เรซิน
สุมาลัย ศรีกำไลทอง

เรซิน (resins) เป็นสารที่ได้จากยางเหนียวของต้นไม้หรือจากการสังเคราะห์ มีชื่อเรียกต่างๆ กัน เช่น เรซินจากต้นสน เรียกว่า โรซิน (rosin) เรซินจากธรรมชาติจำแนกเป็น 3 ประเภท คือ

* Oleoresin คือ เรซินที่มีน้ำมันหอมระเหยของพืชเป็นองค์ประกอบ
* Gum resin คือ เรซินที่เป็นส่วนผสมของยางเหนียว (gum) กับเรซิน
* Fossil resin คือ เรซินจากต้นไม้เก่าแก่ที่มีการแปรสภาพทางเคมี

          เรซินธรรมชาติละลายได้ในตัวทำละลายเกือบทุกชนิด และนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น ทำวาร์นิช สารเคลือบผิว กาว และใช้เป็นสารประกอบ ในอุตสาหกรรมยา น้ำหอม สารให้กลิ่น (flavors) และในอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น ได้มีการใช้ประโยชน์ของเรซินมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยนำมาทำเป็น ยาใช้ในพิธีทางศาสนาและในสังคมประจำวัน เช่น กำยาน ยางไม้หอม ระงับความเจ็บปวด น้ำหอม ไวน์ รวมทั้งใช้ดองหรือรักษาสภาพศพไม่ให้เน่าเปื่อย ในสมัยอียิปต์โบราณ ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเภสัชกรรม ทำให้มีการออกข้อกำหนดทางกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติควบคุมสารพิษ โดยครอบคลุม การใช้เรซินธรรมชาติในทางยาไว้ด้วย ซึ่งจะศึกษาได้จากหนังสือ Merck Index และ Pharmacopoeias ต่างๆ
ประโยชน์ทางยา น้ำหอม และสารให้กลิ่น

เรซินธรรมชาติที่สำคัญๆ ซึ่งใช้ประโยชน์ทางยา น้ำหอม และสารให้กลิ่น มีตัวอย่างดังนี้

* Balm of gilead หรือ Mecca balsam จากต้น Commiphora opobalsamum ในอาระเบียและเอธิโอเปีย
* Benzion จากพืช Styrax ชนิดต่างๆ พบในประเทศไทย สุมาตรา และชวา
* Galbanum จาก Ferula galbaniflua พืชสมุนไพรยืนต้น ปลูกในแถบเอเชียตะวันตก ใช้เป็นยา
* Myrrh เป็นยางไม้หอมจากต้น Commiphora malmol ปลูกในอินเดีย อาระเบียและแอฟริกาตะวันออก ใช้เป็นยาและสารให้กลิ่นและน้ำหอม มีรสขม
* Creosote bush resin มีสีอำพัน นุ่มและเหนียว จากใบและก้านของไม้พุ่ม greasewood ปลูกในแถบทะเลทรายของเม็กซิโก ใช้เป็นกาวยาฆ่าแมลงและใช้เป็นยา
* Ammoniac ได้จากต้นของ Dorema ammoniacum ซึ่งเป็นพืชยืนต้นทนแล้งของอิหร่านและอินเดีย ลักษณะเป็นก้อนเล็กๆแข็งแต่เปราะสีเหลืองน้ำตาล มีกลิ่นเหม็น รสขม ใช้ทำกาว น้ำหอม และใช้เป็นสารกระตุ้นในยา ฯลฯ

ประโยชน์ในอุตสาหกรรมวาร์นิช และสารเคลือบผิวอื่น ๆ

เรซินธรรมชาติที่สำคัญๆ ซึ่งใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมวาร์นิชและสารเคลือบผิวอื่นๆ มีตัวอย่างดังนี้
* Accroides resin หรือ Yacca gum จากต้นไม้ในสกุล Xanthorrhoea ซึ่งมีมากในทวีปออสเตรเลีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทาสเมเนีย ใช้เป็นแลกเกอร์แต่งผิวกระดาษ และทำไม้
* Amber (อำพัน) เป็น fossil resin จากต้น Pinus succinifera ส่วนใหญ่ใช้ทำเครื่องประดับ และใช้ทำวาร์นิชในสมัยโบราณและสมัยกลาง
* Canada balsam เป็น oleoresin จากต้นสน Abies balsamla ในประเทศสหรัฐอเมริกาแถบเหนือ และในแคนาดา
* Damar resin จากต้นตะเคียน Hopea และเต็งรัง Shorea ในวงศ์ Dipterocarpaceae พบมากในกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ประเทศไทย และสิงคโปร์

ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหาร

นอกจากนี้เรซินธรรมชาติยังใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหารอีกด้วย เช่น
* Asafetida สารให้รสขมในอาหาร
* Okra gum ได้จากฝักของพืชกระเจี๊ยบมอญ (Hibiscus esculentus) จากแอฟริกา เป็นสารกันหืนและสารให้ความเหนียวในอาหาร

          จากประโยชน์ของเรซินดังกล่าว จึงมีการผลิตเรซินสังเคราะห์ขึ้นใช้ทดแทนเรซินธรรมชาติ เพื่อให้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการใช้งาน โดยส่วนใหญ่จะ ใช้เป็นสารประกอบหลักในการแต่งและเคลือบผิว (finishes and coatings) ตัวอย่างเช่น สี enamels, organosols แลกเกอร์ (อิมัลชัน) ซิลิโคน เมลามีนส์ ฟิวราน อิพ็อกซี ยูรีเทน พอลิยูริเทน พอลิสไตรีน เป็นต้น


 




สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 ประเทศไทย
โทรศัพท์ 0-2577-9000
โทรสาร 0-2577-9009

196 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 0-2579-1121..30,0-2579-5515,0-2579-0160,0-2579-8533
โทรสาร. 0-2561-4771,0-2579-8533 เทเลกซ์. 21392 TISTR TH
เว็บไซด์ : http://www.tistr.or.th
E-mail: hotline@tistr.or.th

กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0-2246-0064 , 0-2640-9600
โทรสาร: 0-2246-8106
เว็บไซด์ : http://www.most.go.th
อีเมล์ : helpdesk@most.go.th

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2544 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537