มโนทัศน์แห่งอนาคต (VISIONS: HOW SCIENCE WILL image_visionREVOLUTIONIZE THE 21ST CENTURY)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : MICHIO KAKU / กุลพันธ์ พิมพ์สมาน
ปีที่พิมพ์ 2554

จะดีแค่ไหนถ้าคุณ…
-  มีหุ่นยนต์ไว้ทำงานแทน
-  มีปัญญาประดิษฐ์คอยอำนวยสะดวก ให้บ้านอัจฉริยะเป็นวิมานของคุณ
-  เดินทางระหว่างดวงดาวเพื่อหาบ้านใหม่ในอวกาศ
-  ย้อนเวลากลับไปยังอดีตได้
-  รักษาโรคมะเร็งได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
-  เป็นหนุ่มสาวตลอดกาล
ฯลฯ
ทั้งหมดนี้กำลังจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอีกเพียงร้อยปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝันที่มีอยู่แต่ในนวนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป โดยมีรากฐานมาจากการปฏิวัติควอนตัม การปฏิวัติเชิงชีวโมเลกุล และการปฏิวัติคอมพิวเตอร์ ร่วมเดินทางสู่อนาคตไปพร้อมเหล่านักวิทยาศาสตร์เปี่ยมวิสัยทัศน์ใน “มโนทัศน์แห่งอนาคต” โดยมิชิโอะ คากุ นักฟิสิกส์ชื่อดังเจ้าของผลงาน “จักรวาลคู่ขนาน” (Parallel Worlds) บอกเล่าผลการวิจัยล่าสุดจากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกถึงความก้าวหน้าในการค้นคว้า ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราและโฉมหน้าโลกในศตวรรษที่ 21 ไปอย่างสิ้นเชิง และบางสิ่งก็กำลังเกิดขึ้นแล้วตอนนี้!!!

ถอดรหัสลับปฏิบัติการพลิกโลกimage_whathappened

ผู้แต่ง :  ทัศนัย  ปัญญา
ปีที่พิมพ์ 2554

ในโลกใบนี้ยังคงมีสิ่งลี้ลับที่รอการพิสูจน์อยู่อีกมากมายนับไม่ถ้วน บ้างก็ได้ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์  บ้างก็ได้ข้อสรุปทางความเชื่อที่มีคนมากมายให้การสนับสนุน แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่ไม่มีกระทั่งข้อสรุป นี่จึงถือว่าเป็นเสน่ห์ของความลี้ลับที่ยังคงหลับใหลรอคอยให้มีการส่งต่อความพยายามในการไขข้อสงสัยจากรุ่นสู่รุ่น เชื่อแน่ว่าเรื่องบางเรื่องในหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณตกใจ และอุทานออกมาว่า “จริงหรือนี่” ได้อย่างแน่นอน





ซากุระ กรรมศาสตร์image_sagura

ผู้แต่ง/ผู้แปล : Morinosuke  Kawaguchi / ปฏิมา  สินธุภิญโญ
ปีที่พิมพ์ 2554

บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่น ตั้งแต่เครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ รอบตัวไปจนถึงนวัตกรรมไฮเทค ซึ่งล้วนแต่มีที่มาจากวัฒนธรรม ความรู้สึกนึกคิด และจิตวิญญาณแบบคนญี่ปุ่น ที่หล่อหลอมให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นที่มีความสร้างสรรค์







มายากลศาสตร์image_maya

ผู้แต่ง/ผู้แปล : MISTER TOMPKIN
ปีที่พิมพ์ 2554

“สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น” สายรุ้งสีสวย เครื่องบินเหาะข้ามทวีป เรือใบแล่นฉิวกลางมหาสมุทร สายฟ้าฟาดกลางทุ่งนา สายฝนโปรยปรายชุ่มฉ่ำ ฯลฯ สิ่งต่างๆ ที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน บ่อยครั้งที่ผ่านสายตาเราไปโดยไม่ได้รับความสนใจ แต่ก็มีบางทีที่เกิดคำถามว่า… เอ๊ะ! มันเกิดขึ้นได้ยังไงนะ? เอ…แล้วทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยล่ะ? หันซ้ายหันขวาถามคนนู้น สะกิดคนนี้อาจไม่ได้รับคำเฉลย แต่ทว่า…”ฟิสิกส์ (Physics)” มีคำตอบ! Mister Tompkin มิใช่ชาวต่างชาติ แต่คือนามปากกาของชายหนุ่มสัญชาติไทยผู้หลงใหลในวิทยาศาสตร์ มุ่งศึกษาค้นคว้าและถ่ายทอดวิชาฟิสิกส์สู่สายตาผู้อ่าน ซึ่งความโดดเด่นของงานเขียนแนว Popular Science สไตล์มิสเตอร์ทอมกิ้น ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ล้ำลึก คุณก็สามารถเข้าใจและเพลิดเพลินได้ ด้วยสำนวนภาษที่เป็นกันเอง อธิบายทฤษฎีให้เข้าใจได้ด้วยมุมมองที่เปิดกว้างต่อคำถามระดับมนุษยชาติ โดยแต่ละเรื่องที่นำเสนอให้สาระแง่คิดแก่คุณผู้อ่านนำไปต่อยอดในองค์ความรู้อื่นๆ ได้อีกหลากหลาย เพราะในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำทุกขณะ ส่งผลให้ความรู้และวิทยาการได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าทุกวินาที สิ่งที่เราไม่รู้ในวันวานกำลังถูกค้นคว้าหาคำตอบในวันนี้ ทำให้ความรู้ความเข้าใจที่เคยยึดถือตามหลักการเดิมนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นความรู้ใหม่ที่ผ่านการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆ

image_mahassajan

มหัศจรรย์ชั้นบรรยากาศ : ชุดมหัศจรรย์โลกธรรมชาติ (WONDER OF THE AIR)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : TAMRA ANDREWS / ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล
ปีที่พิมพ์ 2554

มหัศจรรย์ชั้นบรรยากาศ คือการศึกษาวิทยาศาสตร์ผ่านตำนานปรัมปรา เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจถึงความปรารถนาจะไขความลี้ลับในธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งเริ่มต้นจากการใช้สายตากับสติปัญญาเป็นองค์ประกอบสำคัญเพื่อแสวงหาความรู้ จนนำไปสู่การสร้างคำอธิบายโลกธรรมชาติรอบตัวเราในปัจจุบัน ตำนานหลายแห่งทั่วโลกสะท้อนถึงความกลัวของคนโบราณว่ารุ้งกินน้ำคืองูยักษ์ที่อาจกลืนกินน้ำจนหมดโลก และจะทำให้เกิดภัยแล้งได้ ตำนานจากแดนหนาวบอกว่าหิมะคือยักษ์อำมหิตที่ต้องการแช่แข็งทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก โดยแท้จริงแล้ว นิทานหรือตำนานปรัมปราก็คือความพยายามไขปริศนาลี้ลับในธรรมชาติของคนโบราณนั่นเอง



image_phiphopมหัศจรรย์พื้นพิภพ : ชุดมหัศจรรย์โลกธรรมชาติ (WONDER OF THE LAND)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : KENDALL HAVEN / ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล
ปีที่พิมพ์ 2554

มหัศจรรย์พื้นพิภพ เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างตำนานปรัมปราอันน่าสนุกตื่นเต้นจากทั่วทุกมุมโลก ไปสู่ดินแดนของเหตุผลและข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นการผสมผสานระหว่างพลังจินตนาการเข้ากับความรู้สมัยใหม่ จนสามารถสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อพร้อมเปิดประตูสู่การศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น เชื่อหรือไม่ว่า พื้นพิภพที่เราอาศัยอยู่มาตลอดชีวิตนี้ มีความมหัศจรรย์มากมายเหลือคณานับเพราะครั้งหนึ่งเคยมีไดโนเสาร์เยื้องย่างผ่านไปมา เคยถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งนับไม่ถ้วนครั้งและยังคงมีภูเขาไฟที่หลับใหลเฝ้ารอเวลาปะทุใหม่อีกมากมาย โดยเรื่องราวเหล่านี้ถูกอธิบายไว้อย่างแจ่มชัดละเอียดลอออยู่ภายในหนังสือเล่มนี้แล้ว




เหตุผลของธรimage_thamachatรมชาติ

ผู้แต่ง    : นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา
ปีที่พิมพ์ 2554

เป็นหนังสือภาคต่อของหนังสือ “เรื่องเล่าจากร่างกาย” ที่สร้างปรากฏการณ์ Pop Science ในวงการหนังสือไทย ซึ่งเนื้อหาในเล่มได้แบ่งออกเป็นสามตอนใหญ่ๆ ด้วยกัน โดยสองตอนแรกจะเป็นตัวอย่างของฟิสิกส์และเคมีที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต สำหรับตอนที่สามจะเป็นเรื่องของการวิวัฒนาการมาร่วมกันระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างๆ และผลบางอย่างที่เกิดขึ้นตามมา





เรื่องเล่าจากร่างกาย image_body

ผู้แต่ง: นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา
ปีที่พิมพ์ 2554

เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวของ ร่างกาย พฤติกรรมมนุษย์และธรรมชาติ ผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ ตอบโจทย์ปัญหาว่า “ทำไมร่างกายเขาเราจึงมีร่างกายและความคิดอย่างปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเรื่อง “การมีชู้” , เครียดเพราะอ้วน , ทำไมจึงหล่อ จึงสวย , สมองคุยกับร่างกายอย่างไร , ทำไมต้องเดินสองขา เป็นต้น และเมื่อเราเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ ดีแล้ว เราจะไปดูกันว่าเรื่องเล่าจากร่างกายเหล่านี้ จะช่วยนำทางเราเดินสู่ปัจจุบันและก้าวต่อไปในอนาคตได้อย่างไร






image_body2มหัศจรรย์แห่งร่างกาย เล่ม 2 (THE ODD BODY 2)

ผู้แต่ง/ผู้แปล : STEPHEN JUAN / โรจนา นาเจริญ
ปีที่พิมพ์ 2554

หนังสือเล่มนี้แปลจากเรื่อง The Odd Body 2 ของ ด็อกเตอร์สตีเฟ่น ฮวน ผู้ซึ่งได้รวบรวมคำถามที่เขาเรียกว่า Odd Body Questions (OBQs) จากคนขี้สงสัยทั่วโลกในทุกประเด็นเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ แล้วหาคำตอบมาให้ความกระจ่างแก่ผู้ถามและผู้อ่านในรูปแบบที่ไม่เครียดเกินไป หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมสารพัดคำถามที่แปลกยิ่งกว่าเดิม จากคนช่างสงสัยทั่วโลกที่ส่งกันเข้ามาถาม อย่างเช่น ทำไมลูกตาถึงไม่เย็นจนแข็งตัวในอากาศหนาวจัด? หรือทำไมเราต้องมีรูจมูก 2 รู? นั่นคือตัวอย่างของคำถามในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเชื่อว่าท่านผู้อ่านจะได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินเกินราคา แค่ความจริงที่น่าทึ่งก็คุ้มแล้ว!!!



วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์แห่งการค้นพimage_discoveries

ผู้แต่ง/ผู้แปล : ALAN LIGHTMAN/บุญญานาถ นาถวงษ์ และคณะ
ปีที่พิมพ์ 2554

รวมบทความงานวิจัยวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในศตวรรษที่ 20 จำนวน 25 ชิ้น ผู้รวบรวมคืออลัน ไลท์แมน เจ้าของผลงาน ความฝันของไอน์สไตน์ (Einstein’s Dream) แบ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ออกเป็น 22 บท เรียงตามลำดับเวลาที่บทความเหล่านั้นตีพิมพ์ อลัน ไลท์แมนเริ่มต้นแต่ละบทด้วยส่วนแนะนำที่เล่าชีวประวัติของนักวิทยาศาสตร์แต่ละคนและเรื่องราวการค้นคว้าที่นำไปสู่บทสรุปซึ่งก็คือตัวบทความต้นฉบับในส่วนถัดไป นอกจากนี้ อลัน ไลท์แมนยังอธิบายเนื้อหาส่วนบทความและที่มาที่ไปให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น เพราะหนังสือเล่มนี้มีลักษณะค่อนไปทางงานวิชาการเนื้อหาเข้มข้น บทความต่างๆ ที่รวบรวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของวงการวิทยาศาสตร์ เป็นองค์ความรู้บริสุทธิ์ที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อๆ มานำไปศึกษาต่อยอดจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์แห่งการค้นพบนอกจากจะให้องค์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้แล้ว ยังให้ภาพรวมเกี่ยวกับวงการวิทยาศาสตร์ของยุโรปในศตวรรษที่ 20 และพัฒนาการในการศึกษาค้นคว้าด้านฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ซึ่งล้วนเอื้อให้เกิดความก้าวหน้าแก่กันและกัน


Comments No Comments »

เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 และ 3 ปี 2554

1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2554 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]
2. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 2554 และแนวโน้มปี 2554-2555 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2554

Tags: , , , , ,

Comments No Comments »

ต้องวิเคราะห์สายการต่อไปนี้ เพื่อนำไปขึ้นทะเบียน

ลำดับที่

คุณลักษณะ

เกณฑ์การกำหนด

1. ขนาดของปุ๋ย ไม่เกิน 12.5 x 12.5 มิลลิเมตร
2. ปริมาณความชื้นและสิ่งที่ระเหยได้ ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก
3. ปริมาณหินและกรวด ขนาดใหญ่กว่า 5 มิลลิเมตร ไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก
4. พลาสติก แก้ว วัสดุของมีคม และโลหะอื่นๆ ต้องไม่มี
5. ปริมาณอินทรียวัตถุ ไม่น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก
6. ค่าความเป็นกรด-ด่าง 5.5-8.5
7. อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C/N) ไม่เกิน 20:1
8. ค่าการนำไฟฟ้า (EC:Electrical Conductivity) ไม่เกิน 10 เดซิซีเมน/เมตร
9. ปริมาณเกลือ (NaCl) ไม่เกินร้อยละ 1
10. ปริมาณธาตุอาหารหลัก - ไนโตรเจน (Total N) ไม่น้อยกว่า 1.0 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก

- ฟอสฟอรัส (Total P2O5) ไม่น้อยกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก

- โพแทสเซียม (Total K2O) ไม่น้อยกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (หรือมีปริมาณธาตุอาหารหลักรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 1.5  ของน้ำหนัก)

11. การย่อยสลายที่สมบูรณ์ มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
12. สารหนู (Arsenic)

แคดเมียม (Cadmium)

โครเมียม (Chromium)

ทองแดง (Copper)

ตะกั่ว (Lead)

ปรอท (Mercury)

ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

ไม่เกิน 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

ไม่เกิน 300 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

ไม่เกิน 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

ไม่เกิน 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

ไม่เกิน 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

Tags: , , ,

Comments No Comments »

กรุงเทพฯ 21 พ.ย.-นักเรียนไทยสร้างชื่อคว้าเหรียญทอง จากการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์โลก ณ เมืองอาบูดาบี ยูเออี และยังคว้ารางวัลรวม 8 รางวัล ประกอบด้วย 2 เหรียญทอง ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล และประเภท Green City Challenge 3 เหรียญทองแดง 3 รางวัลพิเศษ

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด คัดเลือกและนำนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกสังกัด เป็นตัวแทนนักเรียนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ WRO 2011 : World Robot Olympiad 2011 ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2554 ณ เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จำนวน 34 ทีม โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ และประเภท Green City Challenge ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างโปรแกรม ประกอบหุ่นยนต์และนำไปปฏิบัติภารกิจบนสนาม ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ จะเป็นการประกวดโครงงานหุ่นยนต์ในหัวข้อ “หุ่นยนต์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” และประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล แต่ละประเภทการแข่งขันยังแบ่งออกเป็น 3 รุ่น คือ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี

ผลการแข่งขันปรากฏว่า นักเรียนไทยกวาดรางวัลจากการแข่งขันได้ถึง 8 รางวัล ดังนี้ ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพฯ ซึ่งเคยได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขันดังกล่าวในปีที่ผ่านมา ประเภท Green City Challenge รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลเพชรวิทย์ จ.ตาก รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีได้รับ รางวัลเหรียญทองแดง ได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา 2 จ.สุราษฎร์ธานี ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ และประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี จ.ปทุมธานี

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับรางวัลพิเศษอีก 3 รางวัล คือ รางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่ โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ กรุงเทพฯ รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยมประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ได้แก่ ทีมรวมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และรางวัลทีมยอดเยี่ยมประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่โรงเรียนธัญบุรี จ.ปทุมธานี.

ที่มา: สำนักข่าวไทย
http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/296292.html

Comments No Comments »

วุ้นมะพร้าว (วุ้นสวรรค์) หรือ วุ้นมะพร้าวหรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “NATA de coco” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกระบวนการหมักน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยกิจกรรมของแบคทีเรียกรดน้ำส้ม (Acetic acid bacteria) ที่พบได้ทั่วไปในการทำน้ำส้มสายชูหมักตามธรรมชาติแบคทีเรียกรดน้ำส้มนี้มีชื่อเรียกว่า Acetobacter xylinum ผลผลิตจากกระบวนการหมักของแบคทีเรีย กรดน้ำส้มนี้คือ โพลิแซคคาร์ไรด์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “วุ้นน้ำมะพร้าว (วุ้นสวรรค์)” นั้นเอง แผ่นวุ้นนี้เป็นเซลลูโลส (Bacterial cellulose) ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ของน้ำตาลกลูโคสเรียงต่อกันเป็นสายยาวด้วยพันธะเบต้า -1,4 ไกลโคซิดิค (B-1,4 glycosidic bond) และกรดน้ำส้ม (กรดอะซิติก) ซึ่งมีรสเปรี้ยวและจากคุณสมบัติ และลักษณะโครงสร้างทางเคมีของวุ้นน้ำมะพร้าวนี้ เมื่อมนุษย์รับประทานเข้าไป ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์จะไม่มีน้ำย่อยหรือเอนไซม์ใดๆ ที่สามารถย่อย สลายวุ้นน้ำมะพร้าวนี้ได้ ดังนั้น วุ้นน้ำมะพร้าวจึงถูกจัดเป็นสารอาหารประเภทเส้นใยอาหาร (Dietary fiber) จากคุณสมบัติดีเด่นของวุ้นน้ำมะพร้าวจึงมีผู้นิยมบริโภค โดยใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก และเป็นประโยชน์ในด้านการส่งเสริมและ/หรือช่วยระบบขับถ่าย ตลอดจนสามารถนำมาแปรรูป/ประยุกต์ใช้เป็นอาหาร และ/หรือส่วนประกอบของอาหารคาวหวานได้มากมายหลายชนิด เช่น ยำ หรือใช้ แทนปลาหมึก หรือแมงกะพรุนในอาหารประเภทต่างๆ วุ้นลอยแก้ว รวมมิตร โยเกิรต์ ไอศกรีม และเยลลี่ เป็นต้น
ปริมาณและสารอาหารในวุ้นมะพร้าว ประกอบด้วย
-น้ำ 94.40 %
-ไขมัน 0.05 %
-ไฟเบอร์ 1.10 %
-เถ้า 0.77 %
-คาร์โบไฮเดรต 3.00 %
-แคลเซียม 34.50 มิลลิกรัม/100 กรัม
-เหล็ก 0.20 มิลลิกรัม/100 กรัม
-ฟอสฟอรัส 22.00 มิลลิกรัม/100 กรัม
-ไทอามีน 0.01 มิลลิกรัม/100 กรัม
-ไรโบเฟลวิน 0.06 มิลลิกรัม/100 กรัม
-ไนอาซีน 0.22 มิลลิกรัม/100 กรัม
(ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์บริการ,2518)
การผลิตวุ้นน้ำมะพร้าว (วุ้นสวรรค์)
วัตถุดิบและอุปกรณ์
การเตรียมหัวเชื้อเริ่มต้น (starter)
- น้ำมะพร้าวสดใหม่                                     100   มิลลิลิตร (ซีซี)
- น้ำตาลทราย (0.5-1.0%)                             0.5-1.0 กรัม
- หัวเชื้อวุ้น Acetobacter  xylinum
- ขวดแก้วสะอาด (เช่น ขวดโซดา)
- สำลีและกระดาษสมุดหน้าเหลือง/กระดาษปอนด์
การผลิตวุ้นน้ำมะพร้าว
-น้ำมะพร้าวจากผลแก่                                          1  ลิตร
-น้ำตาลทราย (0.5-1.0%)                               50-100  กรัม
-หัวน้ำสมสายชู (5%)                                          1  ช้อนโต๊ะ
-สารแอมโมเนียมซัลเฟต                                0.5-1.0   กรัม
-เหล้าขาว (เอทธานอล)                                 100-150 00มล.
หัวเชื้อ  A.xylinum                                         100-200  มล.
หมายเหตุ; * ถ้าไม่มีไม่ต้องใส่
วิธีการเตรียมหัวเชื้อเริ่มต้น นำน้ำมะพร้าวและน้ำตาลทรายผสมกันตามอัตราส่วนข้างต้นผสมในหม้อ ปิดฝาหม้อ ต้มให้เดือดนาน 10-15 นาที นำไปบรรจุลงในขวดแก้วสะอาด ปิดปากขวดด้วยจุกสำลี นำไปหล่อเย็นในอ่างน้ำ เมื่อขวดอาหานเย็นแล้ว เติมหัวเชื้อวุ้นบริสุทธิ์ลงไปปิดจุกสำลีแล้วหุ้มด้วยกระดาษสมุดหน้าเหลือง หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ นำไปบ่มไว้ที่อุณภูมิห้อง เป็นเวลาประมาณ 2-3 วัน เชื้อจะเจริญเติบโต โดยจะสังเกตเห็นแผ่นวุ้นขุ่นๆ เป็นชั้นบางๆ พร้อมใช้งานเพื่อเป็นหัวเชื่อเริ่มต้น
วิธีการผลิตวุ้นน้ำมะพร้าว  นำน้ำมะพร้าวมาผสมกับน้ำตาลทรายและแอมโมเนียมซัลเฟต ตามอัตราส่วนข้างต้น ลงในหม้อ ปิดฝาหม้อแล้วต้มให้เดือดนาน 10-15 นาที จากนั้นนำหม้อมาหล่อเย็นในอ่างน้ำ ทิ้งไว้พออุ่นๆ จึงเติมกรดอะซิติกเหล้าขาว และหัวเชื้อวุ้นลงไป ผสมให้เข้ากัน ( ผสมทุกอย่างตามอัตราส่วนที่กำหนดและถ้าต้องการการผลิตแผ่นวุ้นหลายๆแผ่นจะต้องเพิ่มอัตราส่วนตามกำหนด)นำถาดสเตนเลสหรือถาดพลาสติกที่เตรียมไว้ (โดยผ่านการลวกฆ่าเชื้อถาดด้วยน้ำร้อนเรียบร้อยแล้ว ปิดถาดด้วยกระดาษปอนด์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยการใช้เตารีดร้อนๆ) เปิดกระดาษออกเล็กเล็กน้อย เพื่อเดิมอาหารเลี้ยงเชื้อวุ้นข้างต้นลงไปในถาดโดยให้มีความสูงประมาณ 3-4 ซม. จากก้นถาด ปิดด้วยกระดาษเหมือนเดิมเพื่อป้องกันฝุ่นหรือเชื้ออื่นลงไป แต่อากาศยังสามารถผ่านเข้าออกได้ นำไปวางไว้ในห้องบ่มเลี้ยงเชื้อเป็นระยะเวลา 7-14 วันโดยประมาณ หรือทำการเลี้ยงเชื้อจนกระทั่งอาหารเกือบแห้งจะได้แผ่นวุ้นที่มีความหนาประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงของอาหารเลี้ยงเชื้อ ข้อควรระวัง ในระหว่างบ่มเลี้ยงเชื้อห้ามย้ายและกระทบกระเถือนถาด  โดยแผ่นวุ้นที่ผลิตได้จะมีกลิ่นเปรี้ยวเนื่องจากเชื้อวุ้นจะผลิตกรดน้ำส้ม (กรดอะซิติก) ซึ่งมีรสเปรี้ยวออกมาด้วย  หมายเหตุ ; น้ำหมักส่วนที่เหลือจากการเก็บผลผลิต (แผ่นวุ้น) ออกไปแล้ว สามารถนำไปเป็นหัวเชื้อเริ่มต้นสำหรับการหมักครั้งต่อไปได้ หรือนำมากรองแล้วนำไปต้มพอเดือดเพื่อแปรรูปเป็นน้ำส้มสายชูหมักสำหรับปรุงอาหารได้
การแปรรูป
ก่อนนำมาประกอบอาหารหรือแปรรูป ต้องล้าง กรดออกให้หมดก่อน โดยนำแผ่นวุ้นทั้งแผ่น หรือตัดแผ่นวุ้นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอคำ หรือเป็นเส้นๆก่อน แล้วนำมาแช่ในน้ำสะอาดนานประมาณ 2-3 คืนโดยหมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆ หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำที่แช่วันละ 2 ครั้ง (เช้าเย็น) กลิ่นกรดและรสเปรี้ยวก็จางหายไปนำวุ้นข้างต้นขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำเพื่อเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นอาหารคาว หวาน ต่อไป หรือนำบรรจุขวดแก้วปิดผาสนิท แล้วนำไปต้มฆ่าเชื้อในน้ำเดือดนาน 30 นาที ตั้งทิ้งไว้ให้เย้นสามารถเก็บไว้บริโภคไวได้

วุ้นมะพร้าว หรือ วุ้นสวรรค์ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “NATA de coco” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกระบวนการหมักน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยกิจกรรมของแบคทีเรียกรดน้ำส้ม (Acetic acid bacteria) ที่พบได้ทั่วไปในการทำน้ำส้มสายชูหมักตามธรรมชาติ  แบคทีเรียกรดน้ำส้มนี้มีชื่อเรียกว่า Acetobacter xylinum  ผลผลิตจากกระบวนการหมักของแบคทีเรียกรดน้ำส้มนี้คือ โพลิแซคคาร์ไรด์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “วุ้นน้ำมะพร้าว (วุ้นสวรรค์)” นั้นเอง  แผ่นวุ้นนี้เป็นเซลลูโลส (Bacterial cellulose) ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ของน้ำตาลกลูโคสเรียงต่อกันเป็นสายยาวด้วยพันธะเบต้า -1,4 ไกลโคซิดิค (B-1,4 glycosidic bond) และกรดน้ำส้ม (กรดอะซิติก) ซึ่งมีรสเปรี้ยว

จากคุณสมบัติ และลักษณะโครงสร้างทางเคมีของวุ้นน้ำมะพร้าวนี้ เมื่อมนุษย์รับประทานเข้าไป ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์จะไม่มีน้ำย่อยหรือเอนไซม์ใดๆ ที่สามารถย่อย สลายวุ้นน้ำมะพร้าวนี้ได้ ดังนั้น วุ้นน้ำมะพร้าวจึงถูกจัดเป็นสารอาหารประเภทเส้นใยอาหาร (Dietary fiber)

จากคุณสมบัติดีเด่นของวุ้นน้ำมะพร้าวจึงมีผู้นิยมบริโภค โดยใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก และเป็นประโยชน์ในด้านการส่งเสริมและ/หรือช่วยระบบขับถ่าย ตลอดจนสามารถนำมาแปรรูป/ประยุกต์ใช้เป็นอาหาร และ/หรือส่วนประกอบของอาหารคาวหวานได้มากมายหลายชนิด เช่น ยำ หรือใช้ แทนปลาหมึก หรือแมงกะพรุนในอาหารประเภทต่างๆ วุ้นลอยแก้ว รวมมิตร โยเกิรต์ ไอศกรีม และเยลลี่ เป็นต้น

ปริมาณและสารอาหารในวุ้นมะพร้าว ประกอบด้วย

  • น้ำ     94.40 %
  • ไขมัน     0.05 %
  • ไฟเบอร์     1.10 %
  • เถ้า     0.77 %
  • คาร์โบไฮเดรต     3.00 %
  • แคลเซียม     34.50 มิลลิกรัม/100 กรัม
  • เหล็ก     0.20 มิลลิกรัม/100 กรัม
  • ฟอสฟอรัส     22.00 มิลลิกรัม/100 กรัม
  • ไทอามีน     0.01 มิลลิกรัม/100 กรัม
  • ไรโบเฟลวิน     0.06 มิลลิกรัม/100 กรัม
  • ไนอาซีน 0.22 มิลลิกรัม/100 กรัม

(ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์บริการ,2518)

การผลิตวุ้นน้ำมะพร้าว (วุ้นสวรรค์)

วัตถุดิบและอุปกรณ์

การเตรียมหัวเชื้อเริ่มต้น (starter)

  • น้ำมะพร้าวสดใหม่     100   มิลลิลิตร (ซีซี)
  • น้ำตาลทราย (0.5-1.0%)      0.5-1.0 กรัม
  • หัวเชื้อวุ้น Acetobacter  xylinum
  • ขวดแก้วสะอาด (เช่น ขวดโซดา)
  • สำลีและกระดาษสมุดหน้าเหลือง/กระดาษปอนด์

การผลิตวุ้นน้ำมะพร้าว

  • น้ำมะพร้าวจากผลแก่      1  ลิตร
  • น้ำตาลทราย (0.5-1.0%)     50-100  กรัม
  • หัวน้ำสมสายชู (5%)     1  ช้อนโต๊ะ
  • สารแอมโมเนียมซัลเฟต     0.5-1.0   กรัม
  • เหล้าขาว (เอทธานอล)     100-150 00มล.
  • หัวเชื้อ  A.xylinum     100-200  มล.

หมายเหตุ; * ถ้าไม่มีไม่ต้องใส่

วิธีการเตรียมหัวเชื้อเริ่มต้น

  1. นำน้ำมะพร้าวและน้ำตาลทรายผสมกันตามอัตราส่วนข้างต้นผสมในหม้อ
  2. ปิดฝาหม้อ ต้มให้เดือดนาน 10-15 นาที
  3. นำไปบรรจุลงในขวดแก้วสะอาด ปิดปากขวดด้วยจุกสำลี
  4. นำไปหล่อเย็นในอ่างน้ำ
  5. เมื่อขวดอาหานเย็นแล้ว เติมหัวเชื้อวุ้นบริสุทธิ์ลงไปปิดจุกสำลีแล้วหุ้มด้วยกระดาษสมุดหน้าเหลือง หรือกระดาษหนังสือพิมพ์
  6. นำไปบ่มไว้ที่อุณภูมิห้อง เป็นเวลาประมาณ 2-3 วัน เชื้อจะเจริญเติบโต โดยจะสังเกตเห็นแผ่นวุ้นขุ่นๆ เป็นชั้นบางๆ พร้อมใช้งานเพื่อเป็นหัวเชื่อเริ่มต้น

วิธีการผลิตวุ้นน้ำมะพร้าว

  1. นำน้ำมะพร้าวมาผสมกับน้ำตาลทรายและแอมโมเนียมซัลเฟต ตามอัตราส่วนข้างต้น ลงในหม้อ
  2. ปิดฝาหม้อแล้วต้มให้เดือดนาน 10-15 นาที
  3. จากนั้นนำหม้อมาหล่อเย็นในอ่างน้ำ
  4. ทิ้งไว้พออุ่นๆ จึงเติมกรดอะซิติกเหล้าขาว และหัวเชื้อวุ้นลงไป ผสมให้เข้ากัน ( ผสมทุกอย่างตามอัตราส่วนที่กำหนดและถ้าต้องการการผลิตแผ่นวุ้นหลายๆแผ่นจะต้องเพิ่มอัตราส่วนตามกำหนด)
  5. นำถาดสเตนเลสหรือถาดพลาสติกที่เตรียมไว้ (โดยผ่านการลวกฆ่าเชื้อถาดด้วยน้ำร้อนเรียบร้อยแล้ว ปิดถาดด้วยกระดาษปอนด์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยการใช้เตารีดร้อนๆ)
  6. เปิดกระดาษออกเล็กเล็กน้อย เพื่อเติมอาหารเลี้ยงเชื้อวุ้นข้างต้นลงไปในถาดโดยให้มีความสูงประมาณ 3-4 ซม. จากก้นถาด
  7. ปิดด้วยกระดาษเหมือนเดิมเพื่อป้องกันฝุ่นหรือเชื้ออื่นลงไป แต่อากาศยังสามารถผ่านเข้าออกได้
  8. นำไปวางไว้ในห้องบ่มเลี้ยงเชื้อเป็นระยะเวลา 7-14 วันโดยประมาณ หรือทำการเลี้ยงเชื้อจนกระทั่งอาหารเกือบแห้งจะได้แผ่นวุ้นที่มีความหนาประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงของอาหารเลี้ยงเชื้อ

ข้อควรระวัง

ในระหว่างบ่มเลี้ยงเชื้อห้ามย้ายและกระทบกระเถือนถาด  โดยแผ่นวุ้นที่ผลิตได้จะมีกลิ่นเปรี้ยวเนื่องจากเชื้อวุ้นจะผลิตกรดน้ำส้ม (กรดอะซิติก) ซึ่งมีรสเปรี้ยวออกมาด้วย

หมายเหตุ

น้ำหมักส่วนที่เหลือจากการเก็บผลผลิต (แผ่นวุ้น) ออกไปแล้ว สามารถนำไปเป็นหัวเชื้อเริ่มต้นสำหรับการหมักครั้งต่อไปได้ หรือนำมากรองแล้วนำไปต้มพอเดือดเพื่อแปรรูปเป็นน้ำส้มสายชูหมักสำหรับปรุงอาหารได้

การแปรรูป

ก่อนนำมาประกอบอาหารหรือแปรรูป ต้องล้าง กรดออกให้หมดก่อน  โดยนำแผ่นวุ้นทั้งแผ่น หรือตัดแผ่นวุ้นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอคำหรือเป็นเส้นๆก่อน  แล้วนำมาแช่ในน้ำสะอาดนานประมาณ 2-3 คืนโดยหมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆ หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำที่แช่วันละ 2 ครั้ง (เช้าเย็น) กลิ่นกรดและรสเปรี้ยวก็จางหายไป  นำวุ้นข้างต้นขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำเพื่อเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นอาหารคาว หวาน ต่อไป หรือนำบรรจุขวดแก้วปิดผาสนิท แล้วนำไปต้มฆ่าเชื้อในน้ำเดือดนาน 30 นาที ตั้งทิ้งไว้ให้เย้นสามารถเก็บไว้บริโภคไว้ได้

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Comments 1 Comment »

แยมกล้วยผสมมะเขือเทศ
ส่วนผสม
กล้วยน้ำว้า 50 กรัม
เนื้อมะเขือเทศ 50 กรัม
น้ำสะอาด 200 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
เกลือป่น 1 กรัม
เพคติน 4 กรัม
น้ำมะนาว 15 กรัม
วิธีทำ
ชั่งส่วนผสมตามสูตร
ปอกกล้วยและล้างมะเขือเทศคว้านเมล็ดออกเอาแต่เนื้อ
ปั้นกล้วยและปั่นมะเขือเทศกับน้ำสะอาดจนละเอียด(น้ำกล้วย+น้ำมะเขือเทศ)
ตั้งไฟน้ำมะเขือเทศจนเดือนจับเวลา 10 นาที
ผสมเพคติน เกลือ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วเติมส่วนผสมของเพคตินในน้ำกล้วย+น้ำมะเขือเทศ
คนให้ละลาย จับเวลา 20 นาที
เติมน้ำมะนาวจับเวลา 10 นาที
บรรจุใส่ภาชนะที่ลวกเสร็จใหม่ๆขณะแยมยังร้อน
แยมกล้วยผสมมะเขือเทศ
ส่วนผสม
  • กล้วยน้ำว้า 50 กรัม
  • เนื้อมะเขือเทศ 50 กรัม
  • น้ำสะอาด 200 กรัม
  • น้ำตาลทราย 150 กรัม
  • เกลือป่น 1 กรัม
  • เพคติน 4 กรัม
  • น้ำมะนาว 15 กรัม
วิธีทำ
  1. ชั่งส่วนผสมตามสูตร
  2. ปอกกล้วยและล้างมะเขือเทศคว้านเมล็ดออกเอาแต่เนื้อ
  3. ปั้นกล้วยและปั่นมะเขือเทศกับน้ำสะอาดจนละเอียด(น้ำกล้วย+น้ำมะเขือเทศ)
  4. ตั้งไฟน้ำมะเขือเทศจนเดือนจับเวลา 10 นาที
  5. ผสมเพคติน เกลือ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วเติมส่วนผสมของเพคตินในน้ำกล้วย+น้ำมะเขือเทศ
  6. คนให้ละลาย จับเวลา 20 นาที
  7. เติมน้ำมะนาวจับเวลา 10 นาที
  8. บรรจุใส่ภาชนะที่ลวกเสร็จใหม่ๆขณะแยมยังร้อน
Tags: , , , , , , , , , , ,

Comments No Comments »

ส่วนผสม
เนื้อมะเขือเทศ 90 กรัม
น้ำสะอาด 200 กรัม
น้ำตาลทราย 100 กรัม
เกลือป่น 1 กรัม
เพคติน 4 กรัม
น้ำมะนาว 10 กรัม
วิธีทำ
ชั่งส่วนผสมตามสูตร
ล้างมะเขือเทศคว้านเมล็ดออกเอาแต่เนื้อ
ปั่นมะเขือเทศกับน้ำสะอาดจนละเอียด(น้ำมะเขือเทศ)
ตั้งไฟน้ำมะเขือเทศจนเดือนจับเวลา 10 นาที
ผสมเพคติน เกลือ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วเติมส่วนผสมของเพคตินในน้ำมะเขือเทศ
คนให้ละลาย จับเวลา 20 นาที
เติมน้ำมะนาวจับเวลา 10 นาทีและเคียวต่อจนกระทั่งน้ำหนักสุดท้ายของผลิตภัณฑ์เหลือ 185 กรัม
บรรจุใส่ภาชนะที่ลวกเสร็จใหม่ๆขณะแยมยังร้อน

ส่วนผสม

  • เนื้อมะเขือเทศ 90 กรัม
  • น้ำสะอาด 200 กรัม
  • น้ำตาลทราย 100 กรัม
  • เกลือป่น 1 กรัม
  • เพคติน 4 กรัม
  • น้ำมะนาว 10 กรัม

วิธีทำ

  1. ชั่งส่วนผสมตามสูตร
  2. ล้างมะเขือเทศคว้านเมล็ดออกเอาแต่เนื้อ
  3. ปั่นมะเขือเทศกับน้ำสะอาดจนละเอียด(น้ำมะเขือเทศ)
  4. ตั้งไฟน้ำมะเขือเทศจนเดือนจับเวลา 10 นาที
  5. ผสมเพคติน เกลือ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วเติมส่วนผสมของเพคตินในน้ำมะเขือเทศ
  6. คนให้ละลาย จับเวลา 20 นาที
  7. เติมน้ำมะนาวจับเวลา 10 นาทีและเคียวต่อจนกระทั่งน้ำหนักสุดท้ายของผลิตภัณฑ์เหลือ 185 กรัม
  8. บรรจุใส่ภาชนะที่ลวกเสร็จใหม่ๆขณะแยมยังร้อน
Tags: , , , , , , , , , , ,

Comments No Comments »

ก่อนที่เราจะมาทำแยมผลไม้เพื่อสุขภาพกันนั้น เรามารู้จักส่วนผสมสำหรับทำแยมผลไม้เพื่อสุขภาพกันก่อนดีกว่า

กล้วยน้ำว้า

เป็นกล้วยพันธุ์หนึ่ง พัฒนามาจากลูกผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี บริโภคอย่างแพร่หลาย ปลูกง่าย รสชาติดี อร่อยด้วย  กล้วยน้ำว้ามีธาตุเหล็กในปริมาณสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือกแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง  กล้วยน้ำว้ามีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซีช่วยบำรุงกระดูกฟันและเหงือกให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวพรรณดี  กล้วยน้ำว้ามีเบต้าแคโรทีน ไนอาซีนและใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่อง  การกินกล้วยน้ำว้าจะช่วยระบายท้อง  กล้วยน้ำว้าดิบและห่ามมีสารแทนนิน เพคติน มีรสฝาดสมานรักษาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ โดยกินครั้งละครึ่งผลหรือ ๑ ผล อาการท้องเสียจะทุเลาลง นอกจากนี้จากการศึกษาวิจัยยังพบว่า มีผลในการรักษาโรคกระเพาะได้อีกด้วย

มะเขือเทศ

รูปร่างมีทั้งกลม ผิวนอกลีบเป็นมัน ผลดิบมีสีเขียวหรือเขียวอมเทา เมื่อสุกจะมีสีเหลือง สีส้มหรือสีแดง เนื้อภายในฉ่ำด้วยน้ำ มีรสเปรี้ยว เมล็ดมีเป็นจำนวนมาก  มะเขือเทศสามารถยังยั้งการเจริญเติมโตของเชื้อรา ดังนั้นจึงใช้เป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับปากที่เกิดจากเชื้อรา  มะเขือเทศสามารถป้องกันและรักษาโรคลักปิดลักเปิด  มะเขือเทศมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ คือ ไลโคปีน มีคุณสมบัติลดการเกิดมะเร็งลำไส้และมเร็งต่อมลูกหมากได้  มะเขือเทศมีเบต้าแคโรทีน และฟอสฟอรัสมาก  มะเขือเทศมีกรดอะมิโนชื่อ กลูตามิค สูง ซึ่งกรดอะมิโนนี้เป็นกรดอะมิโนตัวเดียวกับที่อยู่ในผงชูรสด้วย  มะเขือเทศยังช่วยระบบย่อยและช่วยการขับถ่ายอุจจาระ  เราสามารถรักษาสิว สมานผิวหน้าให่เต่งตึง โดยใช้น้ำมะเขือเทศพองหน้า หรืออาจจะนำมะเขือเทศสุกฝานบางๆแปะบนใบหน้าจะช่วยให้ผิวอ่อนนุ่มได้

มะนาว

ผลมีรสเปรี้ยวจัด จัดอยู่ในสกุล ส้ม (Citrus) ผลสีเขียว เมื่อสุกจัดจะมีสีเหลือง เปลือกบาง ภายในมีเนื้อแบ่งกลีบๆ ชุ่มน้ำมาก  นับเป็นผลไม้ที่มีคุณค่า นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรสนอกจากนี้ยังถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการ  ในมะนาวมีปริมาณของกรดซิตริกมีความลำคัญต่อรสของผลิตภัณท์ประเภทแยมและยังช่วยให้เจลอยู่ตัวมากขึ้น แต่ถ้ามีกรดมากเกินไปก็จะทำลายความอยู่ตัวของแจลได้

แยม

ผลิตภัณฑ์ทำจากผลไม้กับสารที่ให้ความหวาน อาจผสมน้ำผลไม้หรือผลน้ำผลไม้เข็มข้นด้วยก็ได้ และทำให้มีความเหนียวพอเหมาะ  แยมประกอบด้วยส่วนของผลไม้ 45 ส่วนต่อน้ำตาล 55 ส่วน ต้มหรือเคี่ยวไปเรื่อยๆจนมีความเข้มข้นประมาณ 68.5-70 องศาบริกซ์ มีค่า pH 3.5  แยมอาจทำจากผลไม้ชนิดเดียวหรือหลานชนิดผสมกันก็ได้

น้ำตาล

เป็นตัวให้ความหวานและเนื้อแก่ผลิตภัณฑ์ และช่วยให้เพคตินตกตะกอนเป็นเจล  ปริมาณน้ำตาลที่ใช้ขึ้นอยู่กับปริมาณแพคตินและความเป็นกรดด่างของเนื้อหรือน้ำผลไม้ชนิดนั้นๆ ถ้าปริมาณแพคตินมาก ปริมาณน้ำตาลที่ใช้ต่อน้ำหนักของผลไม้ก็มากด้วย แต่ถ้าผลไม้มีความเป็นกรดสูง(เปรี้ยว)จะใช้ประมาณน้ำตาลน้อย

เพคติน

เพคติล ( pectin) เป็นสารละลายน้ำได้  เป็นสารที่สกัดจากผลไม้ เช่น เปลือกส้ม ส้มโอ เป็นต้น  เพคติลจะเกิดเป็นร่างแหในขณะที่ต้มน้ำตาลกับผลไม้ ทำให้เกิดเจลขึ้น ปริมาณเพคติลที่เติมลงไปขึ้นอยู่กับชนิดผลไม้ คือ ถ้าปริมาณเพคตินในผลไม้มากจำนวนเพคติลที่เติมลงไปก็น้อยหรืออาจไม่ต้อง ใช้เลยก็ได้

เกลือ

เป็นแร่ธาตุทางโภชนาการชนิดหนึ่ง โดยหลักแล้วคือโซเดียมคลอไรด์ ( เกลือแกง)  เกลือบริโภคสามารถผลิตได้จากน้ำทะเลหรือดินเค็ม เป็นเครื่องปรุงอาหารที่ให้รสเค็มที่มีมาตั้งแต่โบราณ สามารถใช้ถนอมอาหารได้

Tags: , , , , , , , , , , ,

Comments No Comments »

เอกสารการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2554

1. Economic Outlook : ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก และแนวโน้มปี 2554 [ภาษาไทย] [ภาษาอังกฤษ]

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เว็บไซต์ : www.nesdb.go.th

วันที่ 23 พฤษภาคม 2554

Tags: ,

Comments No Comments »

สำหรับหน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ ที่ต้องมีการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ เพื่อใช้ในการสนับสนุนให้การดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนงบประมาณประจำปี และจำเป็นต้องรับทราบถึงเกณฑ์ราคามาตรฐานครุภัณฑ์ เพื่อช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ มีกรอบในการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ อันนำมาซึ่งความคุ้มค่าในการลงทุน และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทางราคา จึงมีการกำหนดเกณฑ์ราคามาตรฐานของครุภัณฑ์ขึ้น ซึ่งเกณฑ์ราคามาตรฐานล่าสุดต่าง ๆ มีดังนี้

Tags: , , , , ,

Comments No Comments »

Thailand Institute of Scientific and Technological Research (TISTR)
Ministry of Science and Technology