เครื่องปอกกระเทียม

จุดเด่น : สามารถ ปอกกระเทียมได้ดีทุกขนาด ทั้งกระเทียมไทยและกระเทียมจีน กำลังการผลิต 20 กิโลกรัม/ชั่วโมง มีประสิทธิภาพในการแยกเปลือกกระเทียมและเนื้อกระเทียมออกจากกันได้สูงสุด มากกว่า 90% โดยไม่มีการช้ำ แตก หัก เสียหายของเนื้อกระเทียม ช่วยลดเวลาระยะเวลาการผลิต ได้ผลิตภัณฑ์ที่สะอาด ถูกสุขอนามัย เหมาะเอย่างยิ่งสำหรับใช้งานในภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งสนองตอบต่อ ความต้องการอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ใช้กระเทียมเป็นวัตถุดิบใยการผลิต อาทิเช่น อุตสาหกรรมเครื่องเทศ เครื่องปรุงรส อุตสาหรรมอาหาร ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม อุตสาหกรรมยา เป็นต้น หลักการทำงาน : อาศัย แรงลมแบบกระแสลมแปรปรวนทำให้เกิดการขัดสีระหว่างกลีบกระเทียมกับ กลีบกระเทียม รวมทั้งกลีบกระเทียมกับผนังด้านในโดยนำกระเทียมแบบกลีบใส่ลงในข่องอบลมร้อน ทางด้านบนของเครื่อง ซึ่งผู้ใช้สามารถบรรจุกระเทียมได้มากที่สุด ครั้งละ 10 กิโลกรัม ภายในเดาอบลมร้อนจะมีตัวกระจายความร้อนเพื่อเป่าลมร้อนให้เปลือกกระเทียม แห้งและง่ายต่อการขัดสี เครื่องควบคุมด้วยระบบนิวแมติกแบบอัตโนมัติ และกึ่งอัตโนมัติ ที่สามารถปรับตั้งเวลาและอุณหภูมิในการปอกได้ เมื่อครบเวลาที่ตั้งอบเอาไว้ กระเทียมจะถูกปล่อยลงมายังชุดขัดสีซึ่งอยู่ด้านล่างของเครื่อง ภายในชุดปอกเปลือกจะมีการขัดสีกันเองโดยอาศัยแรงลมช่วยในการขัดสีให้เปลือก กระเทียมร่อนออกจากเนื้อกระเทียม โดยเปลือกกระเทียมจะถูกเป่าขึ้นไปเก็บยังชุดรับเปลือกกระเทียม ส่วนกระเทียมที่ปิกเปลือกแล้วจะตกลงมายังถาดรับด้านล่างสุดของเครื่องซึ่ง เครื่องสมารถปอกเปลือกกระเทียมได้ทุกขนาด และกระเทียมไม่เสียหาย จุดเด่นของเครื่อง มี 2 ระบบ ได้แก่ ชุด อบลมร้อน ที่จะทำหน้าที่ส่งผ่านลมร้อนภายใน มีอุปกรณ์สำหรับกระจายลมร้อนไปตามรูเล็กๆที่เจาะไว้รอบ ๆ เพื่อ preheat ให้เปลือกกระเทียมแก้งและง่ายต่อการปอกเปลือก ซึ่งสามารถปรับระดับขึ้น ลง ได้ตามขนาดของกลีบกระเทียม โดยการหมุนน็อตด้านบน ส่วนอีกระบบหนึ่ง คือ ชุดปอกเปลือกอาศัยแรงลม ซึ่งได้ออกแบบโดยการต่อท่อลมเข้าทางด้านข้าง เพื่อให้เกิดกระแสลมแปรปรวน ทำให้ทิศทางและแรงลมที่เกิดภายในมีลักษณะการเคลื่อนที่แบบปั่นป่วน ซึ่งส่งผลให้กลีบกระเทียมภายในเกิดการขัดสีกับกลียกระเทียม และขัดสีระหว่างผนังด้านใน อนึ่งเครื่องปอกเปลือกกระเทียม วว. เป็นการนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติและโล่เกียรติคุณ จากการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2551 ซึ่งจัดโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ร่วมกับมูลนิธิธนาคารกรุงเทพฯอีกทั้ง วว. ยังได้จดสิทธิบัตรนวัตกรรมดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  

สนใจสอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โทร. 0 2577 9133 โทรสาร 0 2577 9009  เว็บไซต์ www.tistr.or.th  E-mail : tistr@tistr.or.th

  สนใจโปรดติดต่อ กองการตลาด  :  35 หมู่ที่ 3 เทคโนธานี ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 โทร :

ผลิตภัณฑ์ปรับสมดุลเพื่อการผ่อนคลายจากพืชวงศ์กะเพรา (OCIMA)

   “ผลิตภัณฑ์ปรับสมดุลเพื่อการผ่อนคลายจากพืชวงศ์กะเพรา (OCIMA)” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากพืชสมุนไพรไทยวงศ์กะเพรา มีสรรพคุณในการรักษาอาการเครียดและซึมเศร้า ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่สมุนไพรไทย ลดการนำเข้ายาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อใช้รักษาอาการเครียดและซึมเศร้าจากต่างประเทศ   “ผลิตภัณฑ์ปรับสมดุลเพื่อการผ่อนคลายจากพืชวงศ์กะเพรา (OCIMA)” ได้ผ่านการทดสอบ ด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย และมีการควบคุมคุณภาพทางเคมีทั้งในรูปสารสกัดและผลิตภัณฑ์ โดยจากการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในสัตว์ทดลอง พบว่ามีประสิทธิภาพในการคลายกังวล ต้านความเครียดและต้านอนุมูลอิสระ มีการประเมินความปลอดภัยโดยการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันทางปาก (LD50 มากกว่า 15,000 มก./กก. น้ำหนักตัว) และทดสอบความปลอดภัยต่อโครโมโซม (ไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อโครโมโซม) และทดสอบความเป็นพิษกึ่งเรื้อรัง (ไม่พบอาการผิดปกติใดๆ) โดยการศึกษาความปลอดภัยในอาสาสมัครสุขภาพดี โดยการรับประทานแคปซูล ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันนาน 30 วัน พบว่าไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมันในเลือดและไม่มีผลต่อการทำงานของตับและไตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ   วว. ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต “ผลิตภัณฑ์ปรับสมดุลเพื่อการผ่อนคลายจากพืชวงศ์กะเพรา (OCIMA)” ให้แก่บริษัท โรงงานเภสัชกรรม เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด แล้ว สนใจสามารถติดต่อได้ ที่ บริษัท โรงงานเภสัชกรรม เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด โทรศัพท์: 0 2886 8190-9 E-mail : 

ชาผักหวานป่า

“ชาผักหวานป่าพร้อมดื่ม” เป็นเครื่องดื่มที่มีลักษณะกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีสีสันที่แตกต่างจากชาโดยทั่วไปคือมีสีทองใส มีคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพไม่แพ้ชาใบหม่อนหรือชาจากพืชชนิดอื่นๆ เนื่องจากชาผักหวานป่ามีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าชาใบหม่อนและชาดอกคำฝอย นอกจากนี้ชาผักหวานป่า 100 กรัม (ต่อน้ำหนักแห้ง) ยังประกอบด้วยวิตามินชนิดต่างๆ ได้แก่ วิตามินเอ 9,616.99 ไมโครกรัม ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อเสื่อม วิตามินบี 1 0.18 มิลลิกรัม ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าทำให้รู้สึกสดชื่น วิตามินบี 2 0.26 มิลลิกรัม มีความสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงช่วยในการป้องกันเชื้อโรคและลดรอยเหี่ยวย่น วิตามินบี 3 10.64 มิลลิกรัม ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด วิตามินซี 37.49 มิลลิกรัม เป็นส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ช่วยรักษาผิวพรรณให้สดใส และวิตามิน อี 71.92 มิลลิกรัม ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในไขมัน

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start