นกปากห่าง
เรียบเรียงโดย :พรทิพย์ อังคปรีชาเศรษฐ์
ถ้าท่านเดินทางจากกรุงเทพ- มหานครขึ้นเหนือตามลำน้ำเจ้าพระยา ไปประมาณ 40 กิโลเมตรจนถึง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี บริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา นั้น เป็นที่ตั้งของวัดไผ่ล้อมซึ่งเป็น สถานที่ที่รู้จักกันดีว่าเป็นแหล่ง ขยายพันธุ์ของนกปากห่างมาร่วม 100 ปีแล้ว และที่มีนกปากห่าง มาอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย จนกระทั่งรัฐบาลได้ประกาศให้บริเวณ วัดนี้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521
นกปากห่าง (Open-billed stork) เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจัดอยู่ในวงศ์ Ciconiidae ซึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกับนกกระสา (Storks) นกในวงศ์นี้มีอยู่ใน เมืองไทยเพียง 8 ชนิด ได้แก่ นกกาบบัว นกกระสาขาว นกกระสาดำ นกกระสาคอขาว นกกระสาคอดำ นกตะกรุม นกตะกรามและนกปากห่าง ในปัจจุบันนกที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดยกเว้นนกปากห่างจัดเป็นนกที่หาได้ยาก มากของประเทศไทย
นกปากห่างมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศต่างๆ ทางทวีปเอเชียใต้และ ตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศอินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา พม่า เขมร เวียดนาม และไทย สำหรับประเทศไทยนั้นพบมากในภาคกลางและยังพบบ้าง ในภาคอื่นๆ
ลักษณะสำคัญของนกในวงศ์นี้คือ เป็นนกขนาดใหญ่ สีตัวส่วนใหญ่ จะเป็นสีขาวและดำ จะงอยปากตรง ยาวและใหญ่ ปลายปากแหลม ปีกยาว ใหญ่ หางสั้น ขายาวมาก เวลาบินจะมีลักษณะต่างจากนกในวงศ์นกยาง (Ardeidae) คือ นกกระสาจะบินโดยการยื่นคอตรงไปข้างหน้า ขาเหยียดไป ด้านหลัง ส่วนนกยางเวลาบินจะพับลำคอมีลักษณะโค้งงอเป็นรูปตัวเอส
นกปากห่าง เป็นนกขนาดใหญ่มีความยาววัดจากปลายจะงอยปาก ถึงปลายหางประมาณ 64 เซนติเมตร ขนบริเวณลำตัวเป็นสีขาวยกเว้นขน บริเวณปลายปีกและปลายหางซึ่งเป็นสีดำเหลือบม่วง นอกฤดูผสมพันธุ์ ขนตามลำตัวจะเป็นสีเทาสะอาด แต่ในฤดูผสมพันธุ์ขนสีขาวจะเปลี่ยนเป็น สีเทาหรือขาวมอๆ คล้ายเปื้อนฝุ่น
นกปากห่างมีจะงอยปากยาว ใหญ่แบบนกกระสาทั่วไป ต่างกัน ตรงที่จะงอยปากล่างตรงระยะห่าง จากปลายเข้ามาทางโคนประมาณ 2 ใน 3 ของความยาวจะงอยปาก จะโค้งลงทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง จะงอยปากบนและจะงอยปากล่าง ซึ่งเป็นลักษณะที่สำคัญของนกปากห่างที่โต เต็มวัย เข้าใจว่าลักษณะปากเช่นนี้จะมีประโยชน์ในการคาบหอยไม่ให้ลื่นหลุด เนื่องจากนกปากห่างชอบกินหอยโข่งมากที่สุด สำหรับนกที่ยังไม่โตเต็มที่ นั้นจะมีจะงอยปากสั้นและทู่ ลูกนกที่เพิ่งฟักออกมาใหม่ๆจะไม่มีช่องว่าง ระหว่างจะงอยปากบนและล่างนกปากห่างทั้งตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะเหมือนกัน จึงเป็นการยากที่จะแยกเพศของนกจากลักษณะภายนอกได้
นกปากห่างชอบอาศัยรวมกันเป็นกลุ่ม สร้างรังรวมกันอยู่บนต้นไม้ สูง ริมฝั่งแม่น้ำ ฤดูผสมพันธุ์ของนกขึ้นอยู่กับฤดูมรสุมและปริมาณน้ำใน แหล่งน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของนก กล่าวคือนกปากห่างจะผสมพันธุ์ ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย และระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายนในประเทศศรีลังกา สำหรับใน ประเทศไทยที่วัดไผ่ล้อมนั้นพบว่านกจะเริ่มทำรังและผสมพันธุ์ตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงเดือนมีนาคม แม้ว่าจะมีนกปากห่างบางส่วนได้กลายเป็นนกประจำถิ่นของประเทศไทยไปแล้วก็ตาม แต่นกปากห่างส่วนใหญ่ก็ยังคงอพยพอยู่ ตลอดเวลา กล่าวคือ ในราวเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูหนาวของทุกๆ ปี นกปากห่าง นับหมื่นๆ ตัวจะพากันอพยพมายังวัดไผ่ล้อมราวกับนัดกันมา นกที่มาถึงใหม่ๆ จะบินร่อนอยู่ในอากาศเป็นเวลานานๆ เพื่อเลือกคู่และเลือก บริเวณที่ต้องการจับจองเป็นอาณาเขต เมื่อเลือกได้แล้วก็จะพากันบินลง มาเกาะกิ่งไม้ โดยปกติแล้วนกปากห่างชอบทำรังอยู่บนต้นไม้สูง ในที่ที่มี อากาศโปร่งตามริมฝั่งแม่น้ำ แต่เนื่องจากต้นไม้มีไม่พอและมีต้นไม้จำนวนมาก ได้ล้มตายไป เพราะไม่สามารถทนต่อความเป็นกรดของดิน ซึ่งมีสาเหตุ มาจากมูลนกจำนวนมากที่ทับถมกันอยู่ได้ นกที่บินมาถึงในระยะหลังจึง จำเป็นต้องลงมาทำรังอยู่ตามพุ่มไม้เตี้ยๆ ตามกอไผ่ และต้นไม้อื่นๆที่ยังคง พอมีเหลืออยู่
นกปากห่างสร้างรังเป็นรูปถ้วย แบนๆ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร ชอบทำรังอยู่ตามง่าม ไม้ แต่เนื่องจากจำนวนรังมีมากกว่า จำนวนง่ามไม้ที่มีอยู่นกบางคู่จึงต้อง สร้างรังตามกิ่งไม้หรือกิ่งไผ่ ในการ สร้างรังนั้นนกตัวผู้จะเป็นผู้ไปหาวัสดุ ที่ใช้โดยมากจะหักกิ่งไม้สดๆ ขนาด เล็กมาจากต้นเลย ส่วนนกตัวเมียจะยืนคอยอยู่ในที่ซึ่งจะสร้างรัง และคอยช่วยวางกิ่งไม้ไว้ตามง่ามไม้หรือกิ่งไม้ โดยเลือกเอากิ่งใหญ่วางไว้ ล่างสุด แล้วบุด้วยใบไม้หรือหญ้าแห้ง การสร้างรังใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน รังที่สร้างเสร็จใหม่ๆจะมีขนาดเล็กและหยาบ แต่ในช่วงกกไข่นกจะ ค่อยเสริมรังให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้เหมาะกับครอบครัวของมัน รังที่สร้าง อยู่ในที่ไม่เหมาะสมเช่นรังที่สร้างอยู่ตามปลายกิ่งไม้ และรังไม่แข็งแรง เมื่อโดนลมพายุฝน หรือเมื่อนกบินมาเกาะกิ่งไม้แรงๆ รังเหล่านี้ก็จะร่วง หล่นลงสู่พื้น เมื่อเป็นเช่นนั้นนกก็จะสร้างรังใหม่ และนกตัวเมียก็จะวาง ไข่อีกครั้ง
นกปากห่างวางไข่วันละฟองตอนเช้ามืด ไข่มีลักษณะคล้ายไข่เป็ด แต่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย ทั้งพ่อและแม่นกจะช่วยกันกกไข่ตั้งแต่วางไข่ ฟองแรกแล้ว ระยะฟักไข่ประมาณ 27-29 วัน ขนาดของลูกนกจะแตกต่างกัน ลูกนกที่ออกจากไข่ตัวแรก จะมีขนาดโตกว่าตัวที่ออกมาภายหลัง โดยปกติ นกปากห่างคู่หนึ่งจะวางไข่ไม่เกิน 4 ฟองแต่จะเจริญเติบโตเต็มวัย ได้ประมาณ 2 ตัวเท่านั้น เนื่องจากอัตราการตายของลูกนกในระยะแรกสูง มาก โดยเฉพาะลูกนกที่ออกจากไข่ตัวสุดท้ายจะมีโอกาสตายสูงกว่าตัว แรกๆ ลูกนกที่ออกจากไข่ใหม่ๆจะช่วยตัวเองไม่ได้ แม่นกจะต้องเลี้ยงดู อยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
นกปากห่างชอบหากินบริเวณหนองน้ำ ทุ่งนา และที่ลุ่มน้ำขังทั่วๆ ไป กินหอยโข่งเป็นอาหารหลัก นอกจากนั้นยังกินตัวหนอน แมลง ปลา กิ้งก่า และสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ ตามแต่จะหาได้ มันจะหากินอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เช่นบริเวณทุ่งนาหลังวัดไผ่ล้อม แต่ในระยะหลังเมื่อนกมีจำนวนมากขึ้น ในขณะที่อาหารมีอยู่จำกัด มันจึงต้องบินไปหากินไกลออกไปทุกที ถึง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สุพรรณบุรีและนครปฐม ฯลฯ พอย่าง เข้าฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนก็จะถึงเวลาอพยพกลับ โดยนกปากห่าง รวมทั้งลูกนกที่โตเต็มที่และสามารถบินได้แข็งแรง จะเริ่มทยอยกันบินออก ไปจากวัดไผ่ล้อม มันจะแยกย้ายกันบินออกไปในทิศทางต่างๆ กัน แต่ส่วน ใหญ่จะบินมุ่งไปทางทิศเหนือ มีผู้พบนกปากห่างทางตอนใต้ของเชียงใหม่ ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน นอกจากนั้นยังพบที่จังหวัด นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ นครปฐมและกระบี่ มีผู้ทำการศึกษาเส้น ทางอพยพของนกปากห่างจากประเทศไทย พบว่ามันบินไปได้ไกลถึง ประเทศปากีสถานและบังกลาเทศ
หลังจากเดือนพฤษภาคมไปแล้วนกปากห่างจะหายไปจากวัดไผ่ล้อมชั่วระยะหนึ่ง บางปีอาจมีลูกนกที่ยังไม่แข็งแรงเหลืออยู่บ้าง 200-300 ตัว และเมื่อเดือนตุลาคมปีต่อไปมันก็จะเริ่มอพยพกลับเข้ามาเพื่อทำการสร้างรัง และขยายพันธุ์อีกเหมือนเช่นเคย


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 ประเทศไทย
โทรศัพท์ 0-2577-9000
โทรสาร 0-2577-9009

196 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 0-2579-1121..30,0-2579-5515,0-2579-0160,0-2579-8533
โทรสาร. 0-2561-4771,0-2579-8533 เทเลกซ์. 21392 TISTR TH
เว็บไซด์ : http://www.tistr.or.th
E-mail: hotline@tistr.or.th

กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0-2246-0064 , 0-2640-9600
โทรสาร: 0-2246-8106
เว็บไซด์ : http://www.most.go.th
อีเมล์ : helpdesk@most.go.th

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2544 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537