ชื่อภาษาไทย       ข่าเหลือง
ชื่ออื่นๆ       ข่า ข่าหยวก ข่าหลวง (ภาคเหนือ)
ชื่อภาษาอังกฤษ       Galanga, Greater galangal, Galangale, Siamese ginger, Spice ginger, Java galangal, Big galanga, Laos
ชื่อวิทยาศาสตร์       Alpinia galanga (L.) Willd
ชื่อพ้อง       Amomum galanga (L.) Lour., Maranta galanga L., Languas galanga (L.) Stuntz, L. vulgare Koenig [1]
วงศ์       Zingiberaceae
ลักษณะทาง
พฤกษศาสตร์
      ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน แตกแขนงในแนวนอน ผิวมัน สีเหลืองถึงเขียวแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองอ่อนถึงเหลือง ส่วนบนดินสูง 100-200 เซนติเมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมไข่กลับ ปลายใบแหลมค่อนข้างยาวเล็กน้อย ฐานใบสอบ ผิวเกลี้ยงมีขนที่ขอบใบ ก้านใบสั้น กาบใบหุ้มซ้อนกันแน่น ขอบมีขน ลิ้นใบรูปไข่ มีขน ดอก ช่อตั้ง ออกที่ปลายยอด ดอกสี ขาวแต้มสีแดงเล็กน้อย มีกาบหุ้มช่อดอก รูปใบหอกแกมรียาว ยาว 15-27 เซนติเมตร สีครีมขาว แก่สีน้ำตาลและส่วนใหญ่ร่วงใบประดับย่อยหุ้มดอกย่อยสีขาวยาว 1.3-1.7 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง เชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้น ปลายแยกเป็น 3 หยัก สีขาว กลีบดอก โคนเชื่อมเป็นหลอดสั้น ๆ ปลายกลีบแยกเป็น 3 กลีบ รูปไข่รี ปลายแหลมทู่ปลายงุ้ม สีขาวแกมเขียวขอบใส เกสรเพศผู้ ส่วนที่เป็นกลีบอยู่บนปลายหลอดกลีบดอกเป็นกลีบปากใหญ่รียาว โคนกลีบแยกสองหยัก รูปสามเหลี่ยมยาว ขนาดเล็ก สีขาวแกมแดง ส่วนกลีบใหญ่รูปคล้ายขอบขนาน ปลายมนแยกสองหยัก ขอบเป็นหยักเล็กน้อย โคนแคบ สีขาว พื้นสองด้านของกลีบมีริ้วเส้นสีแดงสามสี่ขีด ก้านเกสรยื่นยาวโค้งเล็กน้อย ที่ปลายมีอับเรณูสีเหลืองอ่อน เกสรเพศเมีย ก้านเกสรยาวสีขาว ยอดเกสรรูปกรวย สีขาว ขอบปากมีขน รังไข่ รูปกลมรี สีเขียว ผล รูปกลมหรือทรงกระบอกคอดบริเวณกลางเล็กน้อยคล้ายดรัมเบลสั้น ขนาดกว้าง 0.8-1.0 เซนติเมตร ยาว 1.2-1.5 เซนติเมตร ผลแก่สีส้มถึงแดง ปลายผลมีกลีบแห้งติดอยู่ เมล็ด รูปคล้ายเกือบม้า ขนาด 0.4-0.5 เซนติเมตร [1]
นิเวศวิทยา       ถิ่นกำเนิดในจีนตอนใต้ถึงกลุ่มประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันปลูกแพร่หลายทั่วไปในประเทศเอเชียร้อน ขึ้นในที่แสงแดดหรือแดดปานกลาง ดินร่วน มีความอุดมสมบูรณ์ [1]
สรรพคุณ       เหง้าอ่อนและแก่ ใช้รับประทานเป็นยาขับลม ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ทาภายนอกแก้กลากเกลื่อน [2]
ข้อมูลการวิจัยของน้ำมันข่าเหลือง
องค์ประกอบทางเคมี       เหง้าสดเมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.24 (สนใจรายละเอียด GC Chromatogram ติดต่อที่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ)
           


     
องค์ประกอบทางเคมี       เมล็ดเมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.05 (สนใจรายละเอียด GC Chromatogram ติดต่อที่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ)
           


     
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา       ต้านแบคทีเรีย [4] ต้านเชื้อราและยีสต์ [5] ฆ่าแมลง [1]
ความเป็นพิษ       -
การใช้ประโยชน์จากน้ำมันข่าเหลือง       -
รูปแบบของผลิตภัณฑ์       -
ราคาน้ำมันข่าเหลือง       -
เอกสารอ้างอิง       1. Scheffer, J.J.C. & Jansem, P.C.M.,1999. Alpinia galanga (L.) Willd. In: de Guzman, C.C. and Siemonsma, J.S. (Editors): Plant Resources of South-East Asia No 13. Spices. Backhuys Publishers, Leiden, the Netherlands. pp. 65-8.
2. Backer, C.A. and Bakhuizen van den Brink Jr., R.C. 1968. Flora of Java. vol. 3, Groningen, The Netherlands. pp. 49-50.
3. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย. กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงาน. 2530. อุทยานสมุนไพรพุทธมลฑล. หน้า 183.
4. Chpra, IC. et al. 1957. Antibacterial properties of volatile principles from Alpinia galanga and Acorus calamus. Antibiotic Chemother 7:378-83.
5. Janssen, AM and Scheffer, JIC. 1985. Acetoxychavicol acetate, an antifungal component of Alpinia galanga. Planta med 51(6):507-11.