Archive for the “นานาสาระ” Category

เรื่องสาระความรู้ทั่วไปที่มีประโยชน์ ข่าวสาร

โดย  ปฐมสุดา อินทุประภา

            เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 คณะทำงานการจัดการความรู้ของ วว. นำโดย ดร.นฤมล รื่นไวย์ ผู้อำนวยการสำนักดิจิทัลและสารสนเทศได้เข้าเยี่ยมชมหอสมุดป๋วย อึ้งภากรณ์ และศูนย์การเรียนรู้กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่มหาวิทยายาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งได้รับการต้อนรับจากทางเจ้าหน้าที่ของหอสมุดป๋วย อึ้งภากรณ์ และศูนย์การเรียนรู้กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เป็นอย่างดี

 

18191062_10210667408055195_430297375_n18197701_10210667409175223_479245732_n

          หอสมุดป๋วย อึ้งภาภรณ์ ที่ศูนย์รังสิตแห่งนี้ มีพื้นที่ถึง 18,699  ตร.ม. มีพื้นที่นั่งอ่านหนังสือถึง 2, 310 เครื่องคอมพิวเตอร์ 142 เครื่อง มี Wifi และเครื่อง printer ให้นักศึกษาได้ใช้งาน หอสมุดป๋วยเปิดให้บริการแก่นักศึกษาทุกวันไม่เว้นวันเสาร์-อาทิตย์ และในช่วงสอบยังเปิดให้บริการถึงเที่ยงคืนอีกด้วย ในส่วนของทรัพยากรสารสนเทศนั้น ทางหอสมุดมีหนังสือในรูปแบบสิ่งพิมพ์จำนวน 278,647 เรื่อง ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 34,275 เรื่อง มีวารสารในรูปแบบสิ่งพิมพ์จำนวน 217 เรื่องในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ถึง 106,542 เรื่อง วิทยานิพนธ์ในรูปแบบสิ่งพิมพ์จำนวน 19,500 เรื่อง ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 20,995 เรื่อง หนังสือพิมพ์ในรูปแบบสิ่งพิมพ์จาก 10 สำนักพิมพ์ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 5,000 สำนักพิมพ์ และยังมีโสตทัศนวัสดุจำนวน 14,937 เรื่อง ให้นักศึกษาได้เข้ามาศึกษาค้นคว้า นอกจากนี้ทางหอสมุดยังมีระบบการยืม-คืนทรัพยากรสารสนเทศระหว่างหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตต่างๆ อีกด้วย และหากนักศึกษาต้องการทรัพยากรสารสนเทศจากมหาวิทยาลัยอื่นที่อยู่ในเครื่องข่ายของหอสมุด ก็สามารถกรอกแบบฟอร์มผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยื่นความจำนงในการขอยืมทรัพยากรสารสนเทศเหล่านั้นมาใช้ได้อีกด้วย  นับว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษาได้เป็นอย่างดี สมกับยุคไทยแลนด์ 4.0

18191709_10210667411655285_730606875_n

          ในส่วนของศูนย์การเรียนรู้กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองของนักศึกษา เปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ. 2558 ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด  Active learning หรือการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โดยศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้จะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง มีพื้นที่ 15,300 ตร.ม. ที่นั่งอ่าน 1,200 ที่นั่ง เครื่องคอมพิวเตอร์ 228 เครื่อง พร้อม Wifi และเครื่อง printer ไว้คอยให้บริการ นักศึกษาสามารถเข้ามาทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ติวหนังสือ ทำรายงาน หรือประชุมหารือในเรื่องต่างๆ ได้ตลอดเวลา

18190857_10210667411935292_177824556_n

          ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ริเริ่มศูนย์การเรียนรู้กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ให้แนวคิดในการก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ฯ นี้ไว้ว่า ท่านต้องการสร้างที่นี่ให้เป็นห้องสมุดแนวใหม่ ที่ไม่มีหนังสือ ไม่มีผนัง ไม่มีเจ้าหน้าที่  เป็นห้องสมุดเปิดโล่ง ไม่เข้มงวดเหมือนห้องสมุดทั่วไป แต่ให้มีที่อ่านหนังสือ มีที่นั่งเล่น มีบรรยายกาศที่เป็นกันเอง สำหรับพื้นที่ในการให้บริการนั้น ทางศูนย์ฯ ได้จัดแบ่งไว้เป็นสัดส่วน คือชั้น 1  Business Zone ซึ่งจะมีร้านกาแฟให้บริการ ชั้น 2 Tutoring Zone ซึ่งห้องจะกั้นด้วยกระจกใส เพื่อให้นักศึกษารวมกลุ่มกัน เพื่อติวหนังสือ หรือประชุมหารือเรื่องต่างๆ โดยสามารถจองห้องผ่านระบบออนไลน์ของมหาวิทยาลัยได้ล่วงหน้า ในส่วนของชั้น 3 Reading Zone นักศึกษาสามารถนำหนังสือ เข้ามาอ่านหรือทำรายงานได้ ส่วนชั้น 4 Multimedia Service จะให้บริการคอมพิวเตอร์ และเป็นห้องฝึกฝนทักษะทางด้านภาษา รวมถึงให้บริการห้องชมภาพยนตร์

18191060_10210667412135297_597594491_n

          นอกจากนี้ทางที่บริเวณชั้น 2 ของศูนย์การเรียนรู้ฯ ยังแบ่งพื้นที่ไว้จัดนิทรรศการ โดยจัดนิทรรศการที่เกี่ยวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรห้องสมุด บทเรียนออนไลน์ การจัดการความรู้เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านห้องสมุดและบริการที่เป็นประโยชน์ต่างๆ

          หอสมุดป๋วย อึ้งภากรณ์ และศูนย์การเรียนรู้กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์นี้ นับได้ว่าเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของนักศึกษาในยุค 4.0 นี้ ได้เป็นอย่างดี

Tags: , , ,

Comments No Comments »

โดย วรวิทย์ อินทร์กง กองพัฒนาและจัดการความรู้องค์กร

ในปัจจุบันที่เป็นยุคดิจิทัลความต้องการในการใช้กระดาษและงานพิมพ์ได้ลดลงมาก หนังสือ นิตยสาร และสำนักพิมพ์ต่างๆ ทยอยปิดตัวลง เนื่องจากความนิยมในการอ่านของผู้อ่านเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เพราะ e-book, e-journal, e-magazine ได้เข้ามาแทนที่ แต่อย่างไรก็ตาม กระดาษและงานพิมพ์ก็ยังไม่ถึงกับสูญหายไปเสียทีเดียว เนื่องจากความต้องการในการพิมพ์งานจิปาถะต่างๆ ยังคงมีอยู่ ยกตัวอย่างเช่น การพิมพ์นามบัตร การพิมพ์บัตรเชิญ การพิมพ์รายงานสำหรับนักเรียน นักศึกษา การพิมพ์รายงานสำหรับนักวิจัย การพิมพ์โปสเตอร์สำหรับการนำเสนองานในการประชุมและงานโฆษณา เป็นต้น  ดังนั้น เราจึงควรมีความรู้ในเรื่องของการเลือกกระดาษที่เหมาะกับงานพิมพ์ เพื่อให้งานของเราออกมาดีและสวยงามยิ่งขึ้น  pa1

หลักการพื้นฐานในการเลือกกระดาษให้เหมาะกับบงานพิมพ์มี 4 สิ่งที่ต้องคำนึง คือ

  1. ความสว่างของกระดาษ (brightness) ในที่นี้หมายถึงความขาวสว่างของกระดาษ ซึ่งยิ่งกระดาษมีความขาวสว่างมากเท่าใด ก็จะทำให้เกิดมิติและความเข้มของสีมากขึ้นเท่านั้น ทำให้สีสันของงานพิมพ์ออกมาสวยงามชัดเจนไม่ผิดเพี้ยน
  2. ความทึบแสงของกระดาษ (opacity) ความทึบแสงของกระดาษสามารถสังเกตได้จากการที่เราชูกระดาษขึ้นให้แสงส่องผ่าน แล้วเราสามารถมองเห็นสิ่งที่ถูกเขียนหรือถูกพิมพ์ไว้ในอีกด้านหนึ่งของกระดาษ ซึ่งหากเรามองเห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของกระดาษได้ชัดเจน ก็แสดงว่ากระดาษชนิดนั้น ไม่เหมาะสำหรับงานพิมพ์สองด้าน (double-sided printing)  ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว หากกระดาษพิมพ์คุณภาพดีจะมีความทึบแสงสูง ทำให้เหมาะกับงานพิมพ์หลากหลายประเภท และสามารถพิมพ์ได้ทั้งสองด้านpa2
  3. น้ำหนักกระดาษ (weight) ซึ่งบ่งบอกถึงความหนา ความบางของกระดาษ และเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของกระดาษ เพราะหากกระดาษมีน้ำหนักมาก ย่อมมีหนามากและมีความทึบแสงมากขึ้น ดังนั้นการเลือกกระดาษที่มีน้ำหนักมาก ความสูง จะทำให้งานพิมพ์ที่ออกมาดูดี มีคุณค่าและดูมีราคา กว่าการเลือกใช้กระดาษที่มีความบางและโปร่งแสง
  4. เนื้อกระดาษ (texture) หมายถึง พื้นผิวหรือความเรียบของเนื้อกระดาษ ซึ่งเนื้อกระดาษมีความสำคัญมากในการพิมพ์ เนื่องจากส่งผลต่อการกระจายตัวของหมึกพิมพ์ ซึ่งหากเลิกใช้เครื่องพิมพ์ inkjet และ laser เราควรเลือกใช้กระดาษที่มีความเรียบมากกว่ากระดาษที่มีพื้นผิวขรุขระpa3

จากหลักการพื้นฐานในการเลือกกระดาษทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมานี้ จึงสรุปได้ว่า การเลือกกระดาษที่เหมาะสมกับงานพิมพ์แต่ละชนิดจึงมีความสำคัญต่อคุณภาพงานพิมพ์ที่ผลิตออกมา ผลงานออกแบบต่างๆ ที่ดูสวยงามจอคอมพิวเตอร์จะถูกลดความสวยงามลงไปในทันที หากผู้ผลิตไม่มีความรู้ ความเข้าใจในการเลือกกระดาษในเหมาะสมกับออกแบบนั้นๆ

เอกสารอ้างอิง                                                                                                                                   

ไม่ปรากฏผู้แต่ง .2559. Printing Basics: How to Choose the Right Kind of Paper. [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก: http://www.computershopper.com/feature/printing-basics-how-to-choose-the-right-kind-of-paper/(page)/2, [เข้าถึงเมื่อ 9 กันยายน 2559].

Tags: , ,

Comments No Comments »

วว. กับงานด้านการเก็บรักษาและอนุรักษ์เห็ด

>>> บรรยาย โดย ลาวัลย์ ชตานนท์

>>> เรียบเรียง โดย นพวรรณ หาแก้ว

 

การวัดและประเมินผลการ

       ฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วว.) รับผิดชอบงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่าย ผลิต และเก็บรักษาเชื้อจุลินทรีย์  และยังได้ร่วมในโครงการ การเก็บรวบรวมเชื้อพันธุ์เห็ดในประเทศไทย โดยทำการแยกเชื้อเห็ดและเก็บเชื้อพันธุ์ด้วยวิธีเก็บในเมล็ดข้าวฟ่างไว้ที่อุณหภูมิเยือกแข็ง ซึ่งในการร่วมโครงการนี้คุณลาวัลย์ ชตานนท์ นักวิจัยจากฝ่ายชีวภาพ ได้กล่าวถึงวิธีการ พร้อมทั้งแนวทางการเก็บรักษาและการอนุรักษ์เห็ดในลักษณะโครงสร้างที่แห้ง (Herbarium) รวมไปถึงเชื้อพันธุ์ในด้านพันธุกรรมซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง  คุณลาวัลย์แสดงความเห็นว่า การอนุรักษ์เห็ดในลักษณะโครงสร้างที่แห้งหรือ herbarium นั้น มีการจัดการดูแลในลักษณะพิพิธภัณฑ์ เช่นที่ พิพิธภัณฑ์เห็ดที่มีฤทธิ์ทางยา ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือในลักษณะเชื้อพันธุ์เห็ด ก็มีการจัดการดูแลรักษาในรูปแบบของศูนย์เก็บรวบรวมเห็ดในประเทศไทย ที่กรมวิชาการเกษตร ในส่วนของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยนั้น ทางศูนย์จุลินทรีย์  โดยฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการอนุรักษ์สายพันธุ์เห็ดพื้นเมืองภาคอีสานกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำ herbarium ของเห็ดพื้นเมืองภาคอีสานมาเก็บไว้ที่ศูนย์จุลินทรีย์ วว. เพื่อเป็นคลังสำรองให้แก่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นอกจากนี้ศูนย์จุลินทรีย์ วว. ยังมีความพร้อมในการรับเก็บรักษาเชื้อพันธุ์เห็ดที่สามารถเพาะเลี้ยงได้ในเมล็ดข้าวฟ่าง จากนั้นจึงนำไปเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิเยือกแข็งเพื่อใช้เป็นคลังสำรองและ เพื่อความปลอดภัยของเชื้อพันธุ์เห็ดในอนาคต

         สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการเก็บรักษาเห็ดนั้น คุณลาวัลย์ ได้กล่าวไว้ 2 ประการ คือ

  1. เพื่อคงโครงสร้างธรรมชาติ โดยมีวิธีการเก็บรักษา คือ การดอง การตากแห้ง และการอบ

วิธีการดอง

การวัดและประเมินผลการ

 

 

 

 

 

 

สูตรน้ำยาดองเห็ด น้ำยาฟอร์มาลิน (เข้มข้น) 40 มิลลิลิตร เอทิลแอลกอฮอล์ ( 95 %) 300 มิลลิลิตร น้ำกลั่น 2000 มิลลิลิตร

วิธีตากแห้ง

การวัดและประเมินผลการ

 

 

 

 

 

ตากแดด 1-3 วัน

วิธีการอบ

การวัดและประเมินผลการ

 

 

 

 

 

 

อบที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส 1-3 วัน และเก็บใส่ภาชนะให้มิดชิด

การเก็บรักษาตัวอย่างเห็ดลักษณะแห้งหรือ herbarium

  • เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้เก็บรักษาที่ถาวร
  • ใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอิง ศึกษารายละเอียด และการเปรียบเทียบ
  • ห้องเก็บ herbarium ควรรมด้วยด่างทับทิมและฟอร์มาลิน และวางลูกเหม็นตามชั้นตัวอย่างเห็ด เพื่อป้องกันแมลงมารบกวน

 

  1. เพื่อรักษาพันธุกรรม

โดยใช้วิธีการแยกเชื้อพันธุ์จากดอกเห็ด สามารถทำได้  2 วิธี คือ

การวัดและประเมินผลการ

 

 

 

 

 

 

  1. การทำรอยพิมพ์สปอร์ (spore print ) เลือกดอกเห็ดที่โตเต็มที่ผลิตสปอร์สามารถที่จะ

พิมพ์รอยได้

การวัดและประเมินผลการ

 

 

 

 

 

 

  1. การแยกเชื้อบริสุทธิ์จากดอกเห็ด เลือกดอกเห็ดที่เจริญเต็มที่ โดยการเขี่ยเนื้อเยื่อ

นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์หลักๆ 2 ข้อ ข้างต้น คุณลาวัลย์ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า การเก็บ รักษาเชื้อพันธุ์เห็ดนั้น ยังมีประโยชน์สำหรับผู้ค้นพบ ศึกษา เก็บไว้กับตนเอง และสำหรับหน่วยงาน เก็บเพื่อความปลอดภัย ฝากเก็บไว้กับสถานที่สำรอง

 

          สำหรับในส่วนของโครงการที่ วว.  ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในเรื่อง การจัดตั้งคลังเก็บรักษาสายพันธุ์เห็ดพื้นเมืองอีสานสำรอง (back-up ) ของพิพิธภัณฑ์เห็ดที่มีฤทธิ์ทางยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  เป็นระยะเวลา 5 ปี  (ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2554 ถึง กุมภาพันธ์ 2559)นั้น ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้มีการส่งตัวอย่างเห็ด : อบแห้ง จำนวนแต่ละชนิด : 3 ตัวอย่าง/ชนิด โดย วว. มีจำนวนตัวอย่างเห็ดที่รับเก็บรักษา ระยะเวลา 5 ปี จำนวน 7 ครั้ง รวมทั้งสิ้น  1,188 ชนิด 3,564 ตัวอย่าง

 รายการต่อไปนี้คือ ชื่อสกุลเห็ดจำนวน 10 ลำดับ ที่ วว.นำมาเก็บรักษา

mushroom-7

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          จำนวนเห็ดที่เก็บรักษารวมทั้งสิ้น 1,188 ชนิด  ในจำนวนชื่อสกุลเห็ด 10 ลำดับข้างต้น มีจำนวนทั้งหมด 589 ชนิด  นอกจากนั้นยังเหลือเห็ดชนิดอื่นๆ อีกจำนวน 599 ชนิด

       ก่อนที่จะจากกันคุณลาวัลย์ ยังได้ฝากเรื่องการอนุรักษ์เห็ดเอาไว้ เพื่อให้เห็ดสามารถเกิดขึ้นและเจริญเติบโตยังประโยชน์ให้แก่ธรรมชาติ และผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งแนวทางการอนุรักษ์เห็ดพื้นบ้านในชุมชน  ที่คุณลาวัลย์ฝากไว้มี 4 แนวทางหลักๆ  คือ

แนวทางที่ 1 การให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเห็ด ว่าเห็ดเป็นฐานอาหาร ความสัมพันธ์ของเห็ดพื้นบ้านและป่าแต่ละชนิด รวมถึงการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน

แนวทางที่ 2 การปลูกป่าเพิ่มทุกปี ป่าเป็นที่อยู่อาศัยของเห็ด เมื่อป่าเพิ่มเห็ดจะเพิ่มตามมา ป่าใดเห็ดน้อยก็ส่งเสริมให้นำไปปลูกเพิ่มให้มีจำนวนมากขึ้น

แนวทางที่ 3 ส่งเสริมอนุรักษ์ป่า สัตว์ป่าและไม่เผาทำลายป่า เป็นการสร้างจิตสำนึกและรักษาระบบนิเวศน์ หากป่าคงความอุดมสมบูรณ์ เห็ดก็ยังคงอยู่ให้เป็นอาหารสืบไป

แนวทางที่ 4 การเก็บเห็ดให้ถูกวิธี เพื่อเพิ่มการแพร่และการกระจายพันธุ์  โดยเก็บพอรับประทาน  เก็บในระยะที่เหมาะต่อการบริโภค เห็ดที่แก่แล้วไม่ต้องเก็บให้เหลือดอกไว้เป็นเชื้อพันธุ์ในพื้นที่ต่อไป

mushroom-7

 

 

 

 

Tags: , ,

Comments No Comments »

ปฐมสุดา อินทุประภา

Pitch ในพจนานุกรมของ Cambridge มีหลายความหมาย แต่หากพูดถึงในด้านการนำเสนองานนั้น คำว่า Pitch จะหมายถึง a speech or act that attempts to persuade someone to buy or do something หรือแปลว่า การกระทำหรือคำพูดที่โน้มน้าวใจผู้ฟังให้ซื้อสินค้า บริการ หรือทำตามที่เราต้องการ ซึ่งการนำเสนองานในรูปแบบนี้จะใช้เวลาประมาณ 5-7 นาที เท่านั้น โดยผู้นำเสนอแต่ละคนจะมีโอกาสนำเสนองานต่อหน้าผู้ฟังหรือนักลงทุนตามเวลาที่กำหนดไว้ จากนั้นจะมีเวลาให้อีก 2-3 นาที เพื่อตอบคำถาม

ในปัจจุบันการนำเสนองานในลักษณะนี้ มักจะเกิดขึ้นในธุรกิจ Startup  ที่ต้องการผู้ร่วมลงทุน เหล่านักธุรกิจหน้าใหม่ (entrepreneur)  จะต้องนำเสนอผลงานหรือไอเดียธุรกิจให้แก่นักลงทุนเพื่อให้เกิดการร่วมทุน หรือแม้แต่การซื้อผลงานไปผลิตในเชิงพาณิชย์ ซึ่ง  Pitch Presentation   นั้น ผู้นำเสนอจำเป็นต้องมีทักษะในการดึงดูดผู้ฟังให้สนใจงานของตนให้ได้ในระยะเวลาอันสั้น ทั้งนี้ยังต้องมีการฝึกซ้อมการนำเสนอให้เกิดความชำนาญ เพื่อการนำเสนอที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ และสามารถลดความรู้สึกตื่นเต้นหรือประหม่าลง

Man Hosting A Show And Talking Into Microphone

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของการนำเสนองานในรูปแบบนี้ที่พบเห็นได้บ่อยๆ คือ การเลือกข้อมูลที่เหมาะสม เนื่องจากผู้นำเสนอมีข้อมูลจำนวนมากที่อยากจะนำเสนอ จึงอาจทำให้ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่า ข้อมูลที่เหมาะสมต่อการนำเสนอควรจะเน้นไปในเชิงใด ดังนั้นในบทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยวางแผนในการเลือกข้อมูลที่เหมาะสม ดังต่อไปนี้

 การเริ่มต้นนำเสนอข้อมูลจากปัญหา

ผู้นำเสนอควรจะชี้แจงถึงความสำคัญของผลงานวิจัยหรือธุรกิจของตนเองว่า สามารถช่วยแก้ปัญหาอะไร ตอบโจทย์อะไรในสังคม โดยข้อมูลที่เลือกมานำเสนอนั้นจำเป็นจะต้องมีความกระชับ เข้าใจง่าย ถูกต้อง ครบถ้วน และน่าสนใจ เพราะการเริ่มต้นที่น่าประทับใจ (hook) จะทำให้ผู้ฟังสนใจและติดตามฟังไปจนจบ

ธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์มีการทำงานอย่างไรinvestor1

ในส่วนนี้ผู้นำเสนอควรจะพูดถึงลักษณะของผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจว่าเป็นอย่างไร มีการทำงานอย่างไร มีความแตกต่างจากธุรกิจอื่นหรือผลิตภัณฑ์อื่นที่มีลักษณะคล้ายกันอย่างไร วัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์หรือลักษณะการดำเนินการธุรกิจเป็นอย่างไร มีการบริหารจัดการอย่างไร โดยอาจมีการยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ซึ่งสามารถทำให้น่าสนได้โดยการร้อยเรียงเรียงราวในลักษณะการเล่าเรื่อง (story telling) หรืออาจยกตัวอย่างในสิ่งที่ใกล้ตัวผู้ฟัง เพื่อช่วยให้ผู้ฟังเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

investor2กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์

ผู้นำเสนอจะต้องไม่ลืมที่จะกล่าวถึงกลุ่มเป้าหมายที่คาดหวังว่าจะมาใช้ผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจบริการ โดยอาจระบุไปอย่างละเอียดถึง เพศ อายุ อาชีพ ของกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงวิธีการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว และหากเป็นไปได้ผู้นำเสนอควรจะมีการวิเคราะห์ส่วนแบ่งการทางการตลาดเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือแก่นักลงทุน

การรับมือกับความเสี่ยง

การลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยต่างๆ ดังนั้นผู้นำเสนอจึงควรนำเสนอแผนรับมือกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแก่นักลงทุน ซึ่งอาจทำได้โดยการยกตัวอย่างการแก้ไขปัญหาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจาก  ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมโรงงานผลิต  หรือการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองต่างๆ ที่มีผลต่อการดำเนินการธุรกิจหรือการผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

ข้อมูลทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลที่มีความจำเป็นในการตัดสินใจของนักลงทุน ซึ่งหากผู้นำเสนอสามารถที่จะผูกเรื่องเป็นเรื่องราวให้น่าสนใจได้ และนำเสนอในลักษณะของการบอกเล่าเรื่อง ไม่ใช้ลักษณะของการบรรยาย ใช้โทนเสียงที่มีความสูงต่ำ ยิ้มแย้ม และมีการสบตาผู้ฟัง ก็จะทำให้ผู้นำเสนอสามารถดึงดูดผู้ฟังได้ไม่ยาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างจำเป็นต้องมีการฝึกซ้อม ดังคำกล่าวที่ว่า practice makes perfect

อ้างอิง

http://researchpark.illinois.edu/resources/how-make-pitch-presentation

http://mashable.com/2011/06/24/startup-pitch-presentation/#buOYzxpRskqf

http://www.forbes.com/sites/carminegallo/2013/07/31/5-must-have-presentation-tips-for-pitching-to-angel-investors/#17dfce173822

Tags: , , , , ,

Comments No Comments »

แรงบันดาลใจจากหลักการทรงงาน และพระอัจฉริยภาพในหลวงรัชกาลที่ 9

ดุรงค์ฤทธิ์ สุดสงวน

กองจัดการความรู้ ศูนย์ความรู้

k0

     ในช่วงเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2559 สิ่งที่พสกนิกรชาวไทยรู้สึกเสียใจมากที่สุด คือ การที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต สิ่งที่สามารถทำได้ในตอนนี้ คือ ถวายความอาลัย และทำกิจกรรมตามพระราชปณิธานของพระองค์ ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้จัดงานเพื่อรำลึกถึงพระองค์ท่าน สิ่งที่ได้เห็นคือ ท่านทรงงานและมีพระอัจฉริยภาพหลายด้าน เช่น โครงการพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ฝนหลวง และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนมีประโยชน์แก่ปวงชนชาวไทย จนหาที่สุดมิได้ ยากที่จะอธิบายได้หมด ในส่วนของงานศิลปะก็เป็นส่วนหนึ่งที่พระองค์มีพระอัจฉริยภาพมาก เป็นแรงบันดาลใจให้รำลึกถึงท่านตลอดกาล

     วันที่ 9 ธันวาคม วิทยาลัยช่างศิลปะเปิดงานนิทรรศการศิลปกรรมในหัวข้อ แรงบันดาลใจจากหลักการทรงงาน และพระอัจฉริยภาพในหลวงรัชกาลที่ 9  จนถึงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ถือเป็นกรณีศึกษาที่มีมุมมองในส่วนของความร่วมมือ ร่วมใจกันในการถวายความอาลัย แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ทำแต่ก็สูงค่าทางจิตใจเพราะได้ลงมือทำภาพในหลวง กว่า 200 ภาพ     ปรากฏสู่สายตามประชาชน

     ผลงานที่ทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์ คือ “ใจ” แห่งความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

     การดำเนินงานผ่านการเตรียมงานอย่างละเอียดรอบคอบ ตั้งแต่การเขียนโครงการของงาน ผลที่ได้รับ และการนำไปต่อยอด

     ประธานในการจัดงาน คือ อาจารย์ศักดิ์ชาย บุญอินทร์ ซึ่งให้ข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

การเขียนโครงการ

     มีหลักการและเหตุผล กล่าวคือ 70 ปี ที่ในหลวงทรงงาน มีพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อประโยชน์สุขแก่พสกนิกร ปกครองแผ่นดิน โดยใช้ทศพิธราชธรรม ซึ่งประชาชนชาวไทยได้เห็นประจักษ์ พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา การถ่ายภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สามารถสร้างแรงบันดาลในในการดำเนินชิวิต เป็นแนวทางทั้งด้านหลักคิด
k1

     ตัวอย่างการเขียนหลักการและเหตุผล

     ความยากในการเขียนคือการใช้คำและการเรียบเรียงให้เหมาะสม เพราะมีความละเอียดในเรื่องของราชาศัพท์ต่างๆ

วัตถุประสงค์ของการจัดงาน มีประเด็นต่างๆดังนี้
k2

  1. เพื่อเทิดพระเกียรติ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช
  2. เพื่อน้อมนำแนวพระราชดำริ หลักการทรงงานและทรงประกอบพระราชกรณียกิจ พระราชอุตสาหะวิริยะ พระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงอาทรห่วงใยในอาณาประชาราษฏร์ และพระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ เป็นแบบอย่าง เป็นแนวทาง และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรม
  3. เพื่อสร้างสรรค์งานศิลปกรรมที่มีคุณค่าทางศิลปะ ทั้งเนื้อหา รูปแบบ วิธีการที่แสดงออก การเทิดพระเกียรติ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช
  4. เพื่อให้เกิดความสามัคคี ของบุคลากรในองค์กร ทั้งครู อาจารย์ บุคลากร และนักเรียน นักศึกษา เกิดความการร่วมมือ ร่วมใจในการทำงานร่วมกันในองค์กร
  5. เพื่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้ชมผลงาน ทั้งด้านศิลปกรรม และเนื้อหาเกี่ยวกับพระปรีชาสามารถ หลักการทำงาน พระอัจฉริยภาพ พระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตาทรงอาทรห่วงใยในอาณาประชาราษฏร์ และพระราชอุตสาหะวิริยะของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ที่ทรงสร้างคุณูปการแก่แผ่นดินไทยคนไทยอย่างอเนกอนันต์

ตัวอย่างการเขียน

ผลสำเร็จของงาน

     มีผู้เข้าร่วมโครงการ 250 คน (นักศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส. 219 คน คณาจารย์ 31 ท่าน) ภาพทั้งหมดในการจัดงาน ครั้งนี้ 202 ภาพ โดยใช้เวลา 2 เดือน ในการผลิตผลงาน ด้วยเทคนิคที่หลากหลาย ตามแขนงวิชาเรียน เช่น วาดเส้น, องค์ประกอบศิลป์, ศิลปะไทย, PAINTING, ประติมากรรม งบประมาณ 2 หมื่นบาท “เรามีงบประมาณจำกัด เพราะเมื่อผลิตผลงานออกมา ต้องใส่กรอบให้เหมาะสม มีวิธีแก้ปัญหาคือ ต้องหางบสนับสนุนจากชมรมศิษย์เก่า แต่ก็สำเร็จจนได้ เพราะพระบารมีของในหลวง ของเราครับ” อาจารย์ศักดิ์ชายกล่าว

k6

     เมื่อได้ผลงานพร้อมใส่กรอบแล้ว การติดตั้งจัดวางเป็นเรื่องสำคัญ ทุกอย่างต้องเหมาะสม ผู้รับผิดชอบคือ วิทยาลัยช่างศิลปะ และบ้านสามครู ในชุมชนตลาดไม้หัวตะเข้ ใช้เวลาจัดสถานที่แสดงผลงาน 3 วัน สิ่งที่ได้เห็น คือ ความร่วมมือของบุคลากร และชาวชุมชน ช่วยกันคิด ช่วยกันติด ช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ไขปัญหา ยืดหยุ่นตามความเหมาะสม

k3

ภาพการจัดแสดงงาน และพิธีเปิดในวิทยาลัยช่างศิลป

k4

ภาพพิธีเปิดที่บ้านสามครู

วันเปิดงาน ชาวชุมชนร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ เด็กๆ ในชุมชน มาร่วมกันร้องเพลงต้นไม้ของพ่อ พระราชาในนิทาน และเพลงสรรเสริญพระบารมี

 

ผลที่ได้รับ

     ได้เห็นถึงความร่วมมือกันทุกฝ่าย ทั้งคณาจารย์ นักศึกษา ประชาชน ในทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้งบประมาณจะจำกัด แต่งานก็สำเร็จ สวยงาม เหมาะสม ควรค่าแก่ความทรงจำ ผู้คนมากมายได้ชื่นชมพระบารมี ได้เห็นผลงานนักศึกษา ซึ่งจัดพิมพ์เป็นโปสการ์ดไว้เป็นที่ระลึก โดยไม่ได้จำหน่าย ผู้ที่สนใจถ้าจะช่วยเหลือกิจกรรมก็บริจาคได้ตามกำลัง งานนี้ เปิดแสดงถึงวันที่ 29 ธันวาคมนี้

k5

 

การต่อยอด

     นิทรรศการมีผู้สนใจเป็นอย่างมาก ผู้มาชมงานชื่นชอบ และชื่นชม ประทับใจในความงดงามของการแสดงออกทางศิลปะของนักศึกษา มีการเผยแพร่ผลงานทางสื่อออนไลน์ ยิ่งทำให้มีคนให้ความสนใจมากขึ้น ผู้สร้างสรรค์ผลงานก็ยิ่งมีกำลังใจ และมีแรงบันดาลใจในการผลิตผลงานศิลปะมากขึ้น นับว่าเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อหลายๆ ส่วน และคงต่อเนื่องต่อไป เพื่อสืบสานการทำความดีตามพระราชปณิธานของพระองค์

 

Tags:

Comments No Comments »

ธนาคารเมล็ดพันธุ์แห่งสหัสวรรษ
พงศกร นิตย์มี
สถานีวิจัยลำตะคอง ฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร

 

     พืชมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยบนพื้นพิภพแห่งนี้ เพราะเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงกลุ่มเดียวที่สามารถใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์ได้โดยตรง โดยผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง ที่จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นอาหารในรูปของเมล็ด ใบ ลำต้น ดอก รากและผล นอกจากนั้นยังมีประโยชน์ในทางอ้อมต่อมนุษย์ เช่น การใช้เป็นยารักษาโรค ใช้เป็นที่อยู่อาศัย  เป็นแหล่งพลังงาน เป็นต้น นอกจากนั้นพืชยังเป็นศูนย์กลางในระบบนิเวศต่างๆ ทั้งมวล เช่น การควบคุมสภาพภูมิอากาศ การดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ  ความอุดมสมบูรณ์ของดิน รวมทั้งความบริสุทธิ์ของน้ำและอากาศ

     พืชมีความหลากหลายโดยอยู่ในรูปลักษณ์ต่างๆ เช่น สาหร่าย ลิเวอร์เวิร์ต มอส เฟิร์น และพืชที่มีเมล็ด โดยพืชที่มีเมล็ดมีบทบาทมากที่สุดต่อชีวิตของมนุษย์  แต่กลับเป็นกลุ่มที่ถูกคุกคามมากที่สุด ประเมินกันว่า มากกว่า 80,000 ชนิด (ประมาณร้อยละ 20 ของพืชทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก) กำลังถูกคุกคาม โดยสาเหตุหลักส่วนใหญ่มาจากความสมดุลของระบบนิเวศลดลง การเข้ารุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น และการใช้ประโยชน์ที่มากเกินไป การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ภัยจากการคุกคามนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายและสำคัญมากในศตวรรษนี้ เนื่องจากความหลากหลายของพืชส่งผลต่อความมั่นคงของมนุษย์โดยตรง ทั้งในด้านพลังงาน อาหาร และยารักษาโรค โดยจากข้อมูลพบว่า ร้อยละ 80 ของพืชที่มนุษย์บริโภคคิดเป็นชนิดของพืชเพียง 12 ชนิดเท่านั้น  คือ ธัญพืช 8 ชนิด และพืชหัว 4 ชนิด ที่เป็นแหล่งอาหารหลักของมนุษย์ ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งของประชากรมนุษย์และความไม่แน่นอนของสภาพภูมิอากาศ

     การจัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ จัดเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ในการอนุรักษ์ความหลากหลายของชนิดพืชในศตวรรษนี้  เพราะสามารถเก็บรวบรวมความหลากหลายได้ในปริมาณมาก ใช้ต้นทุนต่ำ และมีประสิทธิผล ซึ่งการใช้เทคโนโลยีนี้ถูกเริ่มนำมาใช้เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา โดยมีจุดมุ่งหมายในการเก็บรักษาความแปรปรวนของพืชปลูกเพียงไม่กี่ชนิดสำหรับการปรับปรุงพันธุ์ แต่ในช่วงสองทศวรรษให้หลัง องค์ความรู้เหล่านั้นถูกนำมาขยายผลเพื่อการอนุรักษ์พรรณพืชป่า  เพื่อใช้เป็นแหล่งปลูกป่าและสร้างระบบนิเวศใหม่ ทำให้พืชที่สูญหายไปได้มีโอกาสเกิดขึ้นใหม่ในพื้นที่เดิม  และการสร้างประชากรพืชในพื้นที่ใหม่ เพื่อให้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้ในอนาคต    นอกจากนั้นการเก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์พืชป่ายังมีประโยชน์มากในการพัฒนาพันธุ์พืชปลูกส่งผลต่อพืชปลูก โดยการถ่ายทอดลักษณะต่างๆ ไปยังพืชปลูกได้โดยง่าย

     ประเทศไทยเองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ความหลากหลายของชนิดพืช และในปี พ.ศ. 2557 โครงการพรรณพฤกษชาติของประเทศไทย (Flora of Thailand) ได้จัดการประชุมครั้งที่ 16  ณ สวนพฤกษศาสตร์หลวงเมืองคิว (Royal Botanic Gardens, Kew) สหราชอาณาจักร ในการนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุม และทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ส่วนหนึ่งที่ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยมาก คือ ธนาคารเมล็ดพันธุ์แห่งสหัสวรรษ (Millennium Seed Bank) เนื่องด้วยพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของพรรณพืชป่า รวมถึงชนิดพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับพันธุ์ปลูก ซึ่งสามารถนำมาปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นพันธุ์ปลูกได้ จึงทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยกับหน่วยงานธนาคารเมล็ดพันธุ์แห่งสหัสวรรษ  เกิดเป็นโครงการความร่วมมือเก็บเมล็ดพันธุ์พืชป่า ชนิดใกล้เคียงพืชปลูกในประเทศไทย โดยจัดเก็บเมล็ดพันธุ์พืชป่า ที่เป็นชนิดใกล้เคียงพืชปลูกจำนวน 70 ชนิด และจัดส่งไปเก็บรักษาที่ธนาคารเมล็ดพันธุ์แห่งสหัสวรรษ เพื่อเป็นแหล่งสำรองเชื้อพันธุกรรมของประเทศไทย ในกรณีที่พรรณพืชของประเทศไทยสูญพันธุ์หรือหายไปจากแหล่งเดิม ทำให้ประเทศไทยมีแหล่งสำรองเชื้อพันธุกรรมเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางพันธุกรรมพืช
b1

     ธนาคารเมล็ดพันธุ์แห่งสหัสวรรษ (MSB) ได้จัดตั้งพันธมิตรธนาคารเมล็ดแห่งสหัสวรรษ (Millennium Seed Bank Partnership, MSBP) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการปกป้องความหลากหลายของพรรณพืชป่า ที่อาจเกิดจากภัยพิบัติต่างๆ ที่จะมีผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์  รวมถึงการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือจากพันธมิตรทั่วโลก ประกอบด้วย  123 สถาบันจาก 54 ประเทศ ได้ดำเนินงานโดยการกำหนดนโยบายและผู้ปฏิบัติงานทั้งในระดับนานาชาติและจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ซึ่งมีรูปแบบ วิธีการและความร่วมมือที่ถูกพัฒนาขึ้น ทั้งด้านเทคโนโลยีและความรู้ที่ล้ำอนาคต ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของความร่วมมือเกี่ยวกับพันธมิตรธนาคารเมล็ดพันธุ์แห่งสหัสวรรษ (MSBP) โดยมีสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบัน นั่นคือ แนวปฏิบัติในการสร้างทุนทางปัญญา สร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัยสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนองค์กรต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
b2

     ในส่วนของสวนพฤกษศาสตร์หลวงเมืองคิว (Royal Botanic Gardens, Kew) ได้พัฒนาการจัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชป่า ในช่วงปี พ.ศ. 2503 ถึงปี พ.ศ. 2517  และได้ย้ายกิจกรรมธนาคารเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดไปที่เวคเฮิร์ต เพลส (Wakehurst Place) โดยในช่วงปี พ.ศ. 2533 ถึงปี พ.ศ. 2535 โดยงานทางด้านธนาคารเมล็ดพันธุ์พืช  ในระยะแรกส่วนใหญ่จะเน้นในด้านการอนุรักษ์ชนิดพรรณพืชท้องถิ่นของสหราชอาณาจักร และพืชจากระบบนิเวศที่แห้งแล้งและกึ่งแห้งแล้งจากทั่วโลก (arid and semi-arid) โดยได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการวิจัยเมล็ดพันธุ์ จนกระทั้งในปี พ.ศ. 2539 โครงการธนาคารเมล็ดพันธุ์แห่งสหัสวรรษถูกก่อตั้งขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการแห่งสหัสวรรษ โดยมีภารกิจหลักเพื่อการอนุรักษ์พรรณไม้ของสหราชอาณาจักรเกือบทั้งหมด และอีก 24,200 ชนิด จากพื้นที่ในเขตแห้งแล้งจากทั่วโลก จัดเก็บในสถานที่แห่งใหม่ (ต่อมาเรียกว่าอาคารหลังนี้ว่า Welcome Trust Millennium Building) โดยใช้ค่าจ่ายไปจำนวน 73 ล้านปอนด์ เสร็จในเดือนมีนาคมปี พ.ศ. 2553 โดยงบประมาณขยายผลไปถึงความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ในหลายประเทศ   ปัจจุบันได้มีการรวบรวมชนิดพรรณพืชป่าประมาณ  13% ของชนิดพรรณพืชป่าที่มีอยู่ในโลก  และใน พ.ศ. 2565  คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น  20% มีจำนวนเมล็ดพันธุ์ประมาณ 75,000 ชนิด ซึ่งอยู่ภายใต้ภารกิจของโครงการนี้

ที่มา: ไม่ปรากฏผู้แต่ง.ม.ป.ป. Kew’s UK Native Seed Hub. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จากhttp://www.kew.org/business-centre/welcome-uk-native-seed, [เข้าถึงเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2559].

Tags: , ,

Comments No Comments »

ศิลปะกับวิทยาศาสตร์…ความลงตัวของสมองซีกซ้ายและซีกขวา โดย ดุรงค์ฤทธิ์ สุดสงวน

     มนุษย์เรามีการทำงานของสมองที่อัศจรรย์ บางคนเก่งทั้งความคิดในเชิงเหตุผล บางคนก็เก่งศิลปะ และมีหลายคนที่มีความสามารถผสมผสานศิลปะร่วมกันได้ เช่น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี พระองค์ทรงเชี่ยวชาญทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ ทรงมีความสามารถทางด้านดนตรีและศิลปะการร้อยลูกปัดอีกด้วย

     ผมได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์คณะทำงานจัดงานประกวดศิลปกรรมในหัวข้อ วิทยาศาสตร์และอาเซียน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ซึ่งถือเป็นวันวิทยาศาสตร์ไทย ณ บ้านสามครู ตลาดริมน้ำหัวตะเข้ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร จัดโดย คณาจารย์วิทยาลัยช่างศิลป ลาดกระบัง สิ่งที่ได้รับความรู้ คือ ขั้นตอนต่างๆกว่าจะจัดงานกิจกรรมศิลปะ และวิธีคิดอันเป็นหลักเกณฑ์สำคัญในการตัดสินงานศิลปะกับวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่มองเหมือนเข้ากันได้ยาก แต่กลับเป็นการผสมผสานระหว่างจินตนาการกับเหตุผลซึ่งสามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว เป็นรายละเอียดที่น่าสนใจ เลยมาเล่าสู่กันฟังครับแบบไม่เป็นพิธีรีตอง

sv1

สถานที่จัดงานประกวดศิลปกรรม บ้านสามครู ตลาดริมน้ำหัวตะเข้ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

     การจัดงานประกวดศิลปกรรมในวันสัปดาห์วิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมหนึ่งของวิทยาลัยช่างศิลป ลาดกระบัง มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เกี่ยวเนื่องด้วยพระองค์ทรงอุปถัมภ์และส่งเสริมงานต่างๆ ด้านวิทยาศาสตร์ไทยและทรงมีความเชี่ยวชาญทางด้านศิลปะ เช่น ดนตรีและการร้อยลูกปัดด้วย ศิลปะสามารถเชื่อมโยงความคิดในการแสดงออกให้กับเยาวชนได้หลากหลายและมีสีสัน กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับวิทยาลัยช่างศิลปใช้งบประมาณในการจัดงานครั้งนี้ 40,000 บาท เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมประมาณ 200 คน โดยใช้เวลาดำเนินงาน 3 เดือนกำหนดเวลาในการจัดงาน 1 วัน ตั้งแต่ 9.00 น.-12.00 น. มีขั้นตอนสรุปได้ดังนี้

     1. การนำเสนอโครงงานกับกระทรวงวัฒนธรรม

     2. การแต่งตั้งคณะกรรมการในการจัดงาน

     3. การกำหนดหลักเกณฑ์การตัดสิน และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

     4. การมอบรางวัลแต่ละประเภท

     แต่ละขั้นตอนมีรายละเอียด คือ

  1. การนำเสนอโครงงานกับกระทรวงวัฒนธรรมได้ความรู้ว่า การนำเสนอโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับพระบรมวงศานุวงศ์มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความละเอียดรอบคอบในเรื่องเนื้อหาและวิธีการของกิจกรรม ขั้นตอนการอนุมัติจะใช้เวลานานเพราะอาจต้องมีการแก้ไข
  2. การแต่งตั้งคณะกรรมการในการจัดงาน มีการแบ่งงานเป็นส่วนๆและมอบหมายผู้รับผิดชอบ ดังนี้

          2.1 ฝ่ายลงทะเบียน ใช้เจ้าหน้าที่ 6 คน หรือมากกว่า เพื่อรองรับเด็ก ๆ ที่มาลงทะเบียนมากกว่า 200 คน พร้อมทั้งแจกอุปกรณ์การวาดภาพ เช่น กระดาษ ดินสอ แผ่นรองงาน

sv2

          2.2 ฝ่ายสถานที่ ต้องจัดเตรียมห้องที่ใช้จัดงาน ห้องน้ำ ที่จอดรถ และพื้นที่การตัดสินผลงานให้เหมาะสมเพราะมีจำนวนมากหลายร้อยชิ้น

          2.3 ฝ่ายจัดการและดูแลทั่วไป คอยทำหน้าที่ประสานงานทั้งหมด เช่น การดำเนินการประชุม การส่งและรับจดหมาย การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยแก่เด็กๆเพราะจัดในตลาดไม้เก่าที่เป็นพื้นที่ค่อนข้างเปิดกว้าง พร้อมหน้าที่ในการแจกจ่ายคูปองอาหารกลางวันในราคา 30 บาท เนื่องจากเด็กๆ ต้องรอผลการตัดสินรางวัล ข้อดีคือ เป็นการช่วยเศรษฐกิจให้ชาวบ้านได้ขายอาหารและของรับประทานหลากหลาย

sv3อ.นภพงศ์ กู้แร่ ผู้ช่วยอธิการบดีวิทยาลัยช่างศิลป ประธานฝ่ายจัดการ ผู้มีประสบการณ์ในการจัดงานกิจกรรมทางศิลปะมากกว่า 30 ปี

          2.4 ฝ่ายเอกสาร มีหน้าที่จัดส่งจดหมายเชิญและเอกสารไปตามโรงเรียนต่างๆ รวมทั้งรวบรวมรายชื่อเด็กที่มาเข้าร่วมประกวด พร้อมทั้งจัดระบบในเรื่องการเงินและใบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ที่ได้รับรางวัล

          2.5 ฝ่ายตัดสิน มีความสำคัญมากเช่นกัน วิทยาลัยช่างศิลปมอบหมายให้คณาจารย์ที่มีความรู้ทางศิลปะจำนวน 8 คน ซึ่งมีความชำนาญด้านวาดเส้น องค์ประกอบศิลป์ ประติมากรรม เครื่องปั้นดินเผา และมีประสบการณ์ในการตัดสินงานศิลปะมากกว่า 20 ปี ใช้การตัดสินแบบประชามติ โหวตเสียงส่วนใหญ่

sv3

อ.ธีรยุทธ จั่นฝังเพ็ชร ประธานฝ่ายการตัดสินการประกวดและทีมงานคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทางศิลปะ

sv4

ภาพบรรยากาศทั่วๆไปในตลาดไม้เก่าหัวตะเข้ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน เด็กๆแสดงออกกันอย่างเต็มที่

sv5
ภาพบรรยากาศการตัดสินงานประกวดใช้แบบประชามติเสียงข้างมาก ยกมือโหวต

               รางวัลแต่ละประเภท มีการจำแนกตามอายุ ดังนี้

  • ระดับชั้นประถมปีที่ 1-ระดับชั้นประถมปีที่ 3 (ยอดเยี่ยม 1 รางวัล 1,500 บาท ดีเด่น 3 รางวัล รางวัลละ 1,000 บาท)
  • ระดับชั้นประถมปีที่ 4-ระดับชั้นประถมปีที่ 6 (ยอดเยี่ยม 1 รางวัล 2,000 บาท ดีเด่น 3 รางวัล รางวัลละ 1,500 บาท)
  • ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-ระดับชั้นประถมปีที่ 3 (ยอดเยี่ยม 1 รางวัล 2,500 บาท ดีเด่น 3 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท)
  • ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-ระดับชั้นประถมปีที่ 6 หรือเทียบเท่า ปวช. ยอดเยี่ยม 1 รางวัล 3,000 บาท ดีเด่น 3 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท)

sv6
sv7
sv8
ภาพผลงานที่ได้รับรางวัล

     ผลที่ได้รับ

  • ได้ความสัมพันธ์ในเรื่องของ csr กับชุมชนหัวตะเข้ ชาวบ้านได้ประโยขน์คือเพิ่มรายได้ให้ชุมชน
  • ได้ใช้ความรู้ในงานศิลปะ และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน เนื่องจากที่ชุมชนตลาดหัวตะเข้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ กทม. มีกิจกรรมทางด้านศิลปะ โดยการจัดแสดงผลงานดังกล่าวกว่า 200 ชิ้น เป็นเวลา 1 เดือน การฝึกทักษะเด็กและเยาวชนในการใช้สมองทั้งสองซีกในเวลาเดียวกันได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม การไปดูงานกิจกรรมแฝงไว้ด้วยความรู้ที่งดงามในด้านการจัดการทั้งศาสตร์และศิลป์ในเวลาเดียวกัน ถ้ามีกิจกรรมดีๆแบบนี้ ผมจะมานำเสนอใหม่ในโอกาสต่อไป

Comments No Comments »

 

ปัจจุบันการสื่อสารสามารถทำได้หลายวิธี การสื่อสารด้วยการเขียนบทความก็เป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ ยิ่งมีความจำเป็นในการเขียนบทความเชิงวิชาการเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยของตนและของหน่วยงาน ซึ่งการเขียนบทความเชิงวิชาการมีความแตกต่างกับบทความทั่วไป เพราะข้อมูลที่นำมาเขียนจะต้องเป็นข้อเท็จจริง และภาษาที่ใช้ควรจะเป็นภาษาเชิงวิชาการ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ จำเป็นต้องมีการหาข้อมูลและมีการฝึกฝนทักษะอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการฝึกฝนทักษะดังกล่าวสามารถเริ่มได้โดยใช้เทคนิคง่ายๆ 3 ข้อ ดังนี้

  • การวางแผน

การเขียนบทความเชิงวิชาการจำเป็นต้องมีการวางแผนการเขียน โดยอาจทำโดยการใช้ mind map หรือ การวาง layout  ของสิ่งที่ต้องการจะเขียนก่อน เพื่อตีกรอบให้เรื่องที่จะเขียนอยู่ในประเด็นที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ

Writing Clip Art #11024

  • การกำหนดโครงเรื่อง

การกำหนดโครงเรื่องเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการเขียนบทความเชิงวิชาการ ซึ่งโครงเรื่องจะต้องประกอบด้วย บทเกริ่นนำ (overview) ตัวเรื่อง (body) และบทสรุป (conclusion) โดยทั้งสามส่วนนี้จะต้องมีความต่อเนื่อง สอดคล้อง และสนับสนุนซึ่งกันและกัน

Student at Desk

  • การทบทวนแก้ไขบบทความ

เมื่อผู้เขียนเสร็จสิ้นการเขียนบทความแล้ว ผู้เขียนควรมีการทวนแก้ไข โดยตรวจทานในเรื่องของการใช้ภาษาที่ฟุ่มเฟือย การสะกดคำ และการใช้วรรคตอนที่ถูกต้องตามหลักภาษา นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบเอกสารอ้างอิงว่ามีครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ เพราะบทความวิจัยและบทความเชิงวิชาการนั้น จำเป็นต้องมีการอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อให้บทความมีความน่าเชื่อถือ ไม่หลักลอยtyping-clipart-typing-on-computer

 

เทคนิคง่ายๆ 3 ข้อนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อฝึกฝน เพิ่มพูนทักษะการเขียนบทความเชิงวิชาการได้ และเมื่อมีการฝึกฝนบ่อยๆ จนเกิดความชำนาญ ผู้เขียนก็จะสามารถเขียนบทความให้มีความเป็นเอกภาพ ต่อเนื่อง กระชับ และมีความน่าอ่านได้ต่อไป ดังคำกล่าวที่ว่า “Practice makes perfect.”

เอกสารอ้างอิง

ธนกิจวนิชย์, เอก. 2559. เทคนิคการเขียนบทความวิจัย บทความวิชาการ และวารสารวิชาการ. ใน: เอกสารประกอบการสัมมนา เรื่อง เทคนิคการเขียนบทความวิจัย บทความวิชาการ และวารสารวิชาการ วันที่ 25 สิงหาคม 2559. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, หน้า 1-15.

Tags: , ,

Comments No Comments »

money1

ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/tracy_olson/61056391/ By Tracy O

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม คำ ๆ นี้ยังใช้ได้ดีอยู่ในทุกยุคสมัย เพราะในบางครั้งบางเรื่องราวที่ดูแล้วอาจไม่เกี่ยวข้องกับเราอย่างเช่นเรื่องของกฎหมายการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฟังดูเหมือนเป็นกฎหมายที่ไกลตัวของบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป เพราะมักคิดว่าคงไม่ได้ไปทำสิ่งผิดกฎหมายมา เช่น การกรรโชกทรัพย์ หรือความผิดเกี่ยวกับอาวุธสงคราม และเราอาจมีเงินหรือทรัพย์สินไม่มากพอที่จะต้องไปเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้ได้ระบุผู้มีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมไว้ และถ้าท่านเป็นผู้ที่ต้องรายงานธุรกรรมตามที่กฎหมายฉบับนี้ระบุไว้ หากเพิกเฉยก็อาจตกเป็นผู้ถูกกล่าวโทษได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างมาก” อย่างไรก็ตามขอเน้นย้ำว่าถ้าท่านต้องเป็นผู้รายงานธุรกรรมทางการเงิน หน้าที่ของท่านคือถามที่มาของเงิน ไม่ใช่ผู้สอบสวน

Read the rest of this entry »

Tags: , , ,

Comments No Comments »

มโนทัศน์แห่งอนาคต (VISIONS: HOW SCIENCE WILL image_visionREVOLUTIONIZE THE 21ST CENTURY)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : MICHIO KAKU / กุลพันธ์ พิมพ์สมาน
ปีที่พิมพ์ 2554

จะดีแค่ไหนถ้าคุณ…
–  มีหุ่นยนต์ไว้ทำงานแทน
–  มีปัญญาประดิษฐ์คอยอำนวยสะดวก ให้บ้านอัจฉริยะเป็นวิมานของคุณ
–  เดินทางระหว่างดวงดาวเพื่อหาบ้านใหม่ในอวกาศ
–  ย้อนเวลากลับไปยังอดีตได้
–  รักษาโรคมะเร็งได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
–  เป็นหนุ่มสาวตลอดกาล
ฯลฯ
ทั้งหมดนี้กำลังจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอีกเพียงร้อยปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝันที่มีอยู่แต่ในนวนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป โดยมีรากฐานมาจากการปฏิวัติควอนตัม การปฏิวัติเชิงชีวโมเลกุล และการปฏิวัติคอมพิวเตอร์ ร่วมเดินทางสู่อนาคตไปพร้อมเหล่านักวิทยาศาสตร์เปี่ยมวิสัยทัศน์ใน “มโนทัศน์แห่งอนาคต” โดยมิชิโอะ คากุ นักฟิสิกส์ชื่อดังเจ้าของผลงาน “จักรวาลคู่ขนาน” (Parallel Worlds) บอกเล่าผลการวิจัยล่าสุดจากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกถึงความก้าวหน้าในการค้นคว้า ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราและโฉมหน้าโลกในศตวรรษที่ 21 ไปอย่างสิ้นเชิง และบางสิ่งก็กำลังเกิดขึ้นแล้วตอนนี้!!!

ถอดรหัสลับปฏิบัติการพลิกโลกimage_whathappened

ผู้แต่ง :  ทัศนัย  ปัญญา
ปีที่พิมพ์ 2554

ในโลกใบนี้ยังคงมีสิ่งลี้ลับที่รอการพิสูจน์อยู่อีกมากมายนับไม่ถ้วน บ้างก็ได้ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์  บ้างก็ได้ข้อสรุปทางความเชื่อที่มีคนมากมายให้การสนับสนุน แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่ไม่มีกระทั่งข้อสรุป นี่จึงถือว่าเป็นเสน่ห์ของความลี้ลับที่ยังคงหลับใหลรอคอยให้มีการส่งต่อความพยายามในการไขข้อสงสัยจากรุ่นสู่รุ่น เชื่อแน่ว่าเรื่องบางเรื่องในหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณตกใจ และอุทานออกมาว่า “จริงหรือนี่” ได้อย่างแน่นอน

ซากุระ กรรมศาสตร์image_sagura

ผู้แต่ง/ผู้แปล : Morinosuke  Kawaguchi / ปฏิมา  สินธุภิญโญ
ปีที่พิมพ์ 2554

บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่น ตั้งแต่เครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ รอบตัวไปจนถึงนวัตกรรมไฮเทค ซึ่งล้วนแต่มีที่มาจากวัฒนธรรม ความรู้สึกนึกคิด และจิตวิญญาณแบบคนญี่ปุ่น ที่หล่อหลอมให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นที่มีความสร้างสรรค์

 

มายากลศาสตร์image_maya

ผู้แต่ง/ผู้แปล : MISTER TOMPKIN
ปีที่พิมพ์ 2554

“สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น” สายรุ้งสีสวย เครื่องบินเหาะข้ามทวีป เรือใบแล่นฉิวกลางมหาสมุทร สายฟ้าฟาดกลางทุ่งนา สายฝนโปรยปรายชุ่มฉ่ำ ฯลฯ สิ่งต่างๆ ที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน บ่อยครั้งที่ผ่านสายตาเราไปโดยไม่ได้รับความสนใจ แต่ก็มีบางทีที่เกิดคำถามว่า… เอ๊ะ! มันเกิดขึ้นได้ยังไงนะ? เอ…แล้วทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยล่ะ? หันซ้ายหันขวาถามคนนู้น สะกิดคนนี้อาจไม่ได้รับคำเฉลย แต่ทว่า…”ฟิสิกส์ (Physics)” มีคำตอบ! Mister Tompkin มิใช่ชาวต่างชาติ แต่คือนามปากกาของชายหนุ่มสัญชาติไทยผู้หลงใหลในวิทยาศาสตร์ มุ่งศึกษาค้นคว้าและถ่ายทอดวิชาฟิสิกส์สู่สายตาผู้อ่าน ซึ่งความโดดเด่นของงานเขียนแนว Popular Science สไตล์มิสเตอร์ทอมกิ้น ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ล้ำลึก คุณก็สามารถเข้าใจและเพลิดเพลินได้ ด้วยสำนวนภาษที่เป็นกันเอง อธิบายทฤษฎีให้เข้าใจได้ด้วยมุมมองที่เปิดกว้างต่อคำถามระดับมนุษยชาติ โดยแต่ละเรื่องที่นำเสนอให้สาระแง่คิดแก่คุณผู้อ่านนำไปต่อยอดในองค์ความรู้อื่นๆ ได้อีกหลากหลาย เพราะในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำทุกขณะ ส่งผลให้ความรู้และวิทยาการได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าทุกวินาที สิ่งที่เราไม่รู้ในวันวานกำลังถูกค้นคว้าหาคำตอบในวันนี้ ทำให้ความรู้ความเข้าใจที่เคยยึดถือตามหลักการเดิมนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นความรู้ใหม่ที่ผ่านการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆ

image_mahassajan

มหัศจรรย์ชั้นบรรยากาศ : ชุดมหัศจรรย์โลกธรรมชาติ (WONDER OF THE AIR)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : TAMRA ANDREWS / ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล
ปีที่พิมพ์ 2554

มหัศจรรย์ชั้นบรรยากาศ คือการศึกษาวิทยาศาสตร์ผ่านตำนานปรัมปรา เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจถึงความปรารถนาจะไขความลี้ลับในธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งเริ่มต้นจากการใช้สายตากับสติปัญญาเป็นองค์ประกอบสำคัญเพื่อแสวงหาความรู้ จนนำไปสู่การสร้างคำอธิบายโลกธรรมชาติรอบตัวเราในปัจจุบัน ตำนานหลายแห่งทั่วโลกสะท้อนถึงความกลัวของคนโบราณว่ารุ้งกินน้ำคืองูยักษ์ที่อาจกลืนกินน้ำจนหมดโลก และจะทำให้เกิดภัยแล้งได้ ตำนานจากแดนหนาวบอกว่าหิมะคือยักษ์อำมหิตที่ต้องการแช่แข็งทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก โดยแท้จริงแล้ว นิทานหรือตำนานปรัมปราก็คือความพยายามไขปริศนาลี้ลับในธรรมชาติของคนโบราณนั่นเอง

image_phiphopมหัศจรรย์พื้นพิภพ : ชุดมหัศจรรย์โลกธรรมชาติ (WONDER OF THE LAND)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : KENDALL HAVEN / ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล
ปีที่พิมพ์ 2554

มหัศจรรย์พื้นพิภพ เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างตำนานปรัมปราอันน่าสนุกตื่นเต้นจากทั่วทุกมุมโลก ไปสู่ดินแดนของเหตุผลและข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นการผสมผสานระหว่างพลังจินตนาการเข้ากับความรู้สมัยใหม่ จนสามารถสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อพร้อมเปิดประตูสู่การศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น เชื่อหรือไม่ว่า พื้นพิภพที่เราอาศัยอยู่มาตลอดชีวิตนี้ มีความมหัศจรรย์มากมายเหลือคณานับเพราะครั้งหนึ่งเคยมีไดโนเสาร์เยื้องย่างผ่านไปมา เคยถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งนับไม่ถ้วนครั้งและยังคงมีภูเขาไฟที่หลับใหลเฝ้ารอเวลาปะทุใหม่อีกมากมาย โดยเรื่องราวเหล่านี้ถูกอธิบายไว้อย่างแจ่มชัดละเอียดลอออยู่ภายในหนังสือเล่มนี้แล้ว

เหตุผลของธรimage_thamachatรมชาติ

ผู้แต่ง    : นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา
ปีที่พิมพ์ 2554

เป็นหนังสือภาคต่อของหนังสือ “เรื่องเล่าจากร่างกาย” ที่สร้างปรากฏการณ์ Pop Science ในวงการหนังสือไทย ซึ่งเนื้อหาในเล่มได้แบ่งออกเป็นสามตอนใหญ่ๆ ด้วยกัน โดยสองตอนแรกจะเป็นตัวอย่างของฟิสิกส์และเคมีที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต สำหรับตอนที่สามจะเป็นเรื่องของการวิวัฒนาการมาร่วมกันระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างๆ และผลบางอย่างที่เกิดขึ้นตามมา

เรื่องเล่าจากร่างกาย image_body

ผู้แต่ง: นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา
ปีที่พิมพ์ 2554

เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวของ ร่างกาย พฤติกรรมมนุษย์และธรรมชาติ ผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ ตอบโจทย์ปัญหาว่า “ทำไมร่างกายเขาเราจึงมีร่างกายและความคิดอย่างปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเรื่อง “การมีชู้” , เครียดเพราะอ้วน , ทำไมจึงหล่อ จึงสวย , สมองคุยกับร่างกายอย่างไร , ทำไมต้องเดินสองขา เป็นต้น และเมื่อเราเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ ดีแล้ว เราจะไปดูกันว่าเรื่องเล่าจากร่างกายเหล่านี้ จะช่วยนำทางเราเดินสู่ปัจจุบันและก้าวต่อไปในอนาคตได้อย่างไร

image_body2มหัศจรรย์แห่งร่างกาย เล่ม 2 (THE ODD BODY 2)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : STEPHEN JUAN / โรจนา นาเจริญ
ปีที่พิมพ์ 2554

หนังสือเล่มนี้แปลจากเรื่อง The Odd Body 2 ของ ด็อกเตอร์สตีเฟ่น ฮวน ผู้ซึ่งได้รวบรวมคำถามที่เขาเรียกว่า Odd Body Questions (OBQs) จากคนขี้สงสัยทั่วโลกในทุกประเด็นเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ แล้วหาคำตอบมาให้ความกระจ่างแก่ผู้ถามและผู้อ่านในรูปแบบที่ไม่เครียดเกินไป หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมสารพัดคำถามที่แปลกยิ่งกว่าเดิม จากคนช่างสงสัยทั่วโลกที่ส่งกันเข้ามาถาม อย่างเช่น ทำไมลูกตาถึงไม่เย็นจนแข็งตัวในอากาศหนาวจัด? หรือทำไมเราต้องมีรูจมูก 2 รู? นั่นคือตัวอย่างของคำถามในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเชื่อว่าท่านผู้อ่านจะได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินเกินราคา แค่ความจริงที่น่าทึ่งก็คุ้มแล้ว!!!

วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์แห่งการค้นพimage_discoveries

ผู้แต่ง/ผู้แปล : ALAN LIGHTMAN/บุญญานาถ นาถวงษ์ และคณะ
ปีที่พิมพ์ 2554

รวมบทความงานวิจัยวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในศตวรรษที่ 20 จำนวน 25 ชิ้น ผู้รวบรวมคืออลัน ไลท์แมน เจ้าของผลงาน ความฝันของไอน์สไตน์ (Einstein’s Dream) แบ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ออกเป็น 22 บท เรียงตามลำดับเวลาที่บทความเหล่านั้นตีพิมพ์ อลัน ไลท์แมนเริ่มต้นแต่ละบทด้วยส่วนแนะนำที่เล่าชีวประวัติของนักวิทยาศาสตร์แต่ละคนและเรื่องราวการค้นคว้าที่นำไปสู่บทสรุปซึ่งก็คือตัวบทความต้นฉบับในส่วนถัดไป นอกจากนี้ อลัน ไลท์แมนยังอธิบายเนื้อหาส่วนบทความและที่มาที่ไปให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น เพราะหนังสือเล่มนี้มีลักษณะค่อนไปทางงานวิชาการเนื้อหาเข้มข้น บทความต่างๆ ที่รวบรวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของวงการวิทยาศาสตร์ เป็นองค์ความรู้บริสุทธิ์ที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อๆ มานำไปศึกษาต่อยอดจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์แห่งการค้นพบนอกจากจะให้องค์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้แล้ว ยังให้ภาพรวมเกี่ยวกับวงการวิทยาศาสตร์ของยุโรปในศตวรรษที่ 20 และพัฒนาการในการศึกษาค้นคว้าด้านฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ซึ่งล้วนเอื้อให้เกิดความก้าวหน้าแก่กันและกัน

Comments 1 Comment »

Thailand Institute of Scientific and Technological Research (TISTR)
Ministry of Science and Technology