Archive for the “ป่าสะแกราช” Category

เรื่องราวจากสถานนีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช พื้นที่ป่าชีวมณฑล

โดย วัชรีวรรณ ทรัพย์รุ่งเรือง

             CSR หรือ Corporate Social Responsibility หมายถึง ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การดำเนินกิจการภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดี โดยมีความรับผิดชอบสังคมและสิ่งเเวดล้อมทั้งภายในและภายนอกองค์กรอันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

CSR1             สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้มีการจัดกิจกรรม CSR ในลักษณะ After process หรือกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมโดยไม่เกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์กรโดยตรง เช่น การปลูกป่า, การบริจาคทุนการศึกษา, การรณรงค์สร้างจิตสำนึกในเรื่องต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด วว. ได้จัดโครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อปลูกจิตสำนึกในการรักษาสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสร้างความตระหนักในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดย วว. ได้เชิญโรงเรียนที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงอันได้แก่ โรงเรียนคลองห้า พฤกษชัฏราษฎร์บำรุง, โรงเรียนบึงเขาย้อน คงพันธุ์อุปถัมภ์ และโรงเรียนบางชวดอนุสรณ์ เข้าร่วมโครงการ ซึ่งโครงการค่ายนี้ ได้รับการตอบรับจากคณะครู อาจารย์เป็นอย่างดี โดยทั้ง 3 โรงเรียนได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นจำนวน 87 คน เพื่อเดินทางไปร่วมกิจกรรมค่ายเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยนักเรียนจะได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา อันเป็นสถานีวิจัยภายใต้การกำกับดูแลของ วว.  ตั้งอยู่บนผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ของอำเภอวังน้ำเขียว และยังเป็น 1 ใน 4 ของพื้นที่สงวนชีวมณฑลของประเทศที่ได้รับการประกาศจัดตั้งจากองค์กรยูเนสโกอีกด้วย

CSR3

 

       สำหรับกิจกรรมภายในค่ายนั้น ประกอบไปด้วย กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ดูนก ดูไก่ฟ้าพญาลอ นกประจำชาติของไทยที่หายาก การฝึกใช้กล้อง Binocular และ Telescope กิจกรรมดูดาว กิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ การฝึกคิดอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ (Think out of the box & Creative thinking) การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (E.Q.) การใช้ศิลปะ ประดิษฐ์งานศิลปะในเชิงวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมนันทนาการต่างๆ แต่กิจกรรมที่เป็นกุญแจสำคัญในการปลูกจิตสำนึกในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติให้แก่เยาวชน คือ “Conservative Role Play” เป็นการนำให้เยาวชนตระหนักถึงทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังจะหมดไปถ้ามนุษย์เราไม่ร่วมมือช่วยกันรักษา ซึ่งกิจกรรมนี้จะเริ่มต้นจากการใช้คลิปวีดีโอสั้นๆ ในการสร้างความตระหนัก จากนั้นจึงมีการพูดคุย อธิบาย ถามตอบ เพื่อประเมินความเข้าใจของเยาวชน และปิดท้ายด้วยการให้เยาวชนออกมาแสดงบทบาทสมมติ เรื่องความไม่สมดุลของห่วงโซ่อาหาร (food chain) ว่า หากความสัมพันธ์กันของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ขาดลง จะก่อให้เกิดผลเสียมหาศาลมากมายถึงประการใด ซึ่งเยาวชนมีความสนุกสนานอย่างมากในการร่วมกิจกรรมทุกๆ กิจกรรม เพราะได้ลงมือทำด้วยตัวเอง ได้รับความรู้ในรูปแบบ “Learning by Playing” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะให้เยาวชนได้เรียนรู้ในสิ่งที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ด้วยความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ซึมซับความรู้ที่แฝงอยู่กิจกรรมต่างๆ ระหว่างเข้าร่วมโครงการฯ อย่างไม่รู้ตัว อันเป็นผลดีต่อการสร้างทัศนคติและจิตสำนึกที่ดีต่อตนเองและสังคมต่อไป

CSR2

       โครงการค่ายครั้งนี้ นับว่าเป็นงาน CSR ที่ วว. ตั้งใจดำเนินการเพื่อเยาวชน  และได้รับการตอบรับที่ดีจากชุมชน โดยต่อจากนี้ วว. จะมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัย และการช่วยเหลือสังคมควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้ดีและน่าอยู่อย่างยั่งยืน

Tags: , , , , ,

Comments No Comments »

ในขณะที่เด็กๆ คนอื่นจะไปซ้อมนั่งเก้าอี้นายกที่ทำเนียบ ปีนรถถัง กินไอติมกันในช่วงวันเด็กๆ ก็มีเยาวชนจำนวนหนึ่งทำกิจกรรมที่ต่างออกไป ด้วยการดูนก-ดูแมลงภายในป่าเต็งรังและป่าดิบแล้งที่สะแกราช ซึ่งยูเนสโกจัดให้เป็น “แหล่งสงวนชีวมณฑล” แห่งแรกของไทยมากว่า 30 ปี

เป็นอีกครั้งที่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV- ผู้จัดการออนไลน์ได้ไปเยือน “สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช” สถานีวิจัยภูมิภาคของ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยการร่วมกิจกรรม “ค่ายคุยกัน…ฉันวิทย์สัญจร” ที่จัดต้อนรับวันเด็กแห่งชาติโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระหว่างวันที่ 7-8 ม.ค.54 ทั้งนี้สถานีวิจัยตั้งอยู่บนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชได้รับการรับรองจากยูเนสโกให้เป็น “แหล่งสงวนชีวมณฑล” แห่งแรกของประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2519 ซึ่งทั่วโลกมีแหล่งสงวนชีวมณฑลนี้ 529 แห่งใน 105 ประเทศ ภายในสถานีมีพื้นที่ป่ากว่า 50,000 ไร่ และเป็นป่าต้นแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือผสมผสานระหว่างป่าเต็งรังและป่าดิบแล้ง ซึ่งมีความสมบูรณ์ที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นกแขกเต้าตัวผู้ มีปากสีแดง

นายทักษิณ อาชวาคม ผู้อำนวยการสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ให้ข้อมูลว่าป่าของสถานีวิจัยนั้นเป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ป่าหลายชนิด บางชนิดเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์และบางชนิดเป็นสัตว์ป่าเฉพาะถิ่น ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีสัตว์ป่าถึง 385 ชนิด เช่น เก้ง กวาง กระทิง หมี หมูป่า กระต่ายป่า อ้นเล็ก พญากระรอกดำ กระลอกบินเท้าขน หมีควาย แมวป่า และเสือโคร่ง เป็นต้น โดยเมื่อต้นปี 2552 สามารถจับภาพเลียงผาและหมีควาย ซึ่งเป็นสัตว์หายากได้ด้วยกล้องดักจับภาพสัตว์ (Camera Trap)

ในค่ายคุยกันฉันวิทย์สัญจรนี้มีเยาวชนกว่า 140 คน จากหลายโรงเรียน อาทิ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย โรงเรียนสาธิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น เข้าร่วมกิจกรรม และมีกิจกรรมดูนกและดูไก่ฟ้าในตอนเช้าและตอนเย็น ซึ่งเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่โดดเด่นของสถานีวิจัยแห่งนี้ ตกกลางคืนมีกิจกรรมดูดาวและดูแมลง แต่เนื่องจากสภาพฟ้าปิดเยาวชนในค่ายนี้จึงพลาดโอกาสดูดาว

ในช่วงกิจกรรมดูนกเราได้เห็นนกประจำถิ่นจำนวนหนึ่ง โดยนกตัวแรกที่เราได้เห็นคือนกโพระดกสวน จากนั้นเราได้พบนกแขกเต้าซึ่งเป็นนกในวงศ์นกแก้วเมืองไทย 2 ตัว เป็นตัวผู้ที่มีปากสีแดงและตัวเมียที่มีปากสีดำซึ่งกำลังป้อนอาหารกัน นกแขกเต้านี้ถือเป็นนกประจำถิ่นของป่าสะแกราช และช่วงนี้เป็นช่วงผสมพันธุ์ของนกแขกเต้าเราจึงได้เห็นนกตัวผู้ตัวเมียจับคู่กัน ส่วนนกตัวสุดท้ายที่เราได้เห็นคือนกจับแมลงสีฟ้าบนต้นประดู่ ซึ่งบินโฉบจับแมลงแล้วกลับมาจับกิ่งไม้เดิมอยู่หลายครั้ง

มาถึงกิจกรรมช่วงกลางคืน แม้ว่าจะพลาดโอกาสดูดาวแต่เรามีโอกาสได้ดูแมลงกลางคืนรูปร่างแปลกตาจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นผีเสื้อกลางคืนที่บินมาหาหลอดไฟที่ทางเจ้าหน้าที่เปิดล่อแมลง และขึงผืนผ้าใบให้แมลงมาเกาะ ผีเสื้อกลางคืนที่เราได้เห็นมีทั้งผีเสื้อสามเหลี่ยมซึ่งเป็นผีเสื้อบินเร็ว และผีเสื้อราบซึ่งกางปีกราบไปกับสิ่งที่ยึดเกาะ ส่วนใหญ่เป็นผีเสื้อตัวเล็ก บินไม่เร็วและชอบเกาะราบไปกับต้นไม้หรือใบไม้

ความแตกต่างระหว่างผีเสื้อกลางคืนและผีเสื้อกลางวัน อย่างแรกคือสีสันของผีเสื้อกลางคืนจะไม่สดใสเหมือนผีเสื้อกลางวัน ทั้งนี้ เพื่อช่วงในการพลางตัวผู้ล่าในช่วงกลางวัน ลักษณะหนวดยังมีความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยผีเสื้อกลางคืนมีหนวดคล้ายซี่หวี ส่วนผีเสื้อกลางวันมีหนวดคล้ายเส้นด้ายหรือทรงกระบอก นอกจากนี้การวางปีกยังแตกต่างกัน ผีเสื้อกลางคืนจะกางปีกออก แต่ผีเสื้อกลางวันจะหุบปีกเข้า

นอกจากนี้ผีเสื้อกลางคืนจำนวนมากแล้วเรายังได้เห็น แมลงปอเข็ม แมลงช้างซึ่งดูคล้ายแมลงปอเข็มแต่มีลักษณะแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือมีหนวดเพิ่มมา 2 คู่ ในช่วงเป็นตัวอ่อนแมลงช้างจะขุดรูเป็นหลุมทรงกรวย ชอบเดินถอยหลังและชอบกินมด อีกทั้งยังมีแมลงปีกแข็งชื่อ “แมลงนูน” ตัวสีเขียว มอสมะเดื่อซึ่งในระยะตัวหนอนจะกินต้นมะเดื่อเป็นอาหาร แมลงส่วนใหญ่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ยกเว้นจักจั่นที่จะใช้ชีวิตอยู่ใต้ดินนาน 16 ปี ก่อนจะขึ้นมาผสมพันธุ์และใช้ชีวิตนาน 1 เดือนแล้วตาย

น.ส.น้ำฝน เกิดผล นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ กรุงเทพฯ ซึ่งกล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่าเป็นของขวัญวันเด็กที่พิเศษ เธอเพิ่งมีโอกาสดูนกเป็นครั้งแรก และประทับใจภาพนกแขกเต้าป้อนอาหารกัน โดยได้เรียนรู้ว่านกนั้นมีสีสันกลืนกับธรรมชาติ ต้องมีความชำนาญจึงจะแยกแยะได้ แล้วยังได้แง่คิดอีกว่าสัตว์ทุกชนิดต่างปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเพื่อความอยู่รอด ส่วนการดูแมลงนั้นเป็นประสบการณ์ครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกเข้าค่ายที่ประจวบคีรีขันธ์ตอนเรียน ม.1 ซึ่งการดูแมลงนั้นทำให้รู้ว่าประเทศเรานั้นมีแมลงเยอะ แต่ก็หาดูไม่ง่าย อีกทั้งแมลงบางชนิดยังหายากด้วย

ด้าน นายภานุสรณ์ เจียรสุมัย นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย กล่าวว่า เคยมาเข้าค่ายที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชก่อนหน้านี้ แต่ครั้งนี้ได้เห็นนกมากกว่าครั้งก่อน โดยเห็นนกถึง 5 ชนิด ซึ่งที่ประทับใจคือนกแขกเต้าเพราะมีสีสันสวย และนกเขาใหญ่ นอกจากนี้ยังได้เห็นผีเสื้อแปลกๆ ระหว่างการดูแมลงด้วย และได้เรียนรู้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งพันธุ์ไม้และสัตว์ในป่า รวมถึงการอยู่ร่วมกันด้วย

สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชยังมีกิจกรรมเดินป่าเต็งรังเป็นอีกกิจกรรมเด่น ซึ่งการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ของสถานีที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ในการอยู่ร่วมกันของธรรมชาติ การพึ่งพาอาศัยและได้ประโยชน์ร่วมกัน การสร้างสมดุลระหว่างธรรมชาติและคนในท้องถิ่น ตลอดจนการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้ได้รับการยกย่องจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ดีเด่น ประจำปี 2549

ดูภาพเพิ่มเติม และที่มาบทความได้จาก…

Read the rest of this entry »

Comments No Comments »

เรียบเรียงโดย :สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
ลักษณะ :
ลำตัวยาว 11 ซม. ปากเรียวยาวและโค้งลง นกตัวผู้และนกตัวเมียมีสีต่างกัน นก ตัวผู้มีขนด้านบนลำตัวเป็นสีเขียวมะกอก คาง ใต้คอ และอกตอนบนสีดำเหลือบม่วง มีแถบสีน้ำเงินเหลือบเป็นขอบ อกตอนล่างและท้องสีเหลือง นกตัวเมียมีขนด้านล่างเป็นสีเหลืองโดยตลอด
เขตแพร่กระจาย :
พม่า ไทย อินโดจีน จีนตอนใต้ ไหหลำ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย หมู่เกาะอันดามัน หมู่เกาะนิโคบาร์ อินโดนิเซีย นิวกินี ออสเตรเลีย
ที่อยู่อาศัย :
พบได้ทั่วไป บนต้นไม้ที่มีดอก
อุปนิสัย :
หากินอยู่บนต้นไม้ กินน้ำหวานดอกไม้ แมงมุม แมลงขนาดเล็ก ๆ ผสมพันธุ์เกือบตลอดทั้งปี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-กันยายน ช่วงที่ทำรังมากที่สุดอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม วางไข่ครั้งละ 2 ฟอง ใช้เวลาในการฟักไข่นาน 14 วัน
สถานภาพ :
นกประจำถิ่น ที่พบบ่อย
Characteristics :
Size 11 cm. A small bird with a slender, decurved bill. Both sexes are different in plumage colour, A male has olive-green upperpart and yellow underpart; also possessing a purple-glossed black neck patch that extending down to its upper breast, sometimes bordered outwardly by a bluish band. A female has no such a black neck patch.
Distribution :
Myanmar, Thailand, Indo-China, southern China, Hainan, the Philippines, Malaysia, the Andamans, the Nicobars, Indonesia, New Guinea, and Australia
Habitat :
Ubiquitously found on most flowering plants.
Habit :
Hunting for small insects and spiders among the foliage, and sucking nectar from a wide array of flowering plants. Breeding almost all the year round, from November-September, with a peak between January- May. Two is a normal clutch, which will require an incubation period of about 14 days.
Status :
A quite common resident.
Tags: ,

Comments No Comments »

เรียบเรียงโดย :สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
ลักษณะ :
ลำตัวยาว 21 ซม. นกตัวผู้มีหางคู่กลางยื่นยาวกว่าหางเส้นอื่นประมาณ 23 ซม. นกชนิดนี้มี 2 รูปแบบ แบบแรกเรียกว่านกแซวสวรรค์ขาว เป็นนกที่ขาวทั้งตัว ยกเว้นบริเวณหัวเป็นสีดำมัน แบบที่ 2 เรียกว่านกแซวสวรรค์แดง มีขนบริเวณหลัง ปีกและหางเป็นสีน้ำตาลแดง นกตัวเมียเหมือนนกแซวสวรรค์แดง แต่หางสั้น
เขตแพร่กระจาย :
เตอร์กีสถาน อาฟกานิสถาน แมนจูเรีย จีน หมู่เกาะซุนดา หมู่เกาะนิโคบาร์ หมู่เกาะอันดามัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่อยู่อาศัย :
ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่ารุ่น
อุปนิสัย :
หากินตัวเดียวหรือเป็นคู่ ชอบเกาะอยู่ตามกิ่งไม้ บินจับแมลงในอากาศ ผสมพันธุ์ระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน วางไข่ครั้งละ 2-3 ฟอง
สถานภาพ :
มีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ พบน้อย
Characteristics :
Size 21 cm. A male bird has a conspicuous middle tail feathers that extending about 23 cm. longer than other tail feathers. Two colour morphs are known: the pale or white morph is almost all white, except the shiny black hood; and the reddish-brown morph which is reddish brown throughout the upperpart of the body and tail. A female is similar to a male of reddish brown morph, but having a shorter tail.
Distribution :
Turkistan, Afghanistan, Manchuria, China, the Sundas, the Nicobars, the Andamans, and through SE Asia.
Habitat :
Dry evergreen forest, dipterocarp forest and secondary growth.
Habit :
Forages solitarily or in pairs. Preferring to perch motionless on a twig and sallying after a passing insect. Breeding time falls between March-June, when a female will deposit a clutch of 2-3 eggs.
Status :
Both an uncommon resident and migrant.
Tags: ,

Comments No Comments »

เรียบเรียงโดย :สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
ลักษณะ :
ลำตัวยาว 17 ซม. นกตัวผู้มีสีตัวส่วนใหญ่เป็นสีฟ้าสด ยกเว้นหย่อมสีดำเล็ก ๆ ที่ท้ายทอย และแถบสีดำใต้คอ ท้องสีขาว นกตัวเมียคล้ายนกตัวผู้ แต่สีซีดจางกว่าและไม่มีจุกสีดำที่ท้ายทอย และแถบสีดำที่คอ
เขตแพร่กระจาย :
จากอินเดียมายังตอนใต้ของจีน ไหหลำ ไต้หวัน หมู่เกาะซุนดา ฟิลิปปินส์ หมู่เกาะอันดามัน หมู่เกาะนิโคบาร์ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่อยู่อาศัย :
ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่ารุ่น ป่าไผ่
อุปนิสัย :
หากินเดี่ยว ๆ ชอบหลบซ่อนตัวและหากินแมลงอยู่ในระดับกลางและระดับล่างของ ต้นไม้ที่มีใบร่มครึ้ม กระโดดหากินไปตามกิ่งไม้ ไม่ชอบบินไกล ๆ ผสมพันธุ์ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม วางไข่ครั้งละ 3-4 ฟอง
สถานภาพ :
นกประจำถิ่น พบน้อย มีนกอพยพเข้ามาบ้าง
Characteristics :
Size 17 cm. A male is mostly bright blue throughout the body, except a small patch of black feathers at its nape and a dark band under its throat; the belly is much paler, being whitish. A female is subdued in body coloration and lacking a black nape patch and a dark throat band.
Distribution :
From India to southern China, Hainan, Taiwan, the Sundas, the Philippines, the Andamans, the Nicobars and SE Asia.
Habitat :
Dry evergreen forest, dipterocarp forest, secondary growth and bamboo forest.
Habit :
Seen quite often as a single foraging individual, that secretly hiding among thick foliage of the medium and low levels. Prefers to hop among branches than to fly for a long distance. Breeding between June-August; the usual clutch is 3-4 eggs.
Status :  
Less frequently seen resident and migrant.
Tags: ,

Comments No Comments »

เรียบเรียงโดย :สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
ลักษณะ :
ลำตัวยาว 16 ซม. หลังสีน้ำตาลอมเขียว หัวตาสีดำ คิ้วขาว ท้องสีขาวขุ่น นกตัวผู้มีคางและคอสีส้ม ซึ่งมีแถบเล็ก ๆ สีดำอยู่ตรงขอบด้านข้าง โคนปากมีแถบสีขาวขนาดใหญ่ นกตัวเมียต่างจากตัวผู้ ตรงที่บริเวณคางและคอเป็นสีขาวแทนสีส้ม
เขตแพร่กระจาย :
ตอนเหนือของทวีปเอเชีย แต่อพยพไปยังประเทศอินเดีย จีน ไหหลำ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่อยู่อาศัย :
ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่ารุ่น
อุปนิสัย :
อพยพเข้ามาในหน้าหนาว ชอบหากินเดี่ยว ๆ อยู่ตามพื้นป่า หรือบนกิ่งไม้พุ่มไม้ เตี้ย ๆ กระดกหางและแพนหางเป็นครั้งคราว กินแมลงและหนอนเป็นอาหาร
สถานภาพ :
นกอพยพ พบน้อย
Characteristics :
Size 16 cm. A small insectivorous brownish bird with a greenish brown back, sullied white belly and a black and white facial pattern. A male bird has a conspicuous orange patch on its chin and throat, bordered on both sides with narrow dark lines; also, a large white band at the base of bill. A female differs in possessing white chin and throat, not so orange as that of a male.
Distribution :
Northern Asia, migrating southwards to India, China, Hainan, Taiwan, the Philippines and Southeast Asia.
Habitat :
Dry evergreen forest, dipterocarp forest and secondary growth.
Habit :
Found only in the winter time, when it is spotted as a single individual foraging on the forest floor or in low shrubbery. While perching, it occasionally cocks and fans its tail. Diet consists of insects and worms.
Status :
Less-frequently seen migratory bird.
Tags: ,

Comments No Comments »

เรียบเรียงโดย :สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
ลักษณะ :
ลำตัวยาว 11 ซม. ขนคลุมตัวด้านบนสีเขียวออกเหลือง คิ้วยาวใหญ่สีขาวครีม มีแถบสีขาวครีมที่โคนปีก 2 แถบ ด้านล่างของลำตัวสีขาวครีม
เขตแพร่กระจาย :
จีน อินเดีย ไหหลำ ไต้หวัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่อยู่อาศัย :
ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่ารุ่น ป่าละเมาะ
อุปนิสัย :
หากินอยู่ตามเรือนยอด หรือระดับกลางของต้นไม้ บางครั้งลงมาหากินอยู่ตามพุ่มไม้เตี้ย ๆ ขณะหากิน จะขยับปีกอยู่ตลอดเวลา กินแมลงเล็ก ๆ แมลงปีกแข็งและแมงมุม ผสมพันธุ์ในเดือนมีนาคม วางไข่ครั้งละ 4-5 ฟอง ระยะฟักไข่ 12-13 วัน
สถานภาพ :
นกอพยพ พบบ่อย
Characteristics :
Size 11 cm. A plain-looking small arboreal bird with yellowish green back and paler creamish belly. Its distinctive characters are a long pale eyebrow and two pale wing bands.
Distribution :
China, India, Hainan, Taiwan and SE Asia
Habitat :
Dry evergreen forest, dipterocarp forest, secondary growth and scrub forest
Habit :
Foraging mostly among tree canopy or descending to the middle level of tree crown. Sometimes observed at quite low levels in the undergrowth, where it will incessantly quiver its wings. Diet includes small insects, beetles and spiders. Breeds in March, with a usual clutch of 4-5 eggs. The incubation time lasts 12-13 days
Status :
An abundant migratory bird.
Tags: ,

Comments No Comments »

เรียบเรียงโดย :สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
ลักษณะ :
ลำตัวยาว 13 ซม. หน้าผากและกระหม่อมสีน้ำตาลแดง ขนด้านหลังสีเหลืองอมเขียว คิ้วยาวสีเหลือง คอและอกสีเหลือง มีลายขีดเล็ก ๆ สีดำ ท้องสีเหลืองอ่อนอมเขียว
เขตแพร่กระจาย :
อินเดีย จีน หมู่เกาะซุนดา พาลาวัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่อยู่อาศัย :
ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่ารุ่น ป่าละเมาะ
อุปนิสัย :
ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ ตามหย่อมหญ้า ซึ่งเป็นไม้พื้นล่างของป่า ตามปกติชอบอาศัยอยู่ใกล้ลำธาร กินแมลงเป็นอาหาร ผสมพันธุ์ประมาณเดือนกุมภาพันธ์- กรกฎาคม ทำรังอยู่ตามพุ่มไม้เตี้ย ๆ กอไผ่ วางไข่ครั้งละ 2-4 ฟอง
สถานภาพ :
นกประจำถิ่น พบบ่อย
Characteristics :
Size 13 cm. This small insect-eating bird is readily recognized by having a reddish brown forehead and crown, yellowish green back, and a paler belly. A distinct yellow eyebrow can be noticed in some individuals. Its chin down to breast is yellow and streaked with black.
Distribution :
India, China, the Sundas, Palawan, and SE Asia.
Habitat :
Dry evergreen forest, dipterocarp forest, secondary growth and scrub forest
Habit :
Keeps in small flocks skulking through thick vegetation of the forest undergrowth; prefers those growing along the streams. Members of the flock will incessantly call to keep in contact with one another. Insects form a main diet of this bird. Breeding starts from February-July, when a globular nest is built among low shrubbery or in bamboo clump. A clutch of 2-4 eggs is laid in a season.
Status :
A common resident.
Tags: ,

Comments No Comments »

เรียบเรียงโดย :สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
ลักษณะ :
ลำตัวยาว 33 ซม. ตัวสีน้ำตาลออกแดง ปลายปีกสีฟ้ามีแถบขวางเป็นริ้ว ๆ สีขาว สะโพกขาว กระหม่อมและหางสีดำ หน้าผาก แก้ม คาง และคอสีขาว
เขตแพร่กระจาย :
เทือกเขาหิมาลัย จีน ไต้หวัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่อยู่อาศัย :
ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง
อุปนิสัย :
ชอบอยู่เดี่ยว ๆ บางครั้งพบเป็นคู่ หากินอยู่ในระดับกลางของยอดไม้ กินแมลง ตัวหนอน และผลไม้ ผสมพันธุ์ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม วางไข่ 4-5 ฟอง
สถานภาพ :
นกประจำถิ่น พบน้อย
Characteristics :
Size 33 cm. A large brownish red bird with a conspicuous blue patch, barred with white, on outer flight feathers; its crown and tail are sooty black with clearly-seen pale forehead, cheeks, chin and neck. A white rump patch is also evident.
Distribution :
Europe, the Himalayas, China, Taiwan, and SE Asia.
Habitat :
Dipterocarp forest and dry evergreen forest.
Habit :
Seen normally singly, sometimes in loose pairs, foraging among foliage at the middle layer of the tree canopy. Its diet comprises insects, caterpillars and ripe fruits. Usually breeds between March-May, a usual clutch is 4-5 eggs.
Status :
An infrequently-seen resident.
Tags: ,

Comments No Comments »

เรียบเรียงโดย :สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
ลักษณะ :
ลำตัวยาว 32 ซม. ตัวเพรียวมีขนสีดำมันตลอดทั้งตัว มีขนหงอนเป็นกระจุกสีดำ หางยาวปลายหางแฉกเล็กน้อย มีแกนขนหางเส้นเล็ก ๆ 2 เส้น ยื่นยาวออกไป ตรงปลายแกนหางมีขนเป็นแผงยื่นออกมาเพียงด้านเดียว นกวัยอ่อนมีหงอนสั้นและไม่มีแกนหางยื่นยาวออกมา
เขตแพร่กระจาย :
อินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะไหหลำ หมู่เกาะซุนดา ในประเทศไทย พบได้ทั่วประเทศ
ที่อยู่อาศัย :
ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ป่าไผ่ จากพื้นราบถึงระดับความสูง 1,700 เมตร
อุปนิสัย :
ชอบเกาะอยู่บนต้นไม้สูงเด่น เพื่อมองหาเหยื่อ บางครั้ง ลงมาหากินตามไม้พุ่ม กินแมลง และสัตว์ขนาดเล็ก ผสมพันธุ์ระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน วางไข่ครั้งละ 3-4 ฟอง
สถานภาพ :
นกประจำถิ่น ที่พบได้บ่อย ที่สะแกราชพบมากในฤดูฝน
Characteristics :
Size 32 cm. Body slim covered with glossy black plumage; a distinctive tuft of erect feathers present at bill base; tail long, slightly forked apically, with a pair of long shafts with only one side of vane at the tip. Immature has short crest and lacking long shafts.
Distribution :
India, China, SE Asia, Hainan, the Greater Sundas. Found throughout Thailand.
Habitat :
Dipterocarp forest, dry evergreen forest, bamboo forest, from the lowland up to the elevation of 1,700 m.
Habit :
Usually observed perching at exposed spots to keep its eyes on passing preys. Sometimes descending to forage among the shrubbery for insects and small animals. The breeding time is from March-June; when it lays a clutch of 3-4 eggs
Status :
Ubiquitous resident. At Sakaerat this bird is remarkably common in the rainy season.
Tags: ,

Comments No Comments »

Thailand Institute of Scientific and Technological Research (TISTR)
Ministry of Science and Technology