เก็บตกการสัมมนา SOE Digital Transformation for Thailand 4.0…มุมมองจากคนนอกวงการ IT

ดร. ปฐมสุดา อินทุประภา
กองพัฒนาและจัดการความรู้องค์กร

    เมื่อวันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนา SOE Digital Transformation for Thailand 4.0 ที่จัดขึ้นโดยชมรมเทคโนโลยีสารสนเทศรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในฐานะคนนอกวงการ IT เพราะส่วนใหญ่บุคลากรที่มีโอกาสได้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นคนในแวดวง IT ไม่ว่าจะเป็น Programmer, System analyst และ Network engineer ซึ่งแต่ละคนก็จะมีการใช้คำพูดด้วยคำศัพท์ที่เป็น Technical terms ที่ผู้เขียนไม่ค่อยคุ้นหู และไม่เข้าใจความหมายเท่าไรนัก เพราะผู้เขียนเป็นแค่ End user หรือผู้ใช้ระบบที่เขาเหล่านั้นได้พัฒนาขึ้นมาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะ End user ที่เข้าร่วมในการสัมมนาในครั้งนี้ ผู้เขียนรู้สึกว่านับเป็นความโชคดีอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้เขียนได้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มรัฐวิสาหกิจไทยที่มุ่งมั่นจะพัฒนาระบบ Infrastructures, program และบุคลากร เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ Thailand 4.0 ได้อย่างเต็มรูปแบบ

  ในงานสัมมนา ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดและได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง SOE Digital Transformation for Thailand 4.0 ซึ่งท่านได้กล่าวว่า ในปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวข้ามผ่านความล้าหลังแล้ว และกลุ่มรัฐวิสาหกิจของไทยก็มีศักยภาพทั้งในเรื่องเงินทุน กำลังคน และเทคโนโลยีที่จะผลักดันประเทศไทยไปสู่ 4.0 และหากกลุ่มรัฐวิสาหกิจไทยสามารถวางเป้าหมายร่วมกันได้ ท่านก็เชื่อว่ากลุ่มรัฐวิสาหกิจไทยจะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนประเทศไทยความเป็นสู่ 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ ท่านยังเน้นย้ำว่าทุกรัฐวิสาหกิจควรที่จะตั้งเป้าร่วมกันคือ การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยต้องไม่ลืมถึงความมั่นคงปลอดภัยต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการคมนาคม ระบบ logistic และการทำธุรกรรมการเงินผ่านทางอินเทอร์เน็ต ในส่วนของรัฐบาลเองก็กำลังดำเนินการอยู่ 5 เรื่องหลักๆ เพื่อการขับเคลื่อน Digital 4.0 ซึ่ง ก็คือ SIGMA แปลว่า S = Security (ความปลอดภัย), I = Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน), G = Government (รัฐบาล), M = Manpower (กำลังคน) และ A = Application (การประยุกต์ใช้) โดยทั้งหมดนี้ก็หมายความถึง การคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการในโลกออนไลน์และความมีเสถียรภาพของระบบต่างๆ การลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่ายให้ครอบคลุม การทำระบบ e-government เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ของรัฐบาลได้อย่างทั่วถึง การพัฒนากำลังคนหรือบุคลากรที่จำเป็นเพื่อใช้พัฒนา วิเคราะห์ และวางระบบต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และการนำเอาระบบต่างๆ ที่ได้รับการพัฒนามาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยในแต่ละภูมิภาค ซึ่งเหล่านี้ก็เชื่อมโยงกับการเสวนาของ คุณเทวินทร์ วงวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คุณชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง และคุณมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งทั้งสามท่านได้กล่าวถึง ความพร้อมในด้าน Manpower และ Infrastructure ของหน่วยงาน นอกจากนี้ท่านทั้งสามยังยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ รวมไปถึงการเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่างๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเตรียมพร้อมเกี่ยวกับใช้พลังงานไฟฟ้าในรถยนต์ การเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยบนระบบเครือข่ายความเร็วสูงที่ครอบคลุมไปทั่วประเทศ

 

 นอกจากนี้ในการเสวนาช่วงบ่ายของ ดร. ณัฐพล นิมมานพัชริทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัล และ นพ. ศุภชัย ปาจริยานนท์ ผู้ก่อตั้ง RISE และ CEO บริษัท MCFIVA ทั้งสองท่านยังได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมของบุคลากรของภาครัฐให้มีความเป็นนักนวัตกร (Innovator) คือ การที่บุคลากรภาครัฐสามารถนำเอาผลงานวิจัยมาต่อยอดหรือสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้นี้ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเปลี่ยนวิถีชิวิตของผู้บริโภคได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น สร้างความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา หรือประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นต้น นวัตกรจำเป็นต้องมีความเข้าใจถึงมุมมองของนักลงทุนและสามารถสื่อสารกับนักลงทุนให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานที่มีความแปลกใหม่และตอบสนองชีวิตในยุค digital 4.0 ได้ ซึ่งบุคลากรภาครัฐควรได้รับการฝึกฝนและพัฒนาทัศนคติ รวมถึงแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่ และหลุดออกจากกรอบความคิดเดิมๆ เพื่อสร้างสรรค์งานที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่สังคม

 สำหรับในเรื่องของ Security นั้น ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ก็ได้กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ Cyber Security for New Generation ซึ่งในการบรรยายท่านก็ได้เน้นย้ำถึง การโจมตีทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายของทั้งภาครัฐและเอกชนที่จำเป็นจะต้องมีการกำหนดกลยุทธ์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับเป้าหมายในการปฏิรูปธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานของระบบจำเป็นต้องเข้มแข็ง และสามารถตรวจจับเครือข่ายแปลกปลอมต่างๆ ที่แทรกซึมเข้ามาในระบบได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เรื่องนี้นับว่าเป็นความท้าทายที่สำคัญอย่างยิ่งของการพัฒนาสู่ Thailand 4.0 อย่างมีประสิทธิภาพ

  ในช่วงท้ายของงานซึ่งเป็นการบรรยายพิเศษเรื่อง Challenging to change in digital era โดย พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้กล่าวถึง การเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ทำให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง ดังนั้นในยุคที่ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในพริบตา บุคลากรภาครัฐจึงจำเป็นต้องพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแลงที่รวดเร็วเช่นนี้ เพราะคลื่นลูกใหม่แห่งความเปลี่ยนแปลงอาจจะถาโถมลงมาได้อีกในไม่กี่ปีข้างหน้า

 ท้ายสุดนี้ ข้อคิดที่ได้จากเข้าร่วมสัมมนาในฐานะ End user ผู้เขียนได้ตระหนักถึงสิ่งที่ End user ต้องเตรียมรับมือเพื่อก้าวเข้าสู่ Thailand 4.0 อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นก็คือ Digital literacy หรือความตระหนักรู้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อให้เราสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง

วว. กับงานสนับสนุนโครงการหลวง

โดย ดร. ชนะ พรหมทอง

   งานสนับสนุนโครงการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชถือได้ว่าความเป็นความภาคภูมิใจประการหนึ่งของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านการพัฒนาเกษตรที่สูง โดย ฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (ฝวช.)  ซึ่งทาง วว. ได้เข้าไปมีบทบทในการวิจัยและพัฒนา การเพาะเห็ดเขตหนาว ซึ่งในอดีตนั้นเห็ดเขตหนาวไม่สามารถเพาะปลูกได้ประเทศไทย จึงจำเป็นต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงทรงโปรดให้มีการส่งเสริมการเพาะปลูกพืชเมืองหนาวเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น โครงการพัฒนาการเพาะเห็ดเขตหนาวของไทยจึงได้เกิดขึ้นและได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 ซึ่งโครงการนี้นอกจากจะช่วยสร้างรายได้แก่ชุมชนบนพื้นที่สูงในภาคเหนือของไทยแล้ว ยังสามารถลดการนำเข้าเห็ดจากต่างประเทศที่มีราคาแพง

FullSizeRender (1)

 

   การวิจัยและพัฒนาการเพาะเห็ดเขตหนาวนี้ ดำเนินการโดยพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง ด้วยการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งทาง วว.ดำเนินการภายใต้ศูนย์กิจกรรมพิเศษ โดยต่อมาได้ตั้งขึ้นเป็นศูนย์ประสานงานพัฒนาเกษตรที่สูง(ศปก.) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับกองได้ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง ในปี พ.ศ. 2512 ในการส่งเสริมพัฒนาการเพาะเห็ด เพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพของชุมชนบนพื้นที่สูง โดยโครงการหลวงได้กันพื้นที่ประมาณ 1,200 ตารางวา ที่สถานีวิจัยดอยปุย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้เป็นพื้นที่สำหรับการวิจัย พัฒนาและทดสอบเห็ดเขตหนาว โดยเริ่มจากการเพาะเห็ดหอมในท่อนไม้จากการแนะนำของผู้เชี่ยวชาญไต้หวันที่เข้ามาช่วยงานโครงการหลวงยุคเริ่มโครงการหลวงโดยการนำไม้ก่อที่มีอยู่ในธรรมชาติแต่ถูกตัดเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำการเกษตร การเพาะเห็ดหอมท่อนไม้ประสบผลสำเร็จ เป็นอย่างดี ต่อมาได้ส่งนักวิจัยไปฝึกงานการเพาะเห็ดที่ประเทศไต้หวัน และสนับสนุนเครื่องจักรสำหรับเพาะเห็ดภายใต้ความร่วมมือของโครงการหลวงกับรัฐบาลไต้หวัน เพื่อนำความรู้กลับมาวิจัย พัฒนาการเพาะเลี้ยงเห็ดเขตหนาวชนิดอื่นๆ เช่น เห็ดแชมปิญอง เห็ดเข็มทอง เห็ดนางรมหลวง เห็ดโคนหลวง เห็ดปุยฝ้าย เห็ดนางรมดอย และเห็ดอื่นๆอีกหลายชนิด ปัจจุบัน ได้ดำเนินการทดสอบ และทดลองนำสายพันธุ์เห็ดเขตหนาวชนิดอื่นๆมาเพาะเลี้ยง กว่า 10 ชนิด และส่งเสริมเห็ดที่มีศักยภาพให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมต่อไป รวมทั้งโครงการหลวงมอบหมายให้ช่วยบริหารจัดการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่เป็นต้นมาจนถึงปี พ.ศ. 2549 และ วว. มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรให้ยุบรวมงานถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ไปอยู่กับงานวิจัยพัฒนา ทำให้ ศปก. ถูกยุบรวมเป็นเพียงโครงการหนึ่งเท่านั้นโดยมีนักวิจัยเป็นหัวหน้าโครงการ

 

      ต่อมาในปีพ.ศ. 2553 โครงการหลวงได้แต่งตั้งให้เจ้าหน้าที่ วว. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ช่วยดูแลการบริหารจัดการ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกอีกครั้งหนึ่ง และมีรับสั่งจากองค์ประทานมูลนิธิโครงการหลวงให้ขยายงานส่งเสริมการเพาะเห็ดไปยังศูนย์ต่างๆมากขึ้นนอกเหนือจากเดิมที่ทำเฉพาะงานทดสอบที่ศูนย์วิจัยเห็ดเขตหนาวดอยปุย ปัจจุบันงานเห็ดได้ขยายไปยังศูนย์/สถานีของโครงการหลวงทั้งหมด 5 แห่ง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยมีศูนย์ดอยปุยเป็นศูนย์หลักในการผลิตหัวเชื้อเห็ดของโครงการหลวง และปัจจุบันศูนย์เห็ดดอยปุยขอสนับสนุนงบประมาณในรูปกองทุนโครงการ อีกช่องทางหนึ่ง เพื่อดำเนินการผลิตเห็ดสดเพื่อจำหน่ายผ่านโครงการหลวงตั้งแต่ปี 2557 เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค นอกเหนือจากงานทดสอบเห็ดชนิดใหม่

FullSizeRender (2)

     ในปี พ.ศ. 2557 อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ภายใต้การดูแลของ วว. ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการหลวงประมาณ 13 ล้านบาท ในการสร้างอาคารเพาะเห็ดระบบปิดที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยงเพื่อพัฒนางานผลิตเห็ดของโครงการหลวงให้มากขึ้น และต่อมาในปีพ.ศ. 2546 ได้เริมการวิจัยพัฒนาการผลิตวานิลลา ที่ศูนย์ฯป่าเมี่ยงโดยโครงการหลวงให้ทุนวิจัย เพื่อขยายผลสู่งานส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวงต่อไปจนถึงปัจจุบันได้ขยายผลไปยัง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ศูนย์ฯม่อนเงาะ และศูนย์ฯตีนตก โดยมีการผลิตจำหน่ายเชิงพาณิชย์ผ่านตลาดโครงการหลวง

      ทั้งหมดนี้จึงนับได้ว่า เป็นความภาคภูมิใจของ วว. ที่ได้มีส่วนร่วมในการนำความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคคลากรในองค์กรช่วยในการพัฒนาประเทศตามพระราชประสงค์

เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2558

เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส ปี 2558

1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2558 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 18 พฤศภาคม 2558

กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

money1

ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/tracy_olson/61056391/ By Tracy O

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม คำ ๆ นี้ยังใช้ได้ดีอยู่ในทุกยุคสมัย เพราะในบางครั้งบางเรื่องราวที่ดูแล้วอาจไม่เกี่ยวข้องกับเราอย่างเช่นเรื่องของกฎหมายการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฟังดูเหมือนเป็นกฎหมายที่ไกลตัวของบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป เพราะมักคิดว่าคงไม่ได้ไปทำสิ่งผิดกฎหมายมา เช่น การกรรโชกทรัพย์ หรือความผิดเกี่ยวกับอาวุธสงคราม และเราอาจมีเงินหรือทรัพย์สินไม่มากพอที่จะต้องไปเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้ได้ระบุผู้มีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมไว้ และถ้าท่านเป็นผู้ที่ต้องรายงานธุรกรรมตามที่กฎหมายฉบับนี้ระบุไว้ หากเพิกเฉยก็อาจตกเป็นผู้ถูกกล่าวโทษได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างมาก” อย่างไรก็ตามขอเน้นย้ำว่าถ้าท่านต้องเป็นผู้รายงานธุรกรรมทางการเงิน หน้าที่ของท่านคือถามที่มาของเงิน ไม่ใช่ผู้สอบสวน

Continue reading “กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน”

เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 และ 3 ปี 2554

เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 และ 3 ปี 2554

1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2554 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]
2. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 2554 และแนวโน้มปี 2554-2555 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2554

เด็กไทยคว้า 2 เหรียญทอง-3 รางวัลพิเศษแข่งโอลิมปิกหุ่นยนต์โลก 2011 ที่ยูเออี

กรุงเทพฯ 21 พ.ย.-นักเรียนไทยสร้างชื่อคว้าเหรียญทอง จากการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์โลก ณ เมืองอาบูดาบี ยูเออี และยังคว้ารางวัลรวม 8 รางวัล ประกอบด้วย 2 เหรียญทอง ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล และประเภท Green City Challenge 3 เหรียญทองแดง 3 รางวัลพิเศษ

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด คัดเลือกและนำนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกสังกัด เป็นตัวแทนนักเรียนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ WRO 2011 : World Robot Olympiad 2011 ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2554 ณ เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จำนวน 34 ทีม โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ และประเภท Green City Challenge ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างโปรแกรม ประกอบหุ่นยนต์และนำไปปฏิบัติภารกิจบนสนาม ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ จะเป็นการประกวดโครงงานหุ่นยนต์ในหัวข้อ “หุ่นยนต์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” และประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล แต่ละประเภทการแข่งขันยังแบ่งออกเป็น 3 รุ่น คือ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี

ผลการแข่งขันปรากฏว่า นักเรียนไทยกวาดรางวัลจากการแข่งขันได้ถึง 8 รางวัล ดังนี้ ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพฯ ซึ่งเคยได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขันดังกล่าวในปีที่ผ่านมา ประเภท Green City Challenge รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลเพชรวิทย์ จ.ตาก รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีได้รับ รางวัลเหรียญทองแดง ได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา 2 จ.สุราษฎร์ธานี ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ และประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี จ.ปทุมธานี

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับรางวัลพิเศษอีก 3 รางวัล คือ รางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่ โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ กรุงเทพฯ รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยมประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ได้แก่ ทีมรวมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และรางวัลทีมยอดเยี่ยมประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่โรงเรียนธัญบุรี จ.ปทุมธานี.

ที่มา: สำนักข่าวไทย
http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/296292.html

ข่าวเศรษฐกิจไทย : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2554

เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2554

1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2554 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 23 พฤษภาคม 2554