Archive for August, 2009

เทคโนโลยีทางด้านการจัดเก็บข้อมูลแบบส่วนบุคคล คงจะเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงอุปกรณ์จัดเก็บมูลที่เรียกกันว่า USB Mass Storage Device หรือที่แปลตรงตัวก็คือ อุปกรณ์ที่ใช้จัดเก็บข้อมูลจำนวนมากผ่านทางช่อง USB ของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือแล็บทอป ชื่อที่ใช้เรียก อาจแตกต่างกันไปตามผู้ผลิตที่ต้องการสร้างให้ชื่อเป็นเหมือนตัวแทนของอุปกรณ์ประเภทนี้ เช่น Thumb Drive, Handy Drive หรือ USB Flash Drive เป็นต้น อุปกรณ์เหล่านี้ ได้ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานระบบคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมากและหากเทียบกับอุปกรณ์ที่ใช้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกันอย่างแผ่น Diskette ที่เคยเป็นที่นิยมและเป็นทางเลือกเดียวในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อพกพาในอดีต ก็จะพบว่า USB Storage Disk จะให้ความจุข้อมูลและความเร็วในการคัดลอกไฟล์งานต่าง ๆ ได้เร็วกว่าหลายเท่าตัวทีเดียว อุปกรณ์ที่อยู่ในข่ายนี้มีด้วยกันหลายชนิด เช่น Harddisk ภายนอกที่ต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ผ่านช่อง USB หรืออุปกรณ์ที่เรียกว่า USB Flash Disk ซึ่งทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลได้เช่นกัน แต่จะมีขนาดเล็กกว่าและความจุจะน้อยกว่า เป็นต้น

เมื่อมองดูความสะดวกสบายที่ได้รับแล้ว บวกกับราคาที่ไม่สูงนัก กลุ่มคนทำงานหรือนักศึกษาและนักเรียนตามโรงเรียน จึงนิยมหามาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย แต่สิ่งที่ตามมาจากความสะดวกสบายดังกล่าว ก็คือ เรื่องของการติดไวรัสคอมพิวเตอร์จากแหล่งที่มาต่าง ๆ ที่ตัว USB Flash Disk ได้ต่อเชื่อม และจากความซับซ้อนของตัวไวรัสใหม่ ๆ ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงในปัจจุบัน ทำให้เราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่ามีการติดไวรัสเข้ามาใน USB Flash Drive ของเราแล้ว และด้วยความไม่รู้นี่เอง ทำให้เราอาจเป็นได้ทั้งเหยื่อของไวรัสและเป็นผู้แพร่กระจายไวรัสโดยรู้เท่าไม่ถึงการถึงแม้ว่าในปัจจุบัน โปรแกรมสำหรับตรวจจับไวรัสจะมีหลายรายที่ออกผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจจับไวรัสที่ติดมากับ USB Flash Disk ของเราได้ แต่เราจะไว้ใจระบบป้องกันไวรัสที่เรามีอยู่ได้มากน้อยซักแค่ไหน และเราจะฝากความหวังเรื่องความปลอดภัยเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ฉะนั้น เราจึงควรเรียนรู้และจำจดวิธีการหลีกเลี่ยงไวรัสที่ติดมากับอุปกรณ์ USB Flash Disk ไว้ เพื่อป้องกันภัยก่อนที่ความเสียหายจะมาถึงเรา

[คลิกที่นี่เพื่ออ่านวิธี

การปิดการทำงานอัตโนมัติของอุปกรณ์ USB Flash Disk

การตรวจจับไวรัสด้วยโปรแกรมป้องกัน autorun.inf

การตรวจจับไวรัสที่แฝงมากับอุปกรณ์ USB Flash Disk ด้วยโปรแกรมตรวจจับไวรัส

วิธีการเปิด flash drive ด้วย explorer ให้ปลอดภัย]

ที่มา
• “How to disable the Autorun functionality in Windows”, Microsoft, http://support.microsoft.com/kb/967715

Tags: , , , , , , ,

Comments 1 Comment »

      เทคโนโลยีทางด้านสารสนเทศได้เข้ามากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราอย่างรวดเร็ว นอกจากจะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการทำงานในหลาย ๆ ด้านแล้ว ช่วยให้เราเข้าถึงแหล่งความรู้ที่มีอยู่มากมายจากหลาย ๆ ที่ทั่วโลก หรือช่วยให้เราสามารถติดต่อสื่อสารข้ามโลกได้ผ่านจอคอมพิวเตอร์ รวมทั้ง ในบางครั้งเรายังสามารถที่จะทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาไปที่ธนาคาร เพื่อเข้าคิวรอเหมือนอย่างในอดีต เหล่านี้คือ ความสะดวกสบายที่เราได้รับ เมื่อความนิยมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแพร่หลายอย่างมาก และเราก็ยอมรับให้ความสะดวกสบายเหล่านี้ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเรา

      แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ เมื่อการมาถึงของความสะดวกสบาย จะแอบแฝงไว้ด้วยอาชญากรรมทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ที่เกิดขึ้น คู่ขนานไปกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ยิ่งเราพึ่งพาอิเล็กทรอนิกส์มากเท่าไหร่ พัฒนาการในการโจรกรรมข้อมูลทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ก็ยิ่งทวีความรุนแรงและก้าวหน้ามากเท่านั้น อาชญากรจะแฝงตัวและสวมรอยเป็นเหยื่อเพื่อเข้าถึงข้อมูลหรือก่อความเสียหายใด ๆ ก็ได้ โดยที่เหยื่อไม่มีทางรู้ตัว หรือ รู้ตัวเมื่อปัญหาบานปลายไปมากแล้ว สิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้เลย คือ การป้องกันตัวเองในเบื้องต้น โดยจะต้องเกี่ยวข้องกับระบบการระบุตัวตนของเราให้ชัดเจน ซึ่งการระบุตัวตนนี้ จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงระดับของสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลที่เรากำลังทำงานด้วย ระบบการระบุตัวนี้ ประกอบด้วย 3 สิ่ง คือ

  • Account คือ ชื่อ username และ password ของผู้ใช้
  • Authentication คือ การระบุว่าตัวตนของเราว่า เราเป็นใครในระบบที่เราเกี่ยวข้องอยู่
  • Authorize คือ กำหนดระดับของสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของระบบหรือบ่งบอกว่า เรามีสิทธิ์ทำอะไรกับระบบได้บ้าง

      3 สิ่งที่กล่าวมาในข้างต้น การ authentication และการ authorization เป็นส่วนที่ผู้ดูแลระบบจะเป็นดำเนินการแทนผู้ใช้ แต่ในส่วนของ account นั้น ผู้ใช้อาจเป็นผู้กำหนดได้ทั้ง username และในส่วนของ password ในส่วนของ username มักจะเป็นส่วนที่ไม่เป็นความลับนัก บางครั้งจะสามารถเปิดเผยได้ ส่วน password จะเป็นส่วนที่มีผลทางด้านความปลอดภัยมากที่สุด เนื่องจาก หากผู้ไม่ประสงค์ดีล่วงรู้ username ของผู้ใช้ได้อย่างถูกต้อง แต่ password ผิด ก็จะทำให้การระบุตัวตนนั้นล้มเหลวได้ และไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ได้

      การตั้ง password ที่ยาก จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะช่วยให้เราปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ เมื่อต้องใช้งานระบบที่เป็นสาธารณะ อย่างเช่น อีเมล์ฟรีในอินเตอร์เน็ต หรือการใช้ instant message เป็นต้น บริษัท Microsoft ได้เผยแพร่เอกสารที่น่าสนใจฉบับหนึ่งในนั้น ซึ่งมีหัวข้อว่า “Strong Password” ซึ่งได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับการตั้ง password พอสรุปใจความได้ว่า

      “password นั้น จะเป็นด่านแรกที่ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลภายในองค์กรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

      “การตั้ง password ที่ไม่ดี จะทำให้ผู้ที่โจมตี สามารถเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายได้โดยง่าย ในขณะที่การตั้ง password ที่ดีพอ จะยากต่อการแกะรอยแม้จะใช้ซอฟต์แวร์เพื่อการแกะ password ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิ์ภาพสูงขึ้นก็ตาม หรืออาจต้องใช้เวลานานมาก”

       แล้วอะไรบ้าง ที่เข้าข่ายการตั้ง password ที่ไม่ดี? เราพิจารณาได้จาก..

  1. ไม่มี password เลย หากระบบใดที่อนุญาตให้เรามี account ที่ไม่มี password ได้ ระบบนั้นก็อาจถูกแกะรอยเพื่อเข้าถึงข้อมูลโดยผู้ไม่ประสงค์ดีไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามแต่ประการใด
  2. ใช้คำต่อไปนี้ เป็น password
  • ชื่อจริง หรือ นามสกุลจริง ที่คนทั่วไปทราบดีอยู่แล้ว
  • ใช้ชื่อของสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวผู้ใช้ เช่น ชื่อหน่วยงาน ชื่อคนรู้จักของผู้ใช้ ยี่ห้อรถยนต์ ยี่ห้อคอมพิวเตอร์ หรือคำที่หาได้รอบโต๊ะทำงานของผู้ใช้ เป็นต้น
  • ใช้วันเดือนปีเกิดของผู้ใช้ ซึ่งหากนำมาเรียงต่อกันจะได้ 8 หลัก
  • ใช้หมายเลขโทรศัพท์ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ใช้
  • ใช้คำที่มีความหมายและหาได้ในพจนานุกรม
  • ใช้ตัวเลขที่เป็นอนุกรมกัน เช่น 1111111, 123456789, 987654321 เป็นต้น
  • ใช้คำว่า “password” หรือใช้ username มาตั้งเป็น password

      จะเห็นว่า การตั้ง password ด้วยคำเหล่านี้ มักเป็นคำที่ง่ายและใกล้ตัวผู้ใช้มาก นั่นย่อมเป็นเบาะแสแรกที่อาชญากรจะนำมาใช้ในการแกะรอยหา password เสมอ เพราะไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ใด ๆ ช่วยเลย และยังใช้เวลาไม่นานอีกด้วย

      ส่วนหลักการตั้ง password ที่ดีนั้น มีดังนี้

  1. ใช้อักขระขั้นต่ำ 7 ตัวอักษร
  2. ไม่ใช่คำใด ๆ ก็ตามที่เข้าข่ายการตั้ง password ที่ไม่ดี
  3. ไม่ใช้ password ซ้ำกับ password ที่เคยใช้ไปแล้วในระบบงานอื่น ๆ และการเปลี่ยน password ใหม่ ไม่ควรใช้ password ที่เดิมที่ใช้
  4. ควรประกอบด้วยอักขระอื่น ๆ หลาย ๆ ตัว ผสมอยู่ใน password ที่ตั้ง เช่น ตัวอักษรพิมพ์เล็ก (a, b, c, d, e…), ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A, B, C, D, E….), ตัวเลข (1, 2, 3, 4, 5….) หรือแม้แต่อักขระพิเศษ (~, !, @, #, $, %, ^, &, *, (, ), ) เป็นต้น
  5. ใช้คำที่ไม่มีในพจนานุกรม

ที่มา
• Strong passwords: How to create and use them, Microsoft, http://www.microsoft.com/protect/yourself/password/create.mspx

Read the rest of this entry »

Tags: , , ,

Comments 3 Comments »

เอกสารการแถลงข่าวเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 ปี 2552

1. การประมวลผลสถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 2/2552 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ] [ไฟล์ตารางสถิติ]

2. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 และแนวโน้มปี 2552 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 24 สิงหาคม 2552

Tags: ,

Comments No Comments »

แรกเริ่มเดิมที บล็อก (Blog) หรือชื่อเต็ม ๆ คือ เว็บล็อก (Weblog) หมายถึง บันทึกเรื่องราวของบุคคลนั้น ๆ ในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่มีการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ และมุ่งหวังที่จะนำเสนอเนื้อหาทั้งที่เป็นความคิดเห็น ความชอบ ความสนใจ  หัวข้อการอภิปราย งานเขียน หรือแม้กระทั่งแนวบทเพลงที่ผู้เขียนให้ความสนใจ ต่อสาธารณชนทั่วไป ผ่านทางเทคโนโลยีที่เรียกว่า เว็บไซต์ (Website)

ปัจจุบัน บล็อก เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) ประเภทหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับ การจัดการความรู้ (Knowlede Management : KM) ซึ่งรวมความถึงการจัดการสารสนเทศ อันได้แก่ ข้อมูล ข่าวสาร องค์ความรู้ แนวคิดทางปัญญา

[คลิกที่นี่เพื่อเปิดดูวิธีการสร้างบล็อกด้วย wordpress.com ]

ที่มา :

Tags: , , , , ,

Comments 2 Comments »

 “ในหลวง”  ทรงรับการทูลเกล้าฯ  ถวายสิทธิบัตรฝนหลวง  คุ้มครอง  30 ประเทศในยุโรป   มีพระราชดำรัสระยะนี้บ้านเมืองกำลังล่มจม   ไม่รู้ไปทางไหน   เพราะต่างคนต่างทำ   ต่างแย่งกัน   ขอให้ผู้มีความรู้ร่วมมือกันพาบ้านเมืองให้รอด  ทำให้สำเร็จ

     เมื่อเวลา  17.30  น.  วันที่  21  สิงหาคม   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เสด็จออก  ณ  พระตำหนักเปี่ยมสุข  วังไกลกังวล   อ.หัวหิน  จ.ประจวบคีรีขันธ์   พระราชทานพระบรมราชวโรกาส   ให้นายอำพล   เสนาณรงค์   องคมนตรี  ในฐานะผู้แทนพระองค์ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรฝนหลวง  นำนายอานนท์   บุณยะรัตเวช   เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ  (วช.)  และคณะ   เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสิทธิบัตรฝนหลวง   ซึ่งออกโดยสำนักสิทธิบัตรของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป  จำนวน  10  ประเทศ  กับสิทธิบัตรฝนหลวง   ซึ่งออกโดยสำนักสิทธิบัตรเขตบริหารพิเศษฮ่องกง   และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายจดหมายเหตุสิทธิบัตรฝนหลวง   ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติจัดทำขึ้น   โดยรวบรวมการดำเนินการจดทะเบียนสิทธิบัตรฝนหลวงระหว่างพุทธศักราช  2545-2550  พร้อมทั้งขอพระราชทานพระราชดำริ  เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินสิทธิบัตรฝนหลวง  ที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายครั้งนี้

     สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินการขอรับสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย   โดยมีสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ   กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ   และได้ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรฝนหลวงในพระปรมาภิไธย   ต่อสำนักงานสิทธิบัตรยุโรปในชื่อเรื่อง  Weather  Modification  by  Royal  Rainmaking  Technology  ซึ่งสำนักงานสิทธิบัตรยุโรปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสิทธิบัตรนี้แล้ว   โดยสิทธิบัตรดังกล่าวมีผลคุ้มครองครอบคลุมประเทศต่างๆ  ในกลุ่มสหภาพยุโรปจำนวน  30  ประเทศ  แต่มี  10  ประเทศที่ออกเป็นสิทธิบัตรแยกแต่ละประเทศ  ได้แก่  สาธารณรัฐไซปรัส,  ราชอาณาจักรเดนมาร์ก,  สาธารณรัฐฝรั่งเศส,  ราชอาณาจักรโมร็อกโก,  ประเทศโรมาเนีย,  สาธารณรัฐตุรกี,  สาธารณรัฐแอลเบเนีย,  สาธารณรัฐลิทัวเนีย,  ประเทศมาซิโดเนีย  และสาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ)

     ส่วนสิทธิบัตรที่ออกโดยสำนักสิทธิบัตรเขตบริหารพิเศษฮ่องกง   ได้รับการขยายความคุ้มครองมาจากสิทธิบัตรของสำนักงานสิทธิบัตรยุโรปเช่นกัน   

     โอกาสนี้   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่   มีพระราชดำรัสถึงความร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาประเทศ   ความว่า  “ข้าพเจ้าได้ยินมานานแล้วว่า   การทำงานนั้นไม่ใช่ง่ายๆ  โดยมากความก้าวหน้าจะต้องอาศัยคนที่มีความรู้  ความรอบรู้  ตั้งใจทำ  โดยนำความรู้ของแต่ละภาคส่วนมาใช้  อย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   กระทรวงมหาดไทย  และกระทรวงอื่นๆ  รวมทั้งประชาชนมาร่วมมือกัน   โดยไม่มีใครเอาเปรียบกัน   อันนี้สำคัญที่สุด   เราเชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองก้าวหน้าดี   บ้านเมืองจะสามารถพัฒนาขึ้นมาได้ดี   โดยเฉพาะในระยะนี้บ้านเมืองของเรา   เรียกว่าบ้านเมืองกำลังล่มจม   ไม่รู้ว่าจะไปไหน  ไปอย่างไร  เราก็รู้สึกเป็นห่วงว่า   ประเทศไทยกำลังล่มจม   แต่พวกท่านจะทำให้ไม่จมได้   ซึ่งต้องมีการพัฒนาสร้างให้ดีขึ้น  สร้างบ้านเมืองให้ก้าวหน้า   ประชาชนมีความเจริญ   เราก็มีความหวังมีความรู้สึกว่า  บ้านเมืองจะไม่ล่มจม   เพราะระยะเวลาที่ผ่านมาเรารู้สึกว่า   บ้านเมืองเรากำลังล่มจม  เพราะต่างคนต่างทำ  ต่างคนต่างแย่งกัน   ต่างคนต่างไม่เข้าใจว่าทำอะไร   แต่ตอนนี้โชคดีที่มีผู้มีความรู้ต่างๆ  กัน  มาร่วมมือกัน   บัดนี้ขอยืนยันว่า   ถ้าทุกคนที่มีความรู้   ความตั้งใจก็จะสามารถสร้างให้บ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างแท้จริง   ขอให้ท่านจงช่วยกันทำให้สำเร็จตามที่มุ่งหวัง”.

ที่มา: http://www.thaipost.net/node/9634

Tags:

Comments 1 Comment »

Thailand Institute of Scientific and Technological Research (TISTR)
Ministry of Science and Technology