Archive for the “ทั่วไป” Category

บทคัดย่องานวิจัย วว.

การวิจัยและศึกษาธัญพืชและสมุนไพรที่เหมาะสมต่อการผลิตสารให้ความหวานเพื่อสุขภาพ

 

การวิจัยและศึกษาธัญพืชและสมุนไพรที่เหมาะสมต่อการผลิตสารให้ความหวานเพื่อสุขภาพ (ชะเอมไทย, อ้อยสามสวน และหัสคุณใหญ่หรือชะเอมพื้นเมือง) ณ แปลงทดลอง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จากผลการศึกษาพบว่าสมุนไพรทั้งสามชนิดมีการตอบสนองต่อการเจริญเติบโตด้านความสูง, ความกว้างของทรงพุ่ม, จำนวนใบ, น้ำหนักแห้งและปริมาณสารหวานสามชนิด ได้แก่ แมนนิทอล, ซอร์บิทอล และไซลิทอล ที่เพิ่มขึ้นโดยพบว่าการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำจากปลาอัตรา 40 มิลลิลิตร/น้ำ 10 ลิตร พร้อมฉีดพ่นสาร Paclobutrazol 500 มิลลิลิตร/ลิตร ส่งผลทำให้สมุนไพรทั้งสามชนิดมีการตอบสนองต่อการเจริญเติบโตและส่งผลต่อปริมาณสารหวานที่เพิ่มขึ้นมากกว่าทุกๆ กรรมวิธีในการทดลอง.

Comments No Comments »

มโนทัศน์แห่งอนาคต (VISIONS: HOW SCIENCE WILL image_visionREVOLUTIONIZE THE 21ST CENTURY)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : MICHIO KAKU / กุลพันธ์ พิมพ์สมาน
ปีที่พิมพ์ 2554

จะดีแค่ไหนถ้าคุณ…
-  มีหุ่นยนต์ไว้ทำงานแทน
-  มีปัญญาประดิษฐ์คอยอำนวยสะดวก ให้บ้านอัจฉริยะเป็นวิมานของคุณ
-  เดินทางระหว่างดวงดาวเพื่อหาบ้านใหม่ในอวกาศ
-  ย้อนเวลากลับไปยังอดีตได้
-  รักษาโรคมะเร็งได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
-  เป็นหนุ่มสาวตลอดกาล
ฯลฯ
ทั้งหมดนี้กำลังจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอีกเพียงร้อยปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝันที่มีอยู่แต่ในนวนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป โดยมีรากฐานมาจากการปฏิวัติควอนตัม การปฏิวัติเชิงชีวโมเลกุล และการปฏิวัติคอมพิวเตอร์ ร่วมเดินทางสู่อนาคตไปพร้อมเหล่านักวิทยาศาสตร์เปี่ยมวิสัยทัศน์ใน “มโนทัศน์แห่งอนาคต” โดยมิชิโอะ คากุ นักฟิสิกส์ชื่อดังเจ้าของผลงาน “จักรวาลคู่ขนาน” (Parallel Worlds) บอกเล่าผลการวิจัยล่าสุดจากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกถึงความก้าวหน้าในการค้นคว้า ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราและโฉมหน้าโลกในศตวรรษที่ 21 ไปอย่างสิ้นเชิง และบางสิ่งก็กำลังเกิดขึ้นแล้วตอนนี้!!!

ถอดรหัสลับปฏิบัติการพลิกโลกimage_whathappened

ผู้แต่ง :  ทัศนัย  ปัญญา
ปีที่พิมพ์ 2554

ในโลกใบนี้ยังคงมีสิ่งลี้ลับที่รอการพิสูจน์อยู่อีกมากมายนับไม่ถ้วน บ้างก็ได้ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์  บ้างก็ได้ข้อสรุปทางความเชื่อที่มีคนมากมายให้การสนับสนุน แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่ไม่มีกระทั่งข้อสรุป นี่จึงถือว่าเป็นเสน่ห์ของความลี้ลับที่ยังคงหลับใหลรอคอยให้มีการส่งต่อความพยายามในการไขข้อสงสัยจากรุ่นสู่รุ่น เชื่อแน่ว่าเรื่องบางเรื่องในหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณตกใจ และอุทานออกมาว่า “จริงหรือนี่” ได้อย่างแน่นอน





ซากุระ กรรมศาสตร์image_sagura

ผู้แต่ง/ผู้แปล : Morinosuke  Kawaguchi / ปฏิมา  สินธุภิญโญ
ปีที่พิมพ์ 2554

บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่น ตั้งแต่เครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ รอบตัวไปจนถึงนวัตกรรมไฮเทค ซึ่งล้วนแต่มีที่มาจากวัฒนธรรม ความรู้สึกนึกคิด และจิตวิญญาณแบบคนญี่ปุ่น ที่หล่อหลอมให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นที่มีความสร้างสรรค์







มายากลศาสตร์image_maya

ผู้แต่ง/ผู้แปล : MISTER TOMPKIN
ปีที่พิมพ์ 2554

“สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น” สายรุ้งสีสวย เครื่องบินเหาะข้ามทวีป เรือใบแล่นฉิวกลางมหาสมุทร สายฟ้าฟาดกลางทุ่งนา สายฝนโปรยปรายชุ่มฉ่ำ ฯลฯ สิ่งต่างๆ ที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน บ่อยครั้งที่ผ่านสายตาเราไปโดยไม่ได้รับความสนใจ แต่ก็มีบางทีที่เกิดคำถามว่า… เอ๊ะ! มันเกิดขึ้นได้ยังไงนะ? เอ…แล้วทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยล่ะ? หันซ้ายหันขวาถามคนนู้น สะกิดคนนี้อาจไม่ได้รับคำเฉลย แต่ทว่า…”ฟิสิกส์ (Physics)” มีคำตอบ! Mister Tompkin มิใช่ชาวต่างชาติ แต่คือนามปากกาของชายหนุ่มสัญชาติไทยผู้หลงใหลในวิทยาศาสตร์ มุ่งศึกษาค้นคว้าและถ่ายทอดวิชาฟิสิกส์สู่สายตาผู้อ่าน ซึ่งความโดดเด่นของงานเขียนแนว Popular Science สไตล์มิสเตอร์ทอมกิ้น ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ล้ำลึก คุณก็สามารถเข้าใจและเพลิดเพลินได้ ด้วยสำนวนภาษที่เป็นกันเอง อธิบายทฤษฎีให้เข้าใจได้ด้วยมุมมองที่เปิดกว้างต่อคำถามระดับมนุษยชาติ โดยแต่ละเรื่องที่นำเสนอให้สาระแง่คิดแก่คุณผู้อ่านนำไปต่อยอดในองค์ความรู้อื่นๆ ได้อีกหลากหลาย เพราะในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำทุกขณะ ส่งผลให้ความรู้และวิทยาการได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าทุกวินาที สิ่งที่เราไม่รู้ในวันวานกำลังถูกค้นคว้าหาคำตอบในวันนี้ ทำให้ความรู้ความเข้าใจที่เคยยึดถือตามหลักการเดิมนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นความรู้ใหม่ที่ผ่านการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆ

image_mahassajan

มหัศจรรย์ชั้นบรรยากาศ : ชุดมหัศจรรย์โลกธรรมชาติ (WONDER OF THE AIR)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : TAMRA ANDREWS / ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล
ปีที่พิมพ์ 2554

มหัศจรรย์ชั้นบรรยากาศ คือการศึกษาวิทยาศาสตร์ผ่านตำนานปรัมปรา เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจถึงความปรารถนาจะไขความลี้ลับในธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งเริ่มต้นจากการใช้สายตากับสติปัญญาเป็นองค์ประกอบสำคัญเพื่อแสวงหาความรู้ จนนำไปสู่การสร้างคำอธิบายโลกธรรมชาติรอบตัวเราในปัจจุบัน ตำนานหลายแห่งทั่วโลกสะท้อนถึงความกลัวของคนโบราณว่ารุ้งกินน้ำคืองูยักษ์ที่อาจกลืนกินน้ำจนหมดโลก และจะทำให้เกิดภัยแล้งได้ ตำนานจากแดนหนาวบอกว่าหิมะคือยักษ์อำมหิตที่ต้องการแช่แข็งทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก โดยแท้จริงแล้ว นิทานหรือตำนานปรัมปราก็คือความพยายามไขปริศนาลี้ลับในธรรมชาติของคนโบราณนั่นเอง



image_phiphopมหัศจรรย์พื้นพิภพ : ชุดมหัศจรรย์โลกธรรมชาติ (WONDER OF THE LAND)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : KENDALL HAVEN / ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล
ปีที่พิมพ์ 2554

มหัศจรรย์พื้นพิภพ เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างตำนานปรัมปราอันน่าสนุกตื่นเต้นจากทั่วทุกมุมโลก ไปสู่ดินแดนของเหตุผลและข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นการผสมผสานระหว่างพลังจินตนาการเข้ากับความรู้สมัยใหม่ จนสามารถสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อพร้อมเปิดประตูสู่การศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น เชื่อหรือไม่ว่า พื้นพิภพที่เราอาศัยอยู่มาตลอดชีวิตนี้ มีความมหัศจรรย์มากมายเหลือคณานับเพราะครั้งหนึ่งเคยมีไดโนเสาร์เยื้องย่างผ่านไปมา เคยถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งนับไม่ถ้วนครั้งและยังคงมีภูเขาไฟที่หลับใหลเฝ้ารอเวลาปะทุใหม่อีกมากมาย โดยเรื่องราวเหล่านี้ถูกอธิบายไว้อย่างแจ่มชัดละเอียดลอออยู่ภายในหนังสือเล่มนี้แล้ว




เหตุผลของธรimage_thamachatรมชาติ

ผู้แต่ง    : นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา
ปีที่พิมพ์ 2554

เป็นหนังสือภาคต่อของหนังสือ “เรื่องเล่าจากร่างกาย” ที่สร้างปรากฏการณ์ Pop Science ในวงการหนังสือไทย ซึ่งเนื้อหาในเล่มได้แบ่งออกเป็นสามตอนใหญ่ๆ ด้วยกัน โดยสองตอนแรกจะเป็นตัวอย่างของฟิสิกส์และเคมีที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต สำหรับตอนที่สามจะเป็นเรื่องของการวิวัฒนาการมาร่วมกันระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างๆ และผลบางอย่างที่เกิดขึ้นตามมา





เรื่องเล่าจากร่างกาย image_body

ผู้แต่ง: นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา
ปีที่พิมพ์ 2554

เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวของ ร่างกาย พฤติกรรมมนุษย์และธรรมชาติ ผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ ตอบโจทย์ปัญหาว่า “ทำไมร่างกายเขาเราจึงมีร่างกายและความคิดอย่างปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเรื่อง “การมีชู้” , เครียดเพราะอ้วน , ทำไมจึงหล่อ จึงสวย , สมองคุยกับร่างกายอย่างไร , ทำไมต้องเดินสองขา เป็นต้น และเมื่อเราเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ ดีแล้ว เราจะไปดูกันว่าเรื่องเล่าจากร่างกายเหล่านี้ จะช่วยนำทางเราเดินสู่ปัจจุบันและก้าวต่อไปในอนาคตได้อย่างไร






image_body2มหัศจรรย์แห่งร่างกาย เล่ม 2 (THE ODD BODY 2)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : STEPHEN JUAN / โรจนา นาเจริญ
ปีที่พิมพ์ 2554

หนังสือเล่มนี้แปลจากเรื่อง The Odd Body 2 ของ ด็อกเตอร์สตีเฟ่น ฮวน ผู้ซึ่งได้รวบรวมคำถามที่เขาเรียกว่า Odd Body Questions (OBQs) จากคนขี้สงสัยทั่วโลกในทุกประเด็นเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ แล้วหาคำตอบมาให้ความกระจ่างแก่ผู้ถามและผู้อ่านในรูปแบบที่ไม่เครียดเกินไป หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมสารพัดคำถามที่แปลกยิ่งกว่าเดิม จากคนช่างสงสัยทั่วโลกที่ส่งกันเข้ามาถาม อย่างเช่น ทำไมลูกตาถึงไม่เย็นจนแข็งตัวในอากาศหนาวจัด? หรือทำไมเราต้องมีรูจมูก 2 รู? นั่นคือตัวอย่างของคำถามในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเชื่อว่าท่านผู้อ่านจะได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินเกินราคา แค่ความจริงที่น่าทึ่งก็คุ้มแล้ว!!!



วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์แห่งการค้นพimage_discoveries

ผู้แต่ง/ผู้แปล : ALAN LIGHTMAN/บุญญานาถ นาถวงษ์ และคณะ
ปีที่พิมพ์ 2554

รวมบทความงานวิจัยวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในศตวรรษที่ 20 จำนวน 25 ชิ้น ผู้รวบรวมคืออลัน ไลท์แมน เจ้าของผลงาน ความฝันของไอน์สไตน์ (Einstein’s Dream) แบ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ออกเป็น 22 บท เรียงตามลำดับเวลาที่บทความเหล่านั้นตีพิมพ์ อลัน ไลท์แมนเริ่มต้นแต่ละบทด้วยส่วนแนะนำที่เล่าชีวประวัติของนักวิทยาศาสตร์แต่ละคนและเรื่องราวการค้นคว้าที่นำไปสู่บทสรุปซึ่งก็คือตัวบทความต้นฉบับในส่วนถัดไป นอกจากนี้ อลัน ไลท์แมนยังอธิบายเนื้อหาส่วนบทความและที่มาที่ไปให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น เพราะหนังสือเล่มนี้มีลักษณะค่อนไปทางงานวิชาการเนื้อหาเข้มข้น บทความต่างๆ ที่รวบรวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของวงการวิทยาศาสตร์ เป็นองค์ความรู้บริสุทธิ์ที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อๆ มานำไปศึกษาต่อยอดจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์แห่งการค้นพบนอกจากจะให้องค์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้แล้ว ยังให้ภาพรวมเกี่ยวกับวงการวิทยาศาสตร์ของยุโรปในศตวรรษที่ 20 และพัฒนาการในการศึกษาค้นคว้าด้านฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ซึ่งล้วนเอื้อให้เกิดความก้าวหน้าแก่กันและกัน


Comments No Comments »

กรุงเทพฯ 21 พ.ย.-นักเรียนไทยสร้างชื่อคว้าเหรียญทอง จากการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์โลก ณ เมืองอาบูดาบี ยูเออี และยังคว้ารางวัลรวม 8 รางวัล ประกอบด้วย 2 เหรียญทอง ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล และประเภท Green City Challenge 3 เหรียญทองแดง 3 รางวัลพิเศษ

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด คัดเลือกและนำนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกสังกัด เป็นตัวแทนนักเรียนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ WRO 2011 : World Robot Olympiad 2011 ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2554 ณ เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จำนวน 34 ทีม โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ และประเภท Green City Challenge ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างโปรแกรม ประกอบหุ่นยนต์และนำไปปฏิบัติภารกิจบนสนาม ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ จะเป็นการประกวดโครงงานหุ่นยนต์ในหัวข้อ “หุ่นยนต์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” และประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล แต่ละประเภทการแข่งขันยังแบ่งออกเป็น 3 รุ่น คือ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี

ผลการแข่งขันปรากฏว่า นักเรียนไทยกวาดรางวัลจากการแข่งขันได้ถึง 8 รางวัล ดังนี้ ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพฯ ซึ่งเคยได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขันดังกล่าวในปีที่ผ่านมา ประเภท Green City Challenge รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลเพชรวิทย์ จ.ตาก รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีได้รับ รางวัลเหรียญทองแดง ได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา 2 จ.สุราษฎร์ธานี ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ และประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี จ.ปทุมธานี

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับรางวัลพิเศษอีก 3 รางวัล คือ รางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่ โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ กรุงเทพฯ รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยมประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ได้แก่ ทีมรวมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และรางวัลทีมยอดเยี่ยมประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่โรงเรียนธัญบุรี จ.ปทุมธานี.

ที่มา: สำนักข่าวไทย
http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/296292.html

Comments No Comments »

1.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

ยังไม่มีชื่อพรรณไม้ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ใช้พระนามาภิไธยเป็นชื่อพรรณไม้

2. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ชื่อพรรณไม้ที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาต ให้ใช้พระนามาภิไธยเป็นชื่อพรรณไม้

  • ต้นโมกราชินี Wrightia sirikitiae D.J. Middleton & Santisuk เมื่อ พ.ศ. 2543
  • ต้นมหาพรหมราชินี Mitrephora sirikitiae Weerasooriya, Chalermglin & R.M.K. Saunders  เมื่อ พ.ศ. 2547

ชื่อพันธุ์ของดอกไม้ที่มีชื่อตามพระนาม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ “ควีนสิริกิติ์”

  • ดอกกล้วยไม้คัทลียา  “ควีนสิริกิติ์” Cattleya “Queen Sirikit”
  • ดอกกุหลาบ “ควีนสิริกิติ์” Rosa “Queen Sirikit”
  • ดอกดอนญ่า “ควีนสิริกิติ์” Massaenda “Dona Queen Sirikit”

3. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ชื่อพรรณไม้ที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาต ให้ใช้พระนามาภิไธยเป็นชื่อพรรณไม้

  • ต้นกันภัยมหิดล Afgekia mahidoliae B.L.Burtt & Chermsir. เมื่อ พ.ศ. 2514

4. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมรี

ชื่อพรรณไม้ที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาต ให้ใช้พระนามาภิไธยเป็นชื่อพรรณไม้

  • ต้นสิรินธรวัลลี Bauhinia sirindhorniae K. & S.S. Larsen เมื่อ  พ.ศ. 2541
  • ต้นจำปีสิรินธร Magnolia sirindhorniae Noot. & Chalermglin เมื่อ  พ.ศ. 2543
  • ต้นเอื้องศรีประจิม Sirindhornia mirabilis H.A.Pedernsen & Suksathan เมื่อ  พ.ศ. 2545
  • ต้นเอื้องศรีอาคเนย์ Sirindhornia monophylla H.A.Pedernsen & Suksathan เมื่อ  พ.ศ. 2545
  • ต้นเอื้องศรีเชียงดาว Sirindhornia pulchella H.A.Pedernsen & Indhamusika เมื่อ  พ.ศ. 2545
  • ต้นเทียนม่วงสิริน Impatiens sirindhorniae Triboon & Suksathan เมื่อ  พ.ศ. 2552

—————————————————
ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น รวบรวม
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

Comments 1 Comment »


นายฉาดเฉลียว บุนนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านดับเพลิงและผจญเพลิง ได้ให้ความรู้ว่า การเผายางรถยนต์ส่งผลกระทบในเรื่องสภาพอากาศอย่างเห็นได้ชัด เพราะการเผาไหม้ของยางรถยนต์จะใช้เวลาในการเผานานกว่าเชื้อเพลิงอย่างอื่นหลายเท่า อีกทั้งเขม่าควันจากยางรถยนต์จะเห็นได้ชัดว่าเป็นกลุ่มควันสีดำลอยไปตามอากาศ ซึ่งหากสูดดมเข้าไปย่อมทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากการเผา (Carbon monoxide : CO) เมื่อหายใจเอาก๊าซดังกล่าวเข้าไปแล้ว ก๊าซจะรวมตัวกับฮีโมโกลบิน (Haemoglobin) ในเม็ดเลือดแดงได้มากกว่าออกซิเจนถึง 200-250 เท่า เกิดเป็นคาร์บอกซีฮีโมโกลบิน (Carboxyhaemoglobin : CoHb) ซึ่งลดความสามารถของเลือดในการเป็นตัวนำออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย หรือทำให้ออกซิเจนในเลือดน้อยลง ส่งผลให้ผู้ที่หายใจเข้าไปมีอาการหายใจขัดและอึดอัดเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก ดังนั้น ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจึงควรหลีกเลี่ยงการสูดดมเขม่าควันดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย โดยไม่ควรอยู่ใต้ลม

ทั้งนี้วิธีป้องกันของประชาชนคือ หากอยู่ในจุดที่ดับไฟจากการเผายางได้ แนะนำให้ใช้วิธีเขี่ยยางที่สุมกันอยู่หลายวงออกมาทีละเส้น ให้วางยางในลักษณะแนวราบ จากนั้นใช้น้ำดับโดยราดน้ำไปรอบๆ ยางเพียงไม่กี่ขันก็สามารถดับไฟได้ หรือใช้โฟมฉีดไปรอบๆ ยางรถยนต์ก็ดับไฟได้เช่นกัน

ด้าน รศ.ดร.ศิริรัตน์ จิตการค้า วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาให้ความรู้ถึงอันตรายจากการเผายางรถยนต์ว่า ยางรถยนต์ มีไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นองค์ประกอบประเภทเดียวกับสารประกอบในน้ำมันนั้น เป็นองค์ประกอบอยู่ถึง 50-60% ซึ่งแฝงตัวอยู่ในรูปของยางที่เป็นวัตถุดิบ จึงถือเป็นแหล่งพลังงานแหล่งใหญ่เลยทีเดียว

“การเผายางรถยนต์ 1 เส้น จะให้ความร้อนออกมามากกว่าการเผาน้ำมันทั่วไปที่มีน้ำหนักเท่ากันถึง 1.25 เท่า พูดง่ายๆ คือ น้ำมันติดไฟง่ายกว่า แต่ปลดปล่อยความร้อนออกมาน้อยกว่า แต่น้ำมันลุกลามได้ไวกว่า เนื่องจากน้ำมันมีความหนาแน่นน้อยกว่า จึงไหม้อย่างรวดเร็วกว่าแต่ดับได้ง่ายกว่า ในขณะที่ยางรถยนต์ มีเนื้อยางที่มีความหนาแน่นมากกว่า ติดไฟยากกว่า แต่เมื่อจุดติดแล้ว จะให้ความร้อนสูงมากกว่า และดับได้ยากกว่า มีอำนาจและเวลาในการทำลายล้างมากกว่า″ รศ.ดร.ศิริรัตน์ กล่าว

นอกจากนี้ส่วนประกอบสำคัญหลักๆ ของยางรถยนต์ ไม่ได้มีแค่ยางสังเคราะห์ และ ยางธรรมชาติ แต่ยังมี ผงถ่านคาร์บอน(carbon black) น้ำมัน (Extender oil) ลวด และสารเคมี เช่น ซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide: ZnO) และ ซัลเฟอร์ (Sulfur : S) เป็นองค์ประกอบ

ดังนั้น เมื่อยางรถยนต์เกิดการเผาไหม้จึงไม่ได้ปล่อยแค่เขม่าควัน ฝุ่นละออง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ แต่ยังปล่อยสารพิษอีกมากมาย เช่น ก๊าซที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง อีกทั้งก๊าซชนิดนี้ยังมีภาวะเป็นกรด เมื่อสูดหายใจเข้าร่างกายอาจก่อให้เกิดการกัดกร่อนเนื้อเยื่อที่บริเวณทางเดินหายใจได้

อีกทั้งยางสังเคราะห์ที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นยางชนิด สไตรีน-บิวทาไดอีน (Styrene-Butadiene Rubber : SBR) เมื่อเผาไหม้จะเกิดก๊าซพิษสไตรีนออกไซด์ ซึ่งนอกจากจะเป็นสารก่อมะเร็งแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหารอีกด้วยจึงนับว่าเป็นอันตรายมาก

————————————-
ตัดตอน เรียบเรียงจาก:
ผู้เชี่ยวชาญชี้เผายางรถยนต์สร้างก๊าซพิษ-เลือดรับออกซิเจนน้อยลง
ข่าววิทยาศาสตร์ – โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤษภาคม 2553 17:40 น.
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9530000068779

Tags: , , ,

Comments 1 Comment »

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เตรียมทูลเกล้าฯถวายรางวัลนักประดิษฐ์โลกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการประดิษฐ์

ศ.ดร.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า ได้รับการประสานจากสมาพันธ์นักประดิษฐ์นานาชาติ (IFIA) ซึ่งมีสมาชิกกว่า 80 ประเทศ ในยุโรป สมาคมส่งเสริมการประดิษฐ์ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ หรือ คิปา (KIPA) และองค์กรนักประดิษฐ์แห่งรัสเซีย (Association Russian House) ได้เตรียมทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนักประดิษฐ์โลกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 9 กันยายนนี้ เวลาประมาณ 17.00 น. เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และชื่นชมในพระปรีชาสามารถการประดิษฐ์ โดยเฉพาะผลงานกังหันน้ำชัยพัฒนา ฝนหลวง และแนวพระราชดำริเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มาจากพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงคิดค้นขึ้น เพื่อนำมาแก้ปัญหาให้แก่ประชาชน โดยต้นแบบของกังหันน้ำชัยพัฒนากำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2532 และได้รับการจดสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536

อย่างไรก็ตาม จากพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาจากองค์กรการประดิษฐ์นานาชาติว่า เป็นพระบิดาแห่งการประดิษฐ์โลก และยังกำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นวันนักประดิษฐ์โลก (International inventor day convention: IICD) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ได้รับการยกย่องจากทั่วโลก

 

ที่มา: สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ http://thainews.prd.go.th

Tags:

Comments 6 Comments »

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจประกาศคะแนนประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ปี 2551 จำนวน 52 แห่ง ไม่นับรวมบางจาก ณ วันที่ 22 มิ.ย. 52

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

[คลิกที่นี่เพื่อเปิดคะแนนประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจทั้ง 52 แห่ง]

Tags: , ,

Comments No Comments »

พิจารณาคัดเลือกจากหนังสือวิทยาศาสตร์กว่า 700 เล่ม ที่เขียนขึ้นโดยคนไทย และพิมพ์ขึ้นในระหว่างปี 2537-2548 จนเหลือเพียง 100 เล่ม แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ บันเทิงคดี 30 เล่ม และ สารคดีและความรู้ทั่วไป 70 เล่ม ซึ่งคัดเลือกโดยพิจารณาจากหนังสือที่มีเนื้อหาวิทยาศาสตร์โดยตรง, มุ่งส่งเสริมวิทยาศาสตร์ หรือแสดงภูมิปัญญาเชิงวิทยาศาสตร์ของผู้เขียน ยกเว้นหนังสือแปล หนังสือคู่มือ ตำราเรียน และแบบเรียน

ประเภทบันเทิงคดี จำนวน 30 เล่ม ได้แก่

       1. กาลเวลา โดย จุฑารัตน์
       2. ใครทำร้ายโลก โดย อัมพร คมลักษณ์ (บรรณาธิการ)
       3. จรูญจรัสรัศมีพราว พร่างพร้อย โดย วินทร์ เลียววาริณ
       4. จักรวาลอนันต์ การเดินทางไม่สิ้นสุด โดย วรากิจ เพชรน้ำเอก
       5. จินตนาการอนาคต โดย ฉัตรเฉลิม ตันติสุข
       6. แจ็ค ณ ขอบฟ้า โดย เชษฐา สุวรรณสา
       7. ชิทแตก! โดย ปราบดา หยุ่น
       8. ชีวิตแลกไฟฟ้า โดย อัมพร คมลักษณ์ (บรรณาธิการ)
       9. เด็กชายลิ้นชัก โดย วันทนีย์ วิบูลกีรติ
       10. ใต้ดาวมฤตยู โดย เสนีย์ เสาวพงศ์
       11. ปราสาทรัตติกาล โดย แม่บรรเทา
       12. ปลายทางที่ ∞ โดย พิพัฒน์ พสุธารชาติ
       13. โปรเจกต์ เอกซ์ โดย ชัยคุปต์
       14. ผู้พิชิต โดย อัมพร คงลักษณ์ (บรรณาธิการ)
       15. ผู้มาเยือน โดย กิ๊ตตี้
       16. พีระมิดทะเลเย็น โดย วิภาพ คัญทัพ
       17. มนุษย์พันธุ์ใหม่ โดย ติ๋ว
       18. เมืองไทยปี พ.ศ.2600 (Dare To Dream The Impossible) โดย โมน สวัสดิ์ศรี
       19. เร้นพลบ โดย วีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์
       20. เรือนเวลา โดย ชลนิล
       21. ฤดูดาว โดย พงศกร
       22. วันที่โลกไร้แมว โดย สุริยัน สุดศรีวงศ์
       23. สงคราม ความรัก และจักรวาล โดย จรัลพัฒน์
       24. สมการสุริยะ โดย วิธิต อุตสาหจิต (บรรณาธิการ)
       25. สายฝนกลางพายุที่แล้งร้อน โดย นิรันศักดิ์ บุญจันทร์
       26. หัวใจใยสังเคราะห์ โดย เพ็ญศิริ
       27. หิมพานต์นิรมิต โดย สิริกาญจน์
       28. อมตะ โดย วิมล ไทรนิ่มนวล
       29. อิสระนอกกรอบ โดย สมภพ นิลกำแหง
       30. โอบกอดความรักมาจากฟ้า โดย หอมไกล

ประเภทสารคดีและความรู้ทั่วไป จำนวน 70 เล่ม ได้แก่

       31. 2000 : สหัสวรรษรหัสอันตราย โดย วีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์
       32. การเขียนเรื่องวิทยาศาสตร์สำหรับประชาชน โดย คณะวิทยากร นจวท.
       33. การจัดการความรู้ (ฉบับนักปฏิวัติ) โดย วิจารณ์ พานิช

Read the rest of this entry »

Comments 2 Comments »

หลังจากที่ วว. ได้นำการจัดการความรู้ (knowledge management) มาใช้ในการเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2549 (งบประมาณ 2550) โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติเป็นที่ปรึกษา  วว. ได้นำเครื่องมือทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหลายอย่างมาทดลองใช้งานเพื่อช่วยสนับสนุนการจัดการความรู้ อาทิเช่น

  • ระบบจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์ (CMS : Content Management System) ที่ชื่อ Joomla! มาใช้ในการจัดทำเว็บไซต์การจัดการความรู้
  • ระบบเว็บบอร์ด (Webboard) เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร 2 ทาง
  • โปรแกรมวิกิ (Wiki) มาใช้ในการประมวลและกลั่นกรองความรู้ โดยทดลองใช้ภายในกองเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • ระบบจัดการเรียนการสอน (LMS : Learning Management System) ที่ชื่อ Moodle มาทดลองใช้ในการจัดทำบทเรียนสำหรับวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศออนไลน์ภายในองค์กร
  • ระบบไดอารี่ออนไลน์ หรือ เครื่องมือช่วยจดบันทึกออนไลน์ (Blog) ที่ชื่อ Wordpress มาทดลองให้ใช้กันภายใน

ผลจากการทดลองใช้งานระบบดังกล่าว มีผู้เรียกร้องให้นำ TISTR BLOG มาทดลองเผยแพร่สู่ภายนอกองค์กร จึงถือโอกาสขอเปิดตัว TISTR BLOG ตั้งแต่วันนี้

Tags: ,

Comments No Comments »

Thailand Institute of Scientific and Technological Research (TISTR)
Ministry of Science and Technology