Archive for the “สังคม & เศรษฐกิจ” Category

money1

ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/tracy_olson/61056391/ By Tracy O

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม คำ ๆ นี้ยังใช้ได้ดีอยู่ในทุกยุคสมัย เพราะในบางครั้งบางเรื่องราวที่ดูแล้วอาจไม่เกี่ยวข้องกับเราอย่างเช่นเรื่องของกฎหมายการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฟังดูเหมือนเป็นกฎหมายที่ไกลตัวของบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป เพราะมักคิดว่าคงไม่ได้ไปทำสิ่งผิดกฎหมายมา เช่น การกรรโชกทรัพย์ หรือความผิดเกี่ยวกับอาวุธสงคราม และเราอาจมีเงินหรือทรัพย์สินไม่มากพอที่จะต้องไปเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้ได้ระบุผู้มีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมไว้ และถ้าท่านเป็นผู้ที่ต้องรายงานธุรกรรมตามที่กฎหมายฉบับนี้ระบุไว้ หากเพิกเฉยก็อาจตกเป็นผู้ถูกกล่าวโทษได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างมาก” อย่างไรก็ตามขอเน้นย้ำว่าถ้าท่านต้องเป็นผู้รายงานธุรกรรมทางการเงิน หน้าที่ของท่านคือถามที่มาของเงิน ไม่ใช่ผู้สอบสวน

Read the rest of this entry »

Tags: , , ,

Comments No Comments »

เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 และ 3 ปี 2554

1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2554 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]
2. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 2554 และแนวโน้มปี 2554-2555 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2554

Tags: , , , , ,

Comments No Comments »

กรุงเทพฯ 21 พ.ย.-นักเรียนไทยสร้างชื่อคว้าเหรียญทอง จากการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์โลก ณ เมืองอาบูดาบี ยูเออี และยังคว้ารางวัลรวม 8 รางวัล ประกอบด้วย 2 เหรียญทอง ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล และประเภท Green City Challenge 3 เหรียญทองแดง 3 รางวัลพิเศษ

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด คัดเลือกและนำนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกสังกัด เป็นตัวแทนนักเรียนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ WRO 2011 : World Robot Olympiad 2011 ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2554 ณ เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จำนวน 34 ทีม โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ และประเภท Green City Challenge ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างโปรแกรม ประกอบหุ่นยนต์และนำไปปฏิบัติภารกิจบนสนาม ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ จะเป็นการประกวดโครงงานหุ่นยนต์ในหัวข้อ “หุ่นยนต์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” และประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล แต่ละประเภทการแข่งขันยังแบ่งออกเป็น 3 รุ่น คือ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี

ผลการแข่งขันปรากฏว่า นักเรียนไทยกวาดรางวัลจากการแข่งขันได้ถึง 8 รางวัล ดังนี้ ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพฯ ซึ่งเคยได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขันดังกล่าวในปีที่ผ่านมา ประเภท Green City Challenge รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลเพชรวิทย์ จ.ตาก รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีได้รับ รางวัลเหรียญทองแดง ได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา 2 จ.สุราษฎร์ธานี ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ และประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี จ.ปทุมธานี

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับรางวัลพิเศษอีก 3 รางวัล คือ รางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่ โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ กรุงเทพฯ รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยมประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ได้แก่ ทีมรวมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และรางวัลทีมยอดเยี่ยมประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่โรงเรียนธัญบุรี จ.ปทุมธานี.

ที่มา: สำนักข่าวไทย
http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/296292.html

Comments No Comments »

เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2554

1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2554 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 23 พฤษภาคม 2554

Tags: ,

Comments No Comments »

วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี กำหนดให้เป็น “วันภาษาไทยแห่งชาติ” เนื่องด้วยตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ได้ทรงเสด็จฯไปเป็นประธานและทรงร่วมอภิปรายกับผู้ทรงคุณวุฒิ ในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2505 ทรงเปิดอภิปรายในหัวข้อ “การใช้ภาษาไทยในปัจจุบัน” ทรงดำเนินการอภิปรายและทรงสรุปการอภิปรายอย่างดีเยี่ยม แสดงถึงพระปรีชาสามารถและความสนพระราชหฤทัยห่วงใยในภาษาไทยเป็นที่ประทับใจผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง และนับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของวงการภาษาไทย ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ดังนั้นคณะกรรมการรณรงค์เพื่อภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เสนอให้รัฐบาลไทย (ชวน 2) จัดตั้ง“วันภาษาไทย”ขึ้น และได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2542 อันเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ กำหนดให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปีเป็น “วันภาษาไทยแห่งชาติ” ตามที่ทบวงมหาวิทยาลัยเสนอ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านในด้านภาษาไทย รวมทั้งเพื่อกระตุ้นให้สถาบันการศึกษา องค์กร หน่วยงานต่างทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนชาวไทย เพื่อช่วยกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกให้คนไทยทั้งชาติได้ตระหนักถึงคุณค่า และความสำคัญของภาษาไทยตลอดจนร่วมมือกันทำนุบำรุง ส่งเสริมและอนุรักษ์เอกลักษณ์ของภาษาไทยอันเป็นภาษาประจำชาติให้คงอยู่ตลอดไป และร่วมใจกันใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง งดงามยั่งยืนตลอดไป

หากเราจะยืมหัวข้อการอภิปรายในอดีตกว่า 40 ปี มาใช้ใหม่กับเวลาปัจจุบันขณะนี้ ทิศทางอภิปรายคงยังไม่ต่างไปจากอดีตนัก เพราะเรื่อง“การใช้ภาษาไทยในปัจจุบัน” ยังเป็นปัญหาที่แก้ได้ยาก อันเนื่องจากจิตสำนึกของประชาชนต่อภาษาไทยมีต่ำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ พ่อ-แม่-เด็กสมัยใหม่ เพราะมัวแต่มุ่งหวังใช้ภาษาต่างประเทศ ให้ทันโลกทันสมัย ดูเป็นเด็กอินเตอร์ จนละเลยไม่เข้าใจรากฐานทางภาษาของชาติตัวเอง หนักเข้าบางรายถึงขั้นดูถูกเสียเลยว่าเชย ไม่โก้โมเดิร์น ใช้ก็ใช้เพียงพูด-เขียนอย่างผิดๆ ไปวันๆ แต่ภาษาอังกฤษกลับคล่องปรื๋อ แกรมม่าแม่นเป๊ะ ใช้ภาษาของเขาได้อย่างสละสลวยสวยหรู แต่ภาษาไทยเขียนผิดๆถูกๆ ไม่แตกฉานทางภาษาเท่าภาษาที่สอง สาม สี่ เสียอีก จนกลายเป็นว่าการเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน บางครั้งอาจต้องอธิบายเทียบโครงสร้างกับภาษาอังกฤษกันเลยทีเดียว เพื่อให้นักเรียนเข้าใจ

แล้วมันผิดตรงไหนที่ส่งเสริมให้เรียนภาษาต่างประเทศ ให้พูดฟังอ่านเขียนคล่อง แน่นอนย่อมไม่ผิด เพราะภาษาคือตัวกลางในการสื่อสารยิ่งรู้มาก ยิ่งได้ประโยชน์ ใช้ติดต่อสื่อสารกับนานาชาติได้กว้างขวาง. บทความนี้วัตถุประสงค์ไม่ได้สุดขั้วให้ต้องภาษาชาตินิยม หรือคาดหวังให้ใช้ภาษาไทยกันอย่างเดียว ต้องถูกตามหลักทุกประการ เพียงแต่อยากให้ตระหนัก และใส่ใจเวลาจะใช้ภาษาไทยกันซักนิดนึง อย่างน้อยก็อย่าเป็นผู้ทำให้ภาษาวิบัติเสียเองก็ยังดี ยิ่งหากมีอาชีพเป็นอาจารย์สอนภาษา(ไม่ว่าจะสอนภาษาใด) ล่าม ผู้แปลวรรณกรรม ยิ่งต้องมีความชำนาญ มีความเข้าใจทั้งสองภาษาที่ตนยึดเป็นอาชีพอย่างแตกฉาน มากเป็นพิเศษกว่าคนธรรมดา

อันที่จริงแล้ว ภาษาไทย นั้นมีคุณค่า มีความสวยงามและฉลาดในโครงสร้างมากกว่าภาษาต่างประเทศสำคัญๆ หลายภาษาเสียอีก ถ้าได้ลองศึกษาดู แต่คนส่วนใหญ่มักบอกว่าภาษาไทยนั้นยาก จนน่าเบื่อหน่ายที่จะเรียนให้เข้าใจ เพราะคิดว่าเป็นภาษาแม่ เป็นเจ้าของภาษาอย่างไรก็พูด-ฟัง-อ่าน-เขียนได้ ที่ยิ่งกว่านั้นคือหลงไปกับภาษาต่างประเทศจนไม่เห็นความดีในภาษาของตน. มีอาจารย์ภาษาอังกฤษบางท่านกล่าวเปรียบว่า ภาษาอังกฤษนั้นดีนัก เพียงกริยาตัวเดียวก็สามารถบอกว่าเป็นอดีต ปัจจุบัน อนาคตได้ ซึ่งภาษาไทยนั้นไม่มี …ผมก็เลยเก็บมาคิดว่า อย่างนั้นมันดีจริงหรือ? ฝรั่งเขารู้กริยา 3 ช่องได้ครบถูกต้องทุกตัวหรือ? จำเป็นแน่หรือ? และในภาษาไทยไม่มีคำบ่งบอกเวลาในประโยคงั้นหรือ? ยกตัวอย่างคำว่า “กินแล้ว” แบบนี้บ่งบอกไม่ได้หรือว่าเป็นอดีตกาลหรืออนาคตกาล? แล้วทำไมภาษานั้น กริยาบางตัวถึงต้องเปลียนรูปบางตัวไม่เปลี่ยนรูป ให้วุ่นวายเนี่ย? …นี่เป็นเพียงตัวอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายที่น่าคิด น่าถกต่อไปอีกมากนัก

ในปัจจุบัน จะยิ่งเห็นชัดว่าเด็กสมัยใหม่ใช้ภาษาไทยได้เละเทะเพียงใด ลองดูตามเว็บไซต์ เว็บบอร์ดแสดงความคิดเห็น หรือแม้กระทั่งเว็บสำนักข่าวออนไลน์บางแห่ง ก็ยังเห็นได้ นั่นอาจเป็นเพราะเด็กที่พิมพ์เนื้อข่าวก็เป็นเด็กสมัยใหม่ ที่ใช้คำผิดมาตลอด ตัวอย่างที่พบเห็นบ่อยๆ อาทิ หน้ารังเกลียด (น่ารังเกียจ), ขี้เกลียด (ขี้เกียจ), หน้ารัก (น่ารัก) ฯลฯ มีสิ่งที่น่าสังเกตคือเด็กสมัยใหม่ให้ความสนใจภาษาอังกฤษมากๆ อายเมื่อเขียนผิด อายเมื่อพูดผิด ภาษาไม่สวย ขวนขวายที่จะให้ถูกต้อง แต่กลับไม่ให้ความสำคัญกับภาษาของชาติ เขียนผิดๆถูกๆ เกินกว่าจะรับได้ มันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาหลายๆ อย่างที่เรากำลังประสบ น่าเป็นห่วงอนาคตของภาษาและวัฒนธรรมของชาติยิ่งนัก

——————————————
ที่มา: สภาบทความ – สังคมไทย @ ณัฏฐ์เน็ต ดอทคอม
http://www.nutthnet.com/forum/topic.php?id=202
ลงวันที่ 27 กรกฏาคม 2549

Comments No Comments »

เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2553

1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สี่ ทั้งปี 2552 และแนวโน้มปี 2553 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 24 พฤษภาคม 2553

Tags: ,

Comments No Comments »

เอกสารการแถลงข่าวเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4/2552 ทั้งปี 2552 และแนวโน้มปี 2553

1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สี่ ทั้งปี 2552 และแนวโน้มปี 2553 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

2. การประมวลผลสถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 4/2552 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553

Tags: ,

Comments No Comments »

เอกสารการแถลงข่าวเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 3/2552 และแนวโน้มปี 2552 และ ปี 2553

1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สามและแนวโน้มปี 2552 และ ปี 2553 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

2. การประมวลผลสถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 3/2552 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

3. ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ไตรมาสที่ 3/2552 [ตาราง excel]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2552

Tags: ,

Comments No Comments »

เอกสารการแถลงข่าวเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 ปี 2552

1. การประมวลผลสถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 2/2552 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ] [ไฟล์ตารางสถิติ]

2. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 และแนวโน้มปี 2552 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 24 สิงหาคม 2552

Tags: ,

Comments No Comments »

เอกสารการแถลงข่าวเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2552

1. การประมวลผลสถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 1/2552 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ] [ไฟล์ตารางสถิติ]

2. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 และแนวโน้มปี 2552 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 25 พฤษภาคม 2552

Tags: ,

Comments No Comments »

Thailand Institute of Scientific and Technological Research (TISTR)
Ministry of Science and Technology