<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>TISTR BLOG</title>
	<atom:link href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/index.php?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog</link>
	<description>Knowledge Bank : ชุมชนแห่งการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้</description>
	<lastBuildDate>Sat, 04 May 2013 04:32:01 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1496</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1496#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Apr 2013 08:14:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ดร.ภัทราวุฒิ แสงศิริ</dc:creator>
				<category><![CDATA[นานาสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีและการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม & เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[การฟอกเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1496</guid>
		<description><![CDATA[
ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/tracy_olson/61056391/ By Tracy O
รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม คำ ๆ นี้ยังใช้ได้ดีอยู่ในทุกยุคสมัย เพราะในบางครั้งบางเรื่องราวที่ดูแล้วอาจไม่เกี่ยวข้องกับเราอย่างเช่นเรื่องของกฎหมายการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฟังดูเหมือนเป็นกฎหมายที่ไกลตัวของบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป เพราะมักคิดว่าคงไม่ได้ไปทำสิ่งผิดกฎหมายมา เช่น การกรรโชกทรัพย์ หรือความผิดเกี่ยวกับอาวุธสงคราม และเราอาจมีเงินหรือทรัพย์สินไม่มากพอที่จะต้องไปเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้ได้ระบุผู้มีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมไว้ และถ้าท่านเป็นผู้ที่ต้องรายงานธุรกรรมตามที่กฎหมายฉบับนี้ระบุไว้ หากเพิกเฉยก็อาจตกเป็นผู้ถูกกล่าวโทษได้โดยไม่รู้ตัว &#8220;ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างมาก&#8221; อย่างไรก็ตามขอเน้นย้ำว่าถ้าท่านต้องเป็นผู้รายงานธุรกรรมทางการเงิน หน้าที่ของท่านคือถามที่มาของเงิน ไม่ใช่ผู้สอบสวน


ก่อนอื่นขอกล่าวถึงนิยามดังนี้ “การฟอกเงิน หมายถึง 1) การนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด หรือได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มาเปลี่ยนสภาพให้เป็นเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาอย่างถูกต้อง หรือเรียกได้ว่า กระบวนการทำ “เงินสกปรก” ให้เปลี่ยนสภาพเป็น “เงินสะอาด” 2) หรือ หมายถึง การเปลี่ยนสภาพเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย ให้ดูเสมือนว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย  3) หรือ หมายถึง การนำเงินสนับสนุนเพื่อการก่อการร้าย”  อ่านมาถึงตรงนี้บางท่านบอกปวดหัว ภาษากฎหมายเข้าใจและตีความยาก ก็ขอให้ทิ้งย่อหน้านี้ไว้ก่อน ขอให้เข้าใจเพียงว่าถ้าหน่วยงานหรือการประกอบอาชีพของท่านอยู่ในรายการด้านล่าง ท่านมีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรทางการเงินตามที่กฎหมายกำหนด


1. สถาบันการเงิน ได้แก่
1.1 ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารตามที่กฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ
1.2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-1512     aligncenter" title="money1" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2013/04/money1.jpg" alt="money1" width="240" height="180" /></p>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://www.flick.com/photos/tracy_olson/61056391/" target="_blank">http://www.flickr.com/photos/tracy_olson/61056391/</a> By Tracy O</p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #ff0000;">รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม</span> คำ ๆ นี้ยังใช้ได้ดีอยู่ในทุกยุคสมัย เพราะในบางครั้งบางเรื่องราวที่ดูแล้วอาจไม่เกี่ยวข้องกับเราอย่างเช่นเรื่องของกฎหมายการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฟังดูเหมือนเป็นกฎหมายที่ไกลตัวของบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป เพราะมักคิดว่าคงไม่ได้ไปทำสิ่งผิดกฎหมายมา เช่น การกรรโชกทรัพย์ หรือความผิดเกี่ยวกับอาวุธสงคราม และเราอาจมีเงินหรือทรัพย์สินไม่มากพอที่จะต้องไปเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้ได้ระบุผู้มีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมไว้ และถ้าท่านเป็นผู้ที่ต้องรายงานธุรกรรมตามที่กฎหมายฉบับนี้ระบุไว้ หากเพิกเฉยก็อาจตกเป็นผู้ถูกกล่าวโทษได้โดยไม่รู้ตัว <span style="color: #ff0000;">&#8220;<span style="text-decoration: underline;">ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างมาก&#8221;</span></span> อย่างไรก็ตามขอเน้นย้ำว่าถ้าท่านต้องเป็นผู้รายงานธุรกรรมทางการเงิน หน้าที่ของท่านคือถามที่มาของเงิน ไม่ใช่ผู้สอบสวน</span></h3>
<h4><span style="color: #0000ff;"><span id="more-1496"></span><br />
</span></h4>
<h4><span style="color: #0000ff;"><span style="font-size: 1.17em;"><span style="color: #0000ff;">ก่อนอื่นขอกล่าวถึงนิยามดังนี้ “การฟอกเงิน หมายถึง 1) การนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด หรือได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มาเปลี่ยนสภาพให้เป็นเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาอย่างถูกต้อง หรือเรียกได้ว่า กระบวนการทำ “เงินสกปรก” ให้เปลี่ยนสภาพเป็น “เงินสะอาด” 2) หรือ หมายถึง การเปลี่ยนสภาพเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย ให้ดูเสมือนว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย  3) หรือ หมายถึง การนำเงินสนับสนุนเพื่อการก่อการร้าย”  อ่านมาถึงตรงนี้บางท่านบอกปวดหัว ภาษากฎหมายเข้าใจและตีความยาก ก็ขอให้ทิ้งย่อหน้านี้ไว้ก่อน ขอให้เข้าใจเพียงว่าถ้าหน่วยงานหรือการประกอบอาชีพของท่านอยู่ในรายการด้านล่าง ท่านมีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรทางการเงินตามที่กฎหมายกำหนด</span></span></span></h4>
<h3><span style="color: #0000ff;"><!--more--><br />
</span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;">1. สถาบันการเงิน ได้แก่<br />
1.1 ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารตามที่กฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ<br />
1.2 บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ และบริษัทหลักทรัพย์<br />
1.3 บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรม บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม<br />
1.4 บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย<br />
1.5 สหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ เฉพาะสหกรณ์ที่มีทุนดำเนินการ ซึ่งมีมูลค่าหุ้นรวมตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไป (สำหรับสหกรณ์กำลังได้รับการแก้ไขให้ทุกสหกรณ์ต้องรายงานธุรกรรมทางการเงิน)<br />
นิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ได้แก่<br />
1.6 นิติบุคคลเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์<br />
1.7 นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน<br />
1.8 บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน<br />
1.9 บริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์<br />
1.10 นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า<br />
1.11 นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า<!--more-->2. กรมที่ดิน<!--more-->3. ผู้ประกอบอาชีพบางประเภท ได้แก่<br />
3.1 ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการดำเนินการ การให้คำแนะนำ หรือการเป็นที่ปรึกษาในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับการลงทุน หรือการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน<br />
3.2 ผู้ประกอบอาชีพค้าอัญมณี เพชรพลอย ทองคำ หรือเครื่องประดับที่ประดับด้วยอัญมณี เพชรพลอย หรือทองคำ<br />
3.3 ผู้ประกอบอาชีพค้าหรือให้เช่าซื้อรถยนต์<br />
3.4 ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์<br />
3.5 ผู้ประกอบอาชีพค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า<br />
3.6 ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ หรือตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน<br />
3.7 ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือตามกฎหมาว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน<br />
3.8 ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต หรือตามกฎหมาย่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน<br />
3.9 ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์</span></h3>
<p><span style="color: #0000ff;"><!--more--></span></p>
<h2><img class="aligncenter size-medium wp-image-1500" title="Bank account" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2013/04/2151622668_9bbd9f8a7a_b-By-pjern_Phil-Jern-225x300.jpg" alt="Bank account" width="225" height="300" /></h2>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://www.flickr.com/photos/pjern/2151622668/">http://www.flickr.com/photos/pjern/2151622668/</a> By pjern_Phil Jern</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">
<h2 style="text-align: center;"></h2>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #0000ff;"><!--more--><br />
</span></h2>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #0000ff;">กรณีที่ท่านหรือหน่วยงานของท่านประกอบอาชีพด้านบน แล้วมีธุรกรรมอะไรบ้างที่ต้องรายงาน</span></h2>
<p><span style="color: #0000ff;"><br />
</span></p>
<h3><!--more--></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;">1. รายงานธุรกรรมเงินสด  มีวงเงินตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป ในกรณีธุรกรรมที่ใช้เงินสดในการโอนเงินและการชำระเงิน</span><span style="color: #0000ff;">ทางอเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ 100,000 บาท     ขึ้นไป (ที่ไม่ใช่การรับชำระแทน) ในกรณีธุรกรรมการโอนและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ 700,000 บาทขึ้นไป<br />
</span><span style="color: #0000ff;"><!--more-->2. รายงานธุรกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สิน ตั้งแต่ 5,000,000 บาทขึ้นไป เช่นในกรณีที่ดินมีราคาเกิน 5,000,000 บาท<br />
</span><span style="color: #0000ff;"><!--more-->3. รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย ไม่จำกัดจำนวนครั้ง จำนวนเงินสด หรือมูลค่าธุรกรรม (เป็นธุรกรรมที่ต้องใช้ดุลพินิจว่าลูกค้าหรือสมาชิกมีการทำธุรกรรมที่     ไม่ปกติหรือไม่ ตัวอย่างธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย เช่น การฝากเงินวันละ 100,000 บาทติดต่อกันทุกวันของลูกค้ารายหนึ่ง โดยผู้ฝากเงินมีอาชีพและมีรายได้       ไม่น่าจะมีเงินจำนวนมากขนาดนี้)</span></h3>
<p><span style="color: #0000ff;"><br />
</span></p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><!--more--></span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;">วิธีการรายงานธุรกรรมสามารถดูได้ที่ </span><span style="color: #0000ff;"><a class="aligncenter" title="วิธีการรายงานธุรกรรม" href="http://www.amlo.go.th/amlofarm/farm/web/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=798&amp;Itemid=670" target="_blank">http://www.amlo.go.th/amlofarm/farm/web/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=798&amp;Itemid=670</a></span></h3>
<p><span style="color: #0000ff;"><br />
</span></p>
<h2><!--more--></h2>
<h2><span style="color: #0000ff;">เรื่องแบบฟอร์มรายงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการ</span></h2>
<p><span style="color: #0000ff;"><br />
</span></p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><!--more--></span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;">แบบรายงานการทำธุรกรรมตามมาตรา 13 ของสถาบันการเงินให้ใช้ดังนี้<br />
</span><span style="color: #0000ff;"> 1. แบบรายงานธุรกรรมที่ใช้งเนิสดให้ใช้แบบ ปปง. 1-01<br />
</span><span style="color: #0000ff;"> 2. แบบรายงานธุรกรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์สินให้ใช้แบบ ปปง. 1-02<br />
</span><span style="color: #0000ff;"> 3. แบบรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยให้ใช้แบบ ปปง. 1-03<br />
</span><span style="color: #0000ff;"> 4. แบบรายงานธุรกรรมการโอนเงินหรือชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ใช้แบบ ปปง. 1-05-9</span></h3>
<p><span style="color: #0000ff;"><br />
</span></p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><!--more--></span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;">ตัวอย่างแบบฟอร์มการรายงานสามารถดูได้ที่</span><span style="color: #0000ff;"><a class="aligncenter" title="ตัวอย่างแบบฟอร์มการรายงาน" href="http://www.amlo.go.th/amlofarm/farm/web/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=588&amp;Itemid=672#" target="_blank"> http://www.amlo.go.th/amlofarm/farm/web/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=588&amp;Itemid=672#</a></span></h3>
<p><span style="color: #0000ff;"><br />
</span></p>
<h3><span style="color: #ff0000;"><!--more--></span></h3>
<h3><span style="color: #ff0000;">ทั้งนี้ท่านต้องเขียนให้ชัดเจน โดยบอกว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร มีข้อสงสัยอย่างไร และที่สำคัญ คือ รายละเอียดชื่อผู้ทำธุรกรรม ต้องเขียนให้ถูกต้องครบถ้วน ถึงแม้ผู้ทำธุรกรรมจะเป็นเพียงพนักงานส่งเอกสารก็ตาม</span></h3>
<p><span style="color: #0000ff;"><!--more--><br />
</span></p>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #0000ff;">นอกจากนี้หน่วยงานของท่านยังต้องเก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรม ดังนี้</span></h2>
<p><span style="color: #0000ff;"><br />
</span></p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><!--more--></span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;">1) 5 ปีนับแต่วันที่มีการปิดบัญชี หรือ<br />
</span><span style="color: #0000ff;"> 2) 5 ปีนับแต่วันที่ยุติความสัมพันธ์กับลูกค้า</span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;"><br />
</span><span style="color: #0000ff;">และการเก็บรักษาบันทึกข้อเท็จจริงรายงานธุรกรรม</span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;"><br />
</span><span style="color: #0000ff;"> 1) 5 ปีนับแต่ได้มีการทำธุรกรรม หรือ<br />
</span><span style="color: #0000ff;"> 2) 5 ปี นับแต่ได้มีการบันทึกข้อเท็จจริง</span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;"><br />
</span><span style="color: #0000ff;"> (ทั้งนี้เว้นแต่จะได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่น)</span></h3>
<p><span style="color: #0000ff;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><!--more--></span></p>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #ff0000;">ทั้งนี้หากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีบทบังคับตามกฎหมายของผู้มีหน้าที่รายงานธุรกรรม</span></span></h2>
<p><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #ff0000;"><br />
</span></span></p>
<p><!--more--></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1509" title="Prison" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2013/04/8245308748_77ce2a0bb0By-Giulia-Forsythe.jpg" alt="Prison" width="500" height="375" /></p>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://www.flickr.com/photos/gforsythe/8245308748/">http://www.flickr.com/photos/gforsythe/8245308748/</a>By Giulia Forsythe</p>
<p style="text-align: left;"><!--more--></p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #ff0000;">•	มาตรา 62 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 16  มาตรา 20 มาตรา 20/1 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 22/1 มาตรา 35 หรือ มาตรา 36 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง<br />
•	มาตรา 63 ผู้ใดรายงานหรือแจ้งตามมาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 16  มาตรา 21 วรรคสอง โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดความเป็นจริงที่ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงห้าแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
•	มาตรา 64/1 ความผิดตามมาตรา 62 มาตรา 63 ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบที่คณะกรรมการแต่งตั้งมีอำนาจเปรียบเทียบได้</span></span></h3>
<p><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #ff0000;"><!--more--></span></span></p>
<h3><span style="color: #0000ff;">จากบทบัญญัติของกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินดังกล่าว จึงทำให้ผู้ประกอบการหรือผู้มีอาชีพที่เกี่ยวข้องไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบที่ต้องรายงานธุรกรรม ซึ่งถือเป็นหน้าที่ ทั้งนี้กรุณาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลอีกครั้งที่เว็บของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน <a title="สำนังานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน" href="http://www.amlo.go.th" target="_blank">www.amlo.go.th</a></span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;"><!--more--><span style="color: #0000ff;">(อ้างอิงจากเอกสารประกอบการบรรยาย เรื่อง “การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 27 เม.ย. 56”)</span></span></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1496</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ (ปี 56)</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1490</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1490#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Apr 2013 07:42:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อลิสรา คูประสิทธิ์ (Alissara Kuprasit)</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอกสาร/คู่มือ]]></category>
		<category><![CDATA[ครุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคางานต่อหน่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ราคามาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[GIS]]></category>
		<category><![CDATA[Tablet]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1490</guid>
		<description><![CDATA[
สำหรับหน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ ที่ต้องมีการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ เพื่อใช้ในการสนับสนุนให้การดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนงบประมาณประจำปี และจำเป็นต้องรับทราบถึงเกณฑ์ราคามาตรฐานครุภัณฑ์ เพื่อช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ มีกรอบในการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ อันนำมาซึ่งความคุ้มค่าในการลงทุน และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทางราคา จึงมีการกำหนดเกณฑ์ราคามาตรฐานของครุภัณฑ์ขึ้น ซึ่งเกณฑ์ราคามาตรฐานล่าสุดต่าง ๆ มีดังนี้

บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ ตามที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงานประมาณ ประกาศเมื่อ กุมภาพันธ์ 2556 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bb.go.th
เกณฑ์ราคาพื้นฐาน สำหรับอุปกรณ์ ICT ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปีงบประมาณ 2556 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mict.go.th
เกณฑ์ราคาพื้นฐาน สำหรับอุปกรณ์ Tablet ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปีงบประมาณ 2556 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mict.go.th
บัญชีราคามาตรฐานสิ่งก่อสร้าง ตามที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงานประมาณ ประกาศเมื่อ กุมภาพันธ์ 2555 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bb.go.th
อัตราราคางานต่อหน่วย ตามที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงานประมาณ ประกาศเมื่อ มีนาคม 2555 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bb.go.th
เกณฑ์ราคากลางและคุณลักษณะพื้นฐาน ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์สำหรับงานระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="background-image: initial; background-attachment: initial; background-origin: initial; background-clip: initial; font: normal normal normal 13px/19px Georgia, 'Times New Roman', 'Bitstream Charter', Times, serif; padding: 0.6em; margin: 0px;">
<p>สำหรับหน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ ที่ต้องมีการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ เพื่อใช้ในการสนับสนุนให้การดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนงบประมาณประจำปี และจำเป็นต้องรับทราบถึงเกณฑ์ราคามาตรฐานครุภัณฑ์ เพื่อช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ มีกรอบในการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ อันนำมาซึ่งความคุ้มค่าในการลงทุน และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทางราคา จึงมีการกำหนดเกณฑ์ราคามาตรฐานของครุภัณฑ์ขึ้น ซึ่งเกณฑ์ราคามาตรฐานล่าสุดต่าง ๆ มีดังนี้</p>
<ul>
<li><a title="บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/standardprice.pdf" target="_blank">บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์</a> ตามที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงานประมาณ ประกาศเมื่อ กุมภาพันธ์ 2556 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.bb.go.th/">http://www.bb.go.th</a></li>
<li><a title="เกณฑ์ราคาพื้นฐานสำหรับอุปกรณ์ ICT" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/SpecCom.pdf" target="_blank">เกณฑ์ราคาพื้นฐาน สำหรับอุปกรณ์ ICT</a> ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปีงบประมาณ 2556 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.mict.go.th/">http://www.mict.go.th</a></li>
<li><a title="เกณฑ์ราคาพื้นฐานสำหรับอุปกรณ์ Tablet" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/tabletspec.pdf" target="_blank">เกณฑ์ราคาพื้นฐาน สำหรับอุปกรณ์ Tablet</a> ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปีงบประมาณ 2556 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.mict.go.th/">http://www.mict.go.th</a></li>
<li><a title="บัญชีราคามาตรฐานสิ่งก่อสร้าง" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/constructprice.pdf" target="_blank">บัญชีราคามาตรฐานสิ่งก่อสร้าง</a> ตามที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงานประมาณ ประกาศเมื่อ กุมภาพันธ์ 2555 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.bb.go.th/">http://www.bb.go.th</a></li>
<li><a title="อัตราราคางานต่อหน่วย" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/jobrate.pdf">อัตราราคางานต่อหน่วย</a> ตามที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงานประมาณ ประกาศเมื่อ มีนาคม 2555 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.bb.go.th/">http://www.bb.go.th</a></li>
<li><a title="เกณฑ์ราคาพื้นฐานสำหรับอุปกรณ์ GIS" href="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/GISprice.pdf" target="_blank">เกณฑ์ราคากลางและคุณลักษณะพื้นฐาน ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์สำหรับงานระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS)</a> ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 เดือนพฤษภาคม ปีงบประมาณ 2554 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.mict.go.th/">http://www.mict.go.th</a></li>
</ul>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1490</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการทำน้ำมะขามพร้อมดื่มระดับครัวเรือน</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1448</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1448#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Sep 2012 02:21:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อลิสรา คูประสิทธิ์ (Alissara Kuprasit)</dc:creator>
				<category><![CDATA[ห้องเรียนวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมะขาม]]></category>
		<category><![CDATA[มะขาม]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1448</guid>
		<description><![CDATA[
คัดเลือกมะขามเปรี้ยวหรือมะขามเปียกในสภาพดีไม่มีมอด รา เนื้อสีน้ำตาลอมแดง แกะเมล็ดและรกออก ล้างด้วยน้ำเปล่า 1 ครั้ง
ใช้เนื้อมะขาม 300 กรัม ต่อน้ำ 2 ลิตร ผสมรวมกัน ตั้งไฟใช้อุณหภูมิประมาณ 80-85 องศาเซลเซียส พร้อมคนตลอดเวลา
ยกขึ้นกรองด้วยผ้าขาวบาง 2 ชั้น บีบเอาน้ำออก นำกากไปต้ม และคั้นน้ำออกจำนวนทั้งหมด 4 ครั้ง
นำน้ำมะขามที่กรองจำนวน 4 ครั้งมาผสมรวมกันและกรองด้วยผ้าขาวบางอีก 1 ครั้ง
จากนั้นนำน้ำมะขาม 5 ลิตร น้ำตาลทราย 600 กรัม และเกลือ 4 กรัม มาผสมรวมกัน และตั้งไฟต้มให้เดือด
จากนั้นเทน้ำมะขามกรองด้วยผ้าขาวบาง
บรรจุลงในภาชนะที่ฆ่าเชื้อแล้วในขณะที่น้ำมะขามยังร้อนอยู่ ทั้งนี้ภาชนะนำมาฆ่าเชื้อด้วยการลวกในน้ำต้มเดือดแช่ทิ้งไว้ 1-2 นาที
นำน้ำมะขามบรรจุในภาชนะที่เตรียมไว้ จากนั้นคว่ำขวดลงเพื่อต้องการฆ่าเชื้อที่ฝาขวด
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<ul>
<li>คัดเลือกมะขามเปรี้ยวหรือมะขามเปียกในสภาพดีไม่มีมอด รา เนื้อสีน้ำตาลอมแดง แกะเมล็ดและรกออก ล้างด้วยน้ำเปล่า 1 ครั้ง</li>
<li>ใช้เนื้อมะขาม 300 กรัม ต่อน้ำ 2 ลิตร ผสมรวมกัน ตั้งไฟใช้อุณหภูมิประมาณ 80-85 องศาเซลเซียส พร้อมคนตลอดเวลา</li>
<li>ยกขึ้นกรองด้วยผ้าขาวบาง 2 ชั้น บีบเอาน้ำออก นำกากไปต้ม และคั้นน้ำออกจำนวนทั้งหมด 4 ครั้ง</li>
<li>นำน้ำมะขามที่กรองจำนวน 4 ครั้งมาผสมรวมกันและกรองด้วยผ้าขาวบางอีก 1 ครั้ง</li>
<li>จากนั้นนำน้ำมะขาม 5 ลิตร น้ำตาลทราย 600 กรัม และเกลือ 4 กรัม มาผสมรวมกัน และตั้งไฟต้มให้เดือด</li>
<li>จากนั้นเทน้ำมะขามกรองด้วยผ้าขาวบาง</li>
<li>บรรจุลงในภาชนะที่ฆ่าเชื้อแล้วในขณะที่น้ำมะขามยังร้อนอยู่ ทั้งนี้ภาชนะนำมาฆ่าเชื้อด้วยการลวกในน้ำต้มเดือดแช่ทิ้งไว้ 1-2 นาที</li>
<li>นำน้ำมะขามบรรจุในภาชนะที่เตรียมไว้ จากนั้นคว่ำขวดลงเพื่อต้องการฆ่าเชื้อที่ฝาขวด</li>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1448</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการ ย้าย-เปลื่ยน Harddisk หรือ Mainboard ใหม่โดยไม่ต้องลงวินโดวส์ใหม่ (XP)</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1420</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1420#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jun 2012 04:11:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สิทธิพล ประสานสี</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสารสนเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1420</guid>
		<description><![CDATA[

สำหรับ คนที่ยังมีปัญหากับการเปลื่ยน Harddisk หรือ Mainboard เวลาที่นำ harddiskที่ลงwindowไปใช้เครื่องอื่นแล้วจะมีปัญหาคือไม่สามารถbootเข้า เครื่องอื่นได้เกิดblue screenบ้าง อะไรบ้างทำให้ต้องลงwindowsใหม่ วิธีการนี้สามารถทำให้นำHarddiskไปใช้เครื่องอื่นได้โดยใช้windowที่มีอยู่
1. เข้าไปที่C:\WINDOWS\Driver Cache\i386
2. จะเห็นไฟล์2ตัวคือ driver.cabและsp3.cabในที่นี้ผมใช้services pack3แต่สำหรับservices packอื่นก็ใช้ได้คับ
เมื่อ มาที่โฟลเดอร์นี้แล้ว จะมีไฟล์สำคัญ 4 ไฟล์ ที่ต้องใช้ในการนี้ คือไฟล์ Atapi.sys, Intelide.sys,Pciide.sys และ Pciidex.sys ซึ่งจะอยู่ในรูปของไฟล์ .CAB ที่ชื่อ Driver.cab หรือ SP1.cab  SP2.cab SP1.cab sp3.cab (แล้วแต่กรณีรุ่นของวินโดวส์)ต้องแตกไฟล์พวกนี้ไปไว้ที่โฟลเดอร์ C:/windows/System32/Drivers
ในกรณีที่ใช้ Windows XP ธรรมดา (ไม่มี Service pack)
ให้แตกไฟล์  driver.cabอย่างเดียว แล้วหาไฟล์ดังนี้
atapi.sys
intelide.sys
pciide.sys
pciidex.sys
ในกรณีที่ใช้ Windows XP Service pack1
ให้แตกไฟล์  sp1.cab แล้วหาไฟล์ดังนี้
atapi.sys
intelide.sys
ให้แตกไฟล์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa"><strong><img class="alignnone size-full wp-image-1426" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2012/07/windows_xp_logo-thumb.jpg" alt="windows_xp_logo-thumb" width="440" height="310" /></strong></p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa"><strong>สำหรับ คนที่ยังมีปัญหากับการเปลื่ยน Harddisk หรือ Mainboard เวลาที่นำ harddiskที่ลงwindowไปใช้เครื่องอื่นแล้วจะมีปัญหาคือไม่สามารถbootเข้า เครื่องอื่นได้เกิดblue screenบ้าง อะไรบ้างทำให้ต้องลงwindowsใหม่ วิธีการนี้สามารถทำให้นำHarddiskไปใช้เครื่องอื่นได้โดยใช้windowที่มีอยู่</strong></p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">1. เข้าไปที่C:\WINDOWS\Driver Cache\i386</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">2. จะเห็นไฟล์2ตัวคือ driver.cabและsp3.cabในที่นี้ผมใช้services pack3แต่สำหรับservices packอื่นก็ใช้ได้คับ</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">เมื่อ มาที่โฟลเดอร์นี้แล้ว จะมีไฟล์สำคัญ 4 ไฟล์ ที่ต้องใช้ในการนี้ คือไฟล์ Atapi.sys, Intelide.sys,Pciide.sys และ Pciidex.sys ซึ่งจะอยู่ในรูปของไฟล์ .CAB ที่ชื่อ Driver.cab หรือ SP1.cab  SP2.cab SP1.cab sp3.cab (แล้วแต่กรณีรุ่นของวินโดวส์)ต้องแตกไฟล์พวกนี้ไปไว้ที่โฟลเดอร์ C:/windows/System32/Drivers<br />
ในกรณีที่ใช้ Windows XP ธรรมดา (ไม่มี Service pack)<br />
ให้แตกไฟล์  driver.cabอย่างเดียว แล้วหาไฟล์ดังนี้<br />
atapi.sys<br />
intelide.sys<br />
pciide.sys<br />
pciidex.sys</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">ในกรณีที่ใช้ Windows XP Service pack1<br />
ให้แตกไฟล์  sp1.cab แล้วหาไฟล์ดังนี้<br />
atapi.sys<br />
intelide.sys<br />
ให้แตกไฟล์ driver.cab แล้วหาไฟล์ดังนี้<br />
pciide.sys<br />
pciidex.sys</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">ในกรณีที่ใช้ Windows XP Service pack2<br />
ให้แตกไฟล์ sp2.cabแล้วหาไฟล์ดังนี้<br />
atapi.sys<br />
intelide.sys<br />
intelide.sys<br />
pciidex.sys</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">ในกรณีที่ใช้ Windows XP Service pack3<br />
ให้แตกไฟล์ sp3.cabแล้วหาไฟล์ดังนี้<br />
atapi.sys<br />
intelide.sys<br />
intelide.sys<br />
pciidex.sys</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">3. ให้copy ไฟล์ที่ให้หาทั้ง4ตัวของแต่ละรุ่นนำไปไว้ในfolder Driversใน C:/windows/System32/Drivers ถ้าเครื่องถามว่าจะConfirm File Replaceให้ตอบYes หรือ Yes to all</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">4. ให้ก็อป script ข้างล่างนี้ ไปไว้ notepad แล้วเซฟเป็นชื่อ อะไรก็ได้แต่ต้องมีนามสกุลเป็นreg ให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์นี้ ตอบ Yes และ OK</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa"><span id="more-1420"></span></p>
<blockquote>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">Windows Registry Editor Version 5.00</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\primary_ide_channel]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”atapi”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\secondary_ide_channel]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”atapi”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\*pnp0600]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”atapi”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\*azt0502]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”atapi”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\gendisk]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E967-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”disk”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#cc_0101]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_0e11&amp;dev_ae33]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1039&amp;dev_0601]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase \pci#ven_1039&amp;dev_5513]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1042&amp;dev_1000]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_105a&amp;dev_4d33]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1095&amp;dev_0640]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1095&amp;dev_0646]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1095&amp;dev_0646&amp;REV_05]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1095&amp;dev_0646&amp;REV_07]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1095&amp;dev_0648]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1095&amp;dev_0649]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1097&amp;dev_0038]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_10ad&amp;dev_0001]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_10ad&amp;dev_0150]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_10b9&amp;dev_5215]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_10b9&amp;dev_5219]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_10b9&amp;dev_5229]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”pciide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1106&amp;dev_0571]<br />
“Service”=”pciide”<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&amp;dev_1222]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”intelide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&amp;dev_1230]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”intelide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&amp;dev_2411]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”intelide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&amp;dev_2421]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”intelide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&amp;dev_7010]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”intelide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&amp;dev_7111]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”intelide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&amp;dev_7199]<br />
“ClassGUID”=”{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}”<br />
“Service”=”intelide”</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">;Add driver for Atapi (requires Atapi.sys in Drivers directory)</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\atapi]<br />
“ErrorControl”=dword:00000001<br />
“Group”=”SCSI miniport”<br />
“Start”=dword:00000000<br />
“Tag”=dword:00000019<br />
“Type”=dword:00000001<br />
“DisplayName”=”Standard IDE/ESDI Hard Disk Controller”<br />
“ImagePath”=hex(2):53,00,79,00,73,00,74,00,65,00,6d,00,33,00,32,00,5c,00,44,00,\<br />
52,00,49,00,56,00,45,00,52,00,53,00,5c,00,61,00,74,00,61,00,70,00,69,00,2e,\<br />
00,73,00,79,00,73,00,00,00</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">;Add driver for intelide (requires intelide.sys in drivers directory)</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\IntelIde]<br />
“ErrorControl”=dword:00000001<br />
“Group”=”System Bus Extender”<br />
“Start”=dword:00000000<br />
“Tag”=dword:00000004<br />
“Type”=dword:00000001<br />
“ImagePath”=hex(2):53,00,79,00,73,00,74,00,65,00,6d,00,33,00,32,00,5c,00,44,00,\<br />
52,00,49,00,56,00,45,00,52,00,53,00,5c,00,69,00,6e,00,74,00,65,00,6c,00,69,\<br />
00,64,00,65,00,2e,00,73,00,79,00,73,00,00,00<br />
;Add driver for Pciide (requires Pciide.sys and Pciidex.sys in Drivers directory)</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\PCIIde]<br />
“ErrorControl”=dword:00000001<br />
“Group”=”System Bus Extender”<br />
“Start”=dword:00000000<br />
“Tag”=dword:00000003<br />
“Type”=dword:00000001<br />
“ImagePath”=hex(2):53,00,79,00,73,00,74,00,65,00,6d,00,33,00,32,00,5c,00,44,00,\<br />
52,00,49,00,56,00,45,00,52,00,53,00,5c,00,70,00,63,00,69,00,69,00,64,00,65,\<br />
00,2e,00,73,00,79,00,73,00,00,00</p></blockquote>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">5. เป็นอัน เสร็จเรียบร้อย คราวนี้ก็ถอด Harddisk ไปใส่เครื่องใหม่ หรือเอา Mainboard ใหม่มาเปลื่ยนได้ หรือจะ Ghost เก็บไว้ใช้กับเครื่องอื่นๆต่อไป</p>
<p style="padding: 0px;margin: 1em 0px;font-size: 1.05em;color: #333333;font-family: Arial, sans-serif;line-height: 16px;text-align: justify;background-color: #fafafa">แหล่งที่มา <a href="http://www.thaiadmin.org/tamain.php">http://www.thaiadmin.org/tamain.php</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1420</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ออฟฟิศซินโดรม โรคร้ายของคนทำงาน</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1400</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1400#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 Jun 2012 16:41:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kitthanya</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชีวิตและสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เกราะป้องกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสารสนเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1400</guid>
		<description><![CDATA[แวะไปอ่านบทความน่าสนใจของ พ.ต.ท. สุรศักดิ์ จิระพรชัย นักกายภาพบำบัด จากเว็บไซต์นิตยสาร M&#38;C แม่และเด็ก เห็นว่ามีประโยชน์สำหรับคนวัยทำงานจึงขอนำมาฝากค่ะ
“สาเหตุหลักๆ ก็เกิดจากทำงาน ทั้งทำงานหนัก ทำงานหักโหม ใช้ชีวิต มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมาะสม นั่งเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกายด้วยท่าทางอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง ที่เห็นชัด อย่างการนั่งหลังค่อมทำงานหน้าคอมพิวเตอร์”
บ่อยครั้งเวลานั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ คุณคงเคยรู้สึกปวดเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อบ่าและหลัง จริงอยู่ การขยับเนื้อตัว ปรับเปลี่ยนท่านั่งอิริยาบถ หรือลุกเดิน อาจช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้ แต่รู้หรือไม่ นี่คือสัญญาณเตือนของภาวะที่เรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม ยิ่งคุณต้องทำงานเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์มากเท่าไหร่ ภาวะนี้ก็พร้อมที่จะโจมตีคุณทุกเมื่อ
ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร? ทำไมโรคนี้ถึงฮิตในกลุ่มคนทำงาน? ผู้ที่จะมาให้คำตอบกับเราในฉบับนี้ คือ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ จิระพรชัย นักกายภาพบำบัดจากโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งท่านเล่าว่า
“โรคหรือภาวะออฟฟิศซินโดรม ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับ คือภาวะที่มักเกิดกับคนทำงานตามออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็ก บริษัทใหญ่ ห้างร้าน สำนักงาน หรือแม้แต่คนทมี่ทำงานอยู่ที่บ้าน เพียงแค่ว่าคนๆ นั้นทำงานหรือใช้ชีวิต นั่ง เดิน เคลื่อนไหวร่างกายในท่าทางอิริยาบถที่ไม่ถูกลักษณะ ผิดท่าที่เหมาะที่ควร บ่อยครั้ง เป็นเวลานานๆ โดยอยู่ในท่าเดิมหลายชั่วโมง ซึ่งท่าทางลักษณะเหล่านี้จะทำให้คนๆ นั้นมีอาการปวดเมื่อยล้าตรงกล้ามเนื้อ จะรู้สึกเกร็งเหมือนกล้ามเนื้อถูกดึงรั้ง ที่น่ากลัวคือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แวะไปอ่านบทความน่าสนใจของ <strong><span style="color: #6666ff;">พ.ต.ท. สุรศักดิ์ จิระพรชัย นักกายภาพบำบัด</span></strong> จากเว็บไซต์นิตยสาร<strong> <span style="color: #6666ff;">M&amp;C แม่และเด็ก</span> </strong>เห็นว่ามีประโยชน์สำหรับคนวัยทำงานจึงขอนำมาฝากค่ะ</p>
<p style="margin: 10px 0px; font-size: 12px; font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; line-height: normal;"><em>“สาเหตุหลักๆ ก็เกิดจากทำงาน ทั้งทำงานหนัก ทำงานหักโหม ใช้ชีวิต มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมาะสม นั่งเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกายด้วยท่าทางอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง ที่เห็นชัด อย่างการนั่งหลังค่อมทำงานหน้าคอมพิวเตอร์”</em><img src="http://motherandchild.in.th/images/stories/talks/marmor/9/01.jpg" alt="" width="266" height="400" align="right" /></p>
<p style="margin: 10px 0px; font-size: 12px; font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; line-height: normal;">บ่อยครั้งเวลานั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ คุณคงเคยรู้สึกปวดเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อบ่าและหลัง จริงอยู่ การขยับเนื้อตัว ปรับเปลี่ยนท่านั่งอิริยาบถ หรือลุกเดิน อาจช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้ แต่รู้หรือไม่ นี่คือสัญญาณเตือนของภาวะที่เรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม ยิ่งคุณต้องทำงานเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์มากเท่าไหร่ ภาวะนี้ก็พร้อมที่จะโจมตีคุณทุกเมื่อ<br />
ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร? ทำไมโรคนี้ถึงฮิตในกลุ่มคนทำงาน? ผู้ที่จะมาให้คำตอบกับเราในฉบับนี้ คือ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ จิระพรชัย นักกายภาพบำบัดจากโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งท่านเล่าว่า<br />
“โรคหรือภาวะออฟฟิศซินโดรม ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับ คือภาวะที่มักเกิดกับคนทำงานตามออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็ก บริษัทใหญ่ ห้างร้าน สำนักงาน หรือแม้แต่คนทมี่ทำงานอยู่ที่บ้าน เพียงแค่ว่าคนๆ นั้นทำงานหรือใช้ชีวิต นั่ง เดิน เคลื่อนไหวร่างกายในท่าทางอิริยาบถที่ไม่ถูกลักษณะ ผิดท่าที่เหมาะที่ควร บ่อยครั้ง เป็นเวลานานๆ โดยอยู่ในท่าเดิมหลายชั่วโมง ซึ่งท่าทางลักษณะเหล่านี้จะทำให้คนๆ นั้นมีอาการปวดเมื่อยล้าตรงกล้ามเนื้อ จะรู้สึกเกร็งเหมือนกล้ามเนื้อถูกดึงรั้ง ที่น่ากลัวคือ นานวันเข้าจากอาการแค่ปวดกล้ามเนื้อ อาจกลายเป็นกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง ปวดเจ็บตามอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแขนขา ข้อมือ ไหล่ หลัง ซึ่งปวดมากหรือปวดน้อยก็แล้วแต่การสะสมของโรค ขณะที่บางรายอาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น สายตาพร่ามัว ตาแห้ง ระคายเคือง ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน เป็นต้น บางรายที่มีอาการรุนแรงมากๆ ก็อาจทำให้มีอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือเกิดกระดูกทับเส้นประสาท ยิ่งหากต้องทำงานในอิริยาบถที่ไม่เหมาะสมนานวันเข้า อาการจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น จนบางรายปวดทรมานจนต้องมาโรงพยาบาล เพื่อทำการรักษากายภาพบำบัด”<br />
<strong><span style="color: #996600;"> </span></strong></p>
<p style="margin: 10px 0px; font-size: 12px; font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; line-height: normal;"><strong><span style="color: #996600;">ต้นตอของอาการปวด</span></strong><br />
“ส่วนใหญ่คนที่มาปรึกษาแพทย์ อาการแรกๆ ที่พบ ก็จะมาด้วยอาการปวดหลัง รองมาคือปวดบริเวณคอและไหล่ ตามด้วยอาการปวดศีรษะ ซึ่งเมื่อเราดูประวัติคนไข้เหล่านี้ ส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับภาวะออฟฟิศซินโดรม คือเป็นคนทำงานค่อนข้างเยอะ และดูจากสถิติ คนเหล่านี้ก็มักจะมีอายุไม่เยอะ หลายคนยังเป็นคนหนุ่มคนสาว อายุประมาณ 18 &#8211; 30 ปี โดยสาเหตุหลักๆ ก็เกิดจากทำงาน ทั้งทำงานหนัก ทำงานหักโหม ใช้ชีวิต มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมาะสม นั่งเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกายด้วยท่าทางอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง ที่เห็นชัด อย่างการนั่งหลังค่อมทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรือบางคนนั่งๆ อยู่ ตัวจากที่นั่งตรงหลังพิงเบาะ ก็ค่อยๆ ไถลตัวลงมา กลายเป็นนั่งเอนจนเกือบจะกลายเป็นนอน (หัวเราะ) พวกนี้เจอเยอะครับ เป็นกันหลายคน ทำจนความเคยชิน จนลืมตระหนักไปว่านั่นเป็นการทำร้ายตัวเองทางอ้อม<br />
&#8230;บางคนก็ติดนิสัยนั่งบิดตัว เอี้ยวตัวขณะใช้งานคอมพิวเตอร์ เกิดจากความเคยชินก็ส่วนหนึ่ง สภาพแวดล้อมในออฟฟิศก็ส่วนหนึ่ง เห็นได้จากหลายบริษัทมักจัดโต๊ะเก้าอี้ของพนักงานเข้ามุมกับเสา เนื่องจากปลั๊กไฟส่วนใหญ่จะติดอยู่ตามเสา ตามมุมห้อง เป็นอย่างนี้กันเยอะ ฉะนั้นคอมพิวเตอร์แทนที่จะตั้งตรงหน้า กลายเป็นว่าตั้งเอียงเข้าหาตัว เนื่องจากความยาวของสายไฟไม่พอ ทำให้เราต้องนั่งในลักษณะเอี้ยวตัวตามจอคอมพิวเตอร์ไปด้วย หรือหันเฉพาะหน้าและลำตัวส่วนบนไปเท่านั้น ทั้งบางคนยังติดนิสัยก้มคอยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าจอ และนั่งในท่าเหล่านี้นานๆ ไม่ค่อยจะลุกเดินไปไหน ไหนจะต้องพิมพ์งาน ใช้หูหนีบโทรศัพท์กับบ่าเวลาพูดคุย หรือหยิบจับเอกสารต่างๆ อิริยาบถท่าทางในแต่ละวันจึงผิดเพี้ยน จึงไม่แปลกที่จะทำให้รู้สึกปวดเมื่อยล้าบริเวณกล้ามเนื้อโดยเฉพาะช่วงหลัง นานวันเข้าก็กลายเป็นปัญหา ทำให้กล้ามเนื้อขาดสมดุล ยิ่งหากนั่งผิดท่าอยู่อย่างนั้น มากเข้า..มากเข้า ก็ยิ่งทำให้ปวดถี่ ปวดมาก ไม่มีทีท่าว่าจะหาย ดังนั้นสภาพโต๊ะทำงานจึงเป็นปัจจัยสำคัญ หากจัดได้ไม่ถูกต้อง เก้าอี้ไม่มีพนักพิง หรือมีแต่เอนเอียงเพราะรับน้ำหนักเยอะ พวกนี้ก็ทำให้เกิดภาวะออฟฟิศซินโดรมได้ครับ<br />
&#8230;ขณะที่บางคนเวลาพิมพ์คีย์บอร์ด ตัวคีย์บอร์ดอาจไม่มีตัวรองรับข้อมือ ก็ทำให้อิริยาบถในการกระดกข้อมือขึ้นลงผิดเพี้ยน เมื่อทำเป็นเวลานาน ซ้ำๆ ทำทั้งวัน ก็ส่งผลให้เกิดการปวดเมื่อยล้าบริเวณข้อมือ คนที่เป็นมากๆ ก็อาจเกิดการอักเสบบริเวณเส้นเอ็น หรือทำให้เกิดภาวะพังผืดหนา จนทำให้นิ้วมือและข้อมือมีอาการชา<br />
&#8230;นอกจากนี้ยังรวมถึงปัญหาความเครียดด้วย ซึ่งพบได้เยอะในกลุ่มคนทำงาน ร้อยคนเจอสักแปดสิบคน ดังนั้น ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคนี้ในคนทำงานก็มีอยู่ 3 สาเหตุใหญ่ๆ คือ ฮอร์โมน ความเครียด และอิริยาบถท่าทางนั่นเอง”<br />
<strong><span style="color: #996600;"> </span></strong></p>
<p style="margin: 10px 0px; font-size: 12px; font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; line-height: normal;"><strong><span style="color: #996600;">อาการสังเกต</span></strong><span style="color: #996600;"><strong> </strong></span><br />
“โดยส่วนใหญ่ ภาวะออฟฟิศซินโดรมสามารถสังเกตได้จากอาการเริ่มต้น ที่รู้สึกได้ชัดคือ การปวดเกร็งตึงบริเวณกล้ามเนื้อบ่าและไหล่ แรกๆ คนกลุ่มนี้จะรู้สึกปวดเมื่อยล้าบริเวณกล้ามเนื้อ เหมือนมีของหนักๆ กดทับที่บ่าทั้งสองข้าง จากนั้นหากทนนั่งทำงานต่อไปโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ จะทำให้เกิดการปวดเกร็งไปที่ท้ายทอยและลุกลามเป็นการปวดขมับและการปวดศีรษะตามมา แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อเป็นส่วนใหญ่ จนอาการปวดสะสมมากเข้ากลายเป็นเรื้อรัง หากยังฝืนทำงานหรือทำท่าด้วยอิริยาบถที่ไม่เหมาะสม จากที่เคยแค่ปวดกล้ามเนื้อ ก็อาจมีอาการอื่นตามมา เช่น ชาบริเวณท่อนแขน ปวดท้องมวน ปวดร่างกายท่อนล่าง เนื่องจากน้ำหนักที่กดลงจากการนั่ง เกิดอาการนิ้วล็อกซึ่งมักเกิดจากการพิมพ์คีย์บอร์ดเป็นเวลานาน บางคนมีอาการตาพร่ามัว ตาลาย ตาแห้ง ระคายเคือง เนื่องจากทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ทำให้การกระพริบตาน้อย และการเพ่งสายตาที่หน้าจอยังทำให้ต้องกลอกตาไปมาตลอดเวลา ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานมากขึ้น ทำให้ปวดตา<br />
&#8230;ขณะที่บางรายอาการปวดอาจลามไปถึงต้นขา ทำให้ขาชาหรือทำให้กล้ามเนื้อตึง ทีนี้หากยังทนกับความเจ็บปวดนี้ต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่แก้ไข กล้ามเนื้อที่ตึงอาจจะไปดึงรั้งกระดูก ทำให้ส่งผลต่อโครงสร้างของร่างกายในระยะยาว กลายเป็นปัญหาที่คนไข้ต้องมาทำการรักษาด้วยกายภาพบำบัด”<br />
<strong></strong></p>
<p style="margin: 10px 0px; font-size: 12px; font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; line-height: normal;"><strong><span style="color: #996600;">การรักษา</span></strong><br />
“หลักๆ ก็แบ่งเป็น 2 แนวทาง หนึ่งคือ รักษาที่สาเหตุ สามารถทำได้ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด และสอง การรักษาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น การรับประทานยา การฉีดยา แต่ทั้งนี้ คนที่ต้องทำงานในออฟฟิศ และมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ตลอดจนอาการเกี่ยวเนื่องอื่นๆ เช่น ปวดศีรษะหรือไมเกรน หากแก้ไขที่ปลายเหตุด้วยการรับประทานยา อาการอาจจะหายแบบชั่วครั้งชั่วคราว เมื่อหมดฤทธิ์ยาก็จะกลับมาเป็นอีก ก็ต้องรับประทานยาอีก วนเวียนอยู่เช่นนี้ไม่จบ และที่แย่กว่านั้นก็คือ ยาที่รับประทานจะเข้าไปสะสมในร่างกาย ทำลายตับและส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้<br />
&#8230;การที่จะทำให้หายจากอาการปวดอย่างถาวรนั้น จึงควรเป็นการรักษาที่สาเหตุของปัญหา ให้สภาพของกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อและเส้นประสาทคืนสู่สภาวะปกติ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้กลับมาเกิดอาการปวดอีก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการรักษาในเชิงป้องกันที่สาเหตุ รวมทั้งการออกกำลังกายเพิ่มเติม อาจเป็นการวิ่งเหยาะๆ ก็ได้ อย่างน้อยก็ทำให้ได้แกว่งแขนแกว่งขา เป็นการกระตุ้นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ดี”<br />
<strong></strong></p>
<p style="margin: 10px 0px; font-size: 12px; font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; line-height: normal;"><strong><span style="color: #996600;">เทคนิคยืดคลายกล้ามเนื้อ</span></strong><span style="color: #996600;"><strong> </strong></span><strong> </strong><br />
“สำหรับคนทำงานถ้ารู้สึกว่ามีอาการปวดหลัง ปวดบริเวณบ่าและไหล่ วิธีบรรเทาอาการปวดสามารถทำได้ด้วยท่าบริหารยืดกล้ามเนื้อ ซึ่งจริงๆ มีหลายท่า แต่ไม่ต้องแนะนำเยอะ จริงๆ เอาแค่ท่าเดียวพอ ทำให้ได้ ทำให้ชินก็ช่วยได้เยอะแล้ว ที่ยกตัวอย่างคือ ท่าบริหารยืดกล้ามเนื้อต้นคอ เป็นท่าที่ช่วยลดอาการปวดหลัง โดยเริ่มจากขยับตัวนั่งให้เต็มเก้าอี้ ให้หลังพิงชิดกับผนัก จากนั้นก้มหน้าลงช้าๆ โดยไม่ต้องฝืน ให้คางชิดคอ ก้มได้แค่ไหนก็แค่นั้น อย่าเกร็ง แล้ววางมือทั้งสองข้างบนศีรษะ นับ 1 &#8211; 8 แล้วเอามือออก หายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ กลับสู่ท่าเดิม ทำซ้ำๆ อย่างนี้ทุกวัน วันละสี่ห้าครั้งก็สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดตรงบริเวณดังกล่าวได้มาก<br />
&#8230;แต่หากมีอาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อหัวไหล่ สามารถบรรเทาได้โดยการยกไหล่ขึ้นไปจนสุด แล้วเกร็งค้างไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วกดไหล่ลงไปให้สุด แล้วเกร็งค้างไว้อีก 10 วินาที ทำอย่างนี้ซ้ำๆ ทุกวัน วันละ 4 – 5 ครั้ง และถ้าต้องการบริหารกล้ามเนื้อด้านหน้าอก และแก้ปัญหาไหล่ห่อ ให้ลุกขึ้นยืน จากนั้นนำมือประสานกันด้านหลัง ค่อยๆ ยกขึ้นมาจนถึงระดับที่เรารู้สึกว่าตึงประมาณ 10 วินาที<br />
&#8230;สำหรับคนที่ปวดช่วงกล้ามเนื้อสะบัก กล้ามเนื้อสะโพก เหมาะกับคนที่มีปัญหาปวดบริเวณสะโพก ชาลงเท้า ชาลงขา วิธีบรรเทาสามารถทำได้โดยการเหยียดแขนข้างใดข้างหนึ่งไปยังหน้าอกอีกข้าง สมมติเหยียดแขนขวา ก็ให้เหยียดออกไปโดยผ่าหน้าอกด้านซ้าย แล้วใช้แขนซ้ายกดลงบนแขนขวาให้รู้สึกตึง แล้วทำสลับอย่างนี้อีก 5 – 10 ครั้ง ส่วนคนที่ปวดบริเวณกล้ามเนื้อขา ก็ให้ใช้วิธีเหยียดขา โดยเหยียดขาข้างใดข้างหนึ่งออกมา แล้วย่อเข่าอีกข้างให้ตึง แล้วทำสลับอย่างนี้อีก 5 – 10 ครั้งเช่นกัน”<br />
<strong></strong></p>
<p style="margin: 10px 0px; font-size: 12px; font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; line-height: normal;"><strong><span style="color: #996600;">การนวดผ่อนคลาย</span></strong><br />
“นอกจากบรรเทาอาการปวดด้วยวิธีนี้ ยังสามารถบรรเทาอาการปวดด้วยวิธีนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ อย่างการนวดต้นคอเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ สามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากประสานนิ้วมือทั้งสองข้างเข้าหากัน เหลือนิ้วหัวแม่มือไว้ จากนั้นก้มศีรษะเล็กน้อย อ้อมมือข้ามศีรษะไปยังต้นคอ ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดลงไปตรงบริเวณเส้นข้างกระดูกคอ หรือลองไล่กดทีละน้อยหาดูว่าบริเวณใดที่ปวด จากนั้นให้ทิ้งน้ำหนักลงที่หัวแม่มือ กดจุดลงไปพอประมาณ ค่อยๆ ไล่ไปตามแนวเส้นข้างกระดูกคอ ช้าๆ ไต่ขึ้นและลง ประมาณ 5 – 10 ครั้ง ทำอย่างนี้ทุกวัน วันละ 3 – 4 ครั้ง ประมาณ 5 นาที<br />
&#8230;การออกกำลังกายกล้ามเนื้อด้วยการยืดเหยียดนี้ใช้เวลาไม่มาก ไม่ต้องเตรียมตัว เตรียมเสื้อผ้ารองเท้าหรือต้องเดินทางไปฟิตเนส หรือสถานที่ออกกำลังกายใดๆ แค่พื้นที่ข้างเตียงในยามที่ตื่นเช้าโดยยังไม่ต้องล้างหน้าแปรงฟันก็ทำได้ หรือจะเป็นยามเที่ยงหลังรับประทานอาหารแล้วครู่ใหญ่ ก่อนจะเริ่มงานในช่วงบ่าย เพื่อลดอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อที่กรำงานมาตลอดเช้าก็ยังได้”</p>
<p style="margin: 10px 0px; font-size: 12px; font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; line-height: normal;">
<div id="_mcePaste" style="left: -10000px; top: 883px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden; position: absolute;">คำแนะนำ</div>
<div id="_mcePaste" style="left: -10000px; top: 883px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden; position: absolute;">“หลักๆ ก็เป็นการจัดสภาพแวดล้อมภายในที่ทำงานให้เหมาะสม วางสิ่งของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย อย่าทำให้บนโต๊ะรกมากไป เพื่อจะได้หยิบจับข้าวของต่างๆ ที่ต้องการได้สะดวก โดยไม่ต้องฝืนท่าทางร่างกายตนเองมากเกินไป ตำแหน่งจอคอมพิวเตอร์ก็ควรตั้งให้ตรงตัว วางหน้าจอหันมาตรงหน้า เพื่อจะได้พิมพ์งานทำงานได้ถนัด และไม่ควรจ้องจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป พอรู้สึกว่าตาพร่า มัว ตาลาย หรือปวดลูกตา ก็ผ่อนสายตาบ้าง มองที่อื่นบ้าง หรือลุกเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้าง และควรพักสายตาเป็นระยะ อย่างน้อยทุกๆ 20 นาที พยายามหลับตาสักพัก ทุกๆ 1 ชั่วโมง พร้อมทั้งจัดจอภาพคอมพิวเตอร์ให้ต่ำกว่าระดับสายตา 15 องศาเพื่อช่วยลดอาการปวดตา</div>
<div id="_mcePaste" style="left: -10000px; top: 883px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden; position: absolute;">&#8230;ขณะเดียวกัน การเลือกโต๊ะทำงานก็ต้องเลือกโต๊ะทำงานที่มีระดับพอดีกับข้อศอก เพื่อให้สามารถกดพิมพ์คีย์บอร์ดได้อย่างถนัด ส่วนตัวแป้นคีย์บอร์ดก็ควรมีที่รองรับข้อมือไม่ให้เกิดการกระดกข้อมือซ้ำๆ เก้าอี้ก็ควรปรับให้ตรง และปรับลักษณะท่านั่งให้เหมาะสม ควรนั่งให้หลังตรงหรือหลังชิดกับผนักพิง พอรู้สึกว่าตัวไถลลงมาก็พยายามปรับตัวขึ้นมา อย่านั่งค่อม และลุกออกไปเดินยืดเส้นยืดสายบ้างจนเกินไป เวลายกของก็ยกให้ถูกต้อง ถูกท่าทาง ท่ายกที่ดี มุมจุดหมุนและน้ำหนักควรอยู่ใกล้กัน พยายามให้หลังตรงตลอด เพราะมิเช่นนั้นช่วงล่างจะเกิดอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนได้</div>
<div id="_mcePaste" style="left: -10000px; top: 883px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden; position: absolute;">&#8230;รวมทั้งหาเวลาออกกำลังกายเป็นประจำ จะได้ช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ตึง อย่างไรก็ดี หากปรับอิริยาบถ นวดผ่อนคลาย และออกกำลังกายแล้วยังไม่หายปวดล้ากล้ามเนื้อ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา”</div>
<p><strong><span style="color: #a0522d;">คำแนะนำ</span></strong></p>
<p><strong></strong>“หลักๆ ก็เป็นการจัดสภาพแวดล้อมภายในที่ทำงานให้เหมาะสม วางสิ่งของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย อย่าทำให้บนโต๊ะรกมากไป เพื่อจะได้หยิบจับข้าวของต่างๆ ที่ต้องการได้สะดวก โดยไม่ต้องฝืนท่าทางร่างกายตนเองมากเกินไป ตำแหน่งจอคอมพิวเตอร์ก็ควรตั้งให้ตรงตัว วางหน้าจอหันมาตรงหน้า เพื่อจะได้พิมพ์งานทำงานได้ถนัด และไม่ควรจ้องจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป พอรู้สึกว่าตาพร่า มัว ตาลาย หรือปวดลูกตา ก็ผ่อนสายตาบ้าง มองที่อื่นบ้าง หรือลุกเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้าง และควรพักสายตาเป็นระยะ อย่างน้อยทุกๆ 20 นาที พยายามหลับตาสักพัก ทุกๆ 1 ชั่วโมง พร้อมทั้งจัดจอภาพคอมพิวเตอร์ให้ต่ำกว่าระดับสายตา 15 องศาเพื่อช่วยลดอาการปวดตา</p>
<p>&#8230;ขณะเดียวกัน การเลือกโต๊ะทำงานก็ต้องเลือกโต๊ะทำงานที่มีระดับพอดีกับข้อศอก เพื่อให้สามารถกดพิมพ์คีย์บอร์ดได้อย่างถนัด ส่วนตัวแป้นคีย์บอร์ดก็ควรมีที่รองรับข้อมือไม่ให้เกิดการกระดกข้อมือซ้ำๆ เก้าอี้ก็ควรปรับให้ตรง และปรับลักษณะท่านั่งให้เหมาะสม ควรนั่งให้หลังตรงหรือหลังชิดกับผนักพิง พอรู้สึกว่าตัวไถลลงมาก็พยายามปรับตัวขึ้นมา อย่านั่งค่อม และลุกออกไปเดินยืดเส้นยืดสายบ้างจนเกินไป เวลายกของก็ยกให้ถูกต้อง ถูกท่าทาง ท่ายกที่ดี มุมจุดหมุนและน้ำหนักควรอยู่ใกล้กัน พยายามให้หลังตรงตลอด เพราะมิเช่นนั้นช่วงล่างจะเกิดอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนได้</p>
<p>&#8230;รวมทั้งหาเวลาออกกำลังกายเป็นประจำ จะได้ช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ตึง อย่างไรก็ดี หากปรับอิริยาบถ นวดผ่อนคลาย และออกกำลังกายแล้วยังไม่หายปวดล้ากล้ามเนื้อ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา”</p>
<p>ที่มา : <a href="http://motherandchild.in.th/content/view/929/1/">http://motherandchild.in.th/content/view/929/1/</a><br />
<strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #6666ff;">Profile จากเว็บไซต์นิตยสารM&amp;C</span></span></strong><br style="font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; font-size: 12px; line-height: normal; " /><span style="font-size: 12.222222328186035px; line-height: normal;"><strong><span style="color: #6666ff;">พ.ต.ท.สุรศักดิ์ จิระพรชัย </span></strong></span><br style="font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; font-size: 12px; line-height: normal; " /><strong><span style="color: #6666ff;">ตำแหน่ง</span> </strong><span style="font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; font-size: 12px; line-height: normal; ">นักกายภาพบำบัด โรงพยาบาลตำรวจ </span><br style="font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; font-size: 12px; line-height: normal; " /><span style="font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; font-size: 12px; line-height: normal; ">วิทยากรรับเชิญเรื่อง ออฟฟิศซินโดรม ที่ศูนย์สุขภาพ วัน คอมมิวนิตี้ </span><br style="font-family: Tahoma, Verdana, sans-serif; font-size: 12px; line-height: normal; " /><strong><span style="color: #993300;">วรวุฒิ ถาวรพรกวิน</span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1400</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Editor สำหรับพัฒนาเว็บไซต์</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1369</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1369#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 Jun 2012 16:19:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kitthanya</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสารสนเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1369</guid>
		<description><![CDATA[จากการทำงานที่ต้องอยู่กับการพัฒนาโปรแกรม ทำให้เกิดการพูดคุยกับเพื่อนๆ ในสายงานเดียวกันบ่อยครั้ง ว่า Editor ตัวไหนงานและดีสำหรับการทำงานบ้างซึ่งก็ได้รับคำตอบที่แตกต่างกันไป อาจเพราะความถนัดและความเคยชินในการทำงานของแต่ละคน
Editor ที่ใช้กันอย่างแพร่ได้ เช่น Notepad /Notepad++ / Dreamweaver /Edit plus / Netbean / Eclipse และ Komodoที่มีผู้รู้จักแนะนำมาเมื่อไม่นานนี้ค่ะ    มาทำความเข้าใจคร่าวๆ ถึง editor แต่ะตัวกันว่าเป็นเช่นไร
Notepad
 เป็นโปรแกรมที่แถมมากับ Microsoft  Windows อยู่แล้ว สามารถเขียนโปรแกรมได้ทุกภาษา แต่ไม่เหมาะกับการนำมาเขียนโปรแกรมซักเท่าไหร่นัก  เพราะว่าไม่มี feature ที่ช่วยในการพัฒนาโปรแกรม อาจจะดูยากเกินไปสำหรับผู้เริ่มต้นพัฒนาโปรแกรม
 
Notepad++
 หลายคนเห็นชื่อโปรแกรมแล้ว คงคิดว่าใกล้เคียงกับ Notepad ใช่ไหมค่ะ แต่ถ้าลองหาโปรแกรมมาลงบเครื่องและเปิดใช้งานจะเห็นความแตกต่างอย่างมาก เพราะ feature ที่พ่วงมากับโปรแกรมนี้ เอื้ออำนวยให้นักพัฒนาโปรแกรมพอสมควร และสามารถพัฒนาได้ทุกภาษาเช่นเดียวกับ notepad ค่ะ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.webthaidd.com/webboard/index.php?topic=584.0

Dreamweaver
 เป็นโปรแกรมตัวหนึ่งที่นิยมและเหมาะสำหรับนักพัฒนาเว็บไซต์มือใหม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="padding-left: 30px;">จากการทำงานที่ต้องอยู่กับการพัฒนาโปรแกรม ทำให้เกิดการพูดคุยกับเพื่อนๆ ในสายงานเดียวกันบ่อยครั้ง ว่า Editor ตัวไหนงานและดีสำหรับการทำงานบ้างซึ่งก็ได้รับคำตอบที่แตกต่างกันไป อาจเพราะความถนัดและความเคยชินในการทำงานของแต่ละคน</p>
<p style="padding-left: 30px;">Editor ที่ใช้กันอย่างแพร่ได้ เช่น <span style="font-family: inherit; font-style: inherit; color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;">Notepad /<span style="color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;">Notepad++</span> / </span><span style="font-family: inherit; font-style: inherit; color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;">Dreamweaver /</span><span style="font-family: inherit; font-style: inherit; color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;">Edit plus / </span><span style="font-family: inherit; font-style: inherit; color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;">Netbean / </span><span style="font-family: inherit; font-style: inherit; color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;">Eclipse และ Komodoที่มีผู้รู้จักแนะนำมาเมื่อไม่นานนี้ค่ะ <img src='http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  </span><span style="font-family: inherit; font-style: inherit; color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"> มาทำความเข้าใจคร่าวๆ ถึง editor แต่ะตัวกันว่าเป็นเช่นไร</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="font-family: inherit; font-style: inherit; color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"><strong><span style="color: #000080;">Notepad</span></strong><br />
<span style="font-family: inherit;"> เป็นโปรแกรมที่แถมมากับ Microsoft  Windows อยู่แล้ว </span><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;">สามารถเขียนโปรแกรมได้ทุกภาษา แต่<span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;">ไม่เหมาะกับการนำมาเขียนโปรแกรมซักเท่าไหร่นัก <span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"> เพราะว่าไม่มี feature ที่ช่วยในการพัฒนาโปรแกรม อาจจะดูยากเกินไป<span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;">สำหรับผู้เริ่มต้นพัฒนาโปรแกรม<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-1394" title="notepad" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2012/07/notepad.jpg" alt="notepad" width="500" height="371" /> </span></span></span></span></span></span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="font-family: inherit; font-style: inherit; color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><strong><span style="color: #000080;">Notepad++</span></strong><br />
<span style="font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif;"> หลายคนเห็นชื่อโปรแกรมแล้ว คงคิดว่าใกล้เคียงกับ Notepad ใช่ไหมค่ะ แต่ถ้าลองหาโปรแกรมมาลงบเครื่องและเปิดใช้งานจะเห็นความแตกต่างอย่างมาก เพราะ </span><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;">feature ที่พ่วงมากับโปรแกรมนี้ เอื้ออำนวยให้นักพัฒนาโปรแกรมพอสมควร และ<span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;">สามารถพัฒนาได้ทุกภาษาเช่นเดียวกับ notepad ค่ะ<br />
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.webthaidd.com/webboard/index.php?topic=584.0">http://www.webthaidd.com/webboard/index.php?topic=584.0</a><br />
<img class="alignnone size-full wp-image-1392" title="notepad-plus" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2012/07/notepad-plus.jpg" alt="notepad-plus" width="500" height="411" /></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="font-family: inherit; font-style: inherit; color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><strong><span style="color: #000080;">Dreamweaver</span></strong><br />
<span style="font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif;"> เป็นโปรแกรมตัวหนึ่งที่นิยมและเหมาะสำหรับนั</span><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;">กพัฒนาเว็บไซต์มือใหม่ มีเครื่องมือช่วยเหลือในการทำงานมากมาและ<span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;">สามารถดูผลลัพธ์ที่ทำได้เลย โดยที่ไม่ต้องเปิดโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ แต่เป็นโปรแกรมขนาดใหญ่เช่นกัน<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-1391" title="dreamCS" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2012/07/dreamCS.jpg" alt="dreamCS" width="500" height="362" /> </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="font-family: inherit; font-style: inherit; color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><strong><span style="color: #000080;">Edit plus</span></strong><br />
<span style="font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif;"> มีความใกล้เคียงกับ  n</span><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;">otepad แต่จะมีเครื่องมือช่วยในเรื่องพื้นฐานทั่วไป ทำให้ไม่ต้อง key code เองทั้งหมด เช่น ย่อหน้า สีอักษรและพื้นหลัง ตาราง การcomment และขึ้นบรรทัดใหม่ เป็นต้น<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-1390" title="editplus" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2012/07/editplus.jpg" alt="editplus" width="500" height="267" /> </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="font-family: inherit; font-style: inherit; color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><strong><span style="color: #000080;">Netbean</span></strong><br />
<span style="font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif;"> เป็นอีกตัวที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่พัฒนา Web Appication สามารถใช้ในการพัฒนาโปรแกรมได้หลายภาษาเช่นกัน</span><br />
<span style="font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif;"> วิธีการใช้งานเบื้องต้น </span><a style="font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif;" href="http://component584.blogspot.com/2011/06/netbeans-ide-1.html">http://component584.blogspot.com/2011/06/netbeans-ide-1.html</a><br />
<span style="font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif;"><img class="alignnone size-full wp-image-1388" title="Netbean" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2012/07/Netbean1.jpg" alt="Netbean" width="500" height="344" /></span> </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p style="padding-left: 30px;">
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><strong><span style="color: #000080;">Eclipse</span></strong><br />
</span><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; font-style: inherit; line-height: 21px;">เป็นโปรแกรม </span><span style="color: #1c2837; font-family: arial, verdana, tahoma, sans-serif; font-size: 13px; line-height: 19px; background-color: #fafbfc;">open sourc </span><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; font-style: inherit; line-height: 21px;">ฟรีไม่ค่าใช้จ่าย ที่นักพัฒนานิยมใช้เช่นกัน โดยมากจะใช้พัฒนาภาษา java</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px; font-style: inherit;"> วิธีการอ่านได้จาก <a href="http://www.cp.eng.chula.ac.th/~vishnu/progmeth/2011_slideAndlab/week01_object/howToUseEclipse/lab1_2011.html">http://www.cp.eng.chula.ac.th/~vishnu/progmeth/2011_slideAndlab/week01_object/howToUseEclipse/lab1_2011.html</a><br />
<img class="alignnone size-full wp-image-1384" title="Eclipse" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2012/07/Eclipse1.jpg" alt="Eclipse" width="500" height="292" /></span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px; font-style: inherit;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><strong><span style="color: #000080;">Komod</span></strong><br />
<span style="font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif;"> โปรแกรมฟรีที่เพื่อนแนะนำให้ลองใช้เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้อดไม่ได้ที่จะเข้าไปดูหน้าตาแกรม</span><br />
<span style="font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif;"> Dowload Komodo Editor ได้ที่ </span><a style="font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif;" href="http://www.activestate.com/komodo-edit">http://www.activestate.com/komodo-edit<br />
</a></span></span><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-style: inherit;"><img class="alignnone size-full wp-image-1382" title="editor-komodo" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/wp-content/uploads/2012/07/editor-komodo.jpg" alt="editor-komodo" width="500" height="324" /> </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="font-family: inherit; font-style: inherit; color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14.44444465637207px; line-height: 20px;"><span style="color: #333333; font-family: Arial, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 21px;"> </span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1369</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Social Media</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1361</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1361#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Jun 2012 16:17:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kitthanya</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสารสนเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1361</guid>
		<description><![CDATA[Social Media เกิดขึ้นมาเพราะความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในความเป็นสัตว์สังคมที่จำเป็นต้องมีการปฎิสัมพันธ์ ติดต่อสื่อสาร ตั้งประเด็นข้อสงสัย ถามตอบ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน อีกทั้งปัจจุบันการค้า การประชาสัมพันธ์ต่างๆ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แต่เพียงรูปแบบ Industrial Media ( “traditional”, “broadcast” หรือ “mass” media ) อันได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ เป็นต้น กระแสของ social media สงผลให้ผู้พัฒนาทั้งหลาย สร้างเครื่องมือหลากหลาย และพัฒนาระบบของตนเพื่อก้าวเข้าสู่ยุคของ Social Media
เว็บ Social Media แบ่งตามหมวด
หมวดการสื่อสาร (Communication)

Blogs: Blogger, LiveJournal, TypePad, WordPress, Vox
Internet forums: vBulletin, phpBB
Micro-blogging: Twitter,Plurk, Pownce, Jaiku
Social networking: Avatars United, Bebo, Facebook, LinkedIn, MySpace, Orkut, Skyrock, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Social Media เกิดขึ้นมาเพราะความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในความเป็นสัตว์สังคมที่จำเป็นต้องมีการปฎิสัมพันธ์ ติดต่อสื่อสาร ตั้งประเด็นข้อสงสัย ถามตอบ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน อีกทั้งปัจจุบันการค้า การประชาสัมพันธ์ต่างๆ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แต่เพียงรูปแบบ Industrial Media ( “traditional”, “broadcast” หรือ “mass” media ) อันได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ เป็นต้น กระแสของ social media สงผลให้ผู้พัฒนาทั้งหลาย สร้างเครื่องมือหลากหลาย และพัฒนาระบบของตนเพื่อก้าวเข้าสู่ยุคของ Social Media</p>
<h2><span style="color: #808080;">เว็บ Social Media แบ่งตามหมวด</span></h2>
<h3 style="margin: 0px; padding: 0px; font-family: Georgia, 'Times New Roman', Times, serif; text-align: left;">หมวดการสื่อสาร (Communication)</h3>
<ul style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px 0px 10px; list-style-position: outside; font-family: Georgia, 'Times New Roman', Times, serif; text-align: left;">
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Blogs:</strong> Blogger, LiveJournal, TypePad, WordPress, Vox</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Internet forums:</strong> vBulletin, phpBB</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Micro-blogging:</strong> Twitter,Plurk, Pownce, Jaiku</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Social networking:</strong> Avatars United, Bebo, Facebook, LinkedIn, MySpace, Orkut, Skyrock, Netlog, Hi5, Friendster, Multiply</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Social network aggregation:</strong> FriendFeed, Youmeo</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Events:</strong> Upcoming, Eventful, Meetup.com</li>
</ul>
<h3 style="margin: 0px; padding: 0px; font-family: Georgia, 'Times New Roman', Times, serif; text-align: left;">หมวดความร่วมมือ และแบ่งปัน (Collaboration)</h3>
<ul style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px 0px 10px; list-style-position: outside; font-family: Georgia, 'Times New Roman', Times, serif; text-align: left;">
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Wikis:</strong> Wikipedia, PBwiki, wetpaint</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Social bookmarking:</strong> Delicious, StumbleUpon, Stumpedia, Google Reader, CiteULike</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Social news:</strong> Digg, Mixx, Reddit</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Opinion sites:</strong> epinions, Yelp</li>
</ul>
<h3 style="margin: 0px; padding: 0px; font-family: Georgia, 'Times New Roman', Times, serif; text-align: left;">หมวด มัลติมีเดีย (Multimedia)</h3>
<ul style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px 0px 10px; list-style-position: outside; font-family: Georgia, 'Times New Roman', Times, serif; text-align: left;">
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Photo sharing:</strong> Flickr, Zooomr, Photobucket, SmugMug</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Video sharing:</strong> YouTube, Vimeo, Revver</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Art sharing:</strong> deviantART</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Livecasting:</strong> Ustream.tv, Justin.tv, Skype</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Audio and Music Sharing:</strong> imeem, The Hype Machine, Last.fm, ccMixter</li>
</ul>
<h3 style="margin: 0px; padding: 0px; font-family: Georgia, 'Times New Roman', Times, serif; text-align: left;">หมวดรีวิว และแสดงความคิดเห็น (Reviews and Opinions)</h3>
<ul style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px 0px 10px; list-style-position: outside; font-family: Georgia, 'Times New Roman', Times, serif; text-align: left;">
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Product Reviews:</strong> epinions.com, MouthShut.com, Yelp.com</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Q&amp;A:</strong> Yahoo Answers</li>
</ul>
<h3 style="margin: 0px; padding: 0px; font-family: Georgia, 'Times New Roman', Times, serif; text-align: left;">หมวดบันเทิง (Entertainment)</h3>
<ul style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px 0px 10px; list-style-position: outside; font-family: Georgia, 'Times New Roman', Times, serif; text-align: left;">
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Virtual worlds:</strong> Second Life, The Sims Online</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Online gaming:</strong> World of Warcraft, EverQuest, Age of Conan, Spore (2008 video game)</li>
<li style="margin: 0px 0px 0px 16px; padding: 0px;"><strong>Game sharing:</strong> Miniclip</li>
</ul>
<p>อ้างอิง : <a href="http://krunum.wordpress.com/2010/06/02/social-network/">http://krunum.wordpress.com/2010/06/02/social-network/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1361</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใช้ Facebook อย่างปลอดภัย</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1413</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1413#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jun 2012 02:35:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ธันยกร อารีรัชชกุล</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสารสนเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1413</guid>
		<description><![CDATA[คุณจะเริ่มโพสต์เนื้อหาหรือรูปภาพต่างๆ อย่าลืมตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ระบุว่าใครบ้างที่สามารถเข้ามาดูอัลบั้มภาพถ่าย วิดีโอ โพรไฟล์ สถานะการอัพเดต และอีกสารพันข้อมูลเกี่ยวกับตัวของคุณได้บ้างคิดก่อนรับเป็นเพื่อน &#8211; การค้นหาว่าใครบ้างที่อยู่ในรายชื่อคอนแทกต์บนอีเมล์ของคุณกำลังใช้ Facebook อยู่ เป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ก่อนที่จะรับคนเหล่านั้นให้เป็นเพื่อนบน Facebook อย่าลืมพิจารณาให้รอบคอบด้วย
เสน่ห์ ของ Facebook มีหลายอย่าง แน่นอนว่าการเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายเพื่อนฝูงที่รู้จัก ทำให้ความสัมพันธ์ของผู้คนใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ว่าไปแล้วสิ่งที่หลายคนกลัวมาก ที่สุดก็คือ เรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรให้คนอื่นรู้ แต่กลับถูกเปิดเผยไว้บนวอลล์ของ Facebook ที่ทำให้ทุกคนที่คุณรู้จักได้ล่วงรู้ถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เหมาะสมไปด้วย ซึ่งถ้าคนที่คุณเป็นเพื่อนด้วยบน Facebook นั้นมีแต่เพื่อนสนิทจริงๆ นั่นก็คงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร แต่หลายครั้งเพื่อนเหล่านั้น &#8212; ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่เป็นเจ้านายบ้าง คู่ค้าทางธุรกิจบ้าง ลูกน้องบ้าง หรือแฟนเก่าบ้าง
คุณไม่ สามารถคาดเดาหรือควบคุมได้เลยว่า จะมีใครที่ขอเข้ามาเป็นเพื่อนของคุณบ้างบน Facebook จะตอบรับอย่างไรถ้าเจ้านายหรือลูกค้าของคุณขอเป็นเพื่อนบน Facebook ด้วย? จะปล่อยให้คนเหล่านั้นเข้ามาเห็นพฤติกรรมความร่าเริงแบบเกินตัวของคุณสมัย เรียนหรือที่ยังเป็นอยู่แม้แต่ในขณะนี้ หรือว่าจะกล้าปฏิเสธการขอเป็นเพื่อนดังกล่าว? นี่เป็นสถานการณ์ที่ชวนปวดหัวอย่างยิ่งสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการเล่น Facebook 
การ หลอกลวงทาง Facebook กำลังเริ่มระบาด มีกรณีที่ Facebook [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณจะเริ่มโพสต์เนื้อหาหรือรูปภาพต่างๆ อย่าลืมตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ระบุว่าใครบ้างที่สามารถเข้ามาดูอัลบั้มภาพถ่าย วิดีโอ โพรไฟล์ สถานะการอัพเดต และอีกสารพันข้อมูลเกี่ยวกับตัวของคุณได้บ้างคิดก่อนรับเป็นเพื่อน &#8211; การค้นหาว่าใครบ้างที่อยู่ในรายชื่อคอนแทกต์บนอีเมล์ของคุณกำลังใช้ Facebook อยู่ เป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ก่อนที่จะรับคนเหล่านั้นให้เป็นเพื่อนบน Facebook อย่าลืมพิจารณาให้รอบคอบด้วย</p>
<p>เสน่ห์ ของ Facebook มีหลายอย่าง แน่นอนว่าการเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายเพื่อนฝูงที่รู้จัก ทำให้ความสัมพันธ์ของผู้คนใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ว่าไปแล้วสิ่งที่หลายคนกลัวมาก ที่สุดก็คือ เรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรให้คนอื่นรู้ แต่กลับถูกเปิดเผยไว้บนวอลล์ของ Facebook ที่ทำให้ทุกคนที่คุณรู้จักได้ล่วงรู้ถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เหมาะสมไปด้วย ซึ่งถ้าคนที่คุณเป็นเพื่อนด้วยบน Facebook นั้นมีแต่เพื่อนสนิทจริงๆ นั่นก็คงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร แต่หลายครั้งเพื่อนเหล่านั้น &#8212; ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่เป็นเจ้านายบ้าง คู่ค้าทางธุรกิจบ้าง ลูกน้องบ้าง หรือแฟนเก่าบ้าง</p>
<p>คุณไม่ สามารถคาดเดาหรือควบคุมได้เลยว่า จะมีใครที่ขอเข้ามาเป็นเพื่อนของคุณบ้างบน Facebook จะตอบรับอย่างไรถ้าเจ้านายหรือลูกค้าของคุณขอเป็นเพื่อนบน Facebook ด้วย? จะปล่อยให้คนเหล่านั้นเข้ามาเห็นพฤติกรรมความร่าเริงแบบเกินตัวของคุณสมัย เรียนหรือที่ยังเป็นอยู่แม้แต่ในขณะนี้ หรือว่าจะกล้าปฏิเสธการขอเป็นเพื่อนดังกล่าว? นี่เป็นสถานการณ์ที่ชวนปวดหัวอย่างยิ่งสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการเล่น Facebook </p>
<p>การ หลอกลวงทาง Facebook กำลังเริ่มระบาด มีกรณีที่ Facebook ของคนรู้จักโดนแฮก และมีการส่งข้อความหาเพื่อนหลายๆ คนทำนองว่าต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน และเริ่มมีการแช็ตกันจริงจังเพื่อเริ่มกระบวนการหลอกลวง ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ได้ระแวงอะไร มันก็เป็นเพียงแค่คำร้องขอจากเพื่อนคนหนึ่งที่คุณรู้จักและเต็มใจจะช่วย เหลือ แต่บางครั้งอาจเป็นเพียงแค่การอาศัยประโยชน์จาก Facebook โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย หากเจอกับสถานการณ์แบบนี้จริง ติดต่อกันโดยตรงดีที่สุด จะทางโทรศัพท์หรือจะนัดเจอกันก็ได้ หากใครพอจะได้เค้าลางว่ากำลังโดนหลอก แจ้งตำรวจเอาไว้ก่อนน่าจะดีที่สุด</p>
<p>หรือ บางครั้งคุณอาจได้รับคำร้องขอเป็นเพื่อนผ่าน Facebook ที่ชักชวนให้ดาวน์โหลดโปรแกรมสำหรับเล่นไฟล์วิดีโอ ซึ่งโปรแกรมที่ว่านั้นแท้จริงก็คือ โปรแกรมอันตรายที่กำลังจะแอบแฝงตัวเข้ามาในคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งอาจจะมีการชักชวนทั้งผ่านทางอีเมล์หรือหน้าเว็บ และด้วยความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างกันบน Facebook ก็ทำให้หลายคนเผลอเรอไม่ระมัดระวังในเรื่องนี้จนเกิดปัญหาขึ้นตามมาภายหลัง</p>
<p>คุณสามารถใช้ Facebook อย่างปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง วิจารณญาณที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ได้พอสมควร ลองเข้าไปตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ที่ Privacy Settings จากเมนู Settings ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนรายละเอียดในการเผยแพร่ภาพถ่าย ข้อความ ข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลการทำงานได้ ซึ่งรวมไปถึงสิ่งที่สมาชิกคนอื่นๆ จะมองเห็นด้วย ฉะนั้นเจ้านายหรือแฟนเก่าของคุณถูกกำหนดให้เห็นข้อมูลที่แตกต่างออกไปบน Facebook ของคุณ </p>
<p>อีกหนึ่งคุณสมบัติ ที่ต้องระวังก็คือ &#8220;Find Friends&#8221; ซึ่งยอมให้คุณกรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของเว็บเมล์อย่าง  Gmail หรือ Yahoo! Mail เพื่อดึงเอาข้อมูลรายชื่อคนที่คุณรู้จักมาใส่ไว้บน Facebook &#8212; อย่าลืมดูให้แน่ใจว่า รายชื่อเหล่านั้นไม่มีคนที่คุณติดต่อทางธุรกิจอยู่ด้วย เพราะนั่นอาจจะเสี่ยงต่อการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวที่ไม่เหมาะไม่ควรให้แก่คน เหล่านั้นได้ทราบ</p>
<p>ทางออกอีก ทางหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การจัดแบ่งกลุ่มความสัมพันธ์ให้ชัดเจน เช่น หากมีเพื่อนนักธุรกิจหรือลูกค้าที่ต้องการติดต่อกับคุณผ่านเว็บไซต์เครือ ข่ายสังคมออนไลน์ การหันไปใช้ LinkedIn หรือเว็บอื่นๆ ก็น่าจะดีกว่าการที่รวมเอาผู้คนจากทั่วทุกสารทิศมาไว้ภายใต้ Facebook แถมคุณยังมีข้ออ้างดีๆ ในการปฏิเสธการขอเป็นเพื่อนบน Facebook และชักชวนให้คนรู้จักทางธุรกิจหันไปคบค้าสมาคมกันบนเว็บอื่นที่เฉพาะทางมาก ขึ้นด้วย</p>
<p><strong>อ้างอิงจาก</strong> www.arip.co.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1413</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>IT Disaster Recovery Planning</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1409</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1409#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jun 2012 02:35:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ธันยกร อารีรัชชกุล</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสารสนเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1409</guid>
		<description><![CDATA[IT Disaster Recovery Planning
เพื่อให้ระบบ IT ทำงานต่อไปเมื่อเกิดภัยพิบัติ เราจึงจำเป็นต้องจัดทำ Disaster Recovery Planning (DRP) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับองค์กร ซึ่ง ภัยพิบัติที่เราพบเจอมีอยู่กัน 2 ประเภท คือ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ และ ภัยพิบัติที่เกิดจากมนุษย์ โดยที่ภัยพิบัติจากธรรมชาติเป็นภัยพิบัติที่เราไม่อาจหยุดยั้งได้ แต่สามารถบริหารจัดการตนเองได้ ส่วนภัยพิบัติจากมนุษย์นั้นบางอย่างเราก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายได้ เช่น การโจรกรรม
Disaster Recovery Planning
คือ การวางแผนเพื่อกอบกู้ระบบ IT ให้สามารถดำเนินงานต่อไปได้หลังเกิดภัยพิบัติ หรือ สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องในขณะที่เกิดภัยพิบัติ ซึ่งมีขั้นตอนต่างๆ กล่าวคือ การจัดการประเภทของภัยพิบัติ การประเมินความเสี่ยง การวางแผนป้องกัน การตรวจวัดและบันทึกข้อมูล
DRP เป็นส่วนหนึ่งของแผนภาพใหญ่ขององค์กรที่เตรียมการไว้เผื่อเผชิญกับภัยพิบัติ หรือที่เรียกว่า Business Continuity Plan (BCP) โดย DRP จะกล่าวถึงด้าน IT เป็นหลัก ในขณะที่ BCP จะกล่าวถึงภาพรวมขององค์กร
ขั้นตอนการทำ DRP
ขั้นตอนแรกคือ Risk Analysis [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>IT Disaster Recovery Planning</p>
<p>เพื่อให้ระบบ IT ทำงานต่อไปเมื่อเกิดภัยพิบัติ เราจึงจำเป็นต้องจัดทำ Disaster Recovery Planning (DRP) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับองค์กร ซึ่ง ภัยพิบัติที่เราพบเจอมีอยู่กัน 2 ประเภท คือ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ และ ภัยพิบัติที่เกิดจากมนุษย์ โดยที่ภัยพิบัติจากธรรมชาติเป็นภัยพิบัติที่เราไม่อาจหยุดยั้งได้ แต่สามารถบริหารจัดการตนเองได้ ส่วนภัยพิบัติจากมนุษย์นั้นบางอย่างเราก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายได้ เช่น การโจรกรรม</p>
<p>Disaster Recovery Planning</p>
<p>คือ การวางแผนเพื่อกอบกู้ระบบ IT ให้สามารถดำเนินงานต่อไปได้หลังเกิดภัยพิบัติ หรือ สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องในขณะที่เกิดภัยพิบัติ ซึ่งมีขั้นตอนต่างๆ กล่าวคือ การจัดการประเภทของภัยพิบัติ การประเมินความเสี่ยง การวางแผนป้องกัน การตรวจวัดและบันทึกข้อมูล</p>
<p>DRP เป็นส่วนหนึ่งของแผนภาพใหญ่ขององค์กรที่เตรียมการไว้เผื่อเผชิญกับภัยพิบัติ หรือที่เรียกว่า Business Continuity Plan (BCP) โดย DRP จะกล่าวถึงด้าน IT เป็นหลัก ในขณะที่ BCP จะกล่าวถึงภาพรวมขององค์กร</p>
<p>ขั้นตอนการทำ DRP</p>
<p>ขั้นตอนแรกคือ Risk Analysis เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงว่าจะมีภัยพิบัติประเภทไหนบ้าง</p>
<p>ขั้นตอนที่ 2 คือ Risk Classification เพื่อจำแนกกลุ่มหรือประเภทความเสี่ยงตามมุมมองต่างๆ  เช่น ความเสี่ยงที่เกิดจากภายนอก (External Risk) ความเสี่ยงของข้อมูล (Data System Risk) ความเสี่ยงของการให้บริการ (Service System Risk) ความเสี่ยงของระบบพื้นฐาน (Infrastructure Risk) เป็นต้น</p>
<p>ขั้นตอนที่ 3 คือ Disaster Effect Analysis  เพื่อประเมินผลของภัยพิบัติว่ามีผลกระทบกับเราอย่างไรบ้าง โดยขั้นตอนนี้มักทำร่วมกับขั้นตอนที่สอง คือ เมื่อแบ่งแยกประเภทความเสี่ยงได้ชัดเจนแล้ว ก็จะวิเคราะห์ว่าภัยพิบัติจะก่อให้เกิดผลอะไรต่อมา</p>
<p>ขั้นตอนที่ 4 คือ Disaster Recovery Plan การวางแผนปฏิบัติงานในกรณีเกิดภัยพิบัติ ได้แก่ แผนรับมือภัยพิบัติขั้นปกติ แผนรับมือภัยพิบัติขั้นรุนแรง แผนการปฏิบัติเมื่อไม่สามารถป้องกันภัยพิบัติได้ แผนการกอบกู้ระบบ และ แผนการเริ่มต้นระบบสนับสนุนใหม่ เช่น เมื่อประเมินแล้วพบว่าไม่มีพลังงานไฟฟ้าใช้แล้วในช่วงสุดท้ายของอุทกภัย ก็ควรมีอุปกรณ์สร้างพลังงานสำรองไว้ใช้งาน เป็นต้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1409</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>IT Security and IT Standard</title>
		<link>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1406</link>
		<comments>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1406#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jun 2012 02:35:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ธันยกร อารีรัชชกุล</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสารสนเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=1406</guid>
		<description><![CDATA[ความปลอดภัยสารสนเทศนับวันเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น และระบบรักษาความปลอดภัยก็ต้องมีความสามารถทำงานได้ซับซ้อนมากขึ้นตามภัยคุกคามที่มีการพัฒนาให้มีความเก่งมากขึ้นกว่าเดิมอยู่ตลอดเวลา โดย IT Security จะอยู่ในทุกๆ ส่วนของไอทีตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน เน็ตเวิร์ก และข้อมูลการใช้งาน
IT Standard
เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ หลายๆ องค์กรให้ความสำคัญของการได้รับรองมาตรฐานสากลต่างๆ โดยเฉพาะมาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้องกับไอที เช่น ISO/IEC 20000 (International Standard for IT Service Management), ISO/IEC 27001:2005 (Information Security Management System: ISMS), ISO/IEC 27003 (Implementation Guidance) ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับการพัฒนาระบบ ISMS
นอกจากนี้ยังมีระบบมาตรฐานสากลระบบอื่นๆ อีก เช่น ITIL (Information Technology Infrastructure Library) แนวปฏิบัติในการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ และ COBIT แนวทางในการพัฒนาระบบการกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งทุกมาตรฐานองค์กรจะให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อสร้างให้เกิดความเชื่อมั่นต่อองค์กร และได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ตลอดจนเพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กร และการเตรียมพร้อมองค์กรเพื่อรองรับการเปิดเสรีทางธุรกิจในประชาคมอาเซียน หรือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ความปลอดภัยสารสนเทศนับวันเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น และระบบรักษาความปลอดภัยก็ต้องมีความสามารถทำงานได้ซับซ้อนมากขึ้นตามภัยคุกคามที่มีการพัฒนาให้มีความเก่งมากขึ้นกว่าเดิมอยู่ตลอดเวลา โดย IT Security จะอยู่ในทุกๆ ส่วนของไอทีตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน เน็ตเวิร์ก และข้อมูลการใช้งาน</p>
<p>IT Standard</p>
<p>เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ หลายๆ องค์กรให้ความสำคัญของการได้รับรองมาตรฐานสากลต่างๆ โดยเฉพาะมาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้องกับไอที เช่น ISO/IEC 20000 (International Standard for IT Service Management), ISO/IEC 27001:2005 (Information Security Management System: ISMS), ISO/IEC 27003 (Implementation Guidance) ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับการพัฒนาระบบ ISMS<br />
นอกจากนี้ยังมีระบบมาตรฐานสากลระบบอื่นๆ อีก เช่น ITIL (Information Technology Infrastructure Library) แนวปฏิบัติในการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ และ COBIT แนวทางในการพัฒนาระบบการกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งทุกมาตรฐานองค์กรจะให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อสร้างให้เกิดความเชื่อมั่นต่อองค์กร และได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ตลอดจนเพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กร และการเตรียมพร้อมองค์กรเพื่อรองรับการเปิดเสรีทางธุรกิจในประชาคมอาเซียน หรือ AEC 2015 (ASEAN Economic Community 2015)</p>
<p>ทางด้านกฎหมายไทย ได้มี การออกกฎหมายมาเพื่อรองรับต่างๆ เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2554 มีผลใช้บังคับใช้ตั้งแต่ 3 เม.ย.2554 โดยรองรับผลทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และ พ.ร.บ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 25501 มีผลใช้บังคับตั้งแต่  18 ก.ค. 2550 โดยกำหนดฐานความผิดและบทลงโทษสำหรับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และกำหนดหน้าที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไว้</p>
<p>นอกจากนี้ยังมี พรฎ.ภายใต้ พรบ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ คือ พรฎ.กำหนดประเภทธุรกรรมในทางแพ่งและธุรกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์ที่ยกเว้นมิให้นำกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้บังคับ พ.ศ. 2549 ใช้บังคับ 15 มี.ค.2549 เพื่อกำหนดข้อยกเว้นมิให้ดำเนินการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 3) (ครอบครัวและมรดก) และพรฏ.กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิสก์ภายรัฐ พ.ศ.2549 เพื่อกำหนดการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (มาตรา 35)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tistr.or.th/tistrblog/?feed=rss2&amp;p=1406</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
