ความหลากหลายทางชีวภาพ

เรียบเรียงโดย จารุจินต์ นภีตะภัฏ ความหลากหลายทางชีวภาพ (biological diversity หรือ biodiversity) หมายถึงจำนวนชนิด (species) ของสิ่งมีชีวิต รวมถึงความแตกต่างของบทบาททางนิเวศวิทยา และพันธุกรรมของชนิดดังกล่าว พิจารณาได้เป็น 3 ระดับทางชีววิทยา ความหลากหลายของชนิดของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายของสภาพสิ่งแวดล้อมที่สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดอาศัยอยู่ ความแปรผันทางพันธุกรรมในกลุ่มประชากรของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด ความหลากหลายทั้งสามระดับนี้ มีความสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อนในสภาพแวดล้อม และจำเป็นต่อการคงอยู่ของชีวิตทุกชีวิตในโลกสิ่ง มีชีวิตเท่าที่คาดว่าจะมีอยู่บนโลกนี้ จะมีจำนวน 5–30 ล้านชนิด แต่เท่าที่ได้รับการวิเคราะห์ชื่อแล้วมีจำนวนประมาณ 1.4 ล้านชนิด แบ่งออกได้เป็น เชื้อไวรัส 1,000 ชนิด แบคทีเรีย 4,760 ชนิด เชื้อรา 47,000 ชนิด สาหร่าย Continue reading ความหลากหลายทางชีวภาพ

ความหมายของสิ่งแวดล้อม

เรียบเรียงโดย พรสวรรค์ ดิษยบุตร สิ่งแวดล้อม หมายถึง สิ่งที่อยู่รอบตัวมนุษย์ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ทั้งที่เป็นรูปธรรม (จับต้องมองเห็นได้) และนามธรรม (วัฒนธรรม แบบแผน ประเพณี ความเชื่อ) มีอิทธิพลเกี่ยวโยงถึงกัน เป็นปัจจัยในการเกื้อหนุนกัน ผลกระทบจากปัจจัยหนึ่งจะมีส่วนเสริมสร้างหรือทำลาย อีกส่วนหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งแวดล้อมเป็นวงจรและเป็นวัฏจักรที่ เกี่ยวข้องกันไปทั้งระบบ สาเหตุสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมคือ การเพิ่มประชากรทั่วโลกอยู่ในอัตราทวีคูณ ถึงแม้จะมีการวางแผนครอบครัวก็ตาม และเป็นเหตุให้มีการใช้ทรัพยากรเพิ่มมากขึ้น อีกสาเหตุหนึ่งคือมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทาง ด้านเทคโนโลยี ทำให้ใช้ทรัพยากร เกินความจำเป็นขั้นพื้นฐาน เช่น สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของมนุษย์ จึงควรมีการแก้ไขพฤติกรรมของมนุษย์ซึ่งเป็นตัวก่อปัญหาที่สำคัญ การเร่งรัดนำเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ให้มากที่สุดเพื่อความสะดวกสบายของมนุษย์โดยไม่มีการจัดการและวางแผนให้ใช้ต่อไปได้นานๆ อาจทำให้คุณภาพชีวิตเสียไปเนื่องจากก่อให้เกิดภาวะมลพิษ (pollution) ต่างๆ เช่น มลพิษในอากาศ ในน้ำ ในอาหาร Continue reading ความหมายของสิ่งแวดล้อม

นิสัยการกินอาหารของจระเข้

เรียบเรียงโดย จารุจินต์ นภีตะภัฏ  ข่าวการฆ่าตัวตายของหญิงผู้หนึ่ง โดยการโดดลงไปในบ่อจระเข้ที่ฟาร์มจระเข้ที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้ก่อให้เกิดความสนใจต่อสัตว์เลื้อยคลานเลือดเย็นชนิดนี้มากขึ้น บางครั้งข่าวที่น่าสนใจอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อจระเข้มากขึ้นกว่าเดิม ในแง่ที่เป็นสัตว์ที่กระหายเลือดกินมนุษย์เป็นอาหาร จระเข้ (crocodiles) เป็นสัตว์เลื้อยคลานกลุ่มหนึ่งที่ยังคงหลงเหลือมาจากยุคไดโนเสาร์ มีลำตัวยาว ปาก ยาว ภายในมีฟันแหลมเรียบเป็นแถว กินเนื้อสัตว์อื่นเป็นอาหาร ในประเทศไทยมีจระเข้อยู่ 3 ชนิด ได้แก่ จระเข้น้ำจืด (Crocodylus siamensis) จระเข้ น้ำเค็ม (C. porosus) และตะโขงหรือจระเข้ปากกระทุงเหว (Tomistoma schlegeli) ทุกชนิดกำลังมีจำนวนน้อยมากในธรรมชาติจนอาจจะสูญพันธุ์หมดไปในอนาคต นิสัยการกินอาหารของจระเข้ นิสัยการกินอาหารของจระเข้จะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุของการเจริญเติบโต ปกติจะเริ่มหาอาหารกินในเวลาเย็น ลูกจระเข้กินสัตว์ขนาดเล็ก กบ แมลงปอ ปู และแม้แต่ลูกน้ำยุง นิสัยการล่าชอบใช้ลำตัวและหางที่ยาวโอบล้อมเหยื่อไว้ก่อนที่จะกัดกิน Continue reading นิสัยการกินอาหารของจระเข้

ดินเพื่อการเพาะปลูก

 เรียบเรียงโดย :ทรงเกียรติ วิสุทธิพิทักษ์กุล    ทุกคนรู้จักดิน แต่การที่จะรู้จักดินให้ถี่ถ้วนจริงๆ ต้องใช้เวลาการ ศึกษาและวิจัยเป็นสิบๆ ปี นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงจำนวนมากใช้เวลา กว่าครึ่งหนึ่งของชีวิตศึกษาดิน วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับดินนั้นเรียกรวมๆ กันว่า “ปฐพีวิทยา” ซึ่งแยกสาขาออกไปมากมาย เช่น ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการเกิด ของดินว่าเกิดได้อย่างไร มีปัจจัยอะไรเป็นตัวควบคุมการเกิดของดิน ศึกษา การสำรวจรวมทั้งทำแผนที่ดินเพื่อแบ่งชนิดของดินทางลักษณะต่างๆ ศึกษาเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดิน การแก้ไขหรือปรับปรุงดินให้ เหมาะสำหรับการเพาะปลูก ศึกษาชนิด ปริมาณและแร่ธาตุอาหารต่างๆ ที่พืชจะสามารถนำไปใช้ ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการทางเคมีต่างๆ ที่ เกิดขึ้นในดินและคุณสมบัติทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืช ศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติทางกายภาพ เช่น ลักษณะเนื้อดิน ความสามารถใน การอุ้มน้ำของดิน อุณหภูมิในดิน ตลอดจนคุณสมบัติทางกายภาพอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืช ศึกษาวิธีการป้องกันและรักษาดินให้มี ความอุดมสมบูรณ์เพื่อประโยชน์ในการเกษตร ดินในแง่ของการเพาะปลูกมีส่วนประกอบดังนี้ ส่วนที่เป็นอินทรียวัตถุ Continue reading ดินเพื่อการเพาะปลูก

การสัมผัสอุณหภูมิของร่างกาย

เรียบเรียงโดย ดร. ชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล ร่างกายของคนเรานั้น สามารถรับความรู้สึกเกี่ยวกับอุณหภูมิได้ตั้งแต่หนาว เย็น อุ่น ร้อน และกำลังสบาย ความสามารถรับความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นโดยภายในร่างกายจะมีตัวรับ (receptors) ซึ่งตัวรับที่พบมี 3 ชนิดคือ ตัวรับความเย็น (cold receptors) ตัวรับความร้อน (warm receptors) ตัวรับความรู้สึกเจ็บปวด (pain receptors) ตัวรับนี้จะทำงานได้ดีเมื่อร่างกายถูกกระตุ้นด้วยความเย็นจัดหรือร้อนจัดจนทำให้เกิดการทำลายของเนื้อเยื่อ ตัวรับทั้ง 3 ชนิดจะมีตำแหน่งเป็นจุดๆ กระจายอยู่ โดยทั่วไปตามร่างกาย โดยจะพบว่าจุดรับความเย็น (cold spot) มีมากกว่าจุดรับความร้อน (warm spot) ในอัตราส่วน 4 : 1 Continue reading การสัมผัสอุณหภูมิของร่างกาย

กรดไขมันจากสาหร่ายกับการป้องกันโรคหัวใจ

เรียบเรียงโดย สยามรัฐ ป้านภูมิ  ในบรรดาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่คร่าชีวิต ของมนุษย์ ในโลกยุคปัจจุบัน โรคหัวใจจัดได้ว่าเป็นโรคที่ร้ายแรงและน่ากลัวที่สุดโรคหนึ่งเพราะในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่อาศัยอยู่ในแถบประเทศตะวันตก� สาเหตุของโรคหัวใจเกิดจากการมีไขมันอุดตันในเส้นเลือด หรือมีปริมาณคอเลสเทอรอลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริโภคอาหารที่มีไขมันมาก โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ และอาหารจำพวกเนยต่างๆ ซึ่งทำให้หัวใจต้องบีบตัวแรงขึ้นในการสูบฉีดโลหิตไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ทำให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวาย และเสียชีวิตในที่สุด นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ศึกษาพบว่า มีกรดไขมันชนิดหนึ่ง ซึ่งพบในธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยป้องกันและรักษาโรคหัวใจได้อย่างมี ประสิทธิภาพ กรดไขมันชนิดนี้คือ กรดไอโคซาเพนเทโนอิก (eicosapentaenoic acid) หรือ อีพีเอ (EPA) ซึ่งมีผลไปช่วยลดปริมาณคอเลสเทอรอลในเส้นเลือด และสามารถป้องกันและรักษาโรคหัวใจได้ในที่สุด อีพีเอ เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่มีพันธะคู่ (double bond) หลายพันธะและประกอบด้วยอะตอมของคาร์บอนต่อกันเป็นสายยาว (long–chain polyunsaturated fatty acid Continue reading กรดไขมันจากสาหร่ายกับการป้องกันโรคหัวใจ

การดูดซึมสารอาหาร

เรียบเรียงโดย ดร. ชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล เมื่ออาหารที่รับประทานเข้าไปในร่างกายได้ผ่านการย่อยจนเป็น สารอาหารที่ร่างกายพร้อมจะนำไปใช้ สารอาหารต่างๆ ก็จะถูกลำเลียงไปใช้โดยผ่านกระบวนการดังนี้ 1. กระบวนการดูดซึมสารอาหาร พบว่าสารอาหารชนิดต่างๆ ที่ได้จากกระบวนการย่อยจะถูกดูดซึมเข้าสู่เซลล์บุผิวทางเดินอาหารในส่วนของลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ เข้าสู่กระแสเลือดทางหลอดเลือดดำ พอร์ทัล (portal vein) ผ่านตับและผ่านทางท่อน้ำเหลืองโดยตรง กระบวนการดูดซึมสารอาหารนี้อาจจะแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบด้วยกันคือ การดูดซึมแบบธรรมดา (passive transport) จะเป็นการเคลื่อนที่ของสารจากที่ที่มีความเข้มข้นสูงไปยังที่ที่มีความเข้มข้นน้อยกว่าการ เคลื่อนที่ของน้ำในกระบวนการออสโมซิส และการเคลื่อนที่ของสารชนิดหนึ่งแลกเปลี่ยนกับสารอีกชนิดหนึ่งโดยที่ไม่มีการใช้พลังงาน การดูดซึมแบบใช้ตัวพา (facilitated transport) จะเป็นการเคลื่อนที่ของสารจากที่ที่มีความเข้มข้นสูงกว่าไปยังที่ที่มีความเข้มข้นน้อยกว่าโดยมีตัวพา (carrier) ในเยื่อหุ้มเซลล์ด้านหน้าเป็นตัวช่วยในการเคลื่อนที่ ทำให้การเคลื่อนที่แบบนี้เร็วกว่าแบบธรรมดาและไม่ต้องใช้พลังงานช่วยในการเคลื่อนที่ การดูดซึมแบบที่ต้องอาศัยพลังงาน (active transport) จะเป็นการเคลื่อนที่ของสารจากที่ที่มีความเข้มข้นต่ำไปยังที่ที่มีความเข้มข้นสูงกว่า โดยมีทั้งตัวพาและพลังงานในรูปของ ATP (adenosine Continue reading การดูดซึมสารอาหาร

การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในทางเดินอาหาร

เรียบเรียงโดย ดร. ชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ อาจเกิดได้ทุกตำแหน่งในทางเดินอาหารตั้งแต่ ต้นทางจนถึงปลายทาง สำหรับสาเหตุพยาธิสภาพ และกลไกของการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติแต่ละแบบก็จะแตกต่างกันไป โดยมี ทั้งที่เกิดขึ้นเองภายในระบบทางเดินอาหารและสาเหตุที่เกี่ยวโยงจากความผิดปกติของ ส่วนอื่น เช่น อาการเมารถ (motion sickness) เป็นต้น ตัวอย่างของการผิดปกติที่พบได้บ่อยมีดังนี้ คือ   อาการกลืนลำบาก (dysphagia) เป็นอาการที่กลืนอาหารและน้ำไม่ค่อยลง ทำให้เกิดอาการสำลัก สาเหตุอาจเนื่องจากกล้ามเนื้อหลอดอาหารไม่บีบตัว หรือหลอดอาหารอักเสบ อาการท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย (dyspepsis) มักจะพบร่วมกับโรคกระเพาะอาหารชนิด peptic ulcer กล้ามเนื้อที่ผนังกระเพาะอาหารทำงานน้อยกว่าปกติ (gastroparesis) สาเหตุอาจเกิดภายหลังการผ่าตัดเส้นประสาท vagus ที่มาหล่อเลี้ยงกระเพาะอาหาร Dumping syndrome Continue reading การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในทางเดินอาหาร

ว่านหางจระเข้

  ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aloe Barbadensis Mill. A. indica Royle. A. vera Linn. วงศ์ : Liliaceae ชื่ออังกฤษ : Aloe, Star cactus, Aloin, Jafferabad, Barbados ชื่อท้องถิ่น : ว่านไฟไหม้ (ภาคเหนือ) หางตะเข้ (ภาคกลาง) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 0.5-1 เมตร ข้อและปล้องสั้น ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงรอบต้น กว้าง 5-12 Continue reading ว่านหางจระเข้

แมงลัก

  ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ocimum americanum Linn. O. canum Sims. วงศ์ : Labiatae ชื่ออังกฤษ : Hairy basil ชื่อท้องถิ่น : ก้อมก้อขาว (ภาคเหนือ) มังลัก (ภาคกลาง) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : แมงลักเป็นพืชล้มลุก มีอายุประมาณ 1-2 ปี สูงประมาณ 30-50 ซม. กิ่งอ่อนมีทรงสี่เหลี่ยม ใบ เป็นใบเดี่ยว สีเขียวอ่อน มีขนนิ่ม ดอก ออกตรงข้ามเป็นคู่ ๆ รูปรี Continue reading แมงลัก