วท.เตือนสูดไอปรอทอันตรายมากกว่าบริโภค : วท.

วท.เตือนสูดไอปรอทอันตรายมากกว่าบริโภค
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วท.)


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศ (วท.) เผยข้อมูลวิชาการสูดไอปรอท อันตรายกว่าบริโภค พร้อมรับวิเคราะห์ตัวอย่างผลิตภัณฑ์หูฉลามทุกประเภท

ดร.พีรศักดิ์ วรสุนทโรสถ ผู้ว่าการ วท. กล่าวชี้แจงว่าจากการที่ วท. ได้มีการตรวจ วิเคราะห์ปริมาณสารปรอทปนเปื้อนในหูฉลามแห้ง พบว่า 7 ใน 10 ตัวอย่างมีการปนเปื้อนสารปรอท เกินมาตรฐานกำหนด และใน 1 ตัวอย่างมีปริมาณสูงถึง 20 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของหูฉลามแห้ง ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณปนเปื้อนของสารปรอทที่สูงมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 98 ที่กำหนดให้ในอาหารทั่วไป จะมีสารปรอทได้ในปริมาณไม่เกิน 0.02 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของอาหารและในอาหารทะเลไม่เกิน 0.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตามตัวอย่างที่นำมาส่งตรวจยังไม่ถือว่าเป็นตัวแทนของหูฉลามที่ขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไปได้ เพื่อความแน่ใจควรมีการสุ่มตัวอย่างเพิ่มขึ้น มากกว่า100 กว่าตัวอย่างขึ้นไป เพื่อเป็นตัวแทนที่แท้จริงของการปนเปื้อนของสารปรอทในหูฉลาม ซึ่ง วท.มีศักยภาพและความพร้อมในการให้บริการตรวจวิเคราะห์สารปรอทปนเปื้อนในหูฉลามทุกประเภท

พิษภัยจากสารปรอท

อาการเริ่มแรกที่สามารถพบพิษของสารปรอทในเบื้องต้นหลังจากได้รับสารปรอท คือมีอาการหมดแรง เบื่ออาหาร ปวดหัว ซึม คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง และในรายที่รุนแรงอาจมีแผลในกระเพาะและลำไส้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจพบอุจจาระมีสีดำ
ร่างกายสามารถรับปรอท ได้ 3 ทาง คือ รับประทาน หายใจ และทางผิวหนัง โดยเฉพาะทางหายใจจะเป็นทางที่รับสารปรอทได้สูงสุด เนื่องจาก สารปรอทสามารถซึมผ่านถุงลมปอดได้ถึง 80 %ของไอปรอทที่หายใจเข้าสู่ร่างกาย และ 5-10 % จากการรับประทาน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงจากปรอทได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสารปรอทสามารถซึมผ่านในผนังกั้นเส้นเลือดในสมอง(Blood brain barrier) และผนังรก (placental barrier) ในกรณีหลังนี้ อาจทำให้หญิงมีครรภ์แท้งได้ อย่างไรก็ตามร่างกายสามารถกำจัดสารปรอทออกจากร่างกายได้ จากข้อมูลทางวิชาการพบว่าถ้าคนได้รับสารปรอทในระยะสั้น ร่างกายสามารถกำจัดสารปรอทจากกระแสเลือดได้ 90 % ซึ่งมีครึ่งชีวิตของสารปรอท 2-4 วัน และครึ่งชีวิตของสารปรอทในขั้นที่ 2 ประมาณ 15-30 วัน และพบว่าเกลือของปรอทประมาณ 1 กรัม อาจทำให้คนตายได้ นอกจากนั้นยังพบว่าปริมาณเกลือของสารปรอท (เมอร์คิวริก คลอไรด์) มีค่า LD50 เท่ากับ 37 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว

อวัยวะเป้าหมายความเป็นพิษของปรอท พบว่า อวัยวะเป้าหมายได้แก่

  • ระบบประสาทส่วนกลาง อาการที่พบได้ มีอาการสั่น มีความไวต่อสิ่งเร้าผิดปกติ
  • ไต สารปรอทสามารถทำลายไตได้ สามารถพบโปรตีนในปัสสาวะ ร่างกายบวม
  • ระบบภูมิคุ้มกันอาจพบภาวะภูมิไวเกินหรืออาการแพ้ ภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune disease) ซึ่งจากหลักฐานทางวิชาการ เมอร์คิวริก คลอไรด์ สามารถทำให้เกิดไตอักเสบอันเนื่องจากการต่อต้านของภูมิคุ้มกัน (immune-mediated glomerulonephritis)


กลับไปด้านบน


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 ประเทศไทย
โทรศัพท์ 0-2577-9000
โทรสาร 0-2577-9009

196 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 0-2579-1121..30,0-2579-5515,0-2579-0160,0-2579-8533
โทรสาร. 0-2561-4771,0-2579-8533 เทเลกซ์. 21392 TISTR TH
เว็บไซด์ : http://www.tistr.or.th
E-mail: hotline@tistr.or.th

กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0-2246-0064 , 0-2640-9600
โทรสาร: 0-2246-8106
เว็บไซด์ : http://www.most.go.th
อีเมล์ : helpdesk@most.go.th

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2544 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537