ข่าวเศรษฐกิจไทย : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2553

เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2553

1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สี่ ทั้งปี 2552 และแนวโน้มปี 2553 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 24 พฤษภาคม 2553

รถนั่งเคลื่อนที่อเนกประสงค์

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่แห่งประเทศไทย (วว.) ได้พัฒนารถนั่งเคลื่อนที่อเนกประสงค์

คุณสมบัติ : สามารถปรับ ยืน/นอน/เอน/นั่งให้ผู้สูงอายุ/ผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองได้รองรับการขับถ่าย ขณะอยู่บนรถ

สนใจติดต่อ Call Center โทร (66) 025793000

เครื่องดึงหลังและคออัตโนมัติ

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่แห่งประเทศไทย (วว.) ได้พัฒนาเครื่องดึงหลังและคออัตโนมัติ สนใจติดต่อ Call Center ที่ 02 5793000

“Six Thinking Hats” การคิดแบบหมวก 6 ใบ

ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบ โน เป็นปรมาจารย์ทางด้านการคิดชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงรู้จักกันทั่วโลก เขาได้ศึกษาและคิดค้นวิธีคิด (Thinking Method) เพื่อช่วยให้มนุษย์มีการคิดที่มีประสิทธิภาพ สร้างสรรค์ และครอบคลุม รอบด้านยิ่งขึ้น

เดอ โบ โน เกิดเมื่อปี ค.ศ.1935 จบการศึกษาทางด้านการแพทย์ศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เขามีความ สนใจเรื่องการทำงานของสมอง และใช้เวลาค้นคว้าในเรื่องทักษะการคิดมาเป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปี โดย เดอ โบ โน ไม่เห็นด้วยกับวิธีคิดในรูปแบบเดิม ที่คนเรามักนิยมทำกันเมื่อถกเถียงหรืออธิบายหาเหตุผล (นั่นคือเอาข้อเท็จจริง อารมณ์ หรือเหตุผลส่วนตัว มาปะปนกันในการถกเถียงเพื่อหวังเป็นผู้ชนะ)

เดอ โบ โน เชื่อว่าวิธีการคิด การหาเหตุผลดังกล่าวข้างต้นเป็นวิธีที่ผิดและเสียเวลา ดังนั้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 1970 เขาจึงเสนอวิธีคิดแบบ Six Thinking Hats หรือ การคิดแบบหมวก 6 ใบ ขึ้น โดยแยกกรอบความคิดออกเป็นด้านๆ อย่างชัดเจน จากนั้นจึงวิเคราะห์หา เหตุผลภายในกรอบความคิดนั้นๆ อันจะช่วยพิจารณาสิ่งต่างๆ ได้ครอบคลุม และมีคุณภาพมากขึ้น แทนที่จะคิดทุกด้านในเวลาเดียวกัน ซึ่งมักก่อให้เกิดความสับสน

หมวกแห่งความคิด 6 ใบ หรือการคิด 6 ด้าน ประกอบด้วย
• หมวกสีขาว หมายถึงข้อมูลข่าวสาร
• หมวกสีแดง หมายถึงอารมณ์ความรู้สึก
• หมวกสีดำ หมายถึงการตั้งคำถามหรือตั้งข้อสงสัย
• หมวกสีเหลือง หมายถึงการมองในแง่ดีเต็มไปด้วยความหวัง
• หมวกสีเขียว หมายถึงการ คิดอย่างสร้างสรรค์
• หมวกสีฟ้า หมายถึงการสามารถควบคุมความคิดทั้งหมดให้มองเห็นภาพรวมของการคิด

ดร.เดอ โบ โน ได้ยกตัวอย่างการนำวิธีคิดแบบหมวก 6 ใบ มาใช้ในการบริหารองค์กรเช่น ในการประชุมแทนที่ทุกคนจะตั้งป้อมหาเหตุผล มาหักล้างกันผู้บริหารอาจเริ่มให้ทุกคนสวม “หมวกสีขาว” คิด ด้วยการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของแต่ละคนออกมา ไม่ต้องวิเคราะห์หรือ ถกเถียงกันว่าข้อมูลของใครดีกว่ากัน ต่อมาถึงขั้นตอนการคิดแบบ “หมวกสีแดง” ทุกคนสามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกในเรื่องนั้นได้อย่าง เต็มที่ จากนั้นเป็น “หมวกสีดำ” ขั้นตอนของการใช้เหตุผลวิพากษ์ วิเคราะห์ ตั้งข้อสงสัย ข้อควรระวัง ตามด้วย “หมวกสีเหลือง” ซึ่งเป็นสีของความหวัง ที่ทุกคนจะหาแง่มุมด้านบวกของประเด็นนี้ (แม้คนไม่เห็นด้วยก็ต้องพยายามหาข้อดีของประเด็นนั้น) เมื่อถึงช่วง ของ “หมวกสีเขียว” จะเป็นโอกาสที่ทุกคนต้องแสดงความคิดสร้างสรรค์ กล่าวคือหาทางออก หรือแนวคิดใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาที่มีอยู่

ลำดับสุดท้ายเมื่อทุกคนสวม “หมวกสีฟ้า” จะเป็นการมองภาพรวมหาบทสรุป และสำรวจความคืบหน้าของการคิดหรือการอภิปราย ที่ได้ดำเนินมาตั้งแต่ต้น

Continue reading ““Six Thinking Hats” การคิดแบบหมวก 6 ใบ”

ประกาศแจ้งเลื่อนการจัดงานเปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 47 ปี วว.

เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์อยู่ในภาวะวิกฤต วว. ขอแจ้งเลื่อนการจัดงานเปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 47 ปี วว. จากวันที่ 21-23 พฤษภาคม 2553 เป็น วันที่ 25-27 มิถุนายน 2553 ระหว่างเวลา 9.00-17.00 น. ณ วว.เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี จึงเรียนมาเพื่อทราบและขออภัยมา ณ ที่นี้

อันตรายจากควัน ที่เกิดขึ้นจากการเผายางรถยนต์


นายฉาดเฉลียว บุนนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านดับเพลิงและผจญเพลิง ได้ให้ความรู้ว่า การเผายางรถยนต์ส่งผลกระทบในเรื่องสภาพอากาศอย่างเห็นได้ชัด เพราะการเผาไหม้ของยางรถยนต์จะใช้เวลาในการเผานานกว่าเชื้อเพลิงอย่างอื่นหลายเท่า อีกทั้งเขม่าควันจากยางรถยนต์จะเห็นได้ชัดว่าเป็นกลุ่มควันสีดำลอยไปตามอากาศ ซึ่งหากสูดดมเข้าไปย่อมทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากการเผา (Carbon monoxide : CO) เมื่อหายใจเอาก๊าซดังกล่าวเข้าไปแล้ว ก๊าซจะรวมตัวกับฮีโมโกลบิน (Haemoglobin) ในเม็ดเลือดแดงได้มากกว่าออกซิเจนถึง 200-250 เท่า เกิดเป็นคาร์บอกซีฮีโมโกลบิน (Carboxyhaemoglobin : CoHb) ซึ่งลดความสามารถของเลือดในการเป็นตัวนำออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย หรือทำให้ออกซิเจนในเลือดน้อยลง ส่งผลให้ผู้ที่หายใจเข้าไปมีอาการหายใจขัดและอึดอัดเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก ดังนั้น ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจึงควรหลีกเลี่ยงการสูดดมเขม่าควันดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย โดยไม่ควรอยู่ใต้ลม

ทั้งนี้วิธีป้องกันของประชาชนคือ หากอยู่ในจุดที่ดับไฟจากการเผายางได้ แนะนำให้ใช้วิธีเขี่ยยางที่สุมกันอยู่หลายวงออกมาทีละเส้น ให้วางยางในลักษณะแนวราบ จากนั้นใช้น้ำดับโดยราดน้ำไปรอบๆ ยางเพียงไม่กี่ขันก็สามารถดับไฟได้ หรือใช้โฟมฉีดไปรอบๆ ยางรถยนต์ก็ดับไฟได้เช่นกัน

ด้าน รศ.ดร.ศิริรัตน์ จิตการค้า วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาให้ความรู้ถึงอันตรายจากการเผายางรถยนต์ว่า ยางรถยนต์ มีไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นองค์ประกอบประเภทเดียวกับสารประกอบในน้ำมันนั้น เป็นองค์ประกอบอยู่ถึง 50-60% ซึ่งแฝงตัวอยู่ในรูปของยางที่เป็นวัตถุดิบ จึงถือเป็นแหล่งพลังงานแหล่งใหญ่เลยทีเดียว

“การเผายางรถยนต์ 1 เส้น จะให้ความร้อนออกมามากกว่าการเผาน้ำมันทั่วไปที่มีน้ำหนักเท่ากันถึง 1.25 เท่า พูดง่ายๆ คือ น้ำมันติดไฟง่ายกว่า แต่ปลดปล่อยความร้อนออกมาน้อยกว่า แต่น้ำมันลุกลามได้ไวกว่า เนื่องจากน้ำมันมีความหนาแน่นน้อยกว่า จึงไหม้อย่างรวดเร็วกว่าแต่ดับได้ง่ายกว่า ในขณะที่ยางรถยนต์ มีเนื้อยางที่มีความหนาแน่นมากกว่า ติดไฟยากกว่า แต่เมื่อจุดติดแล้ว จะให้ความร้อนสูงมากกว่า และดับได้ยากกว่า มีอำนาจและเวลาในการทำลายล้างมากกว่า” รศ.ดร.ศิริรัตน์ กล่าว

นอกจากนี้ส่วนประกอบสำคัญหลักๆ ของยางรถยนต์ ไม่ได้มีแค่ยางสังเคราะห์ และ ยางธรรมชาติ แต่ยังมี ผงถ่านคาร์บอน(carbon black) น้ำมัน (Extender oil) ลวด และสารเคมี เช่น ซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide: ZnO) และ ซัลเฟอร์ (Sulfur : S) เป็นองค์ประกอบ

ดังนั้น เมื่อยางรถยนต์เกิดการเผาไหม้จึงไม่ได้ปล่อยแค่เขม่าควัน ฝุ่นละออง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ แต่ยังปล่อยสารพิษอีกมากมาย เช่น ก๊าซที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง อีกทั้งก๊าซชนิดนี้ยังมีภาวะเป็นกรด เมื่อสูดหายใจเข้าร่างกายอาจก่อให้เกิดการกัดกร่อนเนื้อเยื่อที่บริเวณทางเดินหายใจได้

อีกทั้งยางสังเคราะห์ที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นยางชนิด สไตรีน-บิวทาไดอีน (Styrene-Butadiene Rubber : SBR) เมื่อเผาไหม้จะเกิดก๊าซพิษสไตรีนออกไซด์ ซึ่งนอกจากจะเป็นสารก่อมะเร็งแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหารอีกด้วยจึงนับว่าเป็นอันตรายมาก

————————————-
ตัดตอน เรียบเรียงจาก:
ผู้เชี่ยวชาญชี้เผายางรถยนต์สร้างก๊าซพิษ-เลือดรับออกซิเจนน้อยลง
ข่าววิทยาศาสตร์ – โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤษภาคม 2553 17:40 น.
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9530000068779

ประชาสัมพันธ์: งานเปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 47 ปี วว.

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) จัดงานเปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 47 ปี วว. ระหว่างวันที่ 21- 23 พฤษภาคม 2553 เวลา 09.00-17.00 น. ณ วว. เทคโนธานี ตำบลคลองห้า จังหวัดปทุมธานี หวังเผยแพร่ความรู้และแสดงศักยภาพงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้างสู่สาธารณชน พร้อมกระตุ้นการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชนไทย

     นางเกษมศรี หอมชื่น ผู้ว่าการ วว. กล่าวชี้แจงว่า เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 47 ปีของ วว. ในวันที่ 25 พฤษภาคม ศกนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและแสดงศักยภาพด้านงานวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการให้บริการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนเผยแพร่องค์ความรู้/เทคโนโลยีของ วว. จากหิ้งสู่ห้างซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประกอบธุรกิจหรือประกอบเป็นอาชีพ รวมทั้งกระตุ้นและส่งเสริมการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่เยาวชน จึงได้กำหนดจัดงานเปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 47 ปี วว. ภายใต้แนวคิด “วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต…วว. คิดเพื่อคนไทย” ขึ้น โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ 1.การแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและเทคโนโลยี ที่สามารถนำไปต่อยอดในเชิงธุรกิจหรือพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพการแข่งขันให้แก่ภาคอุตสาหกรรม/วิสาหกิจชุมชน โดยจัดแบ่งเป็นโซนต่างๆ ดังนี้
Continue reading “ประชาสัมพันธ์: งานเปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 47 ปี วว.”

ประชาสัมพันธ์ : The 3rd National Conference on Information Technology: NCIT2010

การประชุมวิชาการระดับประเทศด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ National Conference on Information Technology : NCIT มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี โดยความร่วมมือของสถาบันการศึกษาที่มีการเปิดสอนหลักสูตรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 9 สถาบัน ซึ่งในครั้งนี้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับเป็นเจ้าภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการวิจัยตลอดจนความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กว้างขวางแพร่หลายยิ่งขึ้น

โดยในปีนี้ การประชุมวิชาการระดับประเทศด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 3 (The 3rd National Conference on Information Technology: NCIT2010) จะจัดขึ้นในวันที่ 28-29 ตุลาคม 2553 ที่โรงแรม เดอะแกรนด์ อยุธยา บางกอก กรุงเทพมหานคร

ผู้ที่สนใจส่งบทความวิจัย ซึ่งบทความที่คัดเลือกส่วนหนึ่ง จะได้รับการเสนอให้ปรับปรุงเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาการสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Science and Information Technology Journal) หรือสนใจในรายละเอียดของการประชุมเพิ่มเติม สามารถไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ncit.in.th/

ประเภททรัพย์สินทางปัญญา

สิทธิบัตร (Patent) หมายถึง หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ (Invention) การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) หรือผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ (Utility Model) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด โดยสิทธินี้เจ้าของมีสิทธิเด็ดขาดหรือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการแสวงหาประโยชน์ทั้งจากการผลิตหรือจำหน่ายการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสิทธินั้นและจะมีสิทธิอยู่เพียงช่วงระยะเวลาที่จำกัดช่วงหนึ่งเท่านั้น

ซึ่งความหมายของการประดิษฐ์ และ การออกแบบผลิตภัณฑ์ มีดังนี้

  • การประดิษฐ์ (Invention) คือ ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับลักษณะ องค์ประกอบ โครงสร้างหรือกลไกของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรมวิธีในการผลิต การรักษา หรือปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นหรือทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ ขึ้นใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม
  • การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับรูปร่าง ลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ ที่แตกต่างไปจากเดิม

ผลงานหรือสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถยื่นขอรับความคุ้มครองได้จะต้องมีลักษณะดังนี้

  • เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่
  • เป็นการประดิษฐ์มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น
  • เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรือหัตถกรรมได้

การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถยื่นขอรับความคุ้มครองได้จะต้องมีลักษณะดังนี้

  • เป็นการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมหรือหัตถกรรม คือ เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีใช้แพร่หลายในประเทศ ซึ่งรวมถึงการขายด้วยหรือยังไม่่เคยเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ ก่อนวันขอรับสิทธิบัตร หรือไม่คล้ายกับแบบผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว

สิ่งที่จดสิทธิบัตรไม่ได้ ได้แก่

  • จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของจุลชีพที่มี ตามธรรมชาติ สัตว์ พืช หรือสารสกัดที่ได้จากสัตว์และพืช ซึ่งถือเป็นการค้นพบเท่านั้น แต่ในกรณีที่นำไปผสมกับสารหรือส่วนประกอบอื่นสามารถที่จะขอจดสิทธิบัตรได้
  • กฎเกณฑ์และทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
  • ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์
  • วิธีการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรคมนุษย์หรือสัตว์
  • การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี อนามัยหรือสวัสดิภาพของประชาชน
  • การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่
  • การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
  • การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่กำหนดโดยพระราชกฏษฏีกา (ยังไม่มีกำหนด)

อนุสิทธิบัตร (Petty patent) คือ หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์

ความแตกต่างระหว่าง สิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร

  • อนุสิทธิบัตรและสิทธิบัตรการประดิษฐ์ต่างก็ มีขอบเขตให้ความคุ้มครองการประดิษฐ์เช่นเดียวกันแต่อนุสิทธิบัตรเป็นการประดิษฐ์ที่มีเทคนิคที่ไม่สูงมากนัก อาจจะเป็นการปรับปรุงเพียงเล็กน้อย  ส่วนสิทธิบัตรการประดิษฐ์จะต้องมีการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคของสิ่งที่มีมาก่อนหรือที่เรียก ว่ามีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น
  • ขั้นตอนการขอรับอนุสิทธิบัตรจะใช้ระยะเวลาสั้นกว่าสิทธิบัตรการประดิษฐ์มาก เนื่องจากใช้ระบบจดทะเบียนแทนการใช้ระบบที่ต้องมีการตรวจสอบก่อนการรับจดทะเบียน
  • ผู้ประดิษฐ์คิดค้นสามารถที่จะเลือกว่าจะยื่นขอความคุ้มครองสิทธิบัตร หรือ อนุสิทธิบัตรอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่จะขอความคุ้มครองทั้งสองอย่างพร้อมกันไม่ได้

ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้นโดยการแสดงออกตามประเภทงานลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ถือเป็นผลงานที่เกิดจากการใช้สติปัญญา ความรู้ ความสามารถและความวิริยะอุตสาหะในการสร้างสรรค์งานให้เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็น “ ทรัพย์สินทางปัญญา ” ประเภทหนึ่งที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ดังนั้น เจ้าของผลงานทางลิขสิทธิ์จึงควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย รวมทั้งเป็นทรัพย์สินประเภทที่สามารถ ซื้อ ขาย ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกโฆษณา หรือโอนสิทธิกันได้ ทั้งทางมรดก หรือโดยวิธีอื่น ๆ การโอนสิทธิ์ควรที่จะทำเป็นลายลักษณ์อักษร หรือทำเป็นสัญญาให้ชัดเจน จะโอนสิทธิทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนก็ได้

งานสร้างสรรค์ที่มีลิขสิทธิ์ ประกอบด้วยประเภทงานต่าง ๆ ดังนี้

ประชาสัมพันธ์ : การจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า และการจัดการประสบการณ์ลูกค้าในสถานการณ์จริง (CRM & CEM in Action)

โครงการจับคู่ธุรกิจ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้จัดงานอบรมหัวข้อ การจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า และการจัดการประสบการณ์ลูกค้าในสถานการณ์จริง (CRM & CEM in Action) ซึ่งงานกำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 9 มิถุนายน 2553  เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้อง Board Room 4 ชั้น 3 Zone C ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สนใจดูรายละเอียด กำหนดการและใบสมัคร คลิกที่นี่ หรือ ติดต่อสอบถาม / สำรองที่นั่งได้ที่คุณวาสนา โทร. 02-345-1120 มือถือ 086-3291977 คุณอธิษฐาน โทร. 02-345-1118 มือถือ 084-0281418 Email : wassanak@off.fti.or.th, wassanak@windowslive.com, atidthank@off.fti.or.th

สมัคร 4 ท่านแถมฟรี 1 ท่าน/หลักสูตร หรือ สมัคร 4 หลักสูตร/บริษัท แถมฟรี 1 หลักสูตร รับจำนวนจำกัด โดย** ค่าใช้จ่ายในการอบรมสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 200% ตามประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 437 **

(ดูหลักสูตรอบรมทั้งหมดได้ที่ http://www.ftimatching.com/)