เอล นินโญ / ลา นินญา
จารุจินต์ นภีตะภัฏ

กรณีการเกิดไฟไหม้ป่าอย่างรุนแรงในบริเวณเกาะสุมาตรา และเกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2540 ซึ่งควันไฟและเถ้าถ่านจากการลุกไหม้ได้ลอยฟุ้งไปปกคลุมประเทศใกล้เคียง 5 ประเทศ คือ สิงคโปร์
มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ (บางส่วน) และหลายจังหวัดในภาคใต้ ของประเทศไทย ก่อให้เกิดการแปรปรวน ของสภาพลมฟ้าอากาศในเขตภูมิภาคอาเซียนและทำลายสุขภาพของประชาชนนับหมื่นๆ คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณ ตลอดจนมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การปศุสัตว์ และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในหลายบริเวณ พื้นที่ป่าถูกไฟเผาผลาญไปเป็นบริเวณกว้างถึง 3.7 ล้านไร่ ไฟได้ทำลายทุ่งหญ้า ป่าพรุ ป่าผลัดใบ และลุกลามเข้าไปทำลายป่าดิบชื้น สาเหตุของการเกิดภัยพิบัตินี้เกิดโดยตรงจากการเผาป่าเพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรม แต่เชื่อกันว่าสาเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ผลการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในบริเวณอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอล นินโญ หรือที่รู้จักกันในชื่อ เอล นิโน่

เอล นินโญ (El Nin~o) เป็นภาษาสเปน แปลว่าเด็กๆ เป็นชื่อของกระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ไหลลงไปทางทิศใต้ เลาะไปตามแนว ชายฝั่งของประเทศเอกวาดอร์ ในช่วงเวลาตรงกับเทศกาลคริสต์มาส สำหรับปรากฏการณ์เอล นินโญ นั้น มีชื่อเรียกว่า El Ni๑o Southern Oscillation (ENSO) ซึ่งเป็นการผิดปกติของสภาพบรรยากาศในซีกโลกตอนใต้ ทำให้เกิดความแห้งแล้งที่รุนแรงและกว้างขวางไปทั่วบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ปรากฏขึ้นเป็นวัฏจักรทุกๆ 3 7 ปี แต่ละครั้งอาจมีความรุนแรงของความแปรปรวนของสภาพอากาศ แตกต่างกันไป

ปรากฏการณ์นี้เริ่มจากการแลกเปลี่ยนมวลของอากาศอย่างช้าๆ ระหว่างมวลอากาศที่ปกคลุมอยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกด้านทิศตะวันออกด้านหนึ่งกับมวลอากาศที่อยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกด้านทิศตะวันตก ซึ่ง ส่งผลต่อค่าความกดอากาศเฉลี่ยประจำปีของทั้งสองบริเวณ เกิดการผันแปรต่อเนื่องกันไปเป็นเวลา 1 5 ปี อีกทั้งยังมีผลต่อความผันแปรของอุณหภูมิของน้ำทะเล รวมทั้งปริมาณและการแพร่กระจายของน้ำฝนที่ตกในพื้นที่

ปรากฏการณ์เอล นินโญ ครั้งที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2525 2526 ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศและชีวิตต่างๆ บนกลุ่มเกาะกาลาปากอส นอกฝั่งประเทศเอกวาดอร์ ระยะเริ่มแรกน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีความอุ่นได้มีการรวมตัวกันในปริมาณมากทางด้านแอ่งพื้นทะเลของแปซิฟิกตะวันตก ต่อมาได้ไหลท่วมท้นไปทางทิศตะวันออกในปริมาณที่มากจนปิดกั้นการผุดขึ้นมาตามธรรมชาติของกระแสน้ำเย็น Humboldt เนื่องจากกระแสน้ำเย็นอุดมไปด้วยธาตุอาหาร บริเวณชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ที่เคยอุดมสมบูรณ์ก็เปลี่ยนไปเป็นบริเวณที่ขาดแคลนอาหาร แพลงก์ตอนและลูกปลาที่เป็นอาหารของปลาใหญ่ๆ ตามห่วงโซ่อาหารมีจำนวนน้อยมาก ส่งผลให้นกทะเล และแมวน้ำที่กินปลาเป็นอาหารลดจำนวนลงอย่างรุนแรง ยิ่งกว่านั้นปริมาณฝนที่ตกลงบนหมู่เกาะนี้ได้เพิ่มขึ้น 10 20 เท่า ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของพืช นานาชนิดที่ขึ้นอยู่ในแถบแห้งแล้งและน้ำฝนขังอยู่ในปล่องภูเขาไฟกลายเป็นทะเลสาบตื้นหลายแห่ง นกป่าหลายชนิดทำรังวางไข่หลายครั้งในช่วง 8 เดือน ที่เกิดเหตุการณ์นี้ สภาพคลื่นลมทะเลที่รุนแรง ทำให้กิ้งก่าอิกัวน่าทะเลมีเวลากินสาหร่ายที่ขึ้นอยู่ตามก้อนหินชายฝั่งลดน้อยลงและสาหร่ายสีแดง ที่เป็นอาหารหลักของมันก็ถูกสาหร่ายสีน้ำตาลขึ้นมาแทนที่ ซึ่งสาหร่าย สีน้ำตาลนี้ย่อยได้ยาก กิ้งก่าจึงอดอยากและไม่ขยายพันธุ์ตามปกติ จนมีจำนวนประชากรลดลง 60 70% สิ่งมีชีวิตในทะเลแทบทุกชนิดก็ได้รับ ผลกระทบอย่างรุนแรง นับตั้งแต่ปะการังเริ่มตายลงและเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด หลายส่วนของแนวปะการังถูกคลื่นเซาะพังในช่วงน้ำขึ้น ทำลายแหล่งอาศัยของปลา ปะการัง และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอีกหลายชนิด



สำหรับปรากฏการณ์นี้ที่เกิดในทวีปเอเชียแถบเกาะบอร์เนียวในปี พ.ศ. 2525 ฝนจากลมมรสุมตกน้อย มากในบริเวณ ปริมาณฝนตกน้อยกว่า 40% ของปริมาณฝนตกปกติ ไม่มี ฝนตกเลย ในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงเดือนพฤษภาคม เมื่อความแห้งแล้งยาวนานขึ้น ต้นไม้ในป่าดิบทิ้งใบ เพื่อลดอัตราการคายน้ำ ใบไม้ร่วงปูเต็มไปทั้งพื้นป่า ดินพรุเริ่มแห้งและแตกตัว ทำให้ต้นไม้ที่มีรากตื้นๆ โค่นล้มลงเป็นจำนวนมาก ในช่วงเวลาเดียวกันกิจกรรมต่างๆ ของชาวอินโดนีเซียตั้งแต่การทำไม้ การปลูกข้าวนาดอน จนถึงการขยายบริเวณเกษตรกรรม ซึ่งมีการเผาทำลายตอไม้และท่อนไม้ ได้ร่วมกันกับอากาศแห้งและกระแสลมพัดแรง ทำให้เกิดไฟป่าไหม้ลุกลามจากบริเวณดังกล่าวเข้าสู่ป่ารุ่นที่เกิดใหม่ จนถึงป่าดิบชื้นครั้งนั้นในเขตกาลิมันตันสูญเสียป่าไม้ไป 3.5 ล้านเฮกแตร์ คิดเป็นค่าเสียหาย 5,000 ล้านเหรียญ และรัฐซาบาร์ของประเทศมาเลเซียก็สูญเสียป่าไม้ไป 1 ล้านเฮกแตร์

ในปี พ.ศ. 2540 มีปรากฏการณ์เอล นินโญ อีกครั้งหนึ่งที่ได้รับครบวัฏจักร ก่อให้เกิดความแห้งแล้งบนเกาะสุมาตรา และเกาะบอร์เนียว และด้วยปัจจัยจากกิจกรรมของประชาชนเช่นเดียวกับในปี พ.ศ. 2525 ประกอบกับกระแสลมสินค้าที่พัดจากซีกโลกใต้เข้าสู่เส้น อีเควเตอร์ในแนวทิศตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้นสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีกำลังรุนแรงกว่าปกติ ทำให้ควันไฟและเถ้าถ่านแผ่ขึ้นมาปกคลุม 5 ประเทศในภูมิภาคดังกล่าว

ส่วนลา นินญานั้นเป็นปรากฏการณ์ที่จะเกิดตรงกันข้ามกับ เอล นินโญ โดยจะทำให้เกิดสภาพอากาศหนาวเย็นในแถบพื้นที่บริเวณศูนย์สูตรทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนประเทศในแถบเอเชียรวมถึงประเทศไทยด้วยนั้นตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ได้รับผลกระทบจาก เอล นินโญ จนทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งแล้วนั้น จะเกิดพายุฝนหลายลูกทางทะเลจีนใต้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วมได้ รวมทั้งมีอิทธิพลทำให้อากาศหนาวเย็นลงอีก

อย่างไรก็ตาม หน่วยราชการต่างได้เตรียมรับมือกับปรากฏการณ์ ลา นินญา อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรปรับปรุงพันธุ์พืชหลักหลายชนิดให้สามารถปลูกได้ผลไม่ว่าจะ ในสภาพอากาศร้อนหรือหนาวเย็นซึ่งนับเป็นหนทางหนึ่ง ในการรับมือกับปรากฏการณ์ ลา นินญา ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ต่อไป


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 ประเทศไทย
โทรศัพท์ 0-2577-9000
โทรสาร 0-2577-9009

196 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 0-2579-1121..30,0-2579-5515,0-2579-0160,0-2579-8533
โทรสาร. 0-2561-4771,0-2579-8533 เทเลกซ์. 21392 TISTR TH
เว็บไซด์ : http://www.tistr.or.th
E-mail: hotline@tistr.or.th

กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0-2246-0064 , 0-2640-9600
โทรสาร: 0-2246-8106
เว็บไซด์ : http://www.most.go.th
อีเมล์ : helpdesk@most.go.th

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2544 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537