- ข่า
- กระชาย
- มะกรูด
- ขมิ้นชัน
- ขมิ้นอ้อย
- ตะไคร้
- เต่าเกียด
- แมงลักคา
- โหระพา
- แมงลัก
- กะเพรา
- พลู
- ไพล
- ไพลดำ

 

ความเป็นมา
ลักษณะข้อมูล
พืชหอม/น้ำมันหอมระเหย
ประโยชน์จากฐานข้อมูล

ฐานข้อมูลพืชหอมเมืองไทย เป็นผลผลิตของโครงการวิจัย พืชหอมเพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูล พืชหอมไทย ภายใต้ชุดโครงการ วิจัยพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพของ วว. ในด้านน้ำมันหอมระเหยและ เครื่องเทศไทย โดยได้รับทุน สนับสนุนการวิจัยจากงบประมาณ แผ่นดิน มีระยะเวลาการดำเนินการ วิจัย 5 ปี (2545-2549)

 

ประกอบด้วยข้อมูลทางด้าน ผลผลิตและองค์ประกอบทางเคมี ของน้ำมันหอมระเหยที่ฝ่าย เภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้ทำการสกัดจากพืชหอมที่ ปลูกในประเทศไทย และ วิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี โดย GC, GC/MS พร้อมทั้ง ศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ นอกจากนี้ได้ทำการรวบรวม ข้อมูลในด้านฤทธิ์ชีวภาพ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ตลอด จนความเป็นพิษของน้ำมัน หอมระเหยและ/หรือองค์ ประกอบหลักในน้ำมัน หอมระเหยนั้นๆ จากเอกสาร การวิจัย จากฐานข้อมูลต่างๆ ได้แก่ NAPRALERT, APINMAP, MEDLINE, TOXNET, ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์และ ฐานข้อมูลงานวิจัยใน ประเทศไทย

 

เน้นพืชหอมที่ให้น้ำมันหอมระเหย ที่มีการใช้ประโยชน์ทั้งในด้านยา อาหาร เครื่องสำอาง สุวคนธบำบัด สารฆ่าหรือไล่แมลง ซึ่งจะมีประมาณ 100 ชนิด อยู่ในวงศ์ Zingiberaceae (วงศ์ขิง), Rutaceae (วงศ์ส้ม), Labiatae (วงศ์กะเพรา), Umbelliferae (วงศ์ผักชี), Piperaceae (วงศ์พริกไทย), Asteraceae (วงศ์หนาด), Araceae (วงศ์บอน), และดอกไม้หอมต่างๆ ได้แก่ จำปี กระดังงา สายหยุด พิกุล บุนนาค สารภี จันทน์กะพ้อ กุหลาบมอญ มะลิ พุดซ้อน ซ่อนกลิ่น ฯลฯ

1.ให้ข้อมูลในด้านปริมาณน้ำมันหอมระเหย

2.ให้ข้อูลในด้านองค์ประกอบทางเคมี โดยเฉพาะสารหลัก (chief constituent) ในน้ำมันหอมแต่ละชนิด ทำให้สามารถพิจารณาลู่ทางการใช้ ประโยชน์ ตลอดจนประมาณการด้าน ความเป็นพิษหรือการเลือกใช้สารเทียบ ในการควบคุมคุณภาพของน้ำมันหอมระเหย

3.ให้ข้อมูลการวิจัยในด้านฤทธิ์ ทางเภสัชวิทยา ตลอดจนความเป็นพิษ ของน้ำมันหอมระเหยและสารหลัก

4.ให้ข้อมูลในด้านรูปพรรณสัณฐานของ พืชหอม