ผลงานวิจัยที่เป็นองค์ความรู้ที่พร้อมพัฒนา/ขยายผล
1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการผลิตน้ำมะนาวพร้อมปรุงและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง
- การวิจัยและทดลองตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมะนาวพร้อมปรุงและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง
วว. ดำเนินการทดลองตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูป ของมะนาว
โดยนำผลิตภัณฑ์น้ำมะนาวพร้อมดื่ม มะนาวผง
และสเปรย์ปรับอากาศวางจำหน่ายที่ร้านผลิตภัณฑ์
วว. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว
จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำปาง จังหวัดเพชรบุรี
และจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อทราบความต้องการของผู้บริโภค ความเหมาะสมของบรรจุภัณฑ์
ราคา และข้อเสนอแนะอื่นๆ เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ น้ำมะนาวพร้อมดื่ม
มะนาวผง และสเปรย์ ปรับอากาศสำหรับนำไป ถ่ายทอดสู่เอกชนต่อไป
2. การพัฒนาทรัพยากรพืชสมุนไพรที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์
- การสำรวจรวบรวมและอนุรักษ์พืชสมุนไพรที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ที่สถานีวิจัยลำตะคอง
วว. ได้ทำการรวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพรที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย
จำนวน
70 ชนิด
นำมาทำการขยายพันธุ์พืชสมุนไพรหายากที่สถานีวิจัยลำตะคอง
โดยศึกษาความแตกต่างของลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ชนิดพืชสมุนไพรที่รวบรวมได้
เพื่อเพิ่มปริมาณและปลูกอนุรักษ์ไว้เพื่อการศึกษาและใช้ประโยชน์ในด้าน
พาณิชย์เภสัช นอกจากนี้ ยังได้นำต้นพืชสมุนไพรหายาก 17 ชนิด ได้แก่ ไพลดำ ช้างงาเอก
สามสิบสองประดง มังกรห้าเล็บ และหัวลิง เป็นต้น
มอบให้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป
3.
วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับตรวจประเมินคุณสมบัติของสารพันธุพิษด้วยเทคนิควิธีทดสอบระยะสั้น

วว.ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีวิธีการทดสอบระยะสั้นทางพันธุพิษวิทยา
เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติการก่อกลายพันธุ์และก่อมะเร็ง การวิจัยความเป็นพิษต่อ DNA โดยใช้เทคนิคมาตรฐานสากล คือ Polymerse
inhibition (PI) assay และ Comet assay และเทคนิค Micronucleus assay และ Chromosome
aberration assay เป็นเทคนิคการทดสอบที่มีประสิทธิภาพสูง
ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการขึ้นทะเบียนความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ยา อาหาร สารเคมี สารสกัดสมุนไพร
ช่วยลดความเสี่ยงจากการบริโภคสารพิษและการกีดกันทางการค้าจากต่างประเทศ
4. การวิจัยและพัฒนาการใช้พืชเพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช
- การสำรวจรวบรวมและจัดทำข้อมูลพืชที่มีศักยภาพสูงในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช
เป็นการรวบรวมรายชื่อพืชที่มีคุณสมบัติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ได้จำนวน 80 ชนิด
และทำการขยายพันธุ์ในแปลงทดลองเพื่อคัดเลือกพืชที่มีศักยภาพในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช
จัดทำเป็นข้อมูลในรูปหนังสือและฐานข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเผยแพร่ต่อไป
- การศึกษาวิธีการสกัดสารออกฤทธิ์และการทดสอบประสิทธิภาพของสารต่อแมลงศัตรูพืช
วว. ได้ทดสอบ
ศึกษาวิธีการสกัดสารออกฤทธิ์จากพืชชนิดต่างๆ ด้วยตัวทำละลายที่แตกต่างกัน
และทดสอบประสิทธิภาพสารออกฤทธิ์ที่สกัดได้จากเมล็ดมันแกว คือ Rotenone กับแมลงศัตรูพืชในแปลงผักคะน้าได้ผลดี
นำมาพัฒนาสูตรพร้อมรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับเป็นสารป้องกัน กำจัดแมลง ศัตรูพืช

5. การศึกษาสถานภาพและความต้องการของตลาดผลิตภัณฑ์เยื่อขึ้นรูป
วว. ได้ทำการรวบรวมข้อมูลและศึกษาสถานภาพและความต้องการ
ของตลาดผลิตภัณฑ์เยื่อขึ้นรูปจากผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค
ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย
เพื่อทราบแนวโน้มและความต้องการในการสร้างผลิตภัณฑ์เยื่อขึ้นรูปชนิดใหม่
ตลอดจนโอกาสทางการตลาดของผลิตภัณฑ์เยื่อขึ้นรูป
6. การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรมเกษตร
- การพัฒนาตะกอนจุลินทรีย์ลักษณะเม็ดในระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศชนิด UASB สำหรับ
อุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ
เป็นการศึกษาพารามิเตอร์ที่เหมาะสมสร้างตะกอนจุลินทรีย์ชนิดเม็ดในการบำบัดน้ำเสียสำหรับ
อุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ โดยใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศชนิด UASB สรุปได้ว่าระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ
ชนิด
UASB สามารถรองรับน้ำเสียจากอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำที่มีความสกปรกในรูปซีโอดี
ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดและแอมโมเนียที่ 2,788 มก./ล. 456 มก./ล. และ 390 มก./ล. ตามลำดับ อัตราภาระรับสารอินทรีย์ที่ 8 กิโลกรัมซีโอดีต่อ ลบ.ม./วัน
ที่ระยะเวลาเก็บกัก 12 ชั่วโมง โดยมีประสิทธิภาพในกำจัดซีโอดี และบีโอดี เป็น 88.38% และ 93.07% ตามลำดับ
และมีอัตราการเกิดก๊าซมีเทน ที่ 0.52 ลิตร/กรัม
ซีโอดี/วัน
เปอร์เซ็นต์ก๊าซมีเทน เป็น 76.20% ผลจากการศึกษานี้ จะได้นำมา
ใช้ในการพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในการออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับอุตสาหกรรมเกษตรและ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมที่สนใจต่อไป
- การพัฒนาตะกอนจุลินทรีย์ลักษณะเม็ดในระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศชนิด UASB สำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันพืช
วว. ได้ศึกษากระบวนการบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้อากาศสำหรับน้ำเสียที่มีของแข็งแขวนลอย
และไขมันปนเปื้อนสูง
โดยใช้น้ำเสียจากอุตสาหกรรมน้ำมันพืชเป็นตัวแทนในการศึกษาและใช้ถังปฏิกิริยาแบบ UASB เพื่อให้ทราบถึงผลกระทบของของแข็งแขวนลอยและไขมันต่อกระบวนการสร้างจุลินทรีย์แบบเม็ด
พบว่า กระบวนการสร้างเชื้อ จุลินทรีย์ จะถูกรบกวนโดยของแข็งแขวนลอย
และไขมันที่ปนเปื้อนในน้ำเสียเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกระทบรูปทรงของเชื้อจุลินทรีย์
ซึ่งก่อปัญหาต่อเนื่อง มีการชะล้างของมวลชีวภาพสูงมาก
ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการใช้ถังปฏิกิริยาแบบ UASB ในการบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรมน้ำมันพืชมีข้อจำกัดสูง วว. จึงได้พัฒนาต่อโดยใช้ถังปฏิกิริยาแบบ HUSB เข้ามาร่วม
ซึ่งพบว่าการเดินระบบค่อนข้างมีเสถียรภาพมากขึ้น
ซึ่งจะพัฒนาต่อยอดเพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อไป
7. การวิจัยและพัฒนาการผลิตไบโอดีเซล
- การวิจัยและพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์เพื่อผลิตไบโอดีเซล
วว.ดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์คุณสมบัติของน้ำมันพืชที่เป็นวัตถุดิบ
พบว่า น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติในการนำมาใช้ผลิตเป็นไบโอดีเซลมากที่สุด
โดยได้ดำเนินการออกแบบจัดสร้าง ติดตั้ง และทดสอบ เครื่องปฏิกรณ์ และทำการปรับตั้งค่าพารามิเตอร์และ
สภาวะการทำงานต่างๆ ของชุดอุปกรณ์สั่งจ่ายสาร ความเร็วรอบของเครื่องปฏิกรณ์
และดำเนินการวิเคราะห์ ข้อมูลการทำงานของเครื่องปฏิกรณ์ ซึ่งผลที่ได้นำไปสู่
จุดเริ่มต้นในการพัฒนาการผลิตไบโอดีเซลสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป
- การศึกษาและวิจัยสารเร่งปฏิกิริยาเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตไบโอดีเซล
วว. ได้ทำการศึกษาและวิจัยสารเร่งปฏิกิริยาที่มีความเหมาะสม
เพื่อใช้ในกระบวนการ ทรานเอสเทอริฟิเคชัน
ของน้ำมันมะพร้าวดิบในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสความดันบรรยากาศ
โดยใช้สารโพแทสเซียม คาร์บอเนตและแคลเซียมออกไซด์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา
พบว่าสารทั้ง
2 ชนิด
มีแนวโน้มในการเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแบบเนื้อผสมในการผลิตแบบไบโอดีเซลได้ดี
นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษาผลของอัตราส่วนของสารตั้งต้นและปริมาณของตัวเร่งปฏิกิริยาในการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันมะพร้าวเพื่อวิเคราะห์ความบริสุทธิ์ของไบโอดีเซลที่ได้
- การศึกษาและวิจัยวิธีการและมาตรฐานในการตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติของไบโอดีเซล
วว. ได้ศึกษาวิธีการวิเคราะห์ที่เหมาะสมสำหรับ mono-,di,tri-
gryceride และแอลกอฮอล์ที่เจือปนอยู่ใน
ไบโอดีเซล ที่ผลิตจากวัตถุดิบในประเทศ
โดยทำการวิเคราะห์ค่ากลีเซอรีนอิสระและค่ากลีเซอร์รีนรวมในตัวอย่างไบโอดีเซลด้วยวิธีการ Enzymatic Analysis เปรียบเทียบกับการใช้เทคนิคแก๊สโครมาโทกราฟี
และทำการสรุปข้อมูลผลการวิจัยเพื่อจัดทำเอกสาร
วิธีการมาตรฐานในการตรวจสอบวิเคราะห์คุณสมบัติของไบโอดีเซลต่อไป
8. เอทานอล
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์
(Animal Feed) ผลพลอยได้จากการผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง
วว. ได้ดำเนินการปรับปรุงโรงงานต้นแบบผลิตแอลกอฮอล์เพื่อใช้ผลิตเอทานอลในระดับโรงงานต้นแบบ โดยใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ เพื่อศึกษาคุณค่าทางโภชนาการทางอาหารสัตว์ของกากส่าที่ผ่านการทำแห้งในกรรมวิธีต่างๆ
กัน
พบว่ามีโปรตีนของกากส่าบางส่วนสูญเสียไปจากการอบแห้งด้วยความร้อนในส่วนที่เป็นของเหลวหลังจากผ่านเครื่องแยกกาก
จึงได้ทำการพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องแยกกากและเครื่องอบแห้งให้มีความเหมาะสมสำหรับการทำแห้งอาหารสัตว์และพัฒนาสูตรอาหารสัตว์
ตลอดจนต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์
เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ของอุตสาหกรรมกากส่าในการผลิตเป็นอาหารสัตว์ต่อไป
9. การศึกษาความหลายหลายทางชีวภาพในพื้นที่สงวนชีวมณทลสะแกราช
- การศึกษาพืชกินได้และการเพิ่มปริมาณพืชกินได้ในป่าสะแกราช
วว. ดำเนินการสำรวจชนิดและพืชกินได้ใน
เขตป่าสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช
เพื่อนำมารวบรวมพันธุ์ ขยายพันธุ์ และจัดทำแปลงสาธิตพืชกินได้ เช่น ผักหวานป่า
ลูกดิ่ง มะกอกเกลื้อน มุกป่า สำหรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะและการขยายพันธุ์
พืชกินได้ให้แก่เกษตรกร นอกจากนี้ยังได้จัดทำฐานข้อมูลพืชกินได้ไว้ในรูปของ
หนังสือและนำเข้าฐานข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเผยแพร่ให้กับผู้สนใจต่อไป

10. การศึกษาความเป็นไปได้ในการเพิ่มผลผลิตเห็ดโคนในพื้นที่ป่าสะแกราช
(ระยะที่ 2)
วว. ได้ทำการศึกษาสำรวจชนิดของเห็ดโคนและปลวกในพื้นที่ของสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช
และทำการแยกเชื้อเห็ดโคนไว้เพาะเลี้ยง
เพื่อศึกษาความหลากหลายและความสัมพันธ์ของเห็ดโคนกับปลวก
สภาวะแวดล้อมและวิธีการที่จะเพิ่มผลผลิตเห็ดโคนในธรรมชาติ ซึ่งจะต้องศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
11. วิจัยการอนุรักษ์พันธุกรรมและพัฒนาพืชพันธุ์ยักษ์
- การศึกษาลักษณะทางสรีรวิทยาและองค์ประกอบทางเคมีของพืชพันธุ์ยักษ์
เป็นการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของพืชพันธุ์ยักษ์
ได้แก่ มะขามยักษ์ มะม่วงยักษ์ และมะนาวยักษ์ และศึกษา
ลักษณะทางสรีรวิทยาทางกายภาพ
องค์ประกอบทาง เคมีของพืชพันธุ์ยักษ์ภายหลังการเก็บเกี่ยว
ตลอดจนศึกษาลักษณะทางประสาทสัมผัส โดยทำการทดสอบการยอมรับ
ของผู้บริโภคและนำไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพ
ให้เหมาะสมกับการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
12. การสำรวจข้อมูลความต้องการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์และการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น
ในการผลิตทางเชิงพาณิชย์
วว. ได้ทำการสำรวจข้อมูลด้านความต้องการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์
พบว่า ความต้องการใช้ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มีหลากหลายทั้งด้านชนิดและคุณภาพถึง 3,824 รายการ จำนวน 20,241 เครื่อง
จำแนกได้มากกว่า 150
รายชื่อเครื่องมือ
โดยแบ่งเป็น
2 กลุ่มใหญ่
คือ กลุ่มที่ใช้ในขบวนการผลิต และกลุ่มที่ใช้ในการวิเคราะห์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าว
สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวินิจฉัยเพื่อจัดลำดับความสำคัญของเครื่องมือ
ความพร้อมและแนวทางเหมาะสมเพื่อเครื่องมือ ที่ควรต้องทำการพัฒนาต่อไป
13. ระบบบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทย
เป็นการศึกษาความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของ
ผู้ประกอบการ
SMEs ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลด้วยการใช้
แบบสอบถามและศึกษาระบบ CRM
(Customer Relationship Management) ให้เกิดประสิทธิภาพ โดยจัดสัมมนาให้ความรู้ทางด้าน CRM แก่ผู้ประกอบการ
ประมาณ
70 คน
เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงกิจการของ ตนเองให้ดีขึ้น นอกจากนี้
ยังได้เผยแพร่ข้อมูลวิจัย CRM บนอินเทอร์เน็ตให้ ประชาชนทั่วไปด้วย
14. การควบคุมสาหร่ายที่ผลิตสารพิษในแหล่งน้ำจืดโดยชีววิธี
วว. ได้ทำการคัดเลือกชนิดและขนาดของหอยน้ำจืดที่เหมาะสมในการใช้ควบคุมสาหร่าย
และทดสอบประสิทธิภาพ การกรองกินสาหร่ายพิษ Microsystic aeruginosa ที่ปริมาณความเข้มข้นต่างๆ
พบว่า หอยขนาดใหญ่ (ความยาวเฉลี่ย 20 เซนติเมตร) สามารถลดจำนวนสาหร่าย M.aeruginosa ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดถึง 98.45% จากนั้น
จึงทำการทดสอบประสิทธิภาพของหอยในระบบปิดกลางแจ้งและในแหล่งน้ำที่มีปัญหาเสนอแนวทางการควบคุมปริมาณสาหร่ายพิษ
ในแหล่งน้ำจืด และนำไปถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
15. ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมต่อการลดอุณหภูมิการสังเคราะห์สารซิลิกอนคาร์ไบต์ (SiC)
วว. ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการบดผสมที่มีผลต่อกลไกการเกิดปฏิกิริยาและกระบวนการสังเคราะห์
สารซิลิกอนคาร์ไบด์ที่อุณหภูมิต่ำ และทำการวิเคราะห์คุณสมบัติของซิลิกอนคาร์ไบด์
ที่ได้จากการสังเคราะห์สภาวะต่างๆ โดยได้ทำการศึกษาข้อมูลการเทอร์โมไดนามิกส์
ของปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสารซิลิกอนคาร์ไบด์ที่อุณหภูมิต่างๆ และ
ทำการวิเคราะห์ผลเปรียบเทียบสาร b-SiC ที่สังเคราะห์ได้กับท้องตลาด พบว่า ปริมาณซิลิกอนและคาร์บอนอิสระและพื้นที่ผิวของสารที่เตรียมจาก loose powder มีค่าใกล้เคียงกับของท้องตลาด
ส่วนลักษณะจุลโครงสร้างของอนุภาคของผงที่สังเคราะห์ได้มีขนาดเล็กกว่าผง SiC จากท้องตลาด
ซึ่งนับได้ว่าเป็นการ สร้างพื้นฐานเทคโนโลยี เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการผลิตสารและผลิตภัณฑ์ซิลิกอนคาร์ไบด์
ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าเดิมและช่วยลดปริมาณการนำเข้าได้ด้วย
16. ศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีก่อนและหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมในการผลิตวานิลาในพื้นที่ป่าเมี่ยง
วว. ได้ทำการพัฒนาเทคโนโลยีการปลูก
การบ่มฝักวานิลาและวิธีการสกัด
ตลอดจนการวิเคราะห์ปริมาณสารวานิลินที่เหมาะสมในพื้นที่มูลนิธิโครงการหลวงป่าเมี่ยง
จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตได้ในประเทศ
สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และลดการนำเข้าจากต่างประเทศจากการทดลองวิธีการบ่มฝักและการสกัดเพื่อวิเคราะห์ปริมาณสาร
วานิลินจากฝักที่มีปริมาณผลึกสารวานิลินเกาะอยู่ที่ผิวฝักมาก พบว่า
ปริมาณสารที่ได้ยังต่ำกว่ามาตรฐาน ขณะเดียวกันสภาพแวดล้อม เช่น โรงเรือน และวัสดุปลูกที่เหมาะสมมีผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของวานิลาด้วย
ซึ่งจำเป็นต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป