Archive for December, 2013

ปัจจุบัน RFID ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในงานหลากหลายประเภท อาทิเช่น

อุตสาหกรรมการผลิต

RFID ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการติดตามการผลิต โดยใช้ Production Line Automation เพื่อให้ทราบว่าในแต่ละกระบวนการผลิตนั้นใช้เวลาในการทำงานเท่าไร และได้จำนวนการผลิตในแต่ละขึ้นตอนเท่าไร สำหรับเป็นข้อมูลในการนำไปคำนวนถึงต้นทุนการดำเนินงานต่าง ๆ

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ สามารถคืนทุนจากต้นทุนที่ลงไปได้ทันที, ลดเวลาในแต่ละขั้นตอนการผลิต, เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต, ข้อมูลที่ได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ เช่น นำข้อมูลที่มีอยู่ไปยืนยันให้เกิดความเชื่อมั่นถึงขั้นตอนในการผลิตและคุณภาพของสินค้า

ธุรกิจการค้า

RFID ถูกนำมาประยุกต์ในธุรกิจการค้าปลีก และ Super Store เพื่อให้ทราบว่า ภายใน 1 วัน สินค้าสามารถขายออกไปได้วันละเท่าไหร่ และ สินค้าที่วางที่ชั้นถูกหยิบไปเท่าไหร่ ควรจะนำสินค้ามาวางเพิ่มที่ชั้นสินค้าหรือไม่

ซึ่งประโยชน์ของ FRID ต่อธุรกิจค้าปลีกที่เห็นได้ชัด ก็คือ การที่มีสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการตลอดเวลา, ไม่ต้องสต๊อคสินค้า, ลดการขโมยสินค้า, นำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมลูกค้า

ธุรกิจบริการ

ในธุรกิจสายการบินมีการ RFID มาใช้ในส่วนของระบบการติดตามสัมภาระของผู้โดยสาร ซึ่งระบบนี้สามารถลดการสูญหายหรือส่งสัมภาระไปผิดเครื่อง

สำหรับธุรกิจทางการแพทย์ ข้อมูลจาก The United States of Food and Drug Administration (USFDA) พบว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลบางแห่งในสหรัฐฯ ได้ฝัง RFID Chip ไว้ใต้ผิวหนังบริเวณท่อนแขน ตรงส่วนกล้ามเนื้อ Triceps ของคนไข้ เพื่อความสะดวกในการตรวจรักษาและติดตามข้อมูลการรักษาของผู้ป่วย เมื่ออวัยวะที่ได้รับการฝังชิปไว้ภายในถูกสแกนด้วย RFID Reader ระบบจะแสดงข้อมูลการรักษาของคนไข้รายนั้นออกมา ทำให้แพทย์ที่ถูกเปลี่ยนให้มาดูแลรักษาคนไข้รายดังกล่าวได้รับทราบประวัติการรักษาโดยแพทย์คนก่อนหน้านั้นได้อย่างถูก ต้องและรวดเร็ว การฝังชิปลงไปใต้ผิวหนังก็ไม่ได้ยุ่งยากมากนัก เพียงแค่บรรจุชิปลงในหลอดฉีดยา แล้วฉีดลงไป ซึ่งชิปจะถูกเคลือบด้วยสารที่ชื่อว่า Biobond ช่วยในการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อภายในร่างกาย และช่วยป้องกันไม่ให้ชิปเสียหายด้วย

ในธุรกิจบ่อนกาสิโน (CASINO) มีการนำเทคโนโลยี RFID มาใช้ โดยนำแผ่น RFID ฝังลงในชิพส์ (CHIPS) แทนเงิน ทำให้ป้องกันการนำแผ่นชิพส์ปลอม ซึ่งใช้แทนเงินภายในบ่อนกาสิโน มาใช้  ทำให้บ่อนลดการสูญเสียรายได้จากการที่ถูกนำชิพส์ปลอมมาใช้ และยังสามารถศึกษาพฤติกรรมของนักพนัน เพื่อจะนำไปวิเคราะห์ศึกษา เหมือนกับการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ทางบ่อนจะได้หาทางเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการต่อไป

ซึ่งจะเห็นได้ว่า RFID มีประโยชน์ต่อธุรกิจบริการ ในด้านความสามารถในการรับทราบข้อมูลของลูกค้าอย่างรวดเร็ว, ลดต้นทุนในการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเอกสาร

ธุรกิจการควบคุมสินค้าคงคลัง และการจัดส่งสินค้า (Logistic & Supply Chain)

การควบคุมสินค้าคงคลังและจัดส่งสินค้าถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญต่อ RFID เป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานในด้านนี้เป็นอย่างมาก ปัจจุบันกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย กรมศุลกากร การท่าเรือแห่งประเทศไทย และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้ดำเนินโครงการยกระดับท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นท่าขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Port) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ

โดย e-Port เป็นโครงการสนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในระดับประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายให้ การปฏิบัติงาน ณ ท่าเรือ เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกทางการค้าและธุรกิจ รวมทั้งเสริมความมั่นคงปลอดภัยในการค้าระหว่างประเทศ โดยระยะแรกนี้จะใช้ท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือนำร่องของโครงการนี้

สำหรับประโยชน์ของ RFID ต่อ Logistic & Supply Chain ที่เห็นได้ชัด ก็คือ การลดต้นทุนในการดำเนินงาน, สามารถรับทราบถึงข้อมูลสินค้าในขณะนั้น, นำข้อมูลไปใช้อ้างอิงในการทำธุรกรรมต่างๆ ได้

การบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย (Management and Security)

ในส่วนของการบริหารและการจัดการนั้น RFID สามารถนำไปประยุกต์ในเรื่องของ ระบบบริหารงานบุคคล โดยสามารถติดตามเวลาการทำงานของพนักงานรวมถึงสามารถดูได้ว่าพนักงานอยู่ในส่วนไหนของโรงงาน แต่ประเด็นนี้ยังมีปัญหาในส่วนของสิทธิส่วนบุคคล

ในส่วนระบบรักษาความปลอดภัยนั้น มีการนำ RFID ไปประยุกต์โดยทำงานคล้ายๆ กับระบบบริหารงานบุคคล นั่นคือ มีการนำข้อมูลการเข้าถึงระบบต่างๆ บรรจุไว้ใน RFID เพื่อสามารถเข้าไปทำงานในส่วนต่างๆ ได้

ซึ่งประโยชน์ของ RFID ต่อ ระบบ Management and Security นั้นก็คือ การตรวจสอบเวลาทำงาน รวมถึงการเข้าถึงส่วนต่างๆ และการนำข้อมูลไปใช้ร่วมกับระบบอื่นๆ เช่น ระบบเงินเดือน

การเกษตร

RFID ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงเกษตรกรรม ในวงการปศุสัตว์ และกำลังทดลองนำแผ่น RFID มาติดกับใบหูของวัว เพื่อที่จะทำให้ผู้เลี้ยงวัวและทางราชการ สามารถติดตามการเดินทางหรือตำแหน่งได้เป็นอย่างดี และจะมีประโยชน์ในการติดตามโรค ไม่ให้เกิดการกระจายของโรคภายในสัตว์เลี้ยง อีกทั้งยังใช้ในการติดตามการเลี้ยงกุ้งซึ่งที่ทำอยู่ก็ได้แก่การบันทึกข้อมูลว่าให้อาหารอะไรแก่กุ้งบ้าง, ใช้ยาอะไรในการเลี้ยงกุ้ง โดยข้อมูลนี้จะถูกส่งต่อไปยังโรงงานที่ทำการส่งออกกุ้งไปยังต่างประเทศ

การทหาร

กระทรวงกลาโหมอเมริกัน ใช้งบประมาณ 11,000 ล้านบาท ในการพัฒนานำอุปกรณ์ RFID มาใช้ติดตามการขนส่งอาวุธ เพื่อป้องกันการโจรกรรม และการนำไปใช้ในสถานที่อันไม่สมควร ประเทศไทย น่าจะพิจารณานำมาใช้ในคลังแสงสรรพาวุธด้วยเช่นกัน

ห้องสมุด

ปัจจุบันห้องสมุดของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของไทยได้ทดลองนำ RFID มาใช้กับระบบห้องสมุด โดยการติด RFID Chip ไว้ที่หนังสือในห้องสมุด แล้วใส่ข้อมูลต่างๆ ของหนังสือเล่มนั้นๆ ไว้ใน Chip อย่างเช่น ข้อมูลชื่อหนังสือ ประเภทหนังสือ ชั้นที่เก็บหนังสือ และติดเครื่องอ่านไว้ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำงานร่วมกันระบบงานที่สำคัญๆ ได้ดังต่อไปนี้

  1. การบริการยืมคืนวัสดุสารสนเทศ (Self-Service)
  2. การบริการรับคืนวัสดุสารสนเทศด้วยตนเอง (Material Return) ที่ตู้รับคืนหนังสืออัตโนมัติ (Book Return)
  3. ระบบรักษาความปลอดภัยของวัสดุสารสนเทศ (RFID Theft Detection/Security Gate)
  4. อุปกรณ์แยกวัสดุสารสนเทศ (Sorting Station) เป็นชุดอุปกรณ์เพื่อแยกหนังสือ หรือ วัสดุสารสนเทศที่ได้รับคืนจากสมาชิกออกตามหมวดหมู่ หรือชั้นวางที่ถูกต้อง
  5. การสำรวจวัสดุสารสนเทศและการจัดชั้น (Inventory and Shelf Management) การสำรวจหนังสือ หรือ วัสดุสารสนเทศบนชั้น ซึ่งจะตรวจสอบสอบว่าหนังสือเล่มใดวางผิดที่ หรือมีจำนวนหนังสือที่หายไป

อ้างอิง www.arip.co.th

Tags: ,

Comments No Comments »

ยุค 1G (ปี 1981)

โทรศัพท์เป็นแบบเซลลูล่าอันใหญ่ๆ ใช้สัญญาณอนาลอก หรือสัญญาณคลื่นวิทยุ  เป็นการใช้โทรศัพท์เพื่อพูดคุยได้อย่างเดียว

ยุค 2G (ปี 1992)

โทรศัพท์เป็นแบบใช้ระบบดิจิตอล คือการนำสัญญาณเสียงมาบีบอัดให้เล็กลงจนเป็นสัญญาณอิเล็กโทรนิค

โทรศัพท์ก็สามารถถ่ายรูปได้ ส่งข้อความได้ ส่งอีเมล์ได้ แต่ยังติดขัดอยู่ในเรื่องของสัญญาณที่ติดๆ ขัดๆ เวลาเคลื่อนไหว

ยุค 3G (ปี 2001)

ระบบโทรศัพท์ถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้นหนึ่ง เพื่อให้สามารถทำให้การพูดคุยแบบเห็นหน้ากันได้

นั่นคือระบบมีความสามารถในการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลภาพเคลื่อนไหวและเสียงได้พร้อมๆกันตลอดเวลาด้วยความเร็วที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ยังช่วยทำให้เราสามารถดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆที่ใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากๆบนเครือข่ายอินเตอร์เนตได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

การคิดราคาจึงคิดตามอัตราการโหลดข้อมูล

ซึ่งในยุคนี้ ซอฟท์แวร์ จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในโทรศัพท์

นั่นคือ โทรศัพท์จะสามารถส่งสัญญาณควบคุมสิ่งของที่บ้านได้ เช่น ส่งให้เปิดปิดตู้เย็น เปิดปิดหม้อหุงข้าว เป็นต้น

ยุค 4G

เป็นยุคของเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงชนิดพิเศษ ที่ใช้เทคโนโลยี LTE หรือ Long Term Evolution

เป็นยุคที่การเข้าถึงข้อมูลสามารถทำได้ในลักษณะที่เป็นสากล และมีความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์รูปแบบต่างๆ ได้มากขึ้น

เป็นยุคที่รองรับการเชื่อมต่อเสมือนจริงในรูปแบบสามมิติ (three-dimensional) ระหว่างผู้ใช้โทรศัพท์ด้วยกันเอง

เครือข่ายมีความสามารถส่งผ่านข้อมูลแบบไร้สายในระดับความเร็วสูงที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ 100 Mbps – 1024 Mbps (1Gbps) ซึ่งเร็วกว่า 3G เดิมถึง 7 เท่า ส่งผลให้

  • สามารถใช้งานมัลติมีเดียที่ดีขึ้น
  • สามารถรับส่งข้อมูลในรูปแบบภาพเคลื่อนไหวที่ไหลลื่นกว่า
  • สามารถถ่ายทอดสดแบบ Live Broadcast
  • สามารถรับส่งข้อมูลในลักษณะ Realtime
  • สามารถประชุมทางไกลแบบ Interactive ที่ช่วยให้โต้ตอบแบบทันที

เพียงแค่มี Aircard 4G และ Wifi Adaptor ก็สามารถแชร์สัญญาณ 4G ให้กับอุปกรณ์ที่รองรับสัญญาณ Wifi ให้สามารถใช้งานพร้อมกันได้

Comments No Comments »

Thailand Institute of Scientific and Technological Research (TISTR)
Ministry of Science and Technology