วว. จัดสัมมนาโชว์ผลิตภัณฑ์แปรรูปเงาะครบวงจร แก้ปัญหาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ


นายเกรียงเดช เข็มทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการ วว. ดร.สุภาพ อัจฉริยศรีพงศ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ พร้อมด้วยผู้บริหาร วว. ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2555 ณ โรงแรมเคพี แกรด์ จังหวัดจันทบุรี



ผลิตภัณฑ์เงาะแปรรูปครบวงจร วว. มุ่งวิจัยและพัฒนาเพื่อการบริโภคเงาะได้หมดทั้งผล โดยไม่มีของเหลือทิ้งให้เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

     สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดสัมมนาเรื่อง "แปรรูปฝ่าวิกฤติ วว. ร่วมแก้ผลผลิตการเกษตรตกต่ำ" พร้อมแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์แปรรูปเงาะครบวงจร ตั้งแต่เปลือก เนื้อ เมล็ด เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จำนวน 8 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์น้ำเงาะเข้มข้น ผลิตภัณฑ์เนื้อเงาะแผ่นกรอบ ผลิตภัณฑ์เงาะแช่อิ่มอบแห้งในน้ำเสาวรส ผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายชูหมักและน้ำส้มสายชูพร้อมดื่มเพื่อสุขภาพจากน้ำเงาะ เมล็ดเงาะเคลือบปรุงรส ผลิตภัณฑ์ใยอาหารจากเปลือกเงาะ ผลิตภัณฑ์แป้งจากเมล็ดเงาะ และเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวเงาะสดเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลเงาะโดยใช้น้ำอิเล็กโตรไลท์ หวังแก้ปัญหาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ เพิ่มมูลค่าผลไม้ไทย พร้อมยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ เมื่อวันที่ 19-20 มิถุนายน 2555 ณ โรงแรมเคพี แกรด์ จังหวัดจันทบุรี
     นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า จากการบูรณาการงานวิจัยของฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร ฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร ภายใต้การดำเนินโครงการการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าเงาะ จากการสนับสนุนทุนวิจัยโดยงบประมาณของรัฐบาล (ปี 2553-2555) ประสบผลสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเงาะครบวงจร เพื่อช่วยแก้ปัญหาราคาตกต่ำของเงาะ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ และก่อให้เกิดอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตเงาะต่อเนื่อง นอกจากนั้นผู้บริโภคยังได้ผลิตภัณฑ์แปรรูปเงาะเพื่อสุขภาพที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งมึความหลากหลายมากขึ้น ทั้งยังเป็นการยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองต่อความต้องการทางการตลาดของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
     “เงาะจัดเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของประเทศเป็นอันดับ 3 รองจากสับปะรดและลำไย เงาะส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในระดับอุตสาหกรรม มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 5 แสนไร่ ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 1,078 กิโลกรัม ผลผลิตรวมทั้งประเทศประมาณ 5.2 แสนตันต่อปี แหล่งผลิตที่สำคัญคือ ภาคตะวันออกคิดเป็นพื้นที่ปลูก 55% ของเงาะที่ปลูกทั้งประเทศ มีผลผลิตถึง 63% ของผลผลิตเงาะทั้งประเทศ ภาคใต้มีพื้นที่เพาะปลูกคิดเป็น 44% ของพื้นที่ปลูกทั่วประเทศ มีผลผลิต 36% เมื่อพิจารณาถึงต้นทุนรวมในการผลิตเงาะพบว่ามีต้นทุนรวมเฉลี่ย 7,500-8,500 บาท/ตัน เทียบกับราคาขายอยู่ที่ตันละ 7,500-9,000 บาท จึงทำให้ผลตอบแทนสุทธิมีค่าต่ำมาก
     แนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าว ควรให้ความสำคัญการส่งออกในรูปผลิตภัณฑ์แปรรูปมากกว่าผลสด เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า และหลีกเลี่ยงปัญหาการกีดกันด้านแมลง โรคพืช สารเคมีตกค้าง ดังนั้นผลสำเร็จของ วว. ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้มีมูลค่าสูงขึ้น ผลงานการวิจัยแปรรูปเงาะของ วว. นี้ สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภคเงาะได้หมดทั้งผล โดยไม่มีของเหลือทิ้งให้เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากแปรรูปเงาะอย่างครบวงจรแล้ว วว. ยังมีการวิจัยเกี่ยวกับลองกอง สับปะรด มังคุด ทุเรียน เป็นต้น เพื่อช่วยแก้ปัญหาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ โดยใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม” ผู้ว่าการ วว. กล่าว
     ผลิตภัณฑ์น้ำเงาะเข้มข้น สามารถเก็บไว้ได้นานกว่า 1 ปี เพราะผ่านกระบวนการผลิตสะอาดถูกสุขอนามัย มีความหวาน 60 บริกซ์ จากการบริโภคเครื่องดื่มน้ำเงาะนี้จะทำให้รู้สึกถึงความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และยังมีสรรพคุณทางยาอีกหลายประการ เช่น เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิด ลดการอักเสบ และลดอาการท้องร่วง เป็นต้น การนำน้ำเงาะเข้มข้นไปใช้ประโยชน์สามารถนำไปใช้ได้หลากหลาย อาทิเช่น เจือจางโดยน้ำเป็นน้ำเงาะพร้อมดื่ม หรือนำไปผสมโซดาจะได้เป็นน้ำเงาะซ่า หรือทำเป็นสารให้ความหวานเพื่อการปรุงแต่งรสชาติอาหารและเครื่องดื่ม
     ผลิตภัณฑ์เนื้อเงาะแผ่นกรอบ มีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้ โปรตีน 36.15% ไขมัน 29.85% ใยอาหารชนิดละลายน้ำ 0.91% ใยอาหารชนิดไม่ละลายในน้ำ 2.81% นอกจากนี้ใน 100 กรัม เงาะแผ่นกรอบจะให้พลังงาน 537.65 กิโลแคลอรี่ จึงเป็นผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวที่เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกวัย อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีรสชาติเทียบเคียงกับมันฝรั่งทอดกรอบ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำผลไม้ที่มีในประเทศมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสุขภาพ
     ผลิตภัณฑ์เงาะแช่อิ่มอบแห้งในน้ำเสาวรส เงาะแช่อิ่มอบแห้ง เป็นผลไม้แช่อิ่มอบแห้งชนิดหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเนื้อสัมผัสที่มีผิวนอกแห้ง เนื้อในนุ่ม ชุ่มด้วยน้ำหวาน สามารถเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นานโดยไม่เกิดการเน่าเสีย วว. ใช้เทคนิควิธีการแพร่กระจายภายใต้ระบบสุญญากาศ (Vacuum impregnation) เป็นวิธีที่สามารถช่วยเร่งให้สารละลาย เช่น น้ำตาลซึมผ่านเข้าไปในเนื้อเยื่อของผลไม้เร็วขึ้น ในการผลิต “เงาะแช่อิ่มอบแห้งในน้ำเสาวรส” ซึ่งเป็นการแปรรูปโดยการนำผลไม้ไปแช่ในน้ำเชื่อมปรุงรสประกอบไปด้วย น้ำตาล น้ำเสาวรส กรดอินทรีย์ จนได้ความหวานที่ต้องการ โดยทั่วไปความหวานของน้ำเชื่อมปรุงรสเริ่มต้นที่น้ำตาลร้อยละ 40 ของน้ำหนักน้ำเชื่อมจนถึงร้อยละ 60 ของน้ำเชื่อม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหวานของผลไม้แต่ละชนิดและความหวานในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ
     ผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายชูหมักและน้ำส้มสายชูพร้อมดื่มเพื่อสุขภาพจากน้ำเงาะ ผลิตจากเนื้อเงาะที่ให้ผลผลิตไม่ได้ขนาด หรือผลผลิตเงาะที่ราคาตกต่ำ นำมาผ่านกระบวนการหมักตามธรรมชาติโดยใช้จุลินทรีย์จากคลังจุลินทรีย์ของ วว. สู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าต่อการบริโภค นำมาใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหาร เช่น ปรุงรส น้ำสลัด หรือนำมาผสมกับน้ำผึ้งเจือด้วยน้ำสะอาด หรือผสมกับน้ำผลไม้ชนิดต่างๆที่คั้นแยกกากออก เมื่อดื่มจะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีผลดีต่อสุขภาพโดยตรงคือ ช่วยระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้น มีผลดีต่อระบบขับถ่าย และยังช่วยกำจัดเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากฤทธิ์ของความเป็นกรดจากน้ำส้มสายชูหมัก
     เมล็ดเงาะเคลือบปรุงรส เมล็ดเงาะสดปริมาณ 100 กรัม เป็นแหล่งที่ดีของทริฟโทแฟน (Tryptophan) มีโปรตีน 1.0 ไขมัน 0.4 ไฟเบอร์ 2.8 และส่วนประกอบวิตามินและเกลือแร่ (มิลลิกรัม) คือ แคลเซียม 8 ธาตุเหล็ก 0.1 แมกเนเซียม 10 โพแทสเซียม 138 โซเดียม 2 สังกะสี 0.6 และวิตามินซี 70 เมล็ดเงาะเคลือบปรุงรสผ่านกระบวนการผลิตที่เหมาะสม ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ปราศจากสารพิษ มีความปลอดภัยในการบริโภค มีเนื้อสัมผัสและรสชาติแปลกใหม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค นับเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ยังไม่มีการผลิตมาก่อน
     ผลิตภัณฑ์ใยอาหารจากเปลือกเงาะ คุณสมบัติของใยอาหารจากเปลือกเงาะ มีปริมาณใยอาหารสูง (81%) ให้พลังงานน้อย ไขมันต่ำ (0.47%) มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี จึงช่วยเพิ่มปริมาณกากอาหาร และช่วยกำจัดไขมันออกจากร่างกาย ผ่านการทดสอบความเป็นพิษเรียบร้อยแล้ว มีความปลอดภัยในการบริโภค วว. ประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ใยอาหารจากเปลือกเงาะในผลิตภัณฑ์อาหารได้หลากหลายประเภท อาทิ ผลิตภัณฑ์ไอศกรีม ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ (ทดแทนแป้งสาลีได้สูงสุดถึง 30% ) ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ (ไส้กรอกและลูกชิ้น สามารถใช้ได้ในปริมาณ 3-7 %)
     ผลิตภัณฑ์แป้งจากเมล็ดเงาะ มีองค์ประกอบและคุณสมบัติ ดังนี้ ความชื้น 3-5% ปริมาณน้ำอิสระ 0.3-0.5 โปรตีน 10-12% เม็ดแป้งมีขนาดอนุภาคเฉลี่ย 9-12 ไมโครเมตรร้อยละการละลาย 30-35% ค่ากำลังการพองตัว 10-15 ผ่านการทดสอบความเป็นพิษแบบเฉียบพลันทางปากพบว่า ผลิตภัณฑ์แป้งจากเนื้อในเมล็ดเงาะที่ผ่านขั้นตอนกระบวนผลิตมีความปลอดภัยในการบริโภค วว. ประยุกต์ใช้แป้งจากเมล็ดเงาะสำหรับเป็นสารเพิ่มความข้นหนืดในผลิตภัณฑ์น้ำสลัดแป้งเงาะไขมันต่ำ ซี่งผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณลักษณะค่าความเป็นกรดด่าง(pH) 3.65 ,TSS ประมาณ 27O บริกซ์ และค่าพลังงานของอาหารเท่ากับ 1.25 กิโลแคลอรี่ต่อกรัม ซึ่งน้อยกว่าน้ำสลัดสูตรไขมันปกติถึง 4 เท่า
     เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวเงาะสดเพื่อการยืดอายุการเก็บรักษาผลเงาะโดยใช้น้ำอิเล็กโตรไลท์ การเก็บรักษาผลเงาะสดโดยนำไปแช่ในน้ำอิเล็กโตรไลท์ ที่มีความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) เท่ากับ 5.7 เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 15 นาที หลังจากนั้นนำมาเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส ผลเงาะสดสามารถคงลักษณะภายนอก เช่น สีของผลและขน การสูญเสียน้ำหนัก และการผลิตก๊าซเอทิลีน ได้ดีกว่าผลเงาะที่ไม่ได้แช่ในน้ำอิเลคโตรไลท์ รวมถึงดีกว่าผลเงาะที่แช่ด้วยน้ำอิเล็กโตรไลท์ที่ความเป็นกรดเป็นด่างสูงกว่า เช่น ที่ความเป็นกรดเป็นด่าง 6.4 และ 7.1 โดยผลเงาะสดที่แช่ในน้ำอิเล็กโตรไลท์ที่มีความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) เท่ากับ 5.7 มีอายุการเก็บรักษาได้นานถึง 10 วัน
     “เงาะ” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Nephelium lappaccum Linn. รับประทานผลสดสามารถแก้อาการท้องร่วงชนิดรุนแรงได้ผลดี นอกจากนี้ผลเงาะเมื่อนำมาต้ม น้ำที่ได้มีสรรพคุณเป็นยาแก้อักเสบฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รักษาอาการอักเสบในช่องปากและโรคบิดท้องร่วง

     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Call Center วว. โทร. 0 2577 9300 หรือที่ โทร. 0 2577 9000 โทรสาร 0 2577 9009 ในวันและเวลาราชการ www.tistr.or.th E-mail : pr@tistr.or.th



นำเสนอข่าวโดย วันที่  20-06-2012 10:57
  
จำนวนผู้เข้าชมข่าวนี้ 


534 ครั้ง
 

ผลโหวตจาก 11 คน

0.0%
[1]

9.1%
[2]

18.2%
[3]

0.0%
[4]

72.7%
[5]
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความ

 
ควรปรับปรุง ดีมาก
1 2 3 4 5




ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
โดย Email


พิมพ์อักษร 8 หลักเพื่อยืนยันการร่วมแสดงความคิดเห็น:

ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


[ ปิดหน้าต่างนี้ ]
 
 
.:: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ::.
35 หมู่ 3 เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2577-9000 โทรสาร 0-2577-9009
196 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2579-1121..30, 0-2579-5515, 0-2579-0160, 0-2579-8533
โทรสาร 0-2561-4771, 0-2579-8533 เทเล็กซ์ 21392 TISTR TH
www.tistr.or.th    tistr@tistr.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2544 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537