กระป๋องกระดาษ


มยุรี ภาคลำเจียก

        ถ้าจะถามท่านว่า “รู้จักกระป๋องไหม” ท่านคงจะตอบว่ารู้จักดีเป็นภาชนะรูปทรง กระบอก ส่วนใหญ่จะใช้บรรจุอาหารทำด้วยโลหะ เช่น แผ่นเหล็กเคลือบดีบุกหรือแผ่นเหล็กทินฟรี หรือแผ่นอะลูมิเนียม ขอบเขตการใช้ก็กว้างขวางมาก ไม่ว่าเป็นอาหารคาวหรือหวาน มีทั้งพวกที่ต้องผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนหลังจากบรรจุแล้ว เช่น ผลไม้ในน้ำเชื่อม น้ำผลไม้ อาหารทะเล และเนื้อสัตว์ต่างๆ เป็นต้นพวกที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการดังกล่าว เช่น อาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยวต่างๆ
        ความจริงแล้ว ในวงการอาหารกระป๋องปัจจุบันมิใช่มีแต่กระป๋องโลหะเท่านั้น หากยังมีกระป๋องอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งถ้าดูผิวเผินอาจเข้าใจว่าเป็นกระป๋องโลหะธรรมดา แต่ถ้าได้หยิบถือพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จะสามารถทราบทันทีว่าตัวกระป๋องไม่ได้ทำจากโลหะ แต่ทำจากกระดาษและจะสังเกตได้ว่ามีน้ำหนักเบากว่ากระป๋องที่คุ้นเคยกันอยู่ กระป๋องชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า “กระป๋องกระดาษ” หรือ “composite can” นั่นเอง
ในอดีตที่ผ่านมาต่างประเทศได้เริ่มมีการใช้กระป๋องกระดาษสำหรับบรรจุน้ำมันเครื่องหรือน้ำผลไม้ที่ไม่มีก๊าซ เนื่องจากมีข้อดีคือ ถ้าผลิตจำนวนมากราคาจะถูกกว่ากระป๋องโลหะและมีน้ำหนักเบากว่า ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต จนสามารถนำมาใช้บรรจุผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ทั้งประเภทของเหลวและของแข็ง สำหรับในบ้านเรานั้นเริ่มมีการตื่นตัวต่อการใช้กระป๋องกระดาษเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดคงจะได้แก่ ถั่วอบ ซึ่งดูเหมือนเป็นขนมคู่ใจของเด็กๆ ทีเดียว แต่เดิมบรรจุในถุงพลาสติก มีขนาดและราคาต่างๆ ที่ไม่แพงนัก เมื่อผู้ผลิตได้หันมาใช้กระป๋องกระดาษซึ่งมีราคาใบละ 33.50 บาท แล้วขายในราคา 2024 บาท ปรากฏว่าขายดีมากจนผลิตไม่ทัน ทั้งนี้อาจเป็นการใช้กระป๋องกระดาษเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของผลิตภัณฑ์ให้ดูทันสมัย ประกอบกับคุณสมบัติของ กระป๋องเองที่สามารถรักษาคุณภาพของถั่วอบให้คง ความกรอบและมีกลิ่นรสหอมได้นาน จึงทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่นิยมของหมู่วัยรุ่นเป็นอย่างยิ่ง
วัสดุที่ใช้ทำกระป๋องกระดาษประกอบด้วยกระดาษที่มีน้ำหนักมาตรฐาน 180 กรัม/ตารางเมตร นำมาประกอบกับแผ่นอะลูมิเนียมเปลว แล้ว ประกบกับฟิล์มพลาสติกเอทีลีนอีกชั้นหนึ่งโดยให้กระดาษอยู่ชั้นนอกและพลาสติกอยู่ชั้นใน
กรรมวิธีการผลิตมี 2 วิธีคือ วิธีแรกเรียกว่า “spiral winding” เป็นการม้วนกระดาษพับเป็นเกลียวเฉียงออกไป (เหมือนแกนกระดาษชำระ) ภายใต้เกลียวจะมีแท่งโลหะขนาดเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางที่ต้องการ เมื่อพันเสร็จใหม่ๆ จะยังไม่แห้ง หลังจากปล่อยให้แข็งตัวแล้วจึงตัดเป็น ท่อนๆ ตามความต้องการด้วยเลื่อยวงเดือน อีกวิธีหนึ่งเรียกว่า “parallel winding” ใช้กระดาษจุ่มกาวพันรอบๆ แกน ทับกันไปเรื่อยๆ จนมีความหนาตามต้องการ วิธีหลังนี้ไม่นิยมใช้กับการผลิตกระป๋องกระดาษเท่าใดนัก แต่มักใช้กับการผลิตถังกระดาษ (กระป๋องขนาดใหญ่) ซึ่งต้องการความ แข็งแรงสามารถบรรจุสินค้าที่มีน้ำหนักมาก เช่น ถังบรรจุสารเคมี เป็นต้น

เป็นที่น่ายินดี ในปัจจุบันบ้านเรามีโรงงานผลิตกระป๋องกระดาษสำหรับบรรจุอาหารแห้งได้แล้ว และกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งจากผู้ผลิตอาหาร ผู้ส่งออก และผู้บริโภค เพราะนอก จากจะทำให้ผลิตภัณฑ์ทันสมัยแล้ว ยังช่วยเพิ่มคุณค่าและยืดอายุการเก็บได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามการเลือกใช้กระป๋องกระดาษสำหรับบรรจุอาหารแห้งนี้ จำเป็น ต้องมีความมั่นใจในเรื่องคุณสมบัติ ของกระป๋องนั้น ซึ่งสัมพันธ์กับการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันไอน้ำและก๊าซได้ เพื่อรักษาคุณภาพของอาหารให้ คงความอร่อยตลอดอายุการจำหน่าย


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 ประเทศไทย
โทรศัพท์ 0-2577-9000
โทรสาร 0-2577-9009

196 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 0-2579-1121..30,0-2579-5515,0-2579-0160,0-2579-8533
โทรสาร. 0-2561-4771,0-2579-8533 เทเลกซ์. 21392 TISTR TH
เว็บไซด์ : http://www.tistr.or.th
E-mail: hotline@tistr.or.th

กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0-2246-0064 , 0-2640-9600
โทรสาร: 0-2246-8106
เว็บไซด์ : http://www.most.go.th
อีเมล์ : helpdesk@most.go.th

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2544 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537