การใส่ปุ๋ยยางพาราเพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำยาง
เรียบเรียงโดย :ดร. พงศ์เทพ อันตะริกานนท์
ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญพืชหนึ่งของประเทศไทย มีเนื้อที่ ปลูกทั่วประเทศประมาณ 11.4 ล้านไร่ ไทยส่งออกยางพาราเป็นอันดับที่ 1 ของโลก ปริมาณการส่งออกยางพาราธรรมชาติของไทย ปีหนึ่งๆ ประมาณ 2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าถึง 6 หมื่นล้านบาท ในปี 2541 จะมียางออกสู่ตลาด เพิ่มมากขึ้น โดยที่วงการค้ายางคะเนว่าความต้องการใช้ยางจะเพิ่มขึ้น เพราะ แหล่งอุตสาหกรรมรถยนต์บางส่วนย้ายเข้ามาผลิตในแถบเอเชีย เช่น ไทย มาเลเซีย และความต้องการใช้รถยนต์ของเกาหลีใต้และไต้หวันอยู่ในเกณฑ์ สูง นอกจากนี้สต็อกยางของประเทศผู้ใช้มีแนวโน้มลดลง กอปรกับมีปัจจัย สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้สถานการณ์น้ำยางข้นภายในประเทศดีขึ้น คือ
การที่วงการอุตสาหกรรมน้ำยางข้นและ อุตสาหกรรมต่อเนื่องเร่งปรับปรุง ประสิทธิภาพและคุณภาพในการผลิต น้ำยางข้นให้ดีขึ้นดังจะเห็นได้จากการ ประกาศมาตรฐานน้ำยางข้นเพื่อการส่งออก
เมื่อสถานการณ์บ่งว่าการผลิต ยางพาราจะดีขึ้น ดังนั้นเกษตรกร สวนยางน่าจะตื่นตัวเพิ่มผลผลิตยางพารา ในสวนของตน ด้วยการปลูกยางพันธุ์ดีที่ กรมวิชาการเกษตรแนะนำและดูแลรักษา ตั้งแต่ระยะที่เป็นต้นกล้ายางอย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาตั้งแต่เริ่มปลูกกล้ายางไปจนถึง ระยะที่สามารถเปิดกรีดยางได้จะใช้เวลา 5 ปีครึ่งถึง 6 ปี ในที่นี้จะขอแนะนำการ ใช้ปุ๋ยสำหรับสวนยางที่มีอายุตั้งแต่ 42 เดือนขึ้นไปจนถึงระยะเปิดกรีดยาง
โดยทั่วไปแล้วดินที่ใช้ปลูกยางพารามักเป็นดินที่มีความ อุดมสมบูรณ์ต่ำจึงจำเป็นต้องบำรุงดินด้วยปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้ ต้นยางเจริญเติบโตดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะให้ผลผลิตน้ำยางจำเป็น ต้องใช้ปุ๋ยยางที่มีสูตรเหมาะสมกับระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และ ต้องใส่ปุ๋ยให้ถูกวิธีด้วย เพื่อที่จะให้ผลผลิตน้ำยางสูง และการใช้สูตรปุ๋ยที่ เหมาะสมนี้จะเป็นการประหยัดและลดต้นทุนการผลิตน้ำยางด้วย
สำหรับเกษตรกรที่มีสวนยางอายุตั้งแต่ 42 เดือนขึ้นไป ควรบำรุง ต้นยางพาราก่อนและหลังการเปิดกรีดน้ำยางให้ถูกวิธีดังนี้
ตารางที่ 1 สูตรปุ๋ยเม็ด ชนิดของดิน อายุต้นยาง อัตราปุ๋ย เวลาที่ใส่ปุ๋ย และวิธีการใส่ปุ๋ย
ปุ๋ยสูตรเม็ด ชนิดของดิน อายุต้นยาง เวลาที่ใส่ปุ๋ย วิธีการใส่ปุ๋ย อัตราปุ๋ย (กรัม/ต้น) 18-4-5 ดินร่วน 42 เดือน ใส่ครั้งที่ 1 ใส่ครั้งที่ 2 หว่านปุ๋ยให้กระจายทั่วถึง ถึงได้ขนาดกรีด พฤษภาคม ก.ย.-ต.ค. ในแถวยางเป็นบริเวณห่าง 300-400 300-400 จากโคนต้นออกไปประมาณ ต้นละ 1 เมตร 14-4-9 ดินทราย 42 เดือน ใส่ครั้งที่ 1 ใส่ครั้งที่ 2 หว่านปุ๋ยให้กระจายทั่วถึง ถึงได้ขนาดกรีด พฤษภาคม ก.ย.-ต.ค. ในแถวยางเป็นบริเวณห่าง 300-400 300-400 จากโคนต้นออกไปประมาณ ต้นละ 1 เมตร 15-7-18 ทุกชนิด ต้นยางหลังเปิด 500-600 500-600 หว่านปุ๋ยรอบโคนต้น รัศมี กรีด ไม่เกิน 3 เมตร
* ปุ๋ยเม็ด คือ สูตรปุ๋ยสำเร็จมีขายอยู่ในท้องตลาดที่ใช้สำหรับยางพารา และฟอสเฟตที่อยู่ในสูตรปุ๋ยเม็ด เป็นค่าของฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์
** เดือนที่ใส่ปุ๋ยอาจจะเปลี่ยนแปลงบ้างตามความเหมาะสมของสภาพภูมิ อากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
จากตารางที่ 1 จะเห็นได้ว่าปุ๋ยที่ใช้ในระยะก่อนเปิดกรีดนั้น เป็นปุ๋ย เร่งบำรุงทำให้ต้นยางโตได้ขนาดกรีดเร็วขึ้น หากยางได้รับการบำรุงอย่าง
ถูกต้องจะโตได้ขนาดกรีดในเวลาประมาณ 5 ปีครึ่งถึง 6 ปี โดยมีสูตรเร่ง บำรุงนี้คือ 18-4-5 และ 14-4-9 มีไนโตรเจนสูง และมีฟอสฟอรัสและ โพแทสเซียมต่ำ สำหรับปุ๋ยบำรุงต้นยางหลังเปิดกรีดแล้ว ซึ่งใช้ปุ๋ยเม็ดสูตร 15-7-18 นั้น มีความจำเป็นต้องใส่เพื่อการเจริญเติบโต การสร้างเปลือก ใหม่ และการสร้างผลผลิตของยางพารา โดยในช่วงนี้ยางพาราต้องการ ธาตุฟอสฟอรัสในปริมาณต่ำ แต่มีความต้องการธาตุไนโตรเจนและ โพแทสเซียมสูง
ปุ๋ยเม็ดที่แนะนำมาทั้งหมดนี้หาซื้อได้ในท้องตลาดทั่วไป การใส่ปุ๋ย ยางพาราให้บังเกิดผลดีนั้น ควรใส่บริเวณที่มีรากหนาแน่น และดินมีความ ชื้นเพียงพอ นอกจากนี้ควรใส่ปุ๋ยหลังจากปราบวัชพืชเรียบร้อยแล้ว และ ไม่ควรใส่ในช่วงที่อากาศแห้งแล้งหรือมีฝนตกชุกเกินไป นอกจากนี้ยัง สามารถใช้ปุ๋ยชีวภาพร่วมกับปุ๋ยเคมี ซึ่งจะทำให้ลดต้นทุนการผลิตโดยใช้ ปุ๋ยชีวภาพในอัตราต้นละ 2-3 กก. จากการศึกษาพบว่า ทำให้ต้นยางกรีด ได้นานกว่าปกติประมาณ 1-2 เดือน


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 ประเทศไทย
โทรศัพท์ 0-2577-9000
โทรสาร 0-2577-9009

196 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 0-2579-1121..30,0-2579-5515,0-2579-0160,0-2579-8533
โทรสาร. 0-2561-4771,0-2579-8533 เทเลกซ์. 21392 TISTR TH
เว็บไซด์ : http://www.tistr.or.th
E-mail: hotline@tistr.or.th

กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0-2246-0064 , 0-2640-9600
โทรสาร: 0-2246-8106
เว็บไซด์ : http://www.most.go.th
อีเมล์ : helpdesk@most.go.th

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2544 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537