วว. โชว์ 15 ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากสารสกัดฟักข้าวต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอแก่ ...พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต้นแบบงานวิจัยในงานฉลองครบรอบการดำเนินงาน 49 ปี



     สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โชว์ผลงานวิจัยพัฒนา 15 ผลิตภัณฑ์ใหม่จากสารสกัดฟักข้าวใน 3 รูปแบบ คือ ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ระบุผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 กลุ่มพัฒนาโดยนักวิจัยที่มีความชำนาญเฉพาะทางสาขาเภสัชกรรม สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง และสาขาเทคโนโลยีอาหาร ผ่านการประเมินความปลอดภัยในระดับเซลล์ สัตว์ทดลอง และอาสาสมัคร พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อทดลองงานวิจัยและแจกเมล็ดพันธุ์ฟักข้าว ฟรี! ในงานเปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 49 ปี วว. “เผชิญน้ำท่วมอย่างฉลาด ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ระหว่างวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2555 เวลา 09.00-17.00 น. ณ วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี

     นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ร่วมกับฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว. ประสบผลสำเร็จในการดำเนินงานโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต้านอนุมูลอิสระจากพืชพื้นบ้าน โดยเลือกวิจัยผลฟักข้าวเป็นวัตถุดิบ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ได้พัฒนากระบวนการสกัดจากส่วนต่างๆของฟักข้าว และเลือกสารสกัดที่ดีที่สุดมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหาร/เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (healthy food & drink) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (food supplement) และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (cosmetic) จำนวน 15 ผลิตภัณฑ์ ดังนี้
กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (TISTR-GAC) ประกอบด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่
1.ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสารสกัดฟักข้าว ประกอบด้วยสารสกัดฟักข้าว และสารสำคัญจากทุกส่วนของผลฟักข้าว ได้แก่ เปลือก เนื้อ เยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว มีสารเบต้า-แคโรทีนปริมาณสูง และมีกรดไขมันสายยาวที่ช่วยในการดูดซึมเบต้า-แคโรทีนไปใช้ประโยชน์ในร่างกาย
2.ผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรส (สูตรธรรมชาติ) ประกอบด้วยส่วนเนื้อและเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวผสมกับเนื้อมะเขือเทศ
3.ผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรส (สูตรพิซซ่า) ประกอบด้วยส่วนเนื้อและเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว ผสมกับเนื้อมะเขือเทศ และแต่งรสด้วยเครื่องเทศสำหรับพิซซ่า

      กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (NUTRI-GAC) ประกอบด้วย 4 ผลิตภัณฑ์
1.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอนุมูลอิสระ NUTRI-GAC สูตร PURE ประกอบด้วยสารกลุ่มฟินอลิก และแคโรทีนอยด์ ในสารสกัดจากฟักข้าว
2.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอนุมูลอิสระ NUTRI-GAC สูตร MIXED ประกอบด้วยสารกลุ่มฟินอลิก, แคโรทีนอยด์ ในสารสกัดจากฟักข้าว และใยอาหารจากผลฟักข้าว
3.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอนุมูลอิสระ NUTRI-GAC สูตร OIL ประกอบด้วยกรดไขมันจากสารสกัดเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว (GAC oil) ผสมในน้ำมันเมล็ดองุ่น (grape seed oil)
4. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอนุมูลอิสระ NUTRI-GAC สูตร FIBER อุดมด้วยเส้นใยอาหาร และสารแคโรทีนอยด์จากผลฟักข้าว


     กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (BIO-GAC) ประกอบด้วย 8 ผลิตภัณฑ์ (โดยเครื่องสำอาง BIO-GAC จำนวน 6 ผลิตภัณฑ์สำหรับบุคคลทั่วไป และ 2 ผลิตภัณฑ์เหมาะสำหรับผู้นับถือศาสนาอิสลาม)
1. ผลิตภัณฑ์เซรั่มชะลอแก่(BIO-GAC Anti-aging serum) อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จากสารสกัดเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น เนียนนุ่ม ช่วยชะลอและลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
2. ครีมป้องกันรังสียูวี (BIO-GAC UV shield cream) อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว ช่วยลดอันตรายจากรังสีอัลตร้าไวโอเลต ซึ่งเป็นต้นเหตุของริ้วรอยฝ้า กระ และ ความหมองคล้ำของผิว ช่วยให้ผิวหน้าแลดูอิ่มเอิบ เนียนนุ่มชุ่มชื่น
3. ครีมป้องกันรังสียูวี (BIO-GAC UV shield cream) อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว ช่วยลดอันตรายจากรังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV) ซึ่งเป็นต้นเหตุของริ้วรอย ฝ้า กระ และความหมองคล้ำของผิว ช่วยให้ผิวหน้าแลดูอิ่มเอิบ เนียนนุ่มชุ่มชื่น
4. ผลิตภัณฑ์โลชั่นให้ความชุ่มชื่นผิว (BIO-GAC Moisturizing lotion) ส่วนผสมของสารสกัดเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว ใช้บำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวกาย
5. ผลิตภัณฑ์ครีมสครับผิวหน้า (BIO-GAC Facial scrub cream) เพื่อการทำความสะอาดผิวที่ล้ำลึก ด้วยผงขัดจากเปลือกผลฟักข้าว และสารต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว ช่วยให้ผิวสะอาด สดใส มอบความเนียนนุ่มชุ่มชื่นให้แก่ผิวหน้า
6. ผลิตภัณฑ์สบู่ใสล้างหน้า (BIO-GAC Transparent soap) เพื่อการทำความสะอาดผิวหน้า อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่นและสดใส
7. ผลิตภัณฑ์เจลบำรุงผิว (BIO-GAC Body gel) เครื่องสำอางฮาลาล เจลสำหรับบำรุงผิวตัว ช่วยรักษาสภาพสมดุล และให้ความชุ่มชื่นผิว ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดฟักข้าว
8. ผลิตภัณฑ์ลิปบาล์ม (BIO-GAC Lip balm) เครื่องสำอางฮาลาล บาล์มสำหรับทาริมฝีปาก เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื่น ป้องกันริมผีปากแห้ง และคงความอ่อนนุ่มให้กับริมฝีปาก ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดฟักข้าว

     วว. พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากสารสกัดฟักข้าวสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าสมุนไพรสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลาย สามารถสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคได้ ผลงานวิจัยผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากสารสกัดฟักข้าวของ วว. นั้นเราเริ่มศึกษาวิจัยตั้งแต่การพัฒนากระบวนการสกัดสารสำคัญด้วยวิธีที่เหมาะสมจากส่วนต่างๆของผลฟักข้าว เพื่อคัดเลือกสารสกัดที่มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระดีที่สุด โดยทำการทดสอบทางเภสัชวิทยาและพิษวิทยาด้วยเทคนิคทดสอบต่างๆตามมาตรฐานสากล ได้รับการนำเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการนานาชาติทั้งในและต่างประเทศ และตีพิมพ์ผลงานในวารสารวิจัยนานาชาติด้วย จึงเชื่อมั่นได้ว่าผลิตภัณฑ์ผลงานวิจัยจากฟักข้าวของ วว. มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค อีกทั้งยังมีราคาถูกกว่ามากเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันที่นำเข้าจากต่างประเทศ” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

     ดร.ประไพภัทร คลังทรัพย์ นักวิจัยอาวุโส ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ วว. กล่าวว่า ใช้ระยะเวลาดำเนินงานโครงการวิจัยจากฟักข้าว ประมาณ 4 ปี (พ.ศ.2552-2555) โดยเริ่มตั้งแต่พัฒนากระบวนการเตรียมสารสกัดวิธีต่างๆและจากส่วนต่างๆของผลฟักข้าว คือ เปลือก เนื้อ และเยื่อหุ้มเมล็ด นำสารสกัดที่ได้ทั้งหมดมาตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีพบว่า ประกอบด้วยสารสำคัญ โดยเฉพาะสารเบต้า-แคโรทีน (-carotene) และสารแอลฟา-โทโคฟีรอล (α-tocopherol) ในปริมาณสูง และเมื่อตรวจสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ด้วยวิธีทดสอบต่างๆทั้งในระดับเซลล์ เอ็นไซม์ และ DNA ในเซลล์มนุษย์ พบว่าสารสกัดฟักข้าวอย่างน้อย 2-3 ตัวอย่างมีฤทธิ์โดดเด่นในการต้านอนุมูลอิสระทั้งในเชิงเอ็นไซม์ (enzymetic antioxidant) และไม่ใช่เอ็นไซม์ (non-enzymetic antioxidant) และเมื่อทดสอบต่อโดยใช้เทคนิค comet assay ซึ่งเป็นเทคนิคทดสอบมาตรฐานทางพันธุพิษวิทยา (genotoxicity test) สำหรับตรวจประเมินความเป็นพิษระดับ DNA ซึ่งวิเคราะห์ผลด้วยระบบคอมพิวเตอร์และโปรแกรมจำเพาะ พบว่าสารสกัดฟักข้าวที่ได้มีฤทธิ์ป้องกันสารพันธุกรรมหรือ DNA ในเซลล์จากการทำอันตรายของอนุมูลอิสระชนิดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ได้สูงถึง 65% และจากรังสีอัลตร้าไวโอเลตหรือแสงยูวี (UV) ได้ 20% ผลวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติทางเภสัชศาสตร์ คือ Journal Of Applied Pharmaceutical Science ฉบับเดือนเมษายน 2555 นี้
และผลจากการทดสอบด้วยเทคนิค micronucleus test แสดงให้เห็นว่าสารสกัดฟักข้าวไม่มีคุณสมบัติเป็นสารก่อกลายพันธุ์ต่อ DNA ของเซลล์มนุษย์ (human TK6 lymphoblast cells) จากนั้นได้ทำการทดสอบเพื่อศึกษาความเป็นพิษในระดับเซลล์ด้วยเทคนิค MTT assay ซึ่งผลบ่งชี้ว่าสารสกัดฟักข้าวไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์

     ในที่สุดได้คัดเลือกตัวอย่างสารสกัดฟักข้าวที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระดีที่สุดและมีความปลอดภัยทั้งต่อเซลล์มนุษย์และเซลล์สัตว์ทดลอง มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต้านอนุมูลอิสระและชะลอชรา (anti-aging) ในรูปแบบที่แตกต่างกัน 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม TISTRA-GAC ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและอาหาร กลุ่ม NUTRI-GAC เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งมีทั้งชนิดแคบซูลและชนิดเม็ด และกลุ่ม BIO-GAC ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางรวมทั้งสิ้น 15 ผลิตภัณฑ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องสำอางเป็น ผลิตภัณฑ์ฮาลาล ที่ วว. พัฒนาเป็นพิเศษสำหรับผู้บริโภคที่นับถือศาสนาอิสลาม โดยในสูตรจะไม่มีส่วนประกอบที่เป็นสิ่งต้องห้ามตามหลักการของศาสนา นับเป็นการขานรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่ประชากรจำนวนมากนับถือศาสนาอิสลาม เช่น จากประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย

     “...ด้วยคำนึงถึงความปลอดภัยของการใช้เครื่องสำอางในผู้บริโภค และเป็นไปตามนโยบายการห้ามใช้สัตว์ทดลองในการทดสอบกับเครื่องสำอางโดยสหภาพยุโรป (European Union, EU) ดังนั้น วว. จึงจัดทำโครงร่างวิจัยเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาโครงการศึกษาด้านคลินิก สมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อทำการประเมินความปลอดภัยของการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง BIO-GAC ในอาสาสมัคร วว. จำนวน 40 คน ซึ่งเมื่อให้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ BIO-GAC นานต่อเนื่อง 14 วัน ไม่พบการระคายเคืองและการแพ้ต่อผิวหนังในอาสาสมัครทั้งหมด และในการวิจัยขั้นต่อไป วว.จะพัฒนาต่อเนื่องเครื่องสำอาง BIO-GAC เป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอาง (cosmeceutical) ทั้งนี้โดยความร่วมมือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางเวชสำอางและความงาม” ดร.ประไพภัทร คลังทรัพย์ กล่าว

     นางวิมลศรี พรรธนประเทศ นักทดลองวิทยาศาสตร์วิจัย ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว. กล่าวถึงเครื่องดื่มต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดฟักข้าวว่า ได้ทำการพัฒนาสูตรโดยใช้ส่วนประกอบสำคัญ คือ สารสกัดฟักข้าว ที่ วว. พัฒนาขึ้นรวมกับทุกส่วนของผลฟักข้าว ได้แก่ เปลือก เนื้อ และเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว ซึ่งอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด โดยที่ฟักข้าวเป็นพืชที่มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากพืชอื่นๆ คือ มีปริมาณสารเบต้า-แคโรทีนที่มีปริมาณสูงกว่าแครอทเกิน 10 เท่า ซึ่งเบต้า-แคโรทีนเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอที่มีประโยชน์ต่อสายตา และที่สำคัญคือในเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวเองมีกรดไขมันสายยาวที่ช่วยในการดูดซึมเบต้า-แคโรทีนไปใช้ประโยชน์ในร่างกายได้ ดังนั้นเครื่องดื่มสารสกัดฟักข้าวจึงมีประโยชน์อย่างยิ่งทั้งในเรื่องต้านอนุมูลอิสระและเรื่องการบำรุงสายตา และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำ คือต่อขนาดบรรจุภัณฑ์ 100 มิลลิลิตร จะมีน้ำตาลไม่เกิน 10 กรัม และให้พลังงานเพียง 70 กิโลแคลอรี ในขณะที่ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดจะมีน้ำตาลสูงกว่าคือระหว่าง 20-50 กรัม และให้พลังงานเกิน 90 กิโลแคลอรีขึ้นไป ดังนั้นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสารสกัดฟักข้าวของ วว. จึงเป็นทางเลือกใหม่และเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพและควบคุมพลังงานส่วนเกินที่เป็นปัจจัยเสี่ยงโรคอ้วน และสำหรับผลิตภํณฑ์ซอสปรุงรสฟักข้าวก็เช่นกัน วว. ได้พัฒนาเป็น 2 สูตร คือสูตรธรรมชาติและสูตรพิซซ่า โดยใช้องค์ประกอบสำคัญจากผลฟักข้าวเช่นเดียวกัน

     ฟักข้าว มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Momordica cochinchinensis Spreng อยู่ในวงศ์ CUCURBITACEAE เป็นพืชพื้นเมืองทางภาคเหนือ ลักษณะเป็นไม้เถาเลื้อยอายุยืนกว่า 10 ปี และอยู่ในกลุ่มเดียวกับแตงกวาและมะระ มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้และเป็นที่รู้จักกันดีในหลายประเทศคือ เวียดนาม จีน พม่า ไทย ลาว มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะในประเทศเวียดนามจะเรียกฟักข้าวว่า “แก็ก (GAC)”
ประโยชน์ของฟักข้าว ใช้บริโภคทั้งเป็นอาหารและยาสมุนไพร ใช้ผลฟักข้าวอ่อนสีเขียวเป็นอาหาร ซึ่งรสชาติเนื้อฟักข้าวเหมือนมะละกอดิบแต่ขมกว่า นำมาลวกหรือต้มให้สุกหรือต้มกะทิจิ้มน้ำพริกกะปิ หรือใส่แกง ยอดอ่อน - ใบอ่อนนำมารับประทานเป็นผักสด นำมานึ่งหรือลวกให้สุกกินกับน้ำพริก หรือนำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงแค แกงส้ม ผัดน้ำมันหอย เป็นต้น หมอพื้นบ้านได้ใช้ภูมิปัญญาด้วยการนำเอาฟักข้าวใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ เช่น รักษาฝี ไข้รากสาด ไข้อีดำอีแดง ส่วนของเมล็ดนิยมใช้เป็นยาทาภายนอกโดยตำผสมกับน้ำมันงาหรือน้ำมันมะพร้าวในการรักษาหูด อาการอักเสบบวม กลากเกลื้อน ฝี อาการฟกช้ำ อาการผื่นคันและโรคผิวหนังติดเชื้อต่างๆ

     ประเทศเวียตนามเป็นแหล่งปลูกฟักข้าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากข้อมูลงานวิจัยที่ผ่านมาระบุว่า ผลสุกของฟักข้าวประกอบด้วยสารไลโคพีน มากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า และสารเบต้า-แคโรทีน (beta-carotene) มากกว่าแครอท 10 เท่า ในประเทศเวียดนามนิยมนำเอาเยื่อหุ้มเมล็ดของฟักข้าวมาหุงกับข้าวเหนียวทำให้ข้าวมีสีแดง (red rice) เรียกว่า “ซอย-แก็ก (Xoi-Gac)” และใช้รับประทานในงานมงคลและเทศกาลต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานวันเกิด เทศกาลวันปีใหม่ เป็นต้น และได้มีการทดลองนำเอา Xoi Gac ให้เด็กก่อนวัยเรียนที่มีปัญหาพร่องวิตามินเอและป่วยเป็น “โรคตาบอดกลางคืน (night blindness)” จำนวน 193 คนรับประทาน พบว่าเมื่อรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลา 30 วัน เด็กสามารถมองเห็นได้ดีขึ้น รวมไปถึงปริมาณสารเบต้าแคโรทีนในกระแสเลือดเพิ่มขึ้นด้วย

     ปัจจุบันต่างประเทศนอกจากเวียตนามซึ่งรู้จักฟักข้าวเป็นอย่างดีแล้ว ประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย และ รัสเซีย ได้ให้ความสนใจและทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับฟักข้าวกันอย่างมาก โดยมีผลงานวิจัยยืนยันในทางเดียวกันว่า ฟักข้าวเป็นพืชที่อุดมด้วยสารสำคัญที่เรียกรวมๆว่าสารไฟโตเคมิคอล (phytochemicals) โดยเฉพาะสารไลโคพีนและเบต้า-แคโรทีน ที่มีสรรพคุณโดดเด่นในการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคเบาหวานที่เป็นกันมากในปัจจุบันโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย

     ทั้งนี้ ผู้สนใจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากสารสกัดฟักข้าว เข้าชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อการทดลองงานวิจัย พร้อมรับแจกเมล็ดพันธุ์ฟักข้าว ฟรี! ภายในงานเปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 49 ปี วว. “เผชิญน้ำท่วมอย่างฉลาด ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ระหว่างวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2555 เวลา 09.00-17.00 น. ณ วว. เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้ที่ Call center วว. โทร. 0 2577 9300 หรือที่โทร. 0 2577 9000 โทรสาร 0 2577 9009 ในวันและเวลาราชการ www.tistr.or.th E-mail : tistr@tistr.or.th



นำเสนอข่าวโดย วันที่  16-05-2012 15:17
  
จำนวนผู้เข้าชมข่าวนี้ 


267 ครั้ง
 

ผลโหวตจาก 125 คน

0.0%
[1]

0.0%
[2]

1.6%
[3]

0.0%
[4]

98.4%
[5]
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความ

 
ควรปรับปรุง ดีมาก
1 2 3 4 5





โดยคุณ โสภา Mail to โสภา 124.121.235.191 [03-01-2013 19:16] #212 (8/8)

สนใจผลิตภัณฑ์มาเพื่อจำหน่ายไม่ทราบว่าขอเป็นตัวแทนได้ไหมค่ะ

โดยคุณ ตุ๊กตา Mail to ตุ๊กตา 27.55.147.153 [06-11-2012 22:13] #197 (7/8)

อยากได้ผลิตภัณฑ์ทดลองคะ ต้องทำยังไงคะ

โดยคุณ chonthicha Mail to chonthicha 118.175.76.161 [05-10-2012 15:29] #195 (6/8)

อยากทราบตลาดรับซื้อผลผลิตฟักข้าวปลูกที่ยโสธรค่ะ

โดยคุณ ทิวาวิมล Mail to ทิวาวิมล 118.172.6.91 [09-09-2012 23:43] #194 (5/8)

สนใจงานวิจัยและอยากนำมาศึกษาค่ะ และอยากนำฟักข้าวมาทดลองทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในชุมชนค่ะ อยากขอคำแนะนำ ขอบคุณค่ะ      

โดยคุณ ประไพภัทร Mail to ประไพภัทร 125.24.225.26 [02-06-2012 21:21] #183 (4/8)


เรียน คุณ JJ

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสารสกัดฟักข้าว (ทั้ง 8 ผลิตภัณฑ์) ยังไม่วางจำหน่ายค่ะ ถ้าสนใจผลิตภัณฑ์เพื่อการทดลองใช้ สามารถติดต่อ call centre ของสถาบันได้ค่ะ

โดยคุณ jj Mail to jj 223.207.93.45 [02-06-2012 19:42] #182 (3/8)

ไม่ทราบว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีวางจำหน่ายรึยังค่ะสนใจมากค่ะ อยากได้มาขายบ้าง

โดยคุณ ประไพภัทร Mail to ประไพภัทร 101.51.208.107 [30-05-2012 19:01] #181 (2/8)


เรียน คุณกบ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดฟักข้าว ยังไม่มีวางจำหน่ายค่ะ อยู่ในระหว่างการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีผลงานวิจัยเพื่อผลิตและจำหน่าย ติดตามข้อมูลการจาก website ของ วว.ต่อไปนะคะ

โดยคุณ กบ Mail to กบ 61.19.52.170 [29-05-2012 15:01] #180 (1/8)

อยากถามว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ทำจากฟักข้าว จะออกขายเมื่อไหร่
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
โดย Email


พิมพ์อักษร 8 หลักเพื่อยืนยันการร่วมแสดงความคิดเห็น:

ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


[ ปิดหน้าต่างนี้ ]
 
 
.:: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ::.
35 หมู่ 3 เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2577-9000 โทรสาร 0-2577-9009
196 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2579-1121..30, 0-2579-5515, 0-2579-0160, 0-2579-8533
โทรสาร 0-2561-4771, 0-2579-8533 เทเล็กซ์ 21392 TISTR TH
www.tistr.or.th    tistr@tistr.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2544 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537