<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>TISTR BLOG</title>
	<atom:link href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/index.php?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog</link>
	<description>Knowledge Bank : ชุมชนแห่งการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 May 2012 09:37:11 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ (ปี 55)</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1312</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1312#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Mar 2012 07:45:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อลิสรา คูประสิทธิ์ (Alissara Kuprasit)</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอกสาร/คู่มือ]]></category>
		<category><![CDATA[ครุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคางานต่อหน่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ราคามาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[GIS]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1312</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับหน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ ที่ต้องมีการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ เพื่อใช้ในการสนับสนุนให้การดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนงบประมาณประจำปี และจำเป็นต้องรับทราบถึงเกณฑ์ราคามาตรฐานครุภัณฑ์ เพื่อช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ มีกรอบในการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ อันนำมาซึ่งความคุ้มค่าในการลงทุน และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทางราคา จึงมีการกำหนดเกณฑ์ราคามาตรฐานของครุภัณฑ์ขึ้น ซึ่งเกณฑ์ราคามาตรฐานล่าสุดต่าง ๆ มีดังนี้

บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ ตามที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงานประมาณ ประกาศเมื่อ กุมภาพันธ์ 2555 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bb.go.th
บัญชีราคามาตรฐานสิ่งก่อสร้าง ตามที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงานประมาณ ประกาศเมื่อ กุมภาพันธ์ 2555 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bb.go.th
อัตราราคางานต่อหน่วย ตามที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงานประมาณ ประกาศเมื่อ มีนาคม 2555 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bb.go.th
เกณฑ์ราคาพื้นฐาน สำหรับอุปกรณ์ ICT ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปีงบประมาณ 2555 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mict.go.th
เกณฑ์ราคากลางและคุณลักษณะพื้นฐาน ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์สำหรับงานระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 เดือนพฤษภาคม ปีงบประมาณ 2554 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับหน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ ที่ต้องมีการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ เพื่อใช้ในการสนับสนุนให้การดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนงบประมาณประจำปี และจำเป็นต้องรับทราบถึงเกณฑ์ราคามาตรฐานครุภัณฑ์ เพื่อช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ มีกรอบในการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ อันนำมาซึ่งความคุ้มค่าในการลงทุน และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทางราคา จึงมีการกำหนดเกณฑ์ราคามาตรฐานของครุภัณฑ์ขึ้น ซึ่งเกณฑ์ราคามาตรฐานล่าสุดต่าง ๆ มีดังนี้</p>
<ul>
<li><a title="บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/standardprice.pdf" target="_blank">บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์</a> ตามที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงานประมาณ ประกาศเมื่อ กุมภาพันธ์ 2555 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.bb.go.th/">http://www.bb.go.th</a></li>
<li><a title="บัญชีราคามาตรฐานสิ่งก่อสร้าง" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/constructprice.pdf" target="_blank">บัญชีราคามาตรฐานสิ่งก่อสร้าง</a> ตามที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงานประมาณ ประกาศเมื่อ กุมภาพันธ์ 2555 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.bb.go.th/">http://www.bb.go.th</a></li>
<li><a title="อัตราราคางานต่อหน่วย" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/jobrate.pdf">อัตราราคางานต่อหน่วย</a> ตามที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงานประมาณ ประกาศเมื่อ มีนาคม 2555 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.bb.go.th/">http://www.bb.go.th</a></li>
<li><a title="เกณฑ์ราคาพื้นฐานสำหรับอุปกรณ์ ICT" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/SpecCom.pdf" target="_blank">เกณฑ์ราคาพื้นฐาน สำหรับอุปกรณ์ ICT</a> ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปีงบประมาณ 2555 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.mict.go.th/">http://www.mict.go.th</a></li>
<li><a title="เกณฑ์ราคาพื้นฐานสำหรับอุปกรณ์ ICT" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/GISprice.pdf" target="_blank">เกณฑ์ราคากลางและคุณลักษณะพื้นฐาน ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์สำหรับงานระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS)</a> ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 เดือนพฤษภาคม ปีงบประมาณ 2554 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  <a href="http://www.mict.go.th/">http://www.mict.go.th</a></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1312</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>10 อันดับหนังสือวิทยาศาสตร์ที่อยากแนะนำให้อ่าน</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1194</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1194#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Dec 2011 01:34:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saivaroon</dc:creator>
				<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[นานาสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1194</guid>
		<description><![CDATA[มโนทัศน์แห่งอนาคต (VISIONS: HOW SCIENCE WILL REVOLUTIONIZE THE 21ST CENTURY)
ผู้แต่ง/ผู้แปล : MICHIO KAKU / กุลพันธ์ พิมพ์สมาน
ปีที่พิมพ์ 2554
จะดีแค่ไหนถ้าคุณ&#8230;
-  มีหุ่นยนต์ไว้ทำงานแทน
-  มีปัญญาประดิษฐ์คอยอำนวยสะดวก ให้บ้านอัจฉริยะเป็นวิมานของคุณ
-  เดินทางระหว่างดวงดาวเพื่อหาบ้านใหม่ในอวกาศ
-  ย้อนเวลากลับไปยังอดีตได้
-  รักษาโรคมะเร็งได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
-  เป็นหนุ่มสาวตลอดกาล
ฯลฯ
ทั้งหมดนี้กำลังจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอีกเพียงร้อยปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝันที่มีอยู่แต่ในนวนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป โดยมีรากฐานมาจากการปฏิวัติควอนตัม การปฏิวัติเชิงชีวโมเลกุล และการปฏิวัติคอมพิวเตอร์ ร่วมเดินทางสู่อนาคตไปพร้อมเหล่านักวิทยาศาสตร์เปี่ยมวิสัยทัศน์ใน &#8220;มโนทัศน์แห่งอนาคต&#8221; โดยมิชิโอะ คากุ นักฟิสิกส์ชื่อดังเจ้าของผลงาน &#8220;จักรวาลคู่ขนาน&#8221; (Parallel Worlds) บอกเล่าผลการวิจัยล่าสุดจากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกถึงความก้าวหน้าในการค้นคว้า ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราและโฉมหน้าโลกในศตวรรษที่ 21 ไปอย่างสิ้นเชิง และบางสิ่งก็กำลังเกิดขึ้นแล้วตอนนี้!!!
ถอดรหัสลับปฏิบัติการพลิกโลก
ผู้แต่ง :  ทัศนัย  ปัญญา
ปีที่พิมพ์ 2554
 ในโลกใบนี้ยังคงมีสิ่งลี้ลับที่รอการพิสูจน์อยู่อีกมากมายนับไม่ถ้วน บ้างก็ได้ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์  บ้างก็ได้ข้อสรุปทางความเชื่อที่มีคนมากมายให้การสนับสนุน แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่ไม่มีกระทั่งข้อสรุป นี่จึงถือว่าเป็นเสน่ห์ของความลี้ลับที่ยังคงหลับใหลรอคอยให้มีการส่งต่อความพยายามในการไขข้อสงสัยจากรุ่นสู่รุ่น เชื่อแน่ว่าเรื่องบางเรื่องในหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณตกใจ และอุทานออกมาว่า &#8220;จริงหรือนี่&#8221; ได้อย่างแน่นอน


ซากุระ กรรมศาสตร์
ผู้แต่ง/ผู้แปล : Morinosuke  Kawaguchi / ปฏิมา  สินธุภิญโญ
ปีที่พิมพ์ 2554
บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><strong>มโนทัศน์แห่งอนาคต (VISIONS: HOW SCIENCE WILL <img class="size-full wp-image-1237 alignleft" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2011/12/image_vision1.png" alt="image_vision" width="159" height="240" />REVOLUTIONIZE THE 21ST CENTURY)</strong></p>
<p style="text-align: justify"><strong>ผู้แต่ง/ผู้แปล : <span style="color: #000000"><a href="void(0);">MICHIO KAKU / กุลพันธ์ พิมพ์สมาน<br />
</a></span></strong><strong>ปีที่พิมพ์ 2554</strong></p>
<p>จะดีแค่ไหนถ้าคุณ&#8230;<br />
-  มีหุ่นยนต์ไว้ทำงานแทน<br />
-  มีปัญญาประดิษฐ์คอยอำนวยสะดวก ให้บ้านอัจฉริยะเป็นวิมานของคุณ<br />
-  เดินทางระหว่างดวงดาวเพื่อหาบ้านใหม่ในอวกาศ<br />
-  ย้อนเวลากลับไปยังอดีตได้<br />
-  รักษาโรคมะเร็งได้โดยไม่ต้องผ่าตัด<br />
-  เป็นหนุ่มสาวตลอดกาล<br />
ฯลฯ<br />
ทั้งหมดนี้กำลังจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอีกเพียงร้อยปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝันที่มีอยู่แต่ในนวนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป โดยมีรากฐานมาจากการปฏิวัติควอนตัม การปฏิวัติเชิงชีวโมเลกุล และการปฏิวัติคอมพิวเตอร์ ร่วมเดินทางสู่อนาคตไปพร้อมเหล่านักวิทยาศาสตร์เปี่ยมวิสัยทัศน์ใน &#8220;มโนทัศน์แห่งอนาคต&#8221; โดยมิชิโอะ คากุ นักฟิสิกส์ชื่อดังเจ้าของผลงาน &#8220;จักรวาลคู่ขนาน&#8221; (Parallel Worlds) บอกเล่าผลการวิจัยล่าสุดจากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกถึงความก้าวหน้าในการค้นคว้า ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราและโฉมหน้าโลกในศตวรรษที่ 21 ไปอย่างสิ้นเชิง และบางสิ่งก็กำลังเกิดขึ้นแล้วตอนนี้!!!</p></blockquote>
<blockquote><p><strong>ถอดรหัสลับปฏิบัติการพลิกโลก<img class="size-full wp-image-1202 alignleft" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2011/12/image_whathappened.png" alt="image_whathappened" width="181" height="211" /></strong></p>
<p><strong>ผู้แต่ง :  ทัศนัย  ปัญญา<br />
</strong><span style="font-weight: bold;">ปีที่พิมพ์ 2554</span></p>
<p><strong> </strong><strong>ในโลกใบนี้ยังคงมีสิ่งลี้</strong>ลับที่รอการพิสูจน์อยู่อีกมากมายนับไม่ถ้วน บ้างก็ได้ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์  บ้างก็ได้ข้อสรุปทางความเชื่อที่มีคนมากมายให้การสนับสนุน แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่ไม่มีกระทั่งข้อสรุป นี่จึงถือว่าเป็นเสน่ห์ของความลี้ลับที่ยังคงหลับใหลรอคอยให้มีการส่งต่อความพยายามในการไขข้อสงสัยจากรุ่นสู่รุ่น เชื่อแน่ว่าเรื่องบางเรื่องในหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณตกใจ และอุทานออกมาว่า &#8220;จริงหรือนี่&#8221; ได้อย่างแน่นอน<br />
<br/><br/><br/><br/><br/>
</p></blockquote>
<blockquote><p><strong>ซากุระ กรรมศาสตร์<img class="size-full wp-image-1209 alignleft" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2011/12/image_sagura.png" alt="image_sagura" width="160" height="206" /></strong></p>
<p><strong>ผู้แต่ง/ผู้แปล : Morinosuke  Kawaguchi / ปฏิมา  สินธุภิญโญ<br />
ปีที่พิมพ์ 2554</strong></p>
<p>บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่น ตั้งแต่เครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ รอบตัวไปจนถึงนวัตกรรมไฮเทค ซึ่งล้วนแต่มีที่มาจากวัฒนธรรม ความรู้สึกนึกคิด และจิตวิญญาณแบบคนญี่ปุ่น ที่หล่อหลอมให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นที่มีความสร้างสรรค์</p>
<p><br/><br/><br/><br/><br/><br/>
</p></blockquote>
<blockquote><p><strong>มายากลศาสตร์<img class="size-full wp-image-1221 alignleft" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2011/12/image_maya.png" alt="image_maya" width="147" height="224" /></strong></p>
<p><strong>ผู้แต่ง/ผู้แปล : </strong><strong><a href="void(0);"><span style="color: #000000">MISTER TOMPKIN</span></a></strong><strong><span style="color: #000000"><br />
</span></strong><strong>ปีที่พิมพ์ 2554</strong><strong> </strong></p>
<p>“สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น” สายรุ้งสีสวย เครื่องบินเหาะข้ามทวีป เรือใบแล่นฉิวกลางมหาสมุทร สายฟ้าฟาดกลางทุ่งนา สายฝนโปรยปรายชุ่มฉ่ำ ฯลฯ สิ่งต่างๆ ที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน บ่อยครั้งที่ผ่านสายตาเราไปโดยไม่ได้รับความสนใจ แต่ก็มีบางทีที่เกิดคำถามว่า&#8230; เอ๊ะ! มันเกิดขึ้นได้ยังไงนะ? เอ&#8230;แล้วทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยล่ะ? หันซ้ายหันขวาถามคนนู้น สะกิดคนนี้อาจไม่ได้รับคำเฉลย แต่ทว่า&#8230;”ฟิสิกส์ (Physics)” มีคำตอบ! Mister Tompkin มิใช่ชาวต่างชาติ แต่คือนามปากกาของชายหนุ่มสัญชาติไทยผู้หลงใหลในวิทยาศาสตร์ มุ่งศึกษาค้นคว้าและถ่ายทอดวิชาฟิสิกส์สู่สายตาผู้อ่าน ซึ่งความโดดเด่นของงานเขียนแนว Popular Science สไตล์มิสเตอร์ทอมกิ้น ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ล้ำลึก คุณก็สามารถเข้าใจและเพลิดเพลินได้ ด้วยสำนวนภาษที่เป็นกันเอง อธิบายทฤษฎีให้เข้าใจได้ด้วยมุมมองที่เปิดกว้างต่อคำถามระดับมนุษยชาติ โดยแต่ละเรื่องที่นำเสนอให้สาระแง่คิดแก่คุณผู้อ่านนำไปต่อยอดในองค์ความรู้อื่นๆ ได้อีกหลากหลาย เพราะในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำทุกขณะ ส่งผลให้ความรู้และวิทยาการได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าทุกวินาที สิ่งที่เราไม่รู้ในวันวานกำลังถูกค้นคว้าหาคำตอบในวันนี้ ทำให้ความรู้ความเข้าใจที่เคยยึดถือตามหลักการเดิมนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นความรู้ใหม่ที่ผ่านการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆ</p></blockquote>
<blockquote><p><img class="size-full wp-image-1228 alignleft" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2011/12/image_mahassajan.png" alt="image_mahassajan" width="135" height="196" /></p>
<p><strong>มหัศจรรย์ชั้นบรรยากาศ : ชุดมหัศจรรย์โลกธรรมชาติ (WONDER OF THE AIR)</strong></p>
<p><strong>ผู้แต่ง/ผู้แปล :<span style="color: #000000"> </span><span style="color: #000000"><a href="void(0);">TAMRA ANDREWS / ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล<br />
</a></span></strong><strong>ปีที่พิมพ์ 2554</strong></p>
<p>มหัศจรรย์ชั้นบรรยากาศ คือการศึกษาวิทยาศาสตร์ผ่านตำนานปรัมปรา เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจถึงความปรารถนาจะไขความลี้ลับในธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งเริ่มต้นจากการใช้สายตากับสติปัญญาเป็นองค์ประกอบสำคัญเพื่อแสวงหาความรู้ จนนำไปสู่การสร้างคำอธิบายโลกธรรมชาติรอบตัวเราในปัจจุบัน ตำนานหลายแห่งทั่วโลกสะท้อนถึงความกลัวของคนโบราณว่ารุ้งกินน้ำคืองูยักษ์ที่อาจกลืนกินน้ำจนหมดโลก และจะทำให้เกิดภัยแล้งได้ ตำนานจากแดนหนาวบอกว่าหิมะคือยักษ์อำมหิตที่ต้องการแช่แข็งทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก โดยแท้จริงแล้ว นิทานหรือตำนานปรัมปราก็คือความพยายามไขปริศนาลี้ลับในธรรมชาติของคนโบราณนั่นเอง<br />
<br/><br/><br/>
</p></blockquote>
<blockquote><p><img class="size-full wp-image-1241 alignleft" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2011/12/image_phiphop.png" alt="image_phiphop" width="151" height="224" /><strong>มหัศจรรย์พื้นพิภพ : ชุดมหัศจรรย์โลกธรรมชาติ (WONDER OF THE LAND)</strong></p>
<p><strong>ผู้แต่ง/ผู้แปล : <span style="color: #000000"><a href="void(0);">KENDALL HAVEN / ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล<br />
</a></span></strong><strong>ปีที่พิมพ์ 2554</strong></p>
<p>มหัศจรรย์พื้นพิภพ เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างตำนานปรัมปราอันน่าสนุกตื่นเต้นจากทั่วทุกมุมโลก ไปสู่ดินแดนของเหตุผลและข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นการผสมผสานระหว่างพลังจินตนาการเข้ากับความรู้สมัยใหม่ จนสามารถสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อพร้อมเปิดประตูสู่การศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น เชื่อหรือไม่ว่า พื้นพิภพที่เราอาศัยอยู่มาตลอดชีวิตนี้ มีความมหัศจรรย์มากมายเหลือคณานับเพราะครั้งหนึ่งเคยมีไดโนเสาร์เยื้องย่างผ่านไปมา เคยถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งนับไม่ถ้วนครั้งและยังคงมีภูเขาไฟที่หลับใหลเฝ้ารอเวลาปะทุใหม่อีกมากมาย โดยเรื่องราวเหล่านี้ถูกอธิบายไว้อย่างแจ่มชัดละเอียดลอออยู่ภายในหนังสือเล่มนี้แล้ว<br />
<br/><br/><br/><br/>
</p></blockquote>
<blockquote><p><strong>เหตุผลของธร</strong><img class="size-full wp-image-1245 alignleft" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2011/12/image_thamachat.png" alt="image_thamachat" width="134" height="196" /><strong>รมชาติ</strong></p>
<p><strong><strong>ผู้แต่ง    :</strong> <span style="color: #000000"><a href="http://www.naiin.com/ProductByAuthor.aspx?aid=5205">นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา<br />
</a></span></strong><strong>ปีที่พิมพ์ 2554</strong></p>
<p>เป็นหนังสือภาคต่อของหนังสือ &#8220;เรื่องเล่าจากร่างกาย&#8221; ที่สร้างปรากฏการณ์ Pop Science ในวงการหนังสือไทย ซึ่งเนื้อหาในเล่มได้แบ่งออกเป็นสามตอนใหญ่ๆ ด้วยกัน โดยสองตอนแรกจะเป็นตัวอย่างของฟิสิกส์และเคมีที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต สำหรับตอนที่สามจะเป็นเรื่องของการวิวัฒนาการมาร่วมกันระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างๆ และผลบางอย่างที่เกิดขึ้นตามมา<br />
<br/><br/><br/><br/><br/>
</p></blockquote>
<blockquote><p><strong>เรื่องเล่าจากร่างกาย</strong><strong> <img class="size-full wp-image-1259 alignleft" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2011/12/image_body1.png" alt="image_body" width="160" height="231" /></strong></p>
<p><strong>ผู้แต่ง:</strong><strong> </strong><strong><span style="color: #000000"><a href="http://www.naiin.com/ProductByAuthor.aspx?aid=5205">นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา<br />
</a></span></strong><span style="font-weight: bold;">ปีที่พิมพ์ 2554</span></p>
<p>เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวของ ร่างกาย พฤติกรรมมนุษย์และธรรมชาติ ผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ ตอบโจทย์ปัญหาว่า &#8220;ทำไมร่างกายเขาเราจึงมีร่างกายและความคิดอย่างปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเรื่อง &#8220;การมีชู้&#8221; , เครียดเพราะอ้วน , ทำไมจึงหล่อ จึงสวย , สมองคุยกับร่างกายอย่างไร , ทำไมต้องเดินสองขา เป็นต้น และเมื่อเราเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ ดีแล้ว เราจะไปดูกันว่าเรื่องเล่าจากร่างกายเหล่านี้ จะช่วยนำทางเราเดินสู่ปัจจุบันและก้าวต่อไปในอนาคตได้อย่างไร<br />
<br/><br/><br/><br/><br/><br/>
</p></blockquote>
<blockquote><p><img class="alignleft size-full wp-image-1297" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2011/12/image_body24.png" alt="image_body2" width="126" height="186" /><strong>มหัศจรรย์แห่งร่างกาย เล่ม 2 (THE ODD BODY 2)</strong></p>
<p><strong>ผู้แต่ง/ผู้แปล :</strong> <span style="color: #000000"><a href="void(0);">STEPHEN JUAN / โรจนา นาเจริญ<br />
</a></span><strong>ปีที่พิมพ์ 2554</strong><strong> </strong></p>
<p>หนังสือเล่มนี้แปลจากเรื่อง The Odd Body 2 ของ ด็อกเตอร์สตีเฟ่น ฮวน ผู้ซึ่งได้รวบรวมคำถามที่เขาเรียกว่า Odd Body Questions (OBQs) จากคนขี้สงสัยทั่วโลกในทุกประเด็นเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ แล้วหาคำตอบมาให้ความกระจ่างแก่ผู้ถามและผู้อ่านในรูปแบบที่ไม่เครียดเกินไป หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมสารพัดคำถามที่แปลกยิ่งกว่าเดิม จากคนช่างสงสัยทั่วโลกที่ส่งกันเข้ามาถาม อย่างเช่น ทำไมลูกตาถึงไม่เย็นจนแข็งตัวในอากาศหนาวจัด? หรือทำไมเราต้องมีรูจมูก 2 รู? นั่นคือตัวอย่างของคำถามในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเชื่อว่าท่านผู้อ่านจะได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินเกินราคา แค่ความจริงที่น่าทึ่งก็คุ้มแล้ว!!!<br />
<br/><br/><br/>
</p></blockquote>
<blockquote><p><strong>วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์แห่งการค้นพ<img class="size-full wp-image-1281 alignleft" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2011/12/image_discoveries1.png" alt="image_discoveries" width="163" height="240" />บ</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>ผู้แต่ง/ผู้แปล : </strong><strong><a href="void(0);"><span style="color: #000000">ALAN LIGHTMAN/บุญญานาถ นาถวงษ์ และคณะ </span></a></strong><strong><br />
</strong><strong>ปีที่พิมพ์ 2554</strong><strong> </strong></p>
<p>รวมบทความงานวิจัยวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในศตวรรษที่ 20 จำนวน 25 ชิ้น ผู้รวบรวมคืออลัน ไลท์แมน เจ้าของผลงาน ความฝันของไอน์สไตน์ (Einstein&#8217;s Dream) แบ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ออกเป็น 22 บท เรียงตามลำดับเวลาที่บทความเหล่านั้นตีพิมพ์ อลัน ไลท์แมนเริ่มต้นแต่ละบทด้วยส่วนแนะนำที่เล่าชีวประวัติของนักวิทยาศาสตร์แต่ละคนและเรื่องราวการค้นคว้าที่นำไปสู่บทสรุปซึ่งก็คือตัวบทความต้นฉบับในส่วนถัดไป นอกจากนี้ อลัน ไลท์แมนยังอธิบายเนื้อหาส่วนบทความและที่มาที่ไปให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น เพราะหนังสือเล่มนี้มีลักษณะค่อนไปทางงานวิชาการเนื้อหาเข้มข้น บทความต่างๆ ที่รวบรวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของวงการวิทยาศาสตร์ เป็นองค์ความรู้บริสุทธิ์ที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อๆ มานำไปศึกษาต่อยอดจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์แห่งการค้นพบนอกจากจะให้องค์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้แล้ว ยังให้ภาพรวมเกี่ยวกับวงการวิทยาศาสตร์ของยุโรปในศตวรรษที่ 20 และพัฒนาการในการศึกษาค้นคว้าด้านฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ซึ่งล้วนเอื้อให้เกิดความก้าวหน้าแก่กันและกัน<br />
<br/><br/>
</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1194</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 และ 3 ปี 2554</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1190</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1190#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Dec 2011 06:13:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อลิสรา คูประสิทธิ์ (Alissara Kuprasit)</dc:creator>
				<category><![CDATA[สังคม & เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้ม]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1190</guid>
		<description><![CDATA[เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 และ 3 ปี 2554
1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2554 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]
2. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 2554 และแนวโน้มปี 2554-2555 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2554
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 และ 3 ปี 2554</p>
<p>1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2554 [<a title="ภาวะเศรฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 54 ภาษาไทย" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/EconomicReportQ254thaifinal.pdf" target="_blank">ภาษาไทย</a>] [<a title="ภาวะเศรฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 54 ภาษาอังกฤษ" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/EconomicReportQ254Engfinal.pdf" target="_blank">ภาษาอังกฤษ</a>]<br />
2. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 2554 และแนวโน้มปี 2554-2555 [<a title="ภาวะเศรฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 54 ภาษาไทย" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/EconomicReportQ354thai.pdf" target="_blank">ภาษาไทย</a>] [<a title="ภาวะเศรฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 54 ภาษาอังกฤษ" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/EconomicReportQ354Eng.pdf" target="_blank">ภาษาอังกฤษ</a>]</p>
<p>ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</p>
<p>เว็บไซต์ : <a href="http://www.nesdb.go.th/" target="_blank">www.nesdb.go.th</a></p>
<p>วันที่ 21 พฤศจิกายน 2554</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1190</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พรบ.ปุ๋ยอินทรีย์</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1186</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1186#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Dec 2011 05:44:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อลิสรา คูประสิทธิ์ (Alissara Kuprasit)</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกษตรน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[ขึ้นทะเบียน]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ย]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[พรบ.]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1186</guid>
		<description><![CDATA[ต้องวิเคราะห์สายการต่อไปนี้ เพื่อนำไปขึ้นทะเบียน




ลำดับที่


คุณลักษณะ


เกณฑ์การกำหนด



1.
ขนาดของปุ๋ย
ไม่เกิน   12.5 x 12.5 มิลลิเมตร


2.
ปริมาณความชื้นและสิ่งที่ระเหยได้
ไม่เกิน   30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก


3.
ปริมาณหินและกรวด
ขนาดใหญ่กว่า   5 มิลลิเมตร   ไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก


4.
พลาสติก   แก้ว วัสดุของมีคม และโลหะอื่นๆ
ต้องไม่มี


5.
ปริมาณอินทรียวัตถุ
ไม่น้อยกว่า   20 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก


6.
ค่าความเป็นกรด-ด่าง
5.5-8.5


7.
อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน   (C/N)
ไม่เกิน   20:1


8.
ค่าการนำไฟฟ้า   (EC:Electrical Conductivity)
ไม่เกิน   10 เดซิซีเมน/เมตร


9.
ปริมาณเกลือ   (NaCl)
ไม่เกินร้อยละ   1


10.
ปริมาณธาตุอาหารหลัก
-   ไนโตรเจน (Total [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ต้องวิเคราะห์สายการต่อไปนี้ เพื่อนำไปขึ้นทะเบียน</p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td width="67" valign="top">
<p align="center">ลำดับที่</p>
</td>
<td width="276" valign="top">
<p align="center">คุณลักษณะ</p>
</td>
<td width="225" valign="top">
<p align="center">เกณฑ์การกำหนด</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="67" valign="top">1.</td>
<td width="276" valign="top">ขนาดของปุ๋ย</td>
<td width="225" valign="top">ไม่เกิน   12.5 x 12.5 มิลลิเมตร</td>
</tr>
<tr>
<td width="67" valign="top">2.</td>
<td width="276" valign="top">ปริมาณความชื้นและสิ่งที่ระเหยได้</td>
<td width="225" valign="top">ไม่เกิน   30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก</td>
</tr>
<tr>
<td width="67" valign="top">3.</td>
<td width="276" valign="top">ปริมาณหินและกรวด</td>
<td width="225" valign="top">ขนาดใหญ่กว่า   5 มิลลิเมตร   ไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก</td>
</tr>
<tr>
<td width="67" valign="top">4.</td>
<td width="276" valign="top">พลาสติก   แก้ว วัสดุของมีคม และโลหะอื่นๆ</td>
<td width="225" valign="top">ต้องไม่มี</td>
</tr>
<tr>
<td width="67" valign="top">5.</td>
<td width="276" valign="top">ปริมาณอินทรียวัตถุ</td>
<td width="225" valign="top">ไม่น้อยกว่า   20 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก</td>
</tr>
<tr>
<td width="67" valign="top">6.</td>
<td width="276" valign="top">ค่าความเป็นกรด-ด่าง</td>
<td width="225" valign="top">5.5-8.5</td>
</tr>
<tr>
<td width="67" valign="top">7.</td>
<td width="276" valign="top">อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน   (C/N)</td>
<td width="225" valign="top">ไม่เกิน   20:1</td>
</tr>
<tr>
<td width="67" valign="top">8.</td>
<td width="276" valign="top">ค่าการนำไฟฟ้า   (EC:Electrical Conductivity)</td>
<td width="225" valign="top">ไม่เกิน   10 เดซิซีเมน/เมตร</td>
</tr>
<tr>
<td width="67" valign="top">9.</td>
<td width="276" valign="top">ปริมาณเกลือ   (NaCl)</td>
<td width="225" valign="top">ไม่เกินร้อยละ   1</td>
</tr>
<tr>
<td width="67" valign="top">10.</td>
<td width="276" valign="top">ปริมาณธาตุอาหารหลัก</td>
<td width="225" valign="top">-   ไนโตรเจน (Total N) ไม่น้อยกว่า 1.0   เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก</p>
<p>- ฟอสฟอรัส (Total P2O5) ไม่น้อยกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก</p>
<p>- โพแทสเซียม (Total K2O) ไม่น้อยกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (หรือมีปริมาณธาตุอาหารหลักรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ   1.5  ของน้ำหนัก)</td>
</tr>
<tr>
<td width="67" valign="top">11.</td>
<td width="276" valign="top">การย่อยสลายที่สมบูรณ์</td>
<td width="225" valign="top">มากกว่า   80 เปอร์เซ็นต์</td>
</tr>
<tr>
<td width="67" valign="top">12.</td>
<td width="276" valign="top">สารหนู   (Arsenic)</p>
<p>แคดเมียม   (Cadmium)</p>
<p>โครเมียม   (Chromium)</p>
<p>ทองแดง   (Copper)</p>
<p>ตะกั่ว (Lead)</p>
<p>ปรอท   (Mercury)</td>
<td width="225" valign="top">ไม่เกิน   50 มิลลิกรัม/กิโลกรัม</p>
<p>ไม่เกิน   5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม</p>
<p>ไม่เกิน   300 มิลลิกรัม/กิโลกรัม</p>
<p>ไม่เกิน   500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม</p>
<p>ไม่เกิน   500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม</p>
<p>ไม่เกิน   2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1186</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เด็กไทยคว้า 2 เหรียญทอง-3 รางวัลพิเศษแข่งโอลิมปิกหุ่นยนต์โลก 2011 ที่ยูเออี</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1180</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1180#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Nov 2011 04:40:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>knowledge centre</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม & เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1180</guid>
		<description><![CDATA[กรุงเทพฯ 21 พ.ย.-นักเรียนไทยสร้างชื่อคว้าเหรียญทอง จากการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์โลก ณ เมืองอาบูดาบี ยูเออี และยังคว้ารางวัลรวม 8 รางวัล ประกอบด้วย 2 เหรียญทอง ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล และประเภท Green City Challenge 3 เหรียญทองแดง 3 รางวัลพิเศษ
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด คัดเลือกและนำนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกสังกัด เป็นตัวแทนนักเรียนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ WRO 2011 : World Robot Olympiad 2011 ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2554 ณ เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จำนวน 34 ทีม โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 21 พ.ย.-นักเรียนไทยสร้างชื่อคว้าเหรียญทอง จากการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์โลก ณ เมืองอาบูดาบี ยูเออี และยังคว้ารางวัลรวม 8 รางวัล ประกอบด้วย 2 เหรียญทอง ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล และประเภท Green City Challenge 3 เหรียญทองแดง 3 รางวัลพิเศษ</p>
<p><img class="alignleft" style="margin: 10px;" src="http://mcot-image01.mcot.gtis.co.th/content/images/stock/image_20111121155719C55803C0-CD4D-9607-A5AD6223F72957F2.jpg" alt="" width="320" height="240" />นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด คัดเลือกและนำนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกสังกัด เป็นตัวแทนนักเรียนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ WRO 2011 : World Robot Olympiad 2011 ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2554 ณ เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จำนวน 34 ทีม โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ และประเภท Green City Challenge ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างโปรแกรม ประกอบหุ่นยนต์และนำไปปฏิบัติภารกิจบนสนาม ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ จะเป็นการประกวดโครงงานหุ่นยนต์ในหัวข้อ “หุ่นยนต์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” และประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล แต่ละประเภทการแข่งขันยังแบ่งออกเป็น 3 รุ่น คือ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี</p>
<p>ผลการแข่งขันปรากฏว่า นักเรียนไทยกวาดรางวัลจากการแข่งขันได้ถึง 8 รางวัล ดังนี้ ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพฯ ซึ่งเคยได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขันดังกล่าวในปีที่ผ่านมา ประเภท Green City Challenge รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลเพชรวิทย์ จ.ตาก รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีได้รับ รางวัลเหรียญทองแดง ได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา 2 จ.สุราษฎร์ธานี ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ และประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี จ.ปทุมธานี</p>
<p>นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับรางวัลพิเศษอีก 3 รางวัล คือ รางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่ โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ กรุงเทพฯ รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยมประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ได้แก่ ทีมรวมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และรางวัลทีมยอดเยี่ยมประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่โรงเรียนธัญบุรี จ.ปทุมธานี.</p>
<p><strong>ที่มา:</strong> สำนักข่าวไทย<br />
<a href="http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/296292.html">http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/296292.html</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1180</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วุ้นมะพร้าว</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1171</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1171#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Aug 2011 09:22:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อลิสรา คูประสิทธิ์ (Alissara Kuprasit)</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหารและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เอกสาร/คู่มือ]]></category>
		<category><![CDATA[Acetic acid bacteria]]></category>
		<category><![CDATA[Acetobacter xylinum]]></category>
		<category><![CDATA[กระบวนการหมัก]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมหัวเชื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[การแปรรูป]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำ]]></category>
		<category><![CDATA[วุ้นมะพร้าว]]></category>
		<category><![CDATA[วุ้นสวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[สารอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นใยอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[แบคทีเรียกรดน้ำส้ม]]></category>
		<category><![CDATA[โพลิแซคคาร์ไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[Dietary fiber]]></category>
		<category><![CDATA[NATA de coco]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1171</guid>
		<description><![CDATA[วุ้นมะพร้าว (วุ้นสวรรค์) หรือ วุ้นมะพร้าวหรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “NATA de coco” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกระบวนการหมักน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยกิจกรรมของแบคทีเรียกรดน้ำส้ม (Acetic acid bacteria) ที่พบได้ทั่วไปในการทำน้ำส้มสายชูหมักตามธรรมชาติแบคทีเรียกรดน้ำส้มนี้มีชื่อเรียกว่า Acetobacter xylinum ผลผลิตจากกระบวนการหมักของแบคทีเรีย กรดน้ำส้มนี้คือ โพลิแซคคาร์ไรด์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “วุ้นน้ำมะพร้าว (วุ้นสวรรค์)” นั้นเอง แผ่นวุ้นนี้เป็นเซลลูโลส (Bacterial cellulose) ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ของน้ำตาลกลูโคสเรียงต่อกันเป็นสายยาวด้วยพันธะเบต้า -1,4 ไกลโคซิดิค (B-1,4 glycosidic bond) และกรดน้ำส้ม (กรดอะซิติก) ซึ่งมีรสเปรี้ยวและจากคุณสมบัติ และลักษณะโครงสร้างทางเคมีของวุ้นน้ำมะพร้าวนี้ เมื่อมนุษย์รับประทานเข้าไป ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์จะไม่มีน้ำย่อยหรือเอนไซม์ใดๆ ที่สามารถย่อย สลายวุ้นน้ำมะพร้าวนี้ได้ ดังนั้น วุ้นน้ำมะพร้าวจึงถูกจัดเป็นสารอาหารประเภทเส้นใยอาหาร (Dietary fiber) จากคุณสมบัติดีเด่นของวุ้นน้ำมะพร้าวจึงมีผู้นิยมบริโภค โดยใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก และเป็นประโยชน์ในด้านการส่งเสริมและ/หรือช่วยระบบขับถ่าย ตลอดจนสามารถนำมาแปรรูป/ประยุกต์ใช้เป็นอาหาร และ/หรือส่วนประกอบของอาหารคาวหวานได้มากมายหลายชนิด เช่น ยำ หรือใช้ แทนปลาหมึก หรือแมงกะพรุนในอาหารประเภทต่างๆ วุ้นลอยแก้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">วุ้นมะพร้าว (วุ้นสวรรค์) หรือ วุ้นมะพร้าวหรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “NATA de coco” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกระบวนการหมักน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยกิจกรรมของแบคทีเรียกรดน้ำส้ม (Acetic acid bacteria) ที่พบได้ทั่วไปในการทำน้ำส้มสายชูหมักตามธรรมชาติแบคทีเรียกรดน้ำส้มนี้มีชื่อเรียกว่า Acetobacter xylinum ผลผลิตจากกระบวนการหมักของแบคทีเรีย กรดน้ำส้มนี้คือ โพลิแซคคาร์ไรด์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “วุ้นน้ำมะพร้าว (วุ้นสวรรค์)” นั้นเอง แผ่นวุ้นนี้เป็นเซลลูโลส (Bacterial cellulose) ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ของน้ำตาลกลูโคสเรียงต่อกันเป็นสายยาวด้วยพันธะเบต้า -1,4 ไกลโคซิดิค (B-1,4 glycosidic bond) และกรดน้ำส้ม (กรดอะซิติก) ซึ่งมีรสเปรี้ยวและจากคุณสมบัติ และลักษณะโครงสร้างทางเคมีของวุ้นน้ำมะพร้าวนี้ เมื่อมนุษย์รับประทานเข้าไป ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์จะไม่มีน้ำย่อยหรือเอนไซม์ใดๆ ที่สามารถย่อย สลายวุ้นน้ำมะพร้าวนี้ได้ ดังนั้น วุ้นน้ำมะพร้าวจึงถูกจัดเป็นสารอาหารประเภทเส้นใยอาหาร (Dietary fiber) จากคุณสมบัติดีเด่นของวุ้นน้ำมะพร้าวจึงมีผู้นิยมบริโภค โดยใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก และเป็นประโยชน์ในด้านการส่งเสริมและ/หรือช่วยระบบขับถ่าย ตลอดจนสามารถนำมาแปรรูป/ประยุกต์ใช้เป็นอาหาร และ/หรือส่วนประกอบของอาหารคาวหวานได้มากมายหลายชนิด เช่น ยำ หรือใช้ แทนปลาหมึก หรือแมงกะพรุนในอาหารประเภทต่างๆ วุ้นลอยแก้ว รวมมิตร โยเกิรต์ ไอศกรีม และเยลลี่ เป็นต้น</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ปริมาณและสารอาหารในวุ้นมะพร้าว ประกอบด้วย</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-น้ำ<span style="white-space: pre;"> </span>94.40 %</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-ไขมัน<span style="white-space: pre;"> </span> 0.05 %</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-ไฟเบอร์<span style="white-space: pre;"> </span> 1.10 %</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-เถ้า<span style="white-space: pre;"> </span> 0.77 %</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-คาร์โบไฮเดรต<span style="white-space: pre;"> </span> 3.00 %</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-แคลเซียม <span style="white-space: pre;"> </span> 34.50 มิลลิกรัม/100 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-เหล็ก<span style="white-space: pre;"> </span> 0.20 มิลลิกรัม/100 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-ฟอสฟอรัส<span style="white-space: pre;"> </span> 22.00 มิลลิกรัม/100 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-ไทอามีน<span style="white-space: pre;"> </span> 0.01 มิลลิกรัม/100 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-ไรโบเฟลวิน<span style="white-space: pre;"> </span> 0.06 มิลลิกรัม/100 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-ไนอาซีน<span style="white-space: pre;"> </span> 0.22 มิลลิกรัม/100 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">(ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์บริการ,2518)</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">การผลิตวุ้นน้ำมะพร้าว (วุ้นสวรรค์)</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">วัตถุดิบและอุปกรณ์</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">การเตรียมหัวเชื้อเริ่มต้น (starter)</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">- น้ำมะพร้าวสดใหม่                                     100   มิลลิลิตร (ซีซี)</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">- น้ำตาลทราย (0.5-1.0%)                             0.5-1.0 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">- หัวเชื้อวุ้น Acetobacter  xylinum</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">- ขวดแก้วสะอาด (เช่น ขวดโซดา)</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">- สำลีและกระดาษสมุดหน้าเหลือง/กระดาษปอนด์</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">การผลิตวุ้นน้ำมะพร้าว</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-น้ำมะพร้าวจากผลแก่                                          1  ลิตร</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-น้ำตาลทราย (0.5-1.0%)                               50-100  กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-หัวน้ำสมสายชู (5%)                                          1  ช้อนโต๊ะ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-สารแอมโมเนียมซัลเฟต                                0.5-1.0   กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">-เหล้าขาว (เอทธานอล)                                 100-150 00มล.</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">หัวเชื้อ  A.xylinum                                         100-200  มล.</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">หมายเหตุ; * ถ้าไม่มีไม่ต้องใส่</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">วิธีการเตรียมหัวเชื้อเริ่มต้น นำน้ำมะพร้าวและน้ำตาลทรายผสมกันตามอัตราส่วนข้างต้นผสมในหม้อ ปิดฝาหม้อ ต้มให้เดือดนาน 10-15 นาที นำไปบรรจุลงในขวดแก้วสะอาด ปิดปากขวดด้วยจุกสำลี นำไปหล่อเย็นในอ่างน้ำ เมื่อขวดอาหานเย็นแล้ว เติมหัวเชื้อวุ้นบริสุทธิ์ลงไปปิดจุกสำลีแล้วหุ้มด้วยกระดาษสมุดหน้าเหลือง หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ นำไปบ่มไว้ที่อุณภูมิห้อง เป็นเวลาประมาณ 2-3 วัน เชื้อจะเจริญเติบโต โดยจะสังเกตเห็นแผ่นวุ้นขุ่นๆ เป็นชั้นบางๆ พร้อมใช้งานเพื่อเป็นหัวเชื่อเริ่มต้น</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">วิธีการผลิตวุ้นน้ำมะพร้าว  นำน้ำมะพร้าวมาผสมกับน้ำตาลทรายและแอมโมเนียมซัลเฟต ตามอัตราส่วนข้างต้น ลงในหม้อ ปิดฝาหม้อแล้วต้มให้เดือดนาน 10-15 นาที จากนั้นนำหม้อมาหล่อเย็นในอ่างน้ำ ทิ้งไว้พออุ่นๆ จึงเติมกรดอะซิติกเหล้าขาว และหัวเชื้อวุ้นลงไป ผสมให้เข้ากัน ( ผสมทุกอย่างตามอัตราส่วนที่กำหนดและถ้าต้องการการผลิตแผ่นวุ้นหลายๆแผ่นจะต้องเพิ่มอัตราส่วนตามกำหนด)นำถาดสเตนเลสหรือถาดพลาสติกที่เตรียมไว้ (โดยผ่านการลวกฆ่าเชื้อถาดด้วยน้ำร้อนเรียบร้อยแล้ว ปิดถาดด้วยกระดาษปอนด์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยการใช้เตารีดร้อนๆ) เปิดกระดาษออกเล็กเล็กน้อย เพื่อเดิมอาหารเลี้ยงเชื้อวุ้นข้างต้นลงไปในถาดโดยให้มีความสูงประมาณ 3-4 ซม. จากก้นถาด ปิดด้วยกระดาษเหมือนเดิมเพื่อป้องกันฝุ่นหรือเชื้ออื่นลงไป แต่อากาศยังสามารถผ่านเข้าออกได้ นำไปวางไว้ในห้องบ่มเลี้ยงเชื้อเป็นระยะเวลา 7-14 วันโดยประมาณ หรือทำการเลี้ยงเชื้อจนกระทั่งอาหารเกือบแห้งจะได้แผ่นวุ้นที่มีความหนาประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงของอาหารเลี้ยงเชื้อ ข้อควรระวัง ในระหว่างบ่มเลี้ยงเชื้อห้ามย้ายและกระทบกระเถือนถาด  โดยแผ่นวุ้นที่ผลิตได้จะมีกลิ่นเปรี้ยวเนื่องจากเชื้อวุ้นจะผลิตกรดน้ำส้ม (กรดอะซิติก) ซึ่งมีรสเปรี้ยวออกมาด้วย  หมายเหตุ ; น้ำหมักส่วนที่เหลือจากการเก็บผลผลิต (แผ่นวุ้น) ออกไปแล้ว สามารถนำไปเป็นหัวเชื้อเริ่มต้นสำหรับการหมักครั้งต่อไปได้ หรือนำมากรองแล้วนำไปต้มพอเดือดเพื่อแปรรูปเป็นน้ำส้มสายชูหมักสำหรับปรุงอาหารได้</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">การแปรรูป</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;"><span style="white-space: pre;"> </span>ก่อนนำมาประกอบอาหารหรือแปรรูป ต้องล้าง กรดออกให้หมดก่อน โดยนำแผ่นวุ้นทั้งแผ่น หรือตัดแผ่นวุ้นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอคำ หรือเป็นเส้นๆก่อน แล้วนำมาแช่ในน้ำสะอาดนานประมาณ 2-3 คืนโดยหมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆ หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำที่แช่วันละ 2 ครั้ง (เช้าเย็น) กลิ่นกรดและรสเปรี้ยวก็จางหายไปนำวุ้นข้างต้นขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำเพื่อเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นอาหารคาว หวาน ต่อไป หรือนำบรรจุขวดแก้วปิดผาสนิท แล้วนำไปต้มฆ่าเชื้อในน้ำเดือดนาน 30 นาที ตั้งทิ้งไว้ให้เย้นสามารถเก็บไว้บริโภคไวได้</div>
<p>วุ้นมะพร้าว หรือ วุ้นสวรรค์ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “NATA de coco” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกระบวนการหมักน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยกิจกรรมของแบคทีเรียกรดน้ำส้ม (Acetic acid bacteria) ที่พบได้ทั่วไปในการทำน้ำส้มสายชูหมักตามธรรมชาติ  แบคทีเรียกรดน้ำส้มนี้มีชื่อเรียกว่า Acetobacter xylinum  ผลผลิตจากกระบวนการหมักของแบคทีเรียกรดน้ำส้มนี้คือ โพลิแซคคาร์ไรด์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “วุ้นน้ำมะพร้าว (วุ้นสวรรค์)” นั้นเอง  แผ่นวุ้นนี้เป็นเซลลูโลส (Bacterial cellulose) ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ของน้ำตาลกลูโคสเรียงต่อกันเป็นสายยาวด้วยพันธะเบต้า -1,4 ไกลโคซิดิค (B-1,4 glycosidic bond) และกรดน้ำส้ม (กรดอะซิติก) ซึ่งมีรสเปรี้ยว</p>
<p>จากคุณสมบัติ และลักษณะโครงสร้างทางเคมีของวุ้นน้ำมะพร้าวนี้ เมื่อมนุษย์รับประทานเข้าไป ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์จะไม่มีน้ำย่อยหรือเอนไซม์ใดๆ ที่สามารถย่อย สลายวุ้นน้ำมะพร้าวนี้ได้ ดังนั้น วุ้นน้ำมะพร้าวจึงถูกจัดเป็นสารอาหารประเภทเส้นใยอาหาร (Dietary fiber)</p>
<p>จากคุณสมบัติดีเด่นของวุ้นน้ำมะพร้าวจึงมีผู้นิยมบริโภค โดยใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก และเป็นประโยชน์ในด้านการส่งเสริมและ/หรือช่วยระบบขับถ่าย ตลอดจนสามารถนำมาแปรรูป/ประยุกต์ใช้เป็นอาหาร และ/หรือส่วนประกอบของอาหารคาวหวานได้มากมายหลายชนิด เช่น ยำ หรือใช้ แทนปลาหมึก หรือแมงกะพรุนในอาหารประเภทต่างๆ วุ้นลอยแก้ว รวมมิตร โยเกิรต์ ไอศกรีม และเยลลี่ เป็นต้น</p>
<p>ปริมาณและสารอาหารในวุ้นมะพร้าว ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>น้ำ     94.40 %</li>
<li>ไขมัน     0.05 %</li>
<li>ไฟเบอร์     1.10 %</li>
<li>เถ้า     0.77 %</li>
<li>คาร์โบไฮเดรต     3.00 %</li>
<li>แคลเซียม     34.50 มิลลิกรัม/100 กรัม</li>
<li>เหล็ก     0.20 มิลลิกรัม/100 กรัม</li>
<li>ฟอสฟอรัส     22.00 มิลลิกรัม/100 กรัม</li>
<li>ไทอามีน     0.01 มิลลิกรัม/100 กรัม</li>
<li>ไรโบเฟลวิน     0.06 มิลลิกรัม/100 กรัม</li>
<li>ไนอาซีน<span style="white-space: pre;"> </span> 0.22 มิลลิกรัม/100 กรัม</li>
</ul>
<p><span style="color: #ff6600;">(ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์บริการ,2518)</span></p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">การผลิตวุ้นน้ำมะพร้าว (วุ้นสวรรค์)</span></strong></p>
<p><span style="color: #993366;">วัตถุดิบและอุปกรณ์</span></p>
<p><span style="color: #339966;">การเตรียมหัวเชื้อเริ่มต้น (starter)</span></p>
<ul>
<li>น้ำมะพร้าวสดใหม่     100   มิลลิลิตร (ซีซี)</li>
<li>น้ำตาลทราย (0.5-1.0%)      0.5-1.0 กรัม</li>
<li>หัวเชื้อวุ้น Acetobacter  xylinum</li>
<li>ขวดแก้วสะอาด (เช่น ขวดโซดา)</li>
<li>สำลีและกระดาษสมุดหน้าเหลือง/กระดาษปอนด์</li>
</ul>
<p><span style="color: #339966;">การผลิตวุ้นน้ำมะพร้าว</span></p>
<ul>
<li>น้ำมะพร้าวจากผลแก่      1  ลิตร</li>
<li>น้ำตาลทราย (0.5-1.0%)     50-100  กรัม</li>
<li>หัวน้ำสมสายชู (5%)     1  ช้อนโต๊ะ</li>
<li>สารแอมโมเนียมซัลเฟต     0.5-1.0   กรัม</li>
<li>เหล้าขาว (เอทธานอล)     100-150 00มล.</li>
<li>หัวเชื้อ  A.xylinum     100-200  มล.</li>
</ul>
<p><span style="color: #ff6600;">หมายเหตุ; * ถ้าไม่มีไม่ต้องใส่</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">วิธีการเตรียมหัวเชื้อเริ่มต้น </span></p>
<ol>
<li>นำน้ำมะพร้าวและน้ำตาลทรายผสมกันตามอัตราส่วนข้างต้นผสมในหม้อ</li>
<li>ปิดฝาหม้อ ต้มให้เดือดนาน 10-15 นาที</li>
<li>นำไปบรรจุลงในขวดแก้วสะอาด ปิดปากขวดด้วยจุกสำลี</li>
<li>นำไปหล่อเย็นในอ่างน้ำ</li>
<li>เมื่อขวดอาหานเย็นแล้ว เติมหัวเชื้อวุ้นบริสุทธิ์ลงไปปิดจุกสำลีแล้วหุ้มด้วยกระดาษสมุดหน้าเหลือง หรือกระดาษหนังสือพิมพ์</li>
<li>นำไปบ่มไว้ที่อุณภูมิห้อง เป็นเวลาประมาณ 2-3 วัน เชื้อจะเจริญเติบโต โดยจะสังเกตเห็นแผ่นวุ้นขุ่นๆ เป็นชั้นบางๆ พร้อมใช้งานเพื่อเป็นหัวเชื่อเริ่มต้น</li>
</ol>
<p><span style="color: #0000ff;">วิธีการผลิตวุ้นน้ำมะพร้าว </span></p>
<ol>
<li>นำน้ำมะพร้าวมาผสมกับน้ำตาลทรายและแอมโมเนียมซัลเฟต ตามอัตราส่วนข้างต้น ลงในหม้อ</li>
<li>ปิดฝาหม้อแล้วต้มให้เดือดนาน 10-15 นาที</li>
<li>จากนั้นนำหม้อมาหล่อเย็นในอ่างน้ำ</li>
<li>ทิ้งไว้พออุ่นๆ จึงเติมกรดอะซิติกเหล้าขาว และหัวเชื้อวุ้นลงไป ผสมให้เข้ากัน ( ผสมทุกอย่างตามอัตราส่วนที่กำหนดและถ้าต้องการการผลิตแผ่นวุ้นหลายๆแผ่นจะต้องเพิ่มอัตราส่วนตามกำหนด)</li>
<li>นำถาดสเตนเลสหรือถาดพลาสติกที่เตรียมไว้ (โดยผ่านการลวกฆ่าเชื้อถาดด้วยน้ำร้อนเรียบร้อยแล้ว ปิดถาดด้วยกระดาษปอนด์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยการใช้เตารีดร้อนๆ)</li>
<li>เปิดกระดาษออกเล็กเล็กน้อย เพื่อเติมอาหารเลี้ยงเชื้อวุ้นข้างต้นลงไปในถาดโดยให้มีความสูงประมาณ 3-4 ซม. จากก้นถาด</li>
<li>ปิดด้วยกระดาษเหมือนเดิมเพื่อป้องกันฝุ่นหรือเชื้ออื่นลงไป แต่อากาศยังสามารถผ่านเข้าออกได้</li>
<li>นำไปวางไว้ในห้องบ่มเลี้ยงเชื้อเป็นระยะเวลา 7-14 วันโดยประมาณ หรือทำการเลี้ยงเชื้อจนกระทั่งอาหารเกือบแห้งจะได้แผ่นวุ้นที่มีความหนาประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงของอาหารเลี้ยงเชื้อ</li>
</ol>
<p><span style="color: #ff6600;">ข้อควรระวัง </span></p>
<p>ในระหว่างบ่มเลี้ยงเชื้อห้ามย้ายและกระทบกระเถือนถาด  โดยแผ่นวุ้นที่ผลิตได้จะมีกลิ่นเปรี้ยวเนื่องจากเชื้อวุ้นจะผลิตกรดน้ำส้ม (กรดอะซิติก) ซึ่งมีรสเปรี้ยวออกมาด้วย</p>
<p><span style="color: #ff6600;">หมายเหตุ </span></p>
<p>น้ำหมักส่วนที่เหลือจากการเก็บผลผลิต (แผ่นวุ้น) ออกไปแล้ว สามารถนำไปเป็นหัวเชื้อเริ่มต้นสำหรับการหมักครั้งต่อไปได้ หรือนำมากรองแล้วนำไปต้มพอเดือดเพื่อแปรรูปเป็นน้ำส้มสายชูหมักสำหรับปรุงอาหารได้</p>
<p><span style="color: #008000;">การแปรรูป</span></p>
<p><span style="color: #008000;"> </span>ก่อนนำมาประกอบอาหารหรือแปรรูป ต้องล้าง กรดออกให้หมดก่อน  โดยนำแผ่นวุ้นทั้งแผ่น หรือตัดแผ่นวุ้นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอคำหรือเป็นเส้นๆก่อน  แล้วนำมาแช่ในน้ำสะอาดนานประมาณ 2-3 คืนโดยหมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆ หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำที่แช่วันละ 2 ครั้ง (เช้าเย็น) กลิ่นกรดและรสเปรี้ยวก็จางหายไป  นำวุ้นข้างต้นขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำเพื่อเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นอาหารคาว หวาน ต่อไป หรือนำบรรจุขวดแก้วปิดผาสนิท แล้วนำไปต้มฆ่าเชื้อในน้ำเดือดนาน 30 นาที ตั้งทิ้งไว้ให้เย้นสามารถเก็บไว้บริโภคไว้ได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1171</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แยมกล้วยผสมมะเขือเทศ</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1169</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1169#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Aug 2011 09:04:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อลิสรา คูประสิทธิ์ (Alissara Kuprasit)</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหารและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เอกสาร/คู่มือ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยน้ำว้า]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[มะเขือเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนผสม]]></category>
		<category><![CDATA[เกลือ]]></category>
		<category><![CDATA[เพคติน]]></category>
		<category><![CDATA[แยม]]></category>
		<category><![CDATA[แยมกล้วยผสมมะเขือเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[แยมมะเขือเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Citrus]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1169</guid>
		<description><![CDATA[แยมกล้วยผสมมะเขือเทศ
ส่วนผสม
กล้วยน้ำว้า 50 กรัม
เนื้อมะเขือเทศ 50 กรัม
น้ำสะอาด 200 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
เกลือป่น 1 กรัม
เพคติน 4 กรัม
น้ำมะนาว 15 กรัม
วิธีทำ
ชั่งส่วนผสมตามสูตร
ปอกกล้วยและล้างมะเขือเทศคว้านเมล็ดออกเอาแต่เนื้อ
ปั้นกล้วยและปั่นมะเขือเทศกับน้ำสะอาดจนละเอียด(น้ำกล้วย+น้ำมะเขือเทศ)
ตั้งไฟน้ำมะเขือเทศจนเดือนจับเวลา 10 นาที
ผสมเพคติน เกลือ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วเติมส่วนผสมของเพคตินในน้ำกล้วย+น้ำมะเขือเทศ
คนให้ละลาย จับเวลา 20 นาที
เติมน้ำมะนาวจับเวลา 10 นาที
บรรจุใส่ภาชนะที่ลวกเสร็จใหม่ๆขณะแยมยังร้อน
แยมกล้วยผสมมะเขือเทศ
ส่วนผสม


กล้วยน้ำว้า 50 กรัม
เนื้อมะเขือเทศ 50 กรัม
น้ำสะอาด 200 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
เกลือป่น 1 กรัม
เพคติน 4 กรัม
น้ำมะนาว 15 กรัม



วิธีทำ


ชั่งส่วนผสมตามสูตร
ปอกกล้วยและล้างมะเขือเทศคว้านเมล็ดออกเอาแต่เนื้อ
ปั้นกล้วยและปั่นมะเขือเทศกับน้ำสะอาดจนละเอียด(น้ำกล้วย+น้ำมะเขือเทศ)
ตั้งไฟน้ำมะเขือเทศจนเดือนจับเวลา 10 นาที
ผสมเพคติน เกลือ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วเติมส่วนผสมของเพคตินในน้ำกล้วย+น้ำมะเขือเทศ
คนให้ละลาย จับเวลา 20 นาที
เติมน้ำมะนาวจับเวลา 10 นาที
บรรจุใส่ภาชนะที่ลวกเสร็จใหม่ๆขณะแยมยังร้อน


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">แยมกล้วยผสมมะเขือเทศ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ส่วนผสม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">กล้วยน้ำว้า 50 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เนื้อมะเขือเทศ 50 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">น้ำสะอาด 200 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">น้ำตาลทราย 150 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เกลือป่น 1 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เพคติน 4 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">น้ำมะนาว 15 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">วิธีทำ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ชั่งส่วนผสมตามสูตร</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ปอกกล้วยและล้างมะเขือเทศคว้านเมล็ดออกเอาแต่เนื้อ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ปั้นกล้วยและปั่นมะเขือเทศกับน้ำสะอาดจนละเอียด(น้ำกล้วย+น้ำมะเขือเทศ)</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ตั้งไฟน้ำมะเขือเทศจนเดือนจับเวลา 10 นาที</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ผสมเพคติน เกลือ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วเติมส่วนผสมของเพคตินในน้ำกล้วย+น้ำมะเขือเทศ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">คนให้ละลาย จับเวลา 20 นาที</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เติมน้ำมะนาวจับเวลา 10 นาที</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">บรรจุใส่ภาชนะที่ลวกเสร็จใหม่ๆขณะแยมยังร้อน</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">แยมกล้วยผสมมะเขือเทศ</div>
<div>ส่วนผสม</div>
<div>
<ul>
<li>กล้วยน้ำว้า 50 กรัม</li>
<li>เนื้อมะเขือเทศ 50 กรัม</li>
<li>น้ำสะอาด 200 กรัม</li>
<li>น้ำตาลทราย 150 กรัม</li>
<li>เกลือป่น 1 กรัม</li>
<li>เพคติน 4 กรัม</li>
<li>น้ำมะนาว 15 กรัม</li>
</ul>
</div>
<div></div>
<div>วิธีทำ</div>
<div>
<ol>
<li>ชั่งส่วนผสมตามสูตร</li>
<li>ปอกกล้วยและล้างมะเขือเทศคว้านเมล็ดออกเอาแต่เนื้อ</li>
<li>ปั้นกล้วยและปั่นมะเขือเทศกับน้ำสะอาดจนละเอียด(น้ำกล้วย+น้ำมะเขือเทศ)</li>
<li>ตั้งไฟน้ำมะเขือเทศจนเดือนจับเวลา 10 นาที</li>
<li>ผสมเพคติน เกลือ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วเติมส่วนผสมของเพคตินในน้ำกล้วย+น้ำมะเขือเทศ</li>
<li>คนให้ละลาย จับเวลา 20 นาที</li>
<li>เติมน้ำมะนาวจับเวลา 10 นาที</li>
<li>บรรจุใส่ภาชนะที่ลวกเสร็จใหม่ๆขณะแยมยังร้อน</li>
</ol>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1169</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แยมมะเขือเทศ</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1167</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1167#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Aug 2011 09:02:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อลิสรา คูประสิทธิ์ (Alissara Kuprasit)</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหารและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เอกสาร/คู่มือ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยน้ำว้า]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[มะเขือเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนผสม]]></category>
		<category><![CDATA[เกลือ]]></category>
		<category><![CDATA[เพคติน]]></category>
		<category><![CDATA[แยม]]></category>
		<category><![CDATA[แยมกล้วยผสมมะเขือเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[แยมมะเขือเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Citrus]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1167</guid>
		<description><![CDATA[ส่วนผสม
เนื้อมะเขือเทศ 90 กรัม
น้ำสะอาด 200 กรัม
น้ำตาลทราย 100 กรัม
เกลือป่น 1 กรัม
เพคติน 4 กรัม
น้ำมะนาว 10 กรัม
วิธีทำ
ชั่งส่วนผสมตามสูตร
ล้างมะเขือเทศคว้านเมล็ดออกเอาแต่เนื้อ
ปั่นมะเขือเทศกับน้ำสะอาดจนละเอียด(น้ำมะเขือเทศ)
ตั้งไฟน้ำมะเขือเทศจนเดือนจับเวลา 10 นาที
ผสมเพคติน เกลือ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วเติมส่วนผสมของเพคตินในน้ำมะเขือเทศ
คนให้ละลาย จับเวลา 20 นาที
เติมน้ำมะนาวจับเวลา 10 นาทีและเคียวต่อจนกระทั่งน้ำหนักสุดท้ายของผลิตภัณฑ์เหลือ 185 กรัม
บรรจุใส่ภาชนะที่ลวกเสร็จใหม่ๆขณะแยมยังร้อน
ส่วนผสม

เนื้อมะเขือเทศ 90 กรัม
น้ำสะอาด 200 กรัม
น้ำตาลทราย 100 กรัม
เกลือป่น 1 กรัม
เพคติน 4 กรัม
น้ำมะนาว 10 กรัม

วิธีทำ

ชั่งส่วนผสมตามสูตร
ล้างมะเขือเทศคว้านเมล็ดออกเอาแต่เนื้อ
ปั่นมะเขือเทศกับน้ำสะอาดจนละเอียด(น้ำมะเขือเทศ)
ตั้งไฟน้ำมะเขือเทศจนเดือนจับเวลา 10 นาที
ผสมเพคติน เกลือ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วเติมส่วนผสมของเพคตินในน้ำมะเขือเทศ
คนให้ละลาย จับเวลา 20 นาที
เติมน้ำมะนาวจับเวลา 10 นาทีและเคียวต่อจนกระทั่งน้ำหนักสุดท้ายของผลิตภัณฑ์เหลือ 185 กรัม
บรรจุใส่ภาชนะที่ลวกเสร็จใหม่ๆขณะแยมยังร้อน

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ส่วนผสม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เนื้อมะเขือเทศ 90 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">น้ำสะอาด 200 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">น้ำตาลทราย 100 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เกลือป่น 1 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เพคติน 4 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">น้ำมะนาว 10 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">วิธีทำ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ชั่งส่วนผสมตามสูตร</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ล้างมะเขือเทศคว้านเมล็ดออกเอาแต่เนื้อ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ปั่นมะเขือเทศกับน้ำสะอาดจนละเอียด(น้ำมะเขือเทศ)</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ตั้งไฟน้ำมะเขือเทศจนเดือนจับเวลา 10 นาที</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ผสมเพคติน เกลือ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วเติมส่วนผสมของเพคตินในน้ำมะเขือเทศ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">คนให้ละลาย จับเวลา 20 นาที</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เติมน้ำมะนาวจับเวลา 10 นาทีและเคียวต่อจนกระทั่งน้ำหนักสุดท้ายของผลิตภัณฑ์เหลือ 185 กรัม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">บรรจุใส่ภาชนะที่ลวกเสร็จใหม่ๆขณะแยมยังร้อน</div>
<p>ส่วนผสม</p>
<ul>
<li>เนื้อมะเขือเทศ 90 กรัม</li>
<li>น้ำสะอาด 200 กรัม</li>
<li>น้ำตาลทราย 100 กรัม</li>
<li>เกลือป่น 1 กรัม</li>
<li>เพคติน 4 กรัม</li>
<li>น้ำมะนาว 10 กรัม</li>
</ul>
<p>วิธีทำ</p>
<ol>
<li>ชั่งส่วนผสมตามสูตร</li>
<li>ล้างมะเขือเทศคว้านเมล็ดออกเอาแต่เนื้อ</li>
<li>ปั่นมะเขือเทศกับน้ำสะอาดจนละเอียด(น้ำมะเขือเทศ)</li>
<li>ตั้งไฟน้ำมะเขือเทศจนเดือนจับเวลา 10 นาที</li>
<li>ผสมเพคติน เกลือ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วเติมส่วนผสมของเพคตินในน้ำมะเขือเทศ</li>
<li>คนให้ละลาย จับเวลา 20 นาที</li>
<li>เติมน้ำมะนาวจับเวลา 10 นาทีและเคียวต่อจนกระทั่งน้ำหนักสุดท้ายของผลิตภัณฑ์เหลือ 185 กรัม</li>
<li>บรรจุใส่ภาชนะที่ลวกเสร็จใหม่ๆขณะแยมยังร้อน</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1167</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แยมผลไม้เพื่อสุขภาพ</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1165</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1165#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Aug 2011 09:00:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อลิสรา คูประสิทธิ์ (Alissara Kuprasit)</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหารและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยน้ำว้า]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[มะเขือเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนผสม]]></category>
		<category><![CDATA[เกลือ]]></category>
		<category><![CDATA[เพคติน]]></category>
		<category><![CDATA[แยม]]></category>
		<category><![CDATA[แยมกล้วยผสมมะเขือเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[แยมมะเขือเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Citrus]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1165</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนที่เราจะมาทำแยมผลไม้เพื่อสุขภาพกันนั้น เรามารู้จักส่วนผสมสำหรับทำแยมผลไม้เพื่อสุขภาพกันก่อนดีกว่า
กล้วยน้ำว้า
 เป็นกล้วยพันธุ์หนึ่ง พัฒนามาจากลูกผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี บริโภคอย่างแพร่หลาย ปลูกง่าย รสชาติดี  อร่อยด้วย  กล้วยน้ำว้ามีธาตุเหล็กในปริมาณสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือกแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง  กล้วยน้ำว้ามีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซีช่วยบำรุงกระดูกฟันและเหงือกให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวพรรณดี  กล้วยน้ำว้ามีเบต้าแคโรทีน ไนอาซีนและใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่อง  การกินกล้วยน้ำว้าจะช่วยระบายท้อง  กล้วยน้ำว้าดิบและห่ามมีสารแทนนิน เพคติน มีรสฝาดสมานรักษาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ โดยกินครั้งละครึ่งผลหรือ ๑ ผล อาการท้องเสียจะทุเลาลง นอกจากนี้จากการศึกษาวิจัยยังพบว่า มีผลในการรักษาโรคกระเพาะได้อีกด้วย
มะเขือเทศ
รูปร่างมีทั้งกลม ผิวนอกลีบเป็นมัน ผลดิบมีสีเขียวหรือเขียวอมเทา เมื่อสุกจะมีสีเหลือง สีส้มหรือสีแดง เนื้อภายในฉ่ำด้วยน้ำ มีรสเปรี้ยว เมล็ดมีเป็นจำนวนมาก  มะเขือเทศสามารถยังยั้งการเจริญเติมโตของเชื้อรา ดังนั้นจึงใช้เป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับปากที่เกิดจากเชื้อรา  มะเขือเทศสามารถป้องกันและรักษาโรคลักปิดลักเปิด  มะเขือเทศมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ คือ ไลโคปีน มีคุณสมบัติลดการเกิดมะเร็งลำไส้และมเร็งต่อมลูกหมากได้  มะเขือเทศมีเบต้าแคโรทีน และฟอสฟอรัสมาก  มะเขือเทศมีกรดอะมิโนชื่อ กลูตามิค สูง ซึ่งกรดอะมิโนนี้เป็นกรดอะมิโนตัวเดียวกับที่อยู่ในผงชูรสด้วย  มะเขือเทศยังช่วยระบบย่อยและช่วยการขับถ่ายอุจจาระ  เราสามารถรักษาสิว สมานผิวหน้าให่เต่งตึง โดยใช้น้ำมะเขือเทศพองหน้า หรืออาจจะนำมะเขือเทศสุกฝานบางๆแปะบนใบหน้าจะช่วยให้ผิวอ่อนนุ่มได้
มะนาว
ผลมีรสเปรี้ยวจัด จัดอยู่ในสกุล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนที่เราจะมาทำแยมผลไม้เพื่อสุขภาพกันนั้น เรามารู้จักส่วนผสมสำหรับทำแยมผลไม้เพื่อสุขภาพกันก่อนดีกว่า</p>
<p><span style="color: #ff6600;">กล้วยน้ำว้า</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"> </span>เป็นกล้วยพันธุ์หนึ่ง พัฒนามาจากลูกผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี บริโภคอย่างแพร่หลาย ปลูกง่าย รสชาติดี  อร่อยด้วย  กล้วยน้ำว้ามีธาตุเหล็กในปริมาณสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือกแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง  กล้วยน้ำว้ามีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซีช่วยบำรุงกระดูกฟันและเหงือกให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวพรรณดี  กล้วยน้ำว้ามีเบต้าแคโรทีน ไนอาซีนและใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่อง  การกินกล้วยน้ำว้าจะช่วยระบายท้อง  กล้วยน้ำว้าดิบและห่ามมีสารแทนนิน เพคติน มีรสฝาดสมานรักษาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ โดยกินครั้งละครึ่งผลหรือ ๑ ผล อาการท้องเสียจะทุเลาลง นอกจากนี้จากการศึกษาวิจัยยังพบว่า มีผลในการรักษาโรคกระเพาะได้อีกด้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;">มะเขือเทศ</span></p>
<p>รูปร่างมีทั้งกลม ผิวนอกลีบเป็นมัน ผลดิบมีสีเขียวหรือเขียวอมเทา เมื่อสุกจะมีสีเหลือง สีส้มหรือสีแดง เนื้อภายในฉ่ำด้วยน้ำ มีรสเปรี้ยว เมล็ดมีเป็นจำนวนมาก  มะเขือเทศสามารถยังยั้งการเจริญเติมโตของเชื้อรา ดังนั้นจึงใช้เป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับปากที่เกิดจากเชื้อรา  มะเขือเทศสามารถป้องกันและรักษาโรคลักปิดลักเปิด  มะเขือเทศมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ คือ ไลโคปีน มีคุณสมบัติลดการเกิดมะเร็งลำไส้และมเร็งต่อมลูกหมากได้  มะเขือเทศมีเบต้าแคโรทีน และฟอสฟอรัสมาก  มะเขือเทศมีกรดอะมิโนชื่อ กลูตามิค สูง ซึ่งกรดอะมิโนนี้เป็นกรดอะมิโนตัวเดียวกับที่อยู่ในผงชูรสด้วย  มะเขือเทศยังช่วยระบบย่อยและช่วยการขับถ่ายอุจจาระ  เราสามารถรักษาสิว สมานผิวหน้าให่เต่งตึง โดยใช้น้ำมะเขือเทศพองหน้า หรืออาจจะนำมะเขือเทศสุกฝานบางๆแปะบนใบหน้าจะช่วยให้ผิวอ่อนนุ่มได้</p>
<p><span style="color: #339966;">มะนาว</span></p>
<p>ผลมีรสเปรี้ยวจัด จัดอยู่ในสกุล ส้ม (Citrus) ผลสีเขียว เมื่อสุกจัดจะมีสีเหลือง เปลือกบาง ภายในมีเนื้อแบ่งกลีบๆ ชุ่มน้ำมาก  นับเป็นผลไม้ที่มีคุณค่า นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรสนอกจากนี้ยังถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการ  ในมะนาวมีปริมาณของกรดซิตริกมีความลำคัญต่อรสของผลิตภัณท์ประเภทแยมและยังช่วยให้เจลอยู่ตัวมากขึ้น แต่ถ้ามีกรดมากเกินไปก็จะทำลายความอยู่ตัวของแจลได้</p>
<p><span style="color: #ff00ff;">แยม</span></p>
<p>ผลิตภัณฑ์ทำจากผลไม้กับสารที่ให้ความหวาน อาจผสมน้ำผลไม้หรือผลน้ำผลไม้เข็มข้นด้วยก็ได้ และทำให้มีความเหนียวพอเหมาะ  แยมประกอบด้วยส่วนของผลไม้ 45 ส่วนต่อน้ำตาล 55 ส่วน ต้มหรือเคี่ยวไปเรื่อยๆจนมีความเข้มข้นประมาณ 68.5-70 องศาบริกซ์ มีค่า pH 3.5  แยมอาจทำจากผลไม้ชนิดเดียวหรือหลานชนิดผสมกันก็ได้</p>
<p><span style="color: #993300;">น้ำตาล</span></p>
<p>เป็นตัวให้ความหวานและเนื้อแก่ผลิตภัณฑ์ และช่วยให้เพคตินตกตะกอนเป็นเจล  ปริมาณน้ำตาลที่ใช้ขึ้นอยู่กับปริมาณแพคตินและความเป็นกรดด่างของเนื้อหรือน้ำผลไม้ชนิดนั้นๆ ถ้าปริมาณแพคตินมาก ปริมาณน้ำตาลที่ใช้ต่อน้ำหนักของผลไม้ก็มากด้วย แต่ถ้าผลไม้มีความเป็นกรดสูง(เปรี้ยว)จะใช้ประมาณน้ำตาลน้อย</p>
<p><span style="color: #0000ff;">เพคติน</span></p>
<p>เพคติล ( pectin) เป็นสารละลายน้ำได้  เป็นสารที่สกัดจากผลไม้ เช่น เปลือกส้ม ส้มโอ เป็นต้น  เพคติลจะเกิดเป็นร่างแหในขณะที่ต้มน้ำตาลกับผลไม้ ทำให้เกิดเจลขึ้น ปริมาณเพคติลที่เติมลงไปขึ้นอยู่กับชนิดผลไม้ คือ ถ้าปริมาณเพคตินในผลไม้มากจำนวนเพคติลที่เติมลงไปก็น้อยหรืออาจไม่ต้อง ใช้เลยก็ได้</p>
<p><span style="color: #993366;">เกลือ</span></p>
<p>เป็นแร่ธาตุทางโภชนาการชนิดหนึ่ง  โดยหลักแล้วคือโซเดียมคลอไรด์ ( เกลือแกง)  เกลือบริโภคสามารถผลิตได้จากน้ำทะเลหรือดินเค็ม   เป็นเครื่องปรุงอาหารที่ให้รสเค็มที่มีมาตั้งแต่โบราณ สามารถใช้ถนอมอาหารได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1165</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข่าวเศรษฐกิจไทย : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2554</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1124</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1124#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Jun 2011 07:09:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อลิสรา คูประสิทธิ์ (Alissara Kuprasit)</dc:creator>
				<category><![CDATA[สังคม & เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1124</guid>
		<description><![CDATA[เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2554
1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2554 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th
วันที่ 23 พฤษภาคม 2554
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2554</p>
<p>1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2554 [ภาษาไทย] [<a title="ภาวะเศรฐกิจไทยไตรแรกและแนวโน้มปี 54 ภาษาอังกฤษ" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/EconomicReportQ154Eng.pdf" target="_blank">ภาษาอังกฤษ</a>]</p>
<p>ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</p>
<p>เว็บไซต์ : <a href="http://www.nesdb.go.th/" target="_blank">www.nesdb.go.th</a></p>
<p>วันที่ 23 พฤษภาคม 2554</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1124</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

