเก็บไว้ได้นานกว่า 1 ปี เพราะผ่านกระบวนการผลิตสะอาดถูกสุขอนามัย มีความหวาน 60 บริกซ์ จากการบริโภคเครื่องดื่มน้ำเงาะนี้จะทำให้รู้สึกถึงความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีสรรพคุณเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิด ลดการอักเสบและลดอาการท้องร่วง สามารถบริโภคโดยเจือจางกับน้ำเป็นน้ำเงาะพร้อมดื่ม หรือผสมโซดาหรือใช้เป็นสารให้ความหวานเพื่อการปรุงแต่งรสชาติอาหารและเครื่องดื่ม

ผลิตภัณฑ์เนื้อเงาะแผ่นกรอบ

a18 

มีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้ โปรตีน 36.15% ไขมัน 29.85% ใยอาหารชนิดละลายน้ำ 0.91% ใยอาหารชนิดไม่ละลายในน้ำ 2.81% นอกจากนี้ ใน 100 กรัม เงาะแผ่นกรอบจะให้พลังงาน 537.65 กิโลแคลอรี จึงเป็นผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวที่เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกวัย อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีรสชาติเทียบเคียงกับมันฝรั่งทอดกรอบ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำผลไม้ที่มีในประเทศมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสุขภาพ

 

ผลิตภัณฑ์เงาะแช่อิ่มอบแห้งในน้ำเสาวรส

a19  

เนื้อสัมผัสผิวนอกแห้ง เนื้อในนุ่ม ชุ่มด้วยน้ำหวาน สามารถเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นานโดยไม่เกิดการเน่าเสีย ด้วยเทคนิควิธีการแพร่กระจายภายใต้ระบบสุญญากาศ (Vacuum impregnation) เป็นวิธีที่สามารถช่วยเร่งให้สารละลาย เช่น น้ำตาลซึมผ่านเข้าไปในเนื้อเยื่อของผลไม้เร็วขึ้น

 

ผลิตภัณฑ์เมล็ดเงาะเคลือบปรุงรส

a20  

เมล็ดเงาะสดปริมาณ 100 กรัม มีทริฟโทแฟน (Tryptophan) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยให้นอนหลับ มีโปรตีน 1.0 ไขมัน 0.4 ไฟเบอร์ 2.8 และส่วนประกอบวิตามินและเกลือแร่ (มิลลิกรัม) คือ แคลเซียม 8 ธาตุเหล็ก 0.1 แมกเนเซียม 10 โพแทสเซียม 138 โซเดียม 2 สังกะสี 0.6 และวิตามินซี 70 เมล็ดเงาะเคลือบปรุงรสผ่านกระบวนการผลิตที่เหมาะสม ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ปราศจากสารพิษ มีความปลอดภัยในการบริโภค มีเนื้อสัมผัสและรสชาติแปลกใหม่ เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค

 

ผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายชูหมักและน้ำส้มสายชูพร้อมดื่มเพื่อสุขภาพจากน้ำเงาะ

a21 

ผลิตจากเนื้อเงาะที่ให้ผลผลิตไม่ได้ขนาดหรือผลผลิตเงาะที่ราคาตกต่ำ นำมาผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติโดยใช้จุลินทรีย์จากคลังจุลินทรีย์ของ วว. สู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าต่อการบริโภค นำมาใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหาร เช่น ปรุงรส น้ำสลัด หรือนำมาผสมกับน้ำผึ้งเจือด้วยน้ำสะอาด หรือผสมกับน้ำผลไม้ชนิดต่างๆ ที่คั้นแยกกากออก เมื่อดื่มจะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีผลดีต่อสุขภาพโดยตรงคือช่วยระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้น มีผลดีต่อระบบขับถ่ายและยังช่วยกำจัดเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหารเนื่องจากฤทธิ์ของความเป็นกรดจากน้ำส้มสายชูหมัก

 

ผลิตภัณฑ์ใยอาหารจากเปลือกเงาะ

a22

 

มีปริมาณใยอาหารสูง (81%) ให้พลังงานน้อย ไขมันต่ำ (0.47%) มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี จึงช่วยเพิ่มปริมาณกากอาหารและช่วยกำจัดไขมันออกจากร่างกาย ผ่านการทดสอบความเป็นพิษเรียบร้อยแล้ว มีความปลอดภัยในการบริโภค วว. ประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ใยอาหารจากเปลือกเงาะในผลิตภัณฑ์หลายประเภท อาทิ ผลิตภัณฑ์ไอศกรีม ผลิตภัณฑ์เบเกอรี (ทดแทนแป้งสาลีได้สูงสุดถึง 30% ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ (ไส้กรอกและลูกชิ้น สามารถใช้ได้ในปริมาณ 3-7%) ทั้งนี้จากการตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีของเปลือกเงาะ พบว่า เปลือกเงาะเป็นแหล่งของใยอาหารที่ดี โดยมีปริมาณใยอาหารทั้งหมดร้อยละ 61.81 (น้ำหนักแห้ง) แบ่งเป็นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำร้อยละ 48.53 (น้ำหนักแห้ง) และละลายน้ำได้ร้อยละ 13.28 (น้ำหนักแห้ง) นอกจากนี้ยังมีพฤกษเคมี (phytochemicals) ในกลุ่มพอลิฟีนอล (polyphenols) ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ (free radical) และมีบทบาทในการป้องกันหรือลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ที่เกิดจากการทำลายด้วยอนุมูลอิสระ การนำเปลือกเงาะมาผลิตเป็นใยอาหาร นอกจากเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ของเหลือทิ้งและลดปัญหามลภาวะแล้ว ยังทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อสุขภาพ (food ingredients) ชนิดใหม่ ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่มีในประเทศ

 

ผลิตภัณฑ์แป้งจากเมล็ดเงาะ

a23

 

มีองค์ประกอบและคุณสมบัติ พิเศษ คือ มีความชื้น 3-5% ปริมาณน้ำอิสระ 0.3-0.5 โปรตีน 10-12% เม็ดแป้งมีขนาดอนุภาคเฉลี่ย 9-12 ไมโครเมตร ร้อยละการละลาย 30-35% ค่ากำลังการพองตัว 10-15 ผ่านการทดสอบความเป็นพิษแบบเฉียบพลันทางปากพบว่า ผลิตภัณฑ์แป้งจากเนื้อในเมล็ดเงาะที่ผ่านขั้นตอนกระบวนการผลิตมีความปลอดภัยในการบริโภค สามารถประยุกต์ใช้แป้งจากเมล็ดเงาะสำหรับเป็นสารเพิ่มความข้นหนืดในผลิตภัณฑ์น้ำสลัดแป้งเงาะไขมันต่ำ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณลักษณะค่าความเป็นกรดด่าง (pH) 3.65, TSS ปริมาณ 270 บริกซ์ และค่าพลังงานของอาหารเท่ากับ 1.25 กิโลแคลอรีต่อกรัม ซึ่งน้อยกว่าน้ำสลัดสูตรไขมันปกติถึง 4 เท่า

 

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลองกอง

          “ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลองกอง” เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาลองกองให้สามารถบริโภคนอกฤดูกาล ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการ อุดมด้วยวิตามินบี ซี ฟอสฟอรัส แคล เซียม  และสารแทนนิน

a16

  1. ผลิตภัณฑ์น้ำลองกองพร้อมดื่ม พัฒนาจากน้ำลองกองที่ผ่านการสกัดจากเครื่องคั้นน้ำลองกอง ปรับรสชาติเล็กน้อยด้วยน้ำตาลฟรุกโตส ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติกลมกล่อม โดยทำการฆ่าเชื้อ 2 แบบคือ พาสเจอร์ไรซ์บรรจุขวด มีอายุการเก็บรักษาไม่น้อยกว่า 1 เดือนที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส และ พาสเจอร์ไรซ์บรรจุกล่อง มีอายุการเก็บรักษาไม่น้อยกว่า 1 ปี ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส
  1. ผลิตภัณฑ์แยมและเยลลี่ ในส่วนของเนื้อลองกอง นำมาแปรรูปด้วยการกวนจนได้เนื้อสัมผัสที่เหมาะสม โดยมีการปรุงรสชาติด้วยน้ำตาล เพื่อความกลมกล่อม สามารถเก็บรักษาได้ประมาณ 3 เดือนในตู้เย็น

สำหรับเยลลี่ลองกอง ทำการแปรรูปโดยการนำน้ำลองกองมาใส่สารให้ความคงตัว และขึ้นรูปเป็นเยลลี่ บรรจุถ้วยพร้อมรับประทาน เยลลี่ลองกองมีรสชาติกลมกล่อม ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค

  1. ผลิตภัณฑ์ลองกองลอยแก้ว มีอายุเก็บรักษาในอุณหภูมิห้อง 1-2 เดือน รสชาติกลมกล่อม
  1. ผลิตภัณฑ์ลองกองแช่อิ่มอบแห้ง พัฒนาขึ้นเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาลองกองให้สามารถบริโภคนอกฤดูกาล โดยใช้กรรมวิธีการแปรรูปจากผลลองกองสดหรืออาจจะผ่านการแช่สารละลายไว้ ประมาณ 3 เดือน นำไปแช่ในน้ำเชื่อมที่มีความเข้มข้นต่างๆ แล้วอบด้วยตู้อบลมร้อน จนได้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม ไม่แข็งหรือเหนียวจนเกินไป รสชาติหวานน้อยและสะดวกต่อการบริโภค

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมบริโภคสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคข้อ (เกาต์)

“ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมบริโภคสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคข้อ (เกาต์)” เป็นผลงานวิจัยและพัฒนาของ นางสาวจันสุดา เรืองเต็ม คณะทำงาน ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว. ทำการวิจัยและพัฒนาภายใต้หลักความต้องการของผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคข้อ (เกาต์) ที่ต้องการปริมาณพิวรีน ต่ำ ดังนี้

ผลิตภัณฑ์อาหารมื้อหลัก : ข้าวผัดสับปะรดผงกะหรี่ (Pineapple Fried Rice in Yellow Curry)

a10

คุณสมบัติพิเศษ คือ ใช้วัตถุดิบที่ช่วยลดการอักเสบของข้อและมีปริมาณพิวรีนต่ำ ให้พลังงานและโซเดียมลดลงจากสูตรปกติ ร้อยละ 48 และ 66 ตามลำดับ ให้พลังงานทั้งสิ้น 340 กิโลแคลอรี นอกจากนี้ ยังมีเมนูเพื่อสุขภาพให้เลือกอีก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ผัดหมี่ข้าวกล้อง

ผลิตภัณฑ์อาหารว่าง : ขนมฟักทองผสมธัญพืช (Frozen)

a11

คุณสมบัติพิเศษ คือ ให้พลังงานและไขมันต่ำ ใช้วัตถุดิบที่มีเบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัสและวิตามิน ให้พลังงานและปริมาณไขมันอิ่มตัวลดลงจากสูตรปกติ ร้อยละ 12 และ 66 ตามลำดับ ให้พลังงานทั้งสิ้น 80 กิโลแคลอรี นอกจากนี้ ยังมีเมนูเพื่อสุขภาพให้เลือกอีก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ขนมลูกเดือยเพื่อสุขภาพ ไอศกรีมสับปะรดโยเกิร์ต สูตรผสมดอกคำฝอย และสูตรผสมอัญชัน

ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม: ชาขิงสมุนไพร สูตรขิงผสมดอกอัญชันและสูตรขิงผสมดอกคำฝอย

a12

 

คุณสมบัติพิเศษ คือ ไม่มีน้ำตาล (no sugar) และไม่ให้พลังงาน (no calorie) โดยคัดเลือกวัตถุดิบที่มี Antioxidant: Anthocyanin, Beta-carotene นอกจากนี้ ยังมีเมนูเพื่อสุขภาพให้เลือกอีก ได้แก่ เครื่องดื่มสับปะรดไซเดอร์พร้อมดื่ม

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมบริโภคสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคกระดูกพรุน

 

ข้าวผัดผงกะหรี่หน้าปลานึ่ง (Steamed Fish on Fried Rice with Curry)

a1
คุณสมบัติพิเศษ
มีปริมาณแคลเซียม เหล็ก และฟอสฟอรัสสูง มีส่วนผสมของผงกะหรี่ เนื่องจากในผงกะหรี่มีแคลเซียม ช่วยในเรื่องบำรุงกระดูก เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคกระดูกพรุน หรือผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคเกี่ยวกับกระดูก สำหรับหนึ่งหน่วยบริโภค 160 กรัม ให้พลังงานทั้งสิ้น 210 กิโลแคลอรี        นอกจากนี้ ยังมีเมนูเพื่อสุขภาพให้เลือกอีก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บะหมี่งาดำซอสแกงเขียวหวาน แกงเลียงปลาย่าง เต้าเจี้ยวหลน และผงโรยข้าวกุ้งกรอบ

 

ผลิตภัณฑ์อาหารว่าง
ข้าวเกรียบงาดำ (Black Sesame Chips)

a2
คุณสมบัติพิเศษ
ผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบงาดำมีส่วนผสมของงาดำ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งมีปริมาณแคลเซียม เหล็ก และฟอสฟอรัส ช่วยในเรื่องบำรุงกระดูก เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคกระดูกพรุน หรือผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคเกี่ยวกับกระดูก สำหรับหนึ่งหน่วยบริโภค 15 กรัม ให้พลังงานทั้งสิ้น 90 กิโลแคลอรี
นอกจากนี้ ยังมีเมนูเพื่อสุขภาพให้เลือกอีก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ซาลาเปาไส้ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วแดง บัวลอยน้ำขิง

 

ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม
เครื่องดื่มธัญพืชผสมงาดำ (Cereal Beverage with Black Sesame)

a3
คุณสมบัติพิเศษ
มีสารอาหารโปรตีน เลซิทิน กรดอะมิโน รวมทั้งมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ไนอะซีน วิตามินบี 1 และ บี 2 วิตามินเอ และ อี ซึ่งสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก สำหรับหนึ่งหน่วยบริโภค 180 มิลลิลิตร ให้พลังงานทั้งสิ้น 80 กิโลแคลอรี
นอกจากนี้ ยังมีเมนูเพื่อสุขภาพให้เลือกอีก ได้แก่ เครื่องดื่มน้ำเห็ดลมผสมหญ้านางผงชงดื่ม และน้ำผลไม้พร้อมดื่ม

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวแบบแท่งเพื่อสุขภาพ “ซี-ไรซ์” จากข้าวและธัญพืช

          ขนมขบเคี้ยวแบบแท่งเพื่อสุขภาพ : ซีไรซ์ จากข้าวและธัญพืช ใช้วัตถุดิบหลักที่หาได้ภายในประเทศ ได้แก่ ข้าวและธัญพืช เช่น ถั่วลิสง งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน อัลมอลด์ ผลไม้อบแห้ง และน้ำผึ้ง  โดยผลิตภัณฑ์ได้ปรับแต่งกลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัสของขนม พร้อมทั้งเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้เหมาะสมกับวัยของกลุ่มผู้บริโภค 3 วัย ได้แก่  วัยเด็ก วัยทำงาน และวัยสูงอายุ

a44

 

คุณสมบัติพิเศษ

เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร แร่ธาตุ วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ แต่มีปริมาณไขมันและน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับนำไปรับประทานทดแทนมื้ออาหารหรือทานเล่นในยามว่าง ทีมนักวิจัยได้ประยุกต์ใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล หรือ น้ำตาลแอลกอฮอล์ ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะให้ความหวานใกล้เคียงกับน้ำตาลแต่ให้พลังงานต่ำกว่า ร่างกายจะดูดซึมได้ช้า ทนอุณหภูมิสูงได้ดี ไม่เกิดการตกผลึกและกลิ่นรสที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งยังช่วยให้ผิวอาหารมีความเงางามน่ารับประทานอีกด้วย สำหรับผลการศึกษาในด้านอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์สามารถเก็บได้ 3-4 เดือนในถุงอะลูมิเนียมฟอยล์บรรจุก๊าซไนโตรเจน ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ผลิตภัณฑ์ซอสฟักข้าว

ผลิตภัณฑ์ซอสฟักข้าว  มีส่วนประกอบของ Fresh GAC Fruits, GAC extract, Beta-carotene, Lycopene, Fatty acids มี 2 รส คือ รสธรรมชาติ และรสพิซซ่า

a43

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสกัดจากปลายข้าว

เครื่องดื่มสกัดจากปลายข้าว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบคือปลายข้าวกล้องหอมมะลิ นำมาผ่านกระบวนการโม่เปียกและทำให้แห้งด้วยเครื่องอบลมร้อน เพื่อทำให้เป็นแป้งข้าวเพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตจากเอมไซม์อะไมเลส (Termamyl SE) ที่ย่อยแป้งข้าวได้เป็นน้ำตาลมอลโตส มีคุณสมบัติเป็นน้ำตาลที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก

a41

คุณสมบัติพิเศษ

สามารถดูดซึมได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมปริมาณปริมาณน้ำตาล นอกจากนั้น ผู้บริโภคยังได้รับคุณค่าทางโภชนาการจากน้ำผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและยังได้รับพลังงานจากข้าวทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสกัดจากปลายข้าวมีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป จึงเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการดูแลรักษาสุขภาพอย่างยิ่ง ซึ่งได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เป็น 2 สูตร ได้แก่ สูตรใบเตยและสูตรผลไม้รวม

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th

ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำมะนาว

เครื่องดื่มน้ำมะนาว เป็นการนำมะนาว พันธุ์น้ำหอมทูลเกล้า และพันธุ์แป้นมาทำการศึกษาปริมาณผลผลิตที่เหมาะสม และทดสอบผลิตภัณฑ์ให้ได้น้ำมะนาวที่มีรสชาติดี ดื่มง่าย

a40

คุณสมบัติพิเศษ

ควบคุมคุณภาพของน้ำมะนาวพร้อมดื่มนั้น ควบคุมความหวานที่ 15.5 บริกซ์ ค่าความเป็นกรดร้อยละ 0.46-0.57 และค่าความเป็นกรด – ด่าง 3.2

ทำการพาสเจอร์ไรส์ที่อุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 95 องศาเซลเซียส และที่ความดัน -200 มิลลิเมตรปรอท กับที่ 75 องศาเซลเซียส โดยใช้เวลาในการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิดังกล่าว 27 วินาที จะได้ผลิตภัณฑ์ปลอดจากจำนวนจุลินทรีย์ ยีสต์ และรา ทุกตัวอย่าง ซึ่งเป็นความปลอดภัยต่อผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตลอดระยะเวลา 6 เดือน

 

สนใจติดต่อ กองการตลาด สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร. 0-2577-9436-38 หรือ Call Center 0-2577-9300 e-mail : marketing_tistr@tistr.or.th