คณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.)

 

 


พลเอกถเกิงกานต์ ศรีอำไพ
ประธานกรรมการ 

 
     

นายปรเมธี วิมลศิริ
กรรมการ

นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช
กรรมการ

นางหิรัญญา สุจินัย
กรรมการ
     

  ศาสตราจารย์ นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล
กรรมการ

นายพสุ โลหารชุน
กรรมการ

นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์
กรรมการ
     

ผศ.ดร.ธนวันต์ สินธุนาวา
กรรมการ

รศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล
กรรมการ

นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์
กรรมการ
     
 

ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ
ผู้ว่าการกรรมการและเลขานุการ
 
     
 

นโยบาย กวท.  ปีงบประมาณ 2560-2562


นโยบายข้อ  1. พัฒนางานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม   ในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน  เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง พึ่งตนเอง และเติบโตอย่างยั่งยืน
แนวทางการดำเนินงาน
1. ยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาจากฐานความรู้ (Knowledge  based) สู่เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technology) และนวัตกรรม  เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ Thailand 4.0  โดยมุ่งเน้นดำเนินงานวิจัยที่เสริมจุดแข็งของประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ได้แก่  การวิจัยทางด้านอาหาร เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานชีวภาพ  สุขภาพและการแพทย์  เป็นต้น
2. สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุ  พัฒนานวัตกรรมทางด้านสุขภาพ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ  งานวิจัยทางด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับผู้สูงอายุ (Healthy and Aging)
3.  พัฒนามาตรฐานและการทดสอบระบบราง  เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นทางด้านความปลอดภัยและยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์  ให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้ดียิ่งขึ้น 
4. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือและการลงทุนทางด้านการวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจของผลการวิจัยและพัฒนา

นโยบายข้อ  2. เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจฐานราก  ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม  เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
แนวทางการดำเนินงาน
1. นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคสังคม ชุมชน ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจในเชิงพื้นที่  โดยมุ่งเน้นการบูรณาการพัฒนาตลอดห่วงโซ่อุปทานตามทรัพยากรและความต้องการของพื้นที่  เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน พร้อมทั้งการประเมินมูลค่าเชิงสังคมจากการดำเนินงาน
2. พัฒนาเครือข่ายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและยั่งยืน  โดยเชื่อมโยงพลังประชารัฐ ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาระดับพื้นที่แบบครบวงจร 

นโยบายข้อ  3.  ขับเคลื่อนศูนย์ความเชี่ยวชาญของ วว. เพื่อสนับสนุนให้เกิดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม  
แนวทางการดำเนินงาน
1. บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายในและภายนอก  การร่วมมือภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา ในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรม   ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสังคมอย่างเป็นรูปธรรมได้มากขึ้น
2. ยกระดับศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรม วว. ให้มีศักยภาพระดับสากล  มีการบริหารจัดการเชิงธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน วทน. ขนาดใหญ่ภายใต้ศูนย์ความเชี่ยวชาญฯ  อาทิเช่น  อาคารวิจัย  โรงงานนำร่อง  โรงงานสาธิต  เพื่อสนับสนุนภาคผู้ประกอบการในการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานตามโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ  อาทิเช่น สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา การบริการวิเคราะห์ ทดสอบ การพัฒนาสายการผลิต  การบ่มเพาะเทคโนโลยี  เป็นต้น

นโยบายข้อ 4  ยกระดับประสิทธิภาพและขีดความสามารถขององค์กร  เพื่อก้าวเป็นองค์กรนวัตกรรม  ที่พร้อมรับต่อการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0
แนวทางการดำเนินงาน
1. พัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถและมีมุมมองการพัฒนาในเชิงสร้างสรรค์  มีแนวคิดเชิงนวัตกรรม มีความสามารถโดดเด่นและเชี่ยวชาญ  สามารถปรับเปลี่ยนตนเองที่พร้อมจะขับเคลื่อนองค์กร สู่เป้าหมายความสำเร็จ
2. นำเทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัล  ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในด้านต่างๆ ขององค์กร เช่น สนับสนุนการปฏิบัติงานวิจัยและบริการ  การบริหารจัดการงบประมาณ  การเงิน  การบริหารทรัพยากรบุคคล  เป็นต้น  รวมทั้ง นำเทคโนโลยีดิจิทัล  มาพัฒนาการให้บริการ วทน. แบบเบ็ดเสร็จครบวงจร   เพื่อตอบสนองความต้องการและการให้บริการลูกค้าได้อย่างทันสมัย  และมีประสิทธิภาพ  เพื่อพร้อมก้าวเป็นองค์กร 4.0  
3. สนับสนุนการสร้างสังคมฐานความรู้ด้านนวัตกรรม   ในการเป็นคลังปัญญาทางด้าน วทน.  ที่เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ เทคโนโลยี ที่สามารถให้ผู้สนใจทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ วทน. ด้วยช่องทางที่สะดวก รวดเร็ว  และใช้งานได้จริง
4. พัฒนาระบบธุรกิจและการตลาดทั้งในและต่างประเทศ  เพื่อสร้างลูกค้าและโอกาสทางรายได้แก่ วว. เพื่อสื่อสารผลงานและภาพลักษณ์องค์กรให้มีความเป็นมืออาชีพและทันสมัย