ทำเว็บให้น่าสนใจด้วยกฏ 23 ข้อ

ในปัจจุบัน เว็บไซต์ (Website) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการประชาสัมพันธ์ และ การตลาด เนื่องจากระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ก่อให้เกิดสภาพของโลกไร้พรมแดน ซึ่งส่งผลให้เกิดช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งที่อยู่ใกล้ อยู่ต่างพื้นที่ จนถึง อยู่ห่างจากกันคนละซีกโลก แต่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จจากการใช้ เว็บไซต์ ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทุกราย ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และการออกแบบหน้าตาให้เว็บไซต์ดูดี น่าสนใจ และมีชีวิตอยู่เสมอ โดยผลจากการวิจัยภายใต้โครงการ “The Eyetrack III” ซึ่งศึกษากลยุทธ์ในการออกแบบเว็บไซต์ให้ดึงดูดความสนใจ ของหน่วยงาน 3 สถาบัน ซึ่งได้แก่ The Poynter Institute, The Estlow Center for Journalism & New Media และ Eyetools นั้น พบว่า การที่จะทำให้ เว็บไซต์ มีความเตะตาต้องใจแก่ผู้พบเห็นนั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงกฎ 23 ข้อต่อไปนี้

1. ตัวอักษร สามารถดึงดูดความสนใจได้เร็วกว่า รูปภาพ หรือ ภาพกราฟฟิค หรือ ภาพลายเส้น
2. จุดแรกที่สายตามอง คือ มุมซ้ายบนของหน้าเว็บไซต์
3. คนจะมองไปที่มุมซ้ายบนของเว็บไซต์ จากนั้นจึงจะเลื่อนสายตาลงมาด้านล่างขวาเรื่อยๆ
4. คนส่วนใหญ่ไม่สนใจมอง แบนเนอร์ (Banner) หรือ ป้ายโฆษณา ที่อยู่ในหน้าเว็บไซต์ (Webpage)
5. รูปแบบเว็บไซต์และตัวอักษรที่มีสีสันสะดุดตา มักไม่ได้รับความสนใจจากคนดู
6. การแสดงข้อมูลที่เป็นตัวเลข จะดึงดูดสายตาและความสนใจมากกว่าการเขียนเป็นตัวอักษร
7. ขนาดตัวอักษรมีผลต่อพฤติกรรมการใช้เว็บ โดยตัวอักษรขนาดเล็กจะทำให้คนสนใจอ่านอย่างละเอียด ขณะที่ตัวอักษรขนาดใหญ่ดึงดูดความสนใจจนทำให้คนมองและสังเกตเห็นเป็นอันดับแรก
8. คนส่วนใหญ่อ่านข้อความพาดหัวรอง ในกรณีที่พบว่าบทความหรือข้อมูลข่าวสารนั้น ๆ น่าสนใจจริง ๆ หลังจากได้อ่านข้อความพาดหัวหลัก ยกตัวอย่าง หน้าของหนังสือพิมพ์ ปกติเราจะมองพาดหัวข่าวที่อยู่ในหน้าแรก หากพบว่าข่าวไหนน่าสนใจ เราก็จะตามอ่านพาดหัวรอง และตามไปหน้าต่อไป
9. คนมักจะอ่านส่วนล่างของหน้าเว็บไซต์แบบผ่าน ๆ
10. ประโยค หรือ ย่อหน้าสั้น ๆ ดึงดูดความสนใจของคนอ่านมากกว่า
11. การออกแบบโครงหน้าการแสดงผลของเว็บไซต์ที่มีแถวแนวตั้งแถวเดียว ดึงดูดสายตามากกว่าหลายแถว
12. แบนเนอร์ หรือ ป้ายโฆษณา ที่อยู่บริเวณบนสุดและซ้ายสุด จะดึงดูดสายตามากที่สุด
13. การวางโฆษณาใกล้กับส่วนของเนื้อหาดีที่สุด เพราะจะได้รับความสนใจจากผู้อ่านค่อนข้างมาก
14. โฆษณาแบบตัวอักษรได้รับความสนใจมากกว่าโฆษณาแบบรูปภาพหรือภาพกราฟฟิค
15. ภาพยิ่งใหญ่ ยิ่งดึงดูดความสนใจได้มาก
16. ภาพที่ชัด ดูง่าย และถ่ายบุคคลจริง ๆ จะได้รับความสนใจจากคนดู มากกว่า ภาพประเภทดีไซน์จัด ๆ ภาพนามธรรม (abstract) หรือ ภาพนายแบบ-นางแบบ
17. หน้าเว็บไซต์ เปรียบได้กับหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้นการพาดหัวจะได้รับความสนใจมากที่สุด
18. คนส่วนใหญ่มักจะสนใจหัวข้อและเมนูต่าง ๆ ในเว็บไซต์
19. ถ้ามีบทความยาว ๆ ในเว็บไซต์ หรือ บล็อก (Blog) การแยกเนื้อหาออกเป็นข้อๆ จะได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากขึ้น
20. คนอ่านมักจะไม่อ่านบทความที่มีเนื้อหาติดกันยาว ๆ หลายบรรทัด ดังนั้น ถ้าบทความยาวมาก ควรแตกเป็นย่อหน้าย่อย ๆ
21. การดึงความสนใจของคนให้อ่านบทความให้มากและนานที่สุด คือการใช้รูปแบบตัวอักษรที่แตกต่างกันไป เช่น ตัวหนา ตัวใหญ่ ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ หรือ ตัวอักษรสีต่าง ๆ แต่ ไม่ควรใช้มากเกินไป เพราะทำให้ผู้อ่านหมดความสนใจเช่นกัน
22. เว้นพื้นที่ว่างบนหน้าเว็บบ้างก็ดี ไม่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลหรือภาพบนทุกพื้นที่ของหน้าเว็บไซต์
23. ปุ่ม navigation ควรวางไว้บนสุดของหน้าเว็บไซต์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ง่ายสำหรับการใช้ที่สุดเมื่อผู้อ่านต้องการใช้ตัวช่วยเหลือ

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ และ http://www.mcot.net

โปรแกรม PDF-XChange Viewer

ปัจจุบัน ผู้คนนิยมจัดทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์ซึ่งมีนามสกุลเป็น PDF เนื่องจากเอกสารที่เก็บในรูปแบบดังกล่าวสามารถป้องกันการแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาได้ โดยไฟล์เอกสารชนิดนี้ปัจจุบันสามารถสร้างได้หลายวิธี เช่น จัดทำเอกสารโดยใช้โปรแกรม Office ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Office ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธ์ หรือ Open Office ซึ่งเป็น Open Source Software ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดหา จากนั้นก็ทำการบันทึกให้มีนามสกุลเป็น PDF เท่านี้คุณก็สามารถสร้างไฟล์ PDF ได้แล้ว

สำหรับการจัดทำ ปรับปรุงแก้ไข ไฟล์ซึ่งมีนามสกุลเป็น PDF นั้น จำเป็นต้องใช้โปรแกรม Adobe Acrobat Pro ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ และมีราคาค่อนข้างแพง

เมื่อคุณต้องการอ่านไฟล์ PDF คุณก็สามารถใช้โปรแกรม Adobe Acrobat Reader ซึ่งสามารถหามาติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดหา หรือ คุณสามารถใช้โปรแกรม PDF-XChang Viewer เป็นอีกทางเลือกหนึ่งก็ได้ ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน

โปรแกรม PDF-XChang Viewer มีวิธีการใช้งานไม่ยุ่งยาก คุณสามารถกรอกข้อมูลลงไปในไฟล์ PDF ที่เป็นแบบฟอร์ม ใส่ข้อความแสดงความเห็นหรือข้อความสรุปย่อ (note) หรือ แนบตราประทับ (stamp) หรือใช้แม่แบบ (template) ที่มีให้ลงในไฟล์ PDF ได้เลย สามารถนำข้อความออกจากไฟล์ PDF รวมทั้งสามารถนำภาพในไฟล์ PDF ออกมาในรูปแบบของไฟล์รูปภาพที่มีนามสกุล เช่น jpg, bmp, tiff หรือ png เป็นต้น

[คลิกที่นี่เพื่อเปิดดูวิธีการใช้งานคู่มือการใช้ PDF-XChange Viewer]

ระบบ SAN (Storage Area Network)

     ยุคการจัดการความรอบรู้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว อิเล็กทรอนิกส์ทำให้ระบบการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปมาก เรามีระบบการเรียนรู้แบบใหม่ที่ชื่อ eLearning ใช้สื่อข้อมูลเป็นแหล่งการเรียนรู้ใหญ่ มีระบบ eLibrary เก็บข้อมูลหนังสือที่เป็นแบบ eBook รวมทั้งสิ่งพิมพ์ประเภท eMagazine eJournal และ eProceeding ระบบ e ยังทำให้เกิดการเรียนรู้แบบ eEducation on Demand หรือ eEOD

หากแหล่งความรู้มีการจัดเก็บในรูปแบบสื่อดิจิตอล ซึ่งก็ต้องใช้ที่เก็บจำนวนมาก การใช้ที่เก็บในรูปสื่อมัลติมีเดีย ทำให้ขนาดของที่เก็บมีขนาดความจุเพิ่มสูงขึ้น ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลจะก้าวหน้าไปมากแล้วก็ตาม การดำเนินการพัฒนาขนาดและเทคโนโลยีก็ต้องดำเนินต่อไป เพราะหากพิจารณาถึงขุมความรู้จำนวนมหาศาลที่จะเก็บ (ลองนึกถึงขนาดของ eLibrary หรือดิจิตอลไลบารีดู) การจัดเก็บจึงต้องมีการพัฒนา
ในอดีตที่ผ่านมา เราใช้แนวคิดที่ว่าคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องประกอบด้วย ซีพียู หน่วยความจำหลัก และหน่วยความจำรองที่เก็บข้อมูลจำนวนมากได้ เช่น ฮาร์ดดิสค์ ซีดีรอม หรือดีวีดี นั้นหมายความว่า ระบบคอมพิวเตอร์หนึ่งระบบมีที่เก็บข้อมูลหนึ่งที่ และให้คอมพิวเตอร์เหล่านั้นเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย

Continue reading “ระบบ SAN (Storage Area Network)”

ข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 และแนวโน้มปี 2552

เอกสารการแถลงข่าวเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2552

1. การประมวลผลสถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 1/2552 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ] [ไฟล์ตารางสถิติ]

2. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 และแนวโน้มปี 2552 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 25 พฤษภาคม 2552

แบบทดสอบบุคลิกภาพ

บุคลิกภาพ หรือ Personality

หมายถึง ลักษณะของบุคคลที่แสดงออกมาในแง่ของหน้าตา ท่าทาง อารมณ์ ทัศนคติ ความคิด และพฤติกรรม  โดยจะแตกต่างกันตามแต่จิตใจและจิตใต้สำนึกของแต่ละบุคคล

แบบทดสอบบุคลิกภาพ

คือ แบบทดสอบทางจิตวิทยาที่ใช้วิเคราะห์วิธีการคิด และลักษณะนิสัยพื้นฐานของบุคคล

ประโยชน์ของแบบทดสอบบุคลิกภาพ

  • เพื่อใช้ในการคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานกับองค์การ
  • เพื่อใช้ในการพัฒนาบุคลากรในองค์การ

รูปแบบทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ถูกนำมาใช้

๑. DISC

คือ ทฤษฏีในการจำแนกบุคลิกภาพของมนุษย์ ที่คิดค้นโดย นักจิตวิทยา William Moulton Marston ซึ่งจะจำแนกลักษณะบุคลิกภาพออกเป็น 14 กลุ่ม โดยพิจารณาจากระดับคะแนนของรหัสลักษณะบุคลิกเด่น DISC ทั้ง 4  มักจะใช้เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้การติดต่อสื่อสารมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นั่นคือ รู้ว่าคนบุคลิกใด ควรติดต่อสื่อสารเช่นไร ซึ่ง DISC มีลักษณะเด่น ๆ ดังนี้ 

  1. D หรือ Dominace – ชอบควบคุม ชอบเป็นผู้นำ มุ่งเป้าประสงค์
  2. I หรือ Influent – ชอบชักจูง ชอบเข้าสังคม มีความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดเก่ง
  3. S หรือ Steady – ชอบนิ่ง ๆ อยู่ในสภาวะที่รู้สึกปลอดภัย และคุ้นเคย อนุรักษ์นิยม เอื้อเฟื้อ อดทน
  4. C หรือ Conscientious – ชอบรายละเอียด อยู่ในระเบียบแบบแผน กฏระเบียบ

โดยบางคน อาจเป็นประเภทลักษณะเด่นโดด ๆ ตัวเดียว เช่น D แต่บางคนอาจเป็นลักษณะผสม โดยมีลักษณะเด่นนำ 1 ตัว และตาม 1 ถึง 2 ตัว เช่น DC หรือ DCI เป็นต้น

๒. The 5 Factor Model (FFM)

คือ แบบจำลองการจำแนกบุคลิกภาพของมนุษย์ โดยพิจารณาใน 5 องค์ประกอบหลัก ซึ่งโดยทั่วไปรู้จักกันในนามของ The five-factors แบบจำลองนี้จะพิจารณาองค์ประกอบ 5 ตัวที่รู้จักในชื่อของ NEOCA หรือ OCEAN หรือ CANOE โดย Paul T. Costa, Jr. และ Robert R. McCrae คือ

  1. Neuroticism หรือ ความมั่นคงในอารมณ์ โดยพิจารณาในแง่ของความวิตกกังวล ความโกธร ความหดหู่ ความระมัดระวังในตนเอง ความหุนหันพลันแล่น และความอ่อนแอ
  2. Extraversion หรือ การเข้าสังคม พิจารณาในแง่ของการมีชีวิตชีวา ความกระตือรืนร้น ความตื่นเต้น อารมณ์ดี
  3. Openness to experience หรือ การเปิดกว้างในการเรียนรู้ประสบการณ์ทั้งในด้านศิลปะ อารมณ์ การผจญภัย แนวความคิด จินตนาการ และสิ่งแปลกใหม่
  4. Agreeableness หรือ การปรองดองเห็นพ้องต้องกัน พิจารณาในแง่ของความเห็นอกเห็นใจ การร่วมมือ เปิดเผย ตรงไปตรงมา อ่อนน้อมถ่อมตน
  5. Conscientiousness หรือ การมีสติ พิจารณาในแง่ของความรอบคอบ ระมัดระวัง มีวินัย รับผิดชอบ มีการวางแผน มีเป้าประสงค์

โดยบางคนอาจมีลักษณะเด่นตามทั้ง 5 องค์ประกอบ แต่บางคน อาจเด่น 4 ด้อย 3 คละเคล้ากันไป

๓. 4 Temperaments

คือ ทฤษฏีในการจำแนกบุคลิกภาพของมนุษย์ ที่คิดค้นโดย Dr. David Keirsey ซึ่งใช้ MBTI เป็นพื้นฐานต่อยอดสำหรับการคิดทฤษฎี 4 Temperaments จะจำแนกลักษณะบุคลิกภาพเด่น ๆ ออกเป็น 4 กลุ่ม จากการวิเคราะห์ 2 ประเด็น คือ

  • การสื่อสาร พิจารณาระหว่าง ข้อเท็จจริง กับ ความเชื่อ 
  • การกระทำ พิจารณาระหว่าง เป้าประสงค์ กับ ความถูกต้อง 

ซึ่งสรุปลักษณะเด่น ๆ ได้ 4 กลุ่มคือ 

  1. Artisan เน้น ข้อเท็จจริง กับ เป้าประสงค์ จึงมักจะมองเฉพาะสิ่งที่ได้รับรู้ สิ่งที่เป็นปัจจุบัน และทำทุกทางเพื่อมุ่งไปสู่เป้าประสงค์ ชอบความตื่นเต้น สนุกสนาน และท้าทาย
  2. Guardian เน้น ข้อเท็จจริง กับ ความถูกต้อง จึงมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ และอยู่ในกรอบของกฏระเบียบ เคารพในสิทธิของผู้อื่น มีความสามารถในการบริหารจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ดี
  3. Rational เน้น ความเชื่อ กับ เป้าประสงค์ จึงมักคิดถึงสิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใหม่ ๆ หรือ วิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ  และเลือกทำในสิ่งที่มีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อให้ได้ตามเป้าประสงค์ เป็นนักปฏิบัติ ช่างคิดช่างสงสัย ช่างวิเคราะห์
  4. Idealist เน้น ความเชื่อ กับ ความถูกต้อง จึงมักคาดหวังว่าสิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น ทำและมุ่งไปสู่เป้าประสงค์โดยคำนึงถึงความถูกต้อง ประนีประนอม ชอบช่วยเหลือผู้อื่น

๔. 16 Personality Factor (16 PF) 

คือ ทฤษฏีในการจำแนกบุคลิกภาพของมนุษย์โดยพิจารณาจากปัจจัย 16 ลักษณะ ซึ่งคิดค้นโดย Raymond Bernard Cattell โดยจะพิจารณาถึงระดับความเข้มข้นในแต่ละปัจจัย

ปัจจัยหลัก น้อย มาก
Warmth – อบอุ่น เย็นชา เห็นแก่ตัว สนับสนุน ปลอบโยน
Reasoning – สติปัญญา ใช้สัญชาตญาณ ไม่มั่นคง ใช้ความคิด วิเคราะห์
Emotional Stability – ความมั่นคงทางอารมณ์ หงุดหงิด ฉุนเฉียว ขี้โมโห สุขุม สงบ
Dominance – มีอิทธิพล ก้าวร้าว ถ่อมตัว ว่านอนสอนง่าย ดื้อรั้น ใจแข็ง ชอบควบคุม
Liveliness – มีชีวิตชีวา ถูกควบคุม ซึมเศร้า ชอบความสนุกสนาน ยุ่งเหยิง ไม่ตกอยู่ภายใต้การควบคุม
Rule-Consciousness – รับผิดชอบต่อหน้าที่ นอกรีต กบฎ อนุรักษณ์นิยม
Social Boldness – กล้าเข้าสังคม อาย เก็บเนื้อเก็บตัว ไม่เข้าสังคม ไม่ปิดบัง กล้า
Sensitivity – อ่อนไหว หยาบคาบ ดื้อร้น ละเอียดอ่อน อ่อนโยน
Vigilance – ระมัดระวัง ไว้วางใจได้ สบายๆ ระมัดระวัง ขี้สงสัย
Abstractness – คิดในเชิงนามธรรม ตามกฏระเบียบ ปฏิบัติได้จริง ผิดแปลก เพ้อฝัน
Privateness – สันโดษ เปิดเผย เป็นมิตร เงี่ยบ สันโดษ เป็นส่วนตัว
Apprehension – วิตกกังวล เชื่อมั่น มั่นใจในตนเอง กลัว วิตกกังวล
Openness to Change – ใจกว้างเปิดรับต่อการเปลี่ยนแปลง ปิดกั้น ไม่รับสิ่งใหม่ อยากรู้อยากเห็น ชอบสำรวจสิ่งใหม่ ๆ
Self-Reliance – พึ่งตนเอง เป็นอิสระ ขอบสังคม เข้ากับคนอื่นได้ง่าย สันโดษ ต้องการอยู่ลำพัง
Perfectionism – ยึดถือความเป็นสมบูรณ์แบบ ไม่เป็นระเบียบ ยุ่งเหยิง ละเอียด เป็นระเบียบ รอบคอบ
Tension – ความตึงเครียด ผ่อนคลาย ใจเย็น เครียด ไม่พึงพอใจ

๕. Personality 16 Types (MBTI)

คือ ทฤษฏีในการจำแนกบุคลิกภาพของมนุษย์ ที่รวมเอาแนวคิดของ Carl Gustav Jung กับ Katharine Cook Briggs และ Isabel Briggs Myers เข้าด้วยกัน โดยสามารถจำแนกบุคลิกภาพออกเป็น 16 กลุ่ม ซึ่งพิจารณาจากองค์ประกอบใน 4 มุมมอง ดังนี้

  • การวางตัว ความสนใจ การเพิ่มพลังงาน โดยพิจารณาระหว่าง Extraversion (E) ชอบที่จะอยู่ท่ามกลางผู้คน และ Introversion (I) ชอบที่จะอยู่กับตัวเอง
  • บทบาท ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลหลัก แบ่งเป็น
  1. การรับรู้ข้อมูล โดยพิจารณาระหว่าง Sensing (S) รับรู้โดยสติปัญญาพินิจพิเคราะห์ เน้นข้อมูล รับรู้ทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 และ iNtuition (N) รับรู้โดยสัญชาตญาณ ประสบการณ์ เน้นความคิดต่อยอด
  2. การตัดสินใจ โดยพิจารณาระหว่าง Thinking (T) ตัดสินใจโดยใช้เหตุผล และ Feeling (F) ตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึก
  • วิถีทางการดำเนินชีวิต โดยพิจารณาระหว่าง Judgment (J) ดำเนินชีวิตตามกฎระเบียบ และ Perception (P) ดำเนินชีวิตตามความคิด ค่านิยมความเชื่อ

มุมมองผู้เขียน

อย่างไรก็ตามหากมองในแง่ของการมุ่งไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ (LO : Learning Organization) แล้วนั้น ในถ้าองค์การได้จัดให้พนักงานทั้งองค์การได้ทำแบบทดสอบ และนำผลที่ได้มาใช้ทั้งในแง่การบริหารทรัพยากรบุคคล เช่น การพัฒนาจุดเด่น ปิดจุดด้อยของบุคลากรในองค์การเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรนั้น ๆ  และสื่อสารให้บุคลากรในองค์กรเข้าใจในบุคลิกภาพของเพื่อนร่วมงานที่แตกต่างกัน เพื่อให้สามารถสื่อสารและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพย่อมเป็นแนวทางไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ผู้ให้คำแนะนำในการศึกษาข้อมูล :

Nittaya Onurai, MissConsult.com

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง :

http://www.MissConsult.com

http://en.wikipedia.org/wiki/DiSC_assessment

http://en.wikipedia.org/wiki/Big_Five_personality_traits 

http://www.blogthings.com/thefivefactorpersonalitytest/

http://www.keirsey.com/

http://en.wikipedia.org/wiki/Four_Temperaments

http://en.wikipedia.org/wiki/16_Personality_Factors

http://similarminds.com/

http://en.wikipedia.org/wiki/MBTI